ละครกรีก

รูปภาพของ uns30382

 


โครงสร้างของโศกนาฏกรรมกรีก

ละครของกรีกจะมีลักษณะการดำเนินเรื่องคล้ายๆกันดังนี้

Prologue การเปิดเรื่องซึ่งเป็นการบอกเหตุการณ์พื้นเพของเรื่องที่จำเป็นในการเข้าใจสถานกาณณ์ของเรื่อง

Parodos (Entrance Ode)  การเข้ามาของกลุ่มคอรัสโดยการพูด และร้องเพลง แม้คอรัสจะใส่หน้ากากแต่ก็มีการแสดงเคลื่อนไหวผ่านทางแขน มือ และร่างกาย

Episode ปกติจะมี 3-5 Episode เป็นการเผชิญหน้าของตัวละครหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งคน โครงเรื่องเริ่มที่จะพัฒนา

Stasimom (Choral Ode) บทร้องของคอรัสที่แสดงความเห็นถึงบทสนทนาและเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป

Exodos (Exit Ode) ฉากสุดท้ายเป็นการปิดเรื่องเพลงที่ร้องโดยกลุ่มคอรัสในตอนจบของละครเพื่อบอกถึงจุดจบหรือบทสรุปของละคร ตัวละครทุกตัวออกจากเวที 


                จะเห็นได้ชัดว่าคอรัสเป็นองค์ประกอบสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ในละครกรีกคลาสสิคเพราะหลังจากยุคคลาสสิคก็ไม่มีการใช้คอรัสในแบบเดิมอีกต่อไป โดยคอรัสมีหน้าที่ดังนี้

1.ให้ข้อมูลเบื้องต้นความเป็นมาของเรื่องและอธิบายเหตุการณ์ที่อยู่นอกเวที

2.ทำหน้าที่วิจารณ์การกระทำของตัวละคร และมีปฏิสัมพันธ์กับตัวละครในเรื่อง

3.เป็นผู้ชมในอุดมคติที่จะแสดงความรู้สึกอย่างที่คนเขียนบทต้องการให้ผู้ชมรู้สึก

4.สังเกตการณ์และหาข้อสรุปว่าอะไรจะเกิดขึ้นในละคร

5.คอรัสในละครทุกคนเป็นผู้ชายไม่ว่าจะแสดงบทเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายเช่นเดียวกับนักแสดงทั้งหมดในละครกรีก 


                นักวิจารณ์คนแรกที่พยายามหาลักษณะของโศกนาฏกรรมกรีกคือ อริสเติล (Aristotle) ซึ่งงานเขียนของเขาที่ชื่อ เดอร์ โพเอติคส์ The Poetics เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการใช้วิเคราะห์งานโศกนาฏกรรม ในงานเขียนของอริสโตเติลนั้นละครมีองค์ประกอบอยู่ 6 ประการดังนี้ โครงเรื่อง ตัวละคร ความคิด หรือแก่นของเรื่อง ภาษา ดนตรี และองค์ประกอบที่มองเห็นทางสายตา เช่น ฉาก หรือ สิ่งประกอบทางภาพอื่นๆ ใน The Poetics กล่าวเอาไว้ว่า โศกนาฏกรรม นั้นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการพลิกผันของชีวิตของกษัตริย์หรือครอบครัวจากดีไปสู่หายนะ ในโศกนาฏกรรมที่มีความซับซ้อนซึ่งอริสโตเติลรู้สึกว่าเป็นแบบที่ดีที่สุดนั้น คือ ตัวละครเอกของเรื่องที่ผจญชะตากรรมอันเลวร้ายนั้นจะต้องค้นพบและรู้ในภายหลังว่าอะไรเป็นสาเหตุไปสู่ความล้มเลวหรือหายนะของเขาเอง นอกจากนี้ยังมีโศกนาฏกรรมแบบธรรมดาทั่วไปที่ไม่มีฉากของการค้นพบ อริสโตเติลแนะนำว่าละครโศกนาฏกรรมของกรีกนั้นโดยปกติจะมีโครงเรื่องหลักอย่างเดียว โดยไม่ได้เสนอเรื่องย่อยๆอันอื่นแต่ในละครบางเรื่อก็มีโครงเรื่องย่อย โศกนาฏกรรมนั้นเป็นการนำเสนอเรื่องราวบนเวทีที่จริงจังและมีความสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างสูงทางอารมณ์หลังจากการชมละครโศกนาฏกรรม โดยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากความสงสาร (Pity) ความกลัว (Fear) และท้ายสุดนำไปสู่ความหลุดพ้นทางอารมณ์ ความบริสุทธิ์ทางอารมณ์ (Katharsis) อริสโตเติลวิเคราะห์ว่าละครโศกนาฏกรรมนั้นเน้นที่โครงเรื่อง การพัฒนาและเข้าถึงโครงสร้างของละครในสมัยกรีกได้กลายมาเป็นต้นแบบละครทั้งในแบบเคร่งครัดและแบบทางเลือกในละครยุคเรเนซองส์  (Renaissance) ในอิตาลี และฝรั่งเศส ตลอดจนละครสมัยใหม่ เช่นละครของอิบเซน (Ibsen) สแตนเบิร์ก (Strindberg) และคนอื่นๆ เราจะเรียกโครงสร้างนี้ว่า Crisis Drama ไม่ใช่ละครกรีกทุกเรื่องที่เป็นแบบนี้ แต่มีการพัฒนาและใช้ครั้งแรกในละครกรีกโดยจะเห็นได้จากละครหลายเรื่องในยุคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานเขียนของ เอสกีลุสและโซโฟคริส  ใน ไคร์ซิส ดรามา Crisis Drama การกระทำจะเริ่มขึ้นใกล้กับ  ไคลแมกซ์ Climax  หรือ จุดสูงสุดของเรื่อง ซึ่งตัวละครในเรื่องอยู่ท่ามกลางอุปสรรคเรียบร้อยแล้ว ตัวละครในเรื่องมีเพียงไม่กี่ตัว การกระทำหลักมีเพียงอย่างเดียว ละครเกิดขึ้นในช่วงเวลาอันสั้น (24 ชั่วโมง) และเกิดขึ้นในสถานที่เดียวกัน โครงเรื่องของ Crisis Drama ส่วนใหญ่คล้ายกับการไขปัญหาหรือคำตอบความลี้ลับ เรื่อง Antigony ของโซโฟคริสนั้นปฏิบัติตามโครงเรื่องแบบ Crisis Drama อย่างชัดเจนคือมีตัวละครที่จำกัด สถานที่เกิดเหตุการณ์ ตลอดจนโครงเรื่องเดียวคือการกระทำในเรื่องมุ่งไปสู่จุดเดียว

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 155 คน กำลังออนไลน์