มวยไทย
เรื่อง"ประวัติและวิวัฒนาการของมวยไทย "
มวยไทยเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครทราบแน่นอน แต่มีผู้สันนิษฐานว่ามวยไทยเกิดขึ้นมาพร้อมกับชาติไทย สาเหตุอันเกิดจากการทำศึกสงครามเพื่อป้องกันการรุกรานของศัตรู ซึ่งมีการต่อสู้เพื่อป้องกันตัวเองให้รอดพ้นจากการรุกรานของศัตรู
บุคคลที่ใช้ศิลปะมวยไทยจนเป็นที่ร่ำลือของศัตรูที่เข้ามารุกรานชาติไทยจนประวัติศาสตร์ต้องจารึกไว้ถึงความเก่งกล้าในเชิงมวยไทย คือ นายขนมต้ม จนได้รับการยกย่องให้เป็น บิดาของมวยไทย นอกจากนั้นยังมีพระมหากษัตริย์ตลอดจนแม่ทัพบางคนที่มีชื่อเสียง และสามารถจรรโลงศิลปะมวยไทยไว้มากมายเช่น พระเจ้าเสือ พระเจ้าตากสิน พระยาพิชัยดาบหักเป็นต้นบุคคลเหล่านี้เป็นผู้นำชาติไทยสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ซึ่งเป็นยุคหัวเลี้ยวหัวต่อของชาติซึ่งถูกรุกรานจากพม่าอย่างหนักจนเกือบสูญเสียเอกราชของชาติไทย
จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า มวยไทย เป็นที่นิยมของคนไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณแต่ไม่ได้มีผู้ใดนำมาบันทึกไว้ แต่สมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น(สมัยรัชกาลที่ 5และรัชกาลที่ 6) แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงได้มีผู้บันทึกความเป็นมาของมวยไทยเอาไว้โดยแบ่งเป็นยุคเป็นสมัยต่าง ๆ ได้ดังนี้
สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงเห็นความสำคัญของมวยไทยมาก จะเห็นได้จาการที่ครั้งชาวฝรั่งเศสสองพี่น้องได้ล่องเรือออกชกมวยไปทั่วโลก เพื่อเดิมพันเมื่อมาถึงประเทศไทยจึงได้ส่งล่ามมาติดต่อเพื่อเดิมพันกับนักมวยไทย พระองค์จึงส่ง"หมื่นผลาญ " เข้าชกกับนักมวยฝรั่งเศส และสามารถเอาชนะกับนักมวยฝรั่งเศสคนนั้นได้ ซึ่งเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศไทยไปยุโรป
สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงสนพระทัยในเรื่องมวยไทยมากเป็นพิเศษ ดังจะเห็นได้จากการที่มีนักมวยได้รับการแต่งตั้งให้มีบรรดาศักดิ์ต่างๆ ในสมัยนั้นเช่น หมื่นมวยมีชื่อ (จากเมือไชยา) หมื่นมวยแม่นหมัด(จากเมืองลพบุรี) หมื่นชงัดเชิงศึก(จากเมืองโคราช)เป็นต้นสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดปรานมวยไทยอย่างต่อเนื่องดังจะเห็นได้จากการตั้งสนามมวยแห่งแรกขึ้นในปี พุทธศักราช 2462 คือสนามมวยสวนกุหลาบ ซึ่งดำเนินการโดยประชาชน บริเวณวังสวนกุหลาบ สมัยเวทีสวนกุหลาบนี้มีลักษณะการชกมวยที่เห็นได้ชัดคือชกโดยไม่มีการสวมนวม กล่าวคือใช้เชือกขึงโดยรอบนักมวยจะเข้าไปชกในเชือกที่ขึงกั้นนั้น ส่วนนักมวยใช้วิธีคาดเชือก โดยเอาเชือกพันหุ้มหมัดให้แน่นและแข็ง การชกไม่มีกำหนดและจำนวนยกเหมือนปัจจุบัน ส่วนการจับเวลาจะใช้กะลามะพร้าวเจาะรูเล็ก ๆ วางลอยไว้เหนือน้ำ การชกจะสิ้นสุดลงก็ต่อเมื่อกะลาจมน้ำ ถือว่าหมด1ยกต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงและสร้างสนามมวยถาวรเพิ่มขึ้นอีกตามลำดับ คือ
สนามมวยท่าช้าง การชกมวยสมัยนี้แตกต่างจากสนามมวยสวนกุหลาบคือมีการสวมนวมแทนการคาดเชือก กรรมการตัดสินมีกติกาข้อตกลงในการชกชัดเจนยิ่งขึ้น
สนามมวยสวนสนุก การชกมวยสมัยนี้เจริญกว่าสนามมวยท่าช้างเวทีค่อนข้างแข็งแรงและปลอดภัย นวมก็มีคุณภาพดีขึ้น นักมวยที่มีชื่อเสียงเกิดขึ้นในสมัยนี้ เช่นสมาน ดิลกวิลาศ,สมพงษ์ เวชสิทธิ์ ส่วนกรรมการตัดสินที่มีชื่อเสียงคืออาจารย์กิมเส็ง ทวีสิทธิ์ และอาจารย์นิยม ทองชิต เป็นต้น
ต่อมาคือ สนามมวยหลักเมือง หรือสวนเจ้าเชตุในสมัยนี้การชกมวยเป็นที่นิยมมากและได้พัฒนากว่าสมัยก่อนๆ มาเป็นอันมากจนใกล้เคียงกับสมัยปัจจุบัน นักมวยที่มีฝีมือดีและมีชื่อเสียงในสมัยนี้คือ ผล พระประแดง,ประเสริฐ ส.ส.,ทองใบ ยนตรกิจ ส่วนกรรมการที่มีชื่อเสียงมากคืออาจารย์เจือ จักษุรักษ์,อาจารย์สังเวียน หิรัญเลขา,อาจารย์วงค์ หิรัญเลขาเป็นต้น
ในที่สุดก็ได้มีการสร้างสนามมวยถาวรเป็นแห่งแรกขึ้นคือ สนามมวยเวทีราชดำเนินเป็นสนามมวยมาตรฐานที่ใช้มาจนถึงปัจจุบันนี้ นอกจากนี้ยังมีสนามมวยมาตรฐานเกิดขึ้นอีกหลายเวทีเช่น สนามมวยเวทีลุมพินี ซึ่งเป็นสนามมวยที่มีการแข่งขันเป็นรายสัปดาห์ และแข่งขันเป็นประจำตลอดปี สร้างนักมวยที่มีชื่อเสียงขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก
มวยไทยยังคงเป็นที่นิยมของคนไทยและชาวต่างชาติ เราคนไทยทุกคนควรช่วยกันส่งเสริม และอนุรักษ์ศิลปะแม่ไม้มวยไทยไว้ เพื่อให้เยาวชนไทยทุกคนได้เรียนรู้ ฝึกปฏิบัติ และจรรโลงไว้เป็นมรดกอันล้ำค่าของชาติไทยสืบต่อไป.
- แสดงความคิดเห็น
- อ่าน 311 ครั้ง









