ละครกรีก

รูปภาพของ uns30382

 


โศกนาฏกรรมโรมัน : เซเนกา (Seneca)
 
                มีบทละครโศกนาฏกรรมของโรมันเหลืออยู่รอดจนปัจจุบันน้อยมาก  นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่างานเขียนหลังศตวรรษที่หนึ่งก่อนคริสตกาลไม่ได้มีสำหรับแสดงให้ผู้ชมกลุ่มใหญ่ชม  เนื่องมาจากสังคมโรมันส่วนใหญ่ชื่นชอบความบันเทิงเริงรมณ์มากกว่า  ในยุคนี้จึงมีนักเขียนเพียงคนเดียวที่งานเขียนเป็นที่รู้จัก คือ เซเนกา (Seneca) ดูจากภายนอกงานเขียนของเซเนกามีความคล้ายคลึงกับโศกนาฏกรรมของกรีก โครงเรื่องยังคงเป็นตำนานกรีก แต่งานเขียนมีลักษณะเฉพะที่ต่างออกไปคือ กลุ่มคอรัสไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการแสดง ไม่เหมือนกับละครของกรีกที่ห้ามไม่ให้มีภาพความรุนแรงบนเวที  เซเนกาเน้นฉากความรุนแรงต่างๆ บนเวที เช่น การแทง การฆ่า บ่อยครั้งจุดสูงสุดของเรื่องจะเกิดบนเวที ตัวละครของเซเนกาไม่มีข้อบกพร่องที่นำไปสู่หายนะของตัวละคร แต่ตัวละครของเขายึดมั่นถือมั่นหรือฝังใจ กับอารมณ์ที่มากเกินไปเช่นเรื่อง ธีเอสเตส (Thyestes) ที่ตัวละครอย่างอาทรีอุส (Atreus)  ฝังใจกับการแก้แค้น เพราะว่าตัวละครของเซเนกานั้นทำลายตัวเองด้วยความหมกมุ่นที่มากเกินพอดี ตลอดจนการปรากฏอย่างบ่อยครั้งของสิ่งเหนือธรรมชาติทำให้บทละครของเขาค่อนข้างจะมีลักษณะของละครสะเทือนอารมณ์ หรือเร้าอารมณ์ (Melodramatic) อย่างสูง  ประกอบกับบทพูดที่ยาวเต็มไปด้วยรายละเอียด  แม้ว่าความนิยมชมชอบของละครโศกนาฏกรรมของเซเนกาจะเทียบไม่ได้เลยกับโศกนาฏกรรมของกรีก แต่อิทธิพลในงานเขียนของเขาก็มีอยู่มากมายในนักเขียนบทยุคเรเนซองส์ เนื่องจากเขียนเป็นภาษาละตินที่ง่ายในการเข้าใจมากกว่างานเขียนในยุคทองของกรีก โครงสร้างบทละครที่มี 5 ฉาก (Episode) ซึ่งขั้นด้วย บทร้องของคอรัส (Choral Ode) กลายมาเป็นมาตรฐานของละครโศกนาฏกรรม 5 องก์  รวมไปถึงการใช้ตัวละครที่เหนือธรรมชาติ เช่น ผี และแม่มด ความรุนแรงบนเวที การใช้บทพูดคนเดียว(Soliloquies) การพูดกับผู้ชม (Aside) ของเซเนกาก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่เป็นที่ชื่นชมในยุคเรเนซองส์ นอกจากนี้เชคสเปียร์ (Shakespeare) ก็ได้รับอิทธิพลรูปแบบการเขียนอย่างมากจากเซเนกา ยกตัวอย่าง แฮมเล็ต  (Hamlet) ซึ่งเต็มไปด้วยความรุนแรงบนเวที  บทพูดคนเดียว  การปรากฏตัวของผีพ่อของแฮมเล็ต  ซึ่งบ่อยครั้งปรากฏอยู่ในละครโศกนาฏกรรมแก้แค้นของเซเนกา


นักวิจารณ์การละครในโรม : โฮเรส (Horace)
 
                เช่นเดียวกับการละครโรมัน การวิจารณ์ละครนั้นมีพื้นฐานมาจากงานเขียนของคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อริสโตเติล  นักเขียนทฤษฏีการละครและวิจารณ์งานละครที่เป็นที่รู้จักอย่างดีในยุคโรมันคื่อ โฮเรส  (Horace)  ซึ่งบางครั้งได้รับสมญาว่า  “อริสโตเติลแห่งโรมัน”  งานเขียนของโฮเรสที่ชื่อว่า  อาร์ส โพเอติคกา Ars Poetica (The Art of Poetry) เป็นงานเขียนที่เกี่ยวกับการวิจารณ์ละครภาษาละตินที่เป็นระบบ เล่มเดียวที่ยังคงอยู่มาในปัจจุบัน งานเขียนของโฮเรสเป็นที่รู้จักของนักเขียน  นักวิชาการในยุคเรเนซองส์มาก่อนที่จะมีการค้นพบงานของอริสโตเติล  จึงมีผลให้งานเขียนชิ้นนี้ของโฮเรสมีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อทฤษฏีการละคร  ตลอดจนโครงสร้างของละครในยุคเรเนซองส์   ในงานเขียนของโฮเรสนั้นไม่ได้ลึกซึ้งและมุ่งที่รายละเอียดอย่างอริสโตเติล  โฮเรสสร้างกฏว่าสุขนาฏกรรมและโศกนาฏกรรมไม่ควรนำมาปนกัน  โศกนาฏกรรมควรเป็นเรื่องของชนชั้นสูง กษัตริย์ ในขณะที่สุขนาฏกรรมเป็นเรื่องของสามัญชนคนธรรมดา ละครควรมี 5 องก์ และมีตัวละครที่พูดเพียงสามคนปรากฏตัวในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้เทพเจ้าไม่ควรจะปรากฏตัวนอกเสียจากว่ามีความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาในเรื่อง  คอรัสควรใช้เพื่อให้การกระทำในเรื่องดำเนินต่อไป ใช้ในการเพิ่มระดับศีลธรรมในเรื่องตลอดจนให้คำแนะนำการตัดสินที่ดี  โฮเรสรู้สึกว่าละครมีเพื่อ to profit and to please กล่าวคือละครไม่ควรที่จะให้ความบันเทิงอย่างเดียวแต่ควรสอนคนดูด้วย ซึ่งความเห็นในส่วนนี้ไม่มีอยู่ในงานของอริสโตเติล  แต่นักวิจารณ์ชาวเรเนซองส์ตั้งไว้เป็นกฏของการละคร  

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 355 คน กำลังออนไลน์