ฟ้อนลาวแพน

รูปภาพของ trmploykan

      

         ฟ้อน มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า เต้น ระบำ รำ เซิ้ง ซึ่งเป็นท่วงทีลีลาแห่งนาฏศิลป์ไทย คำว่า "ฟ้อน" มักจะมีขอบเขตของการใช้เรียกศิลปะการแสดงลีลาท่าทางเฉพาะของท้องถิ่นลานนา

ประเภทของการฟ้อนในลานนา
          ศิลปะการแสดง "ฟ้อน" ในลานนานั้น มีลักษณะเป็นศิลปะที่ผสมกันโดยสืบทอดมาจากศิลปะของชนชาติต่างๆ ที่มีการก่อตั้งชุมชนอาศัยอยู่ในอาณาเขตลานนานี้มาช้านาน นอกจากนี้ยังมีลักษณะของการรับอิทธิพลจากศิลปะของชนชาติที่อยู่ใกล้เคียงกันด้วย จากการพิจารณาศิลปะการฟ้อนที่ปรากฏในลานนายุคปัจจุบัน ท่านอาจารย์ทรงศักดิ์ ปรางค์วัฒนากุล อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้แบ่งการฟ้อนออกเป็น ๕ ประเภท ดังนี้
          ๑. ฟ้อนที่สืบเนื่องมาจากการนับถือผี เป็นการฟ้อนที่เกี่ยวเนื่องกับความเชื่อถือ และพิธีกรรม ได้แก่ ฟ้อนผีมด ผีเม็ง ฟ้อนผีบ้านผีเมือง เป็นต้น
          ๒. ฟ้อนแบบเมือง หมายถึงศิลปะการฟ้อน ที่มีลีลาแสดงลักษณะเป็นแบบฉบับของ "คนเมือง" หรือ "ชาวไทยยวน" ซึ่งเป็นชนกลุ่มใหญ่ที่อาศัยอยู่เป็นปึกแผ่นในแว่นแคว้น "ลานนา" นี้ การฟ้อนประเภทนี้ ได้แก่ ฟ้อนเล็บ ฟ้อนสาวไหม ฟ้อนเจิง ฟ้อนดาบ เป็นต้น
          ๓. ฟ้อนแบบม่าน คำว่า "ม่าน" ในภาษาลานนา หมายถึง "พม่า" การฟ้อนประเภทนี้เป็นการผสมผสานกันระหว่างศิลปะการฟ้อนของพม่ากับของไทยลานนา ได้แก่ ฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา
          ๔. ฟ้อนแบบเงี้ยวหรือไทยใหญ่ หมายถึง การฟ้อนที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะการแสดงของชาวไทยใหญ่ (คนไทยลานนามักเรียกชาวไทยใหญ่ว่า "เงี้ยว" ในขณะที่ชาวไทยใหญ่มักเรียกตนเองว่า "ไต") ได้แก่ การฟ้อนไต ฟ้อนเงี้ยว กิ่งกะหร่า (กินราหรือฟ้อนนางนก) เป็นต้น
          ๕. ฟ้อนที่ปรากฏในการแสดงละคร การฟ้อนประเภทนี้เป็นการฟ้อนที่มีผู้คิดสร้างสรรค์ขึ้นในการแสดงละครพันทาง ซึ่งนิยมกันในราวสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้แก่ ฟ้อนน้อยใจยา ฟ้อนลาวแพน ฟ้อนม่านมงคล เป็นต้น
          จาก http://www.thaidances.com/data/16.asp


 ฟ้อนลาวแพน


ที่มาของภาพ : หนังสือวิพิธทัศนา, สถาบันนาฏดุริยางคศิลป์ (๒๕๔๒, ๕๔)

ประวัติและที่มา
            ลาวแพนเป็นชื่อดนตรีไทยในจำพวกเพลงเดี่ยว  ซึ่งนักดนตรีใช้เป็นเพลงสำหรับเดี่ยวอวดฝีมือในทางดุริยางคศิลป์เช่นเดียวกับเพลงเดี่ยวอื่น ๆ แต่เดี่ยวลาวแพนนี้มีเครื่องดนตรีเหมาะสมแก่ทำนองจริง ๆ  อยู่เพียง 2 อย่าง  คือจะเข้และปี่ในเท่านั้น  ส่วนเครื่องดนตรีอื่นก็ทำได้น่าฟังเหมือนกัน เพลงนี้ บางทีเรียกกันว่า "ลาวแคน"
            การประดิษฐ์ท่ารำที่พบหลักฐานนำมาใช้ในละคร   เรื่อง   พระลอ  พระราชนิพนธ์ของ    พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์  ตอนพระลอลงสรงในแม่น้ำกาหลง  ท่ารำประดิษฐ์ขึ้นโดยอาศัยเค้าท่าฟ้อน ของภาคพายัพและอีสานเป็นแบบ  และดัดแปลงให้เหมาะสมกลมกลืนกับ ทำนองเพลง การฟ้อนลาวแพนในละครเรื่องพระลอเป็นการฟ้อนเดี่ยว ต่อมา จึงมีผู้นำเอาไปใช้ในการฟ้อนหมู่  โดยเอาท่าฟ้อนเดี่ยวมาดัดแปลงเพิ่มเติม แก้ไขให้เหมาะสมกับการรำหลาย ๆ คน  ปัจจุบันการฟ้อนลาวแพนมีทั้งการ แสดงที่เป็นหญิงล้วนและชายหญิง บางโอกาสยังเพิ่มเติมแต่งบทร้อง ประกอบการแสดงด้วย 
             จาก http://www.rajinibon.ac.th/Group_8/ART/work/Art_009.html

ฟ้อนลาวแพน (มีคำร้อง)
             ภายหลังจากที่ฯพณฯพลตรีหลวงวิจิตรวาทการ ประพันธ์บทละครรำเรื่อง พระนเรศวรประกาศอิสรภาพขึ้น เพื่อให้นักเรียนโรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์ แสดงฉลองพระพุทธสิหิงส์ ณ.โรงละครชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๗แล้วเพียงปีเดียวท่านก็ได้จัดวิพิธทัศนาขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในครั้งนั้นเองท่านก็ได้ประพันธ์เนื้อร้องสำหรับขับร้องเพลงลาวแพนขึ้น และมอบหมายให้นักเรียนหญิง ชื่อ นางสาว สุวรรณา สุวรรณศร(น.ต.คุณหญิงสุวรรณา ศราภัยพิพัฒน์)(ซึ่งเป็นผู้ได้รับคัดเลือกให้แสดงเป็นดวงจันทร์ในละครเรื่องเลือดสุพรรณ ในปีต่อมา)เป็นผู้ขับร้อง โดยมีการใช้มือออกท่าทางประกอบเล็กน้อย
              ต่อมา ระหว่าง พ.ศ.๒๔๘๙-๒๔๙๘ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฯพณฯพลตรีหลวงวิจิตรวาทการ ว่างเว้นจากหน้าที่ราชการ ท่านได้ก่อตั้งคณะละครวิจิตรศิลป์ ขึ้น และนำบทละครที่ท่านประพันธืขึ้นใหม่มาจัดแสดง ณโรงภาพยนต์บ้าง โรงละครเอกชนบ้าง และโดยเหตุที่ท่านประทับใจในเนื้อร้องเพลงลาวแพนเป็นพิเศษนั่นเอง ท่านจึงกำหนด ให้มีการขับร้องและฟ้อนลาวแพนเป็นการแสดงสลับฉากในละครเวทีเรื่องหนึ่ง โดยคัดเลือกให้ นางสาวสุภาพ พันธุ์มณี เป็นผู้รำเดี่ยว(จากการสัมภาษณ์ นางสัมพันธ์ พันธุ์มณี ศิลปินแห่งชาติ ทำให้ได้ทราบข้อมูลว่าเหตุที่การแสดงครั้งนั้นเป็นการรำเดี่ยวของตัวนางนั้น เนื่องมาจากนางสาวสัมพันธ์(ในขณะนั้น)ต้องรับบทตัวละครในเรื่องละครจึงไม่สามารถมารำเป็นตัวพระ คู่กับผู้เป็นพี่สาวได้)
              ภายหลังเมื่อนางสัมพันธ์ และนางสาวสุภาพ พันธุ์มณี ได้เข้าไปมีบทบาทอย่างสำคัญในสถานีโทรทัศน์ ช่อง๔บางขุนพรม จึงคิดนำการขับร้องและฟ้อนลาวแพนมาแสดงออกอากาศ ในรายการ เพลินเพลงกับนฤพนธ์ เมื่อพ.ศ.๒๕๑๑โดยได้กราบเรียนขอให้ครูลมุล ยมะคุปต์เป็นผู้ประดิษฐ์ท่าฟ้อนและมีบุตรี คืด คุณครูพิสมร ทำชอบ เป็นผู้ช่วยฝึกซ้อมให้แก่ศิษย์นาฏศิลป์สัมพันธ์ เป็นผู้ฟ้อน
              ในการแสดงฟ้อนลาวแพน(มีคำร้อง)ในงานฉลองครบร้อยปีครูลมุล ยมะคุปต์ที่ผ่านมา นักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลปได้รับการถ่ายทอดท่าฟ้อนดั้งเดิมที่คุณครูลมุล ยมะคุปต์ ประดิษฐ์ไว้จากนางสัมพันธ์และนางสาวสุภาพ พันธุ์มณี แห่งโรงเรียนนาฏศิลป์สัมพันธ์อีกลำดับหนึ่ง


เนื้อร้องฟ้อนลาวแพน(มีคำร้อง)
ศศิธรส่องสว่างกระจ่างฟ้า ชาวประชาเริงรื่นชื่นใจแสน
จะดูในงามสิ้นทั้งดินแดน เหมือนเมืองแมนแดนด้าวชาวเทวา
โอ้ว่าพวกเราเอยใดบ่เคยเห็นบ้าง ดวงจันทร์แจ่มกระจ่างแลสว่างเวหา
ขอเชิญพวกเราพี่น้อง มารำมาร้องกันเถิดหนา
มาชมแสงจันทร์แจ่มฟ้า ให้รื่นอุราร่าเริง
มาร่วมบันเทิงกันเถิดหนา เพื่อนเกลอพี่น้องร้องรำเอยสูเพื่อนเอย

 

 

 

 

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 161 คน กำลังออนไลน์