โทษของกัญชา

รูปภาพของ sss29146

โทษที่ได้รับ :
          หลายคนคิดว่า การเสพกัญชานั้นไม่มีโทษร้ายแรงมากนัก แต่จากการศึกษาวิจัย พบว่า กัญชาเป็นยาเสพติดอีกชนิดหนึ่ง ที่มีอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพมากเกินกว่าที่คาดคิด อาทิเช่น
1. ทำลายสมรรถภาพทางกาย ผู้เสพกัญชาในปริมาณมาก เป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้ร่างกายเสื่อมโทรม จนไม่สามารถประกอบกิจการงานใดๆ ได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้แรงงาน ความคิด และการตัดสินใจ รวมทั้งจะมีลักษณะ Amotivation Syndrome คือ การหมดแรงจูงใจของชีวิต จะไม่คิดทำอะไรเลย อยากอยู่เฉยๆ ไปวันๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการทำงานเป็นอย่างมาก
2. ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย การเสพติดกัญชามีผลร้ายคล้ายกับการติดเชื้อเอดส์ (HIV) กล่าวคือ กัญชาจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานเสื่อมลงหรือบกพร่อง ร่างกายจะอ่อนแอและติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย
3. ทำลายสมอง การเสพกัญชาแม้เพียงในระยะสั้น ทำให้ผู้เสพบางรายสูญเสียความทรงจำ เพราะฤทธิ์ของกัญชาจะทำให้สมองและความจำเสื่อม เกิดความสับสน วิตกกังวล และหากผู้เสพเป็นผู้มีอาการของโรคจิตเภท หรือป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจะมีความเสี่ยง ที่จะเกิดอาการรุนแรงมากกว่าคนปกติทั่วไป
4. ทำให้เกิดมะเร็งปอด เนื่องจากผู้เสพจะอัดควันกัญชาเข้าไปในปอดลึกนาน หลายวินาที การสูบบุหรี่ยัดไส้กัญชาเพียง 4 มวน ซึ่งเท่ากับการสูบบุหรี่ 1 ซอง หรือ 20 มวน นั้นสามารถทำลายการทำงานของระบบ ทางเดินหายใจทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิด โรคมะเร็งได้มากกว่าคนสูบบุหรี่ธรรมดาถึง 5 เท่า และในกัญชายังมีสารเคมีที่เป็นอันตราย สามารถให้เกิดโรคมะเร็งได้
5. ทำร้ายทารกในครรภ์ กัญชาจะทำลายโครโมโซม ฉะนั้นหญิงที่เสพกัญชาในระยะตั้งครรภ์ ทารกที่เกิดมาจะพิการมีความผิดปกติทางร่างกาย เช่น ความผิดปกติของเซลล์ประสาทในสมอง ความผิดปกติของฮอร์โมนเพศและพันธุกรรม
6. ทำลายความรู้สึกทางเพศ กัญชาจะทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในชายลดลง ทำให้ปริมาณอสุจิน้อยลง ทั้งยังพบว่า ผู้เสพติดกัญชามักกลายเป็นคนขาดสมรรถภาพทางเพศ
7. ทำลายสุขภาพจิต ฤทธิ์ของกัญชาจะทำให้ผู้เสพมีอาการเลื่อนลอย ฝันเฟื่อง ความคิดสับสนและมีอาการประสาทหลอนจนควบคุมตนเองไม่ได้ ซึ่งถ้าเสพเป็นระยะเวลานานจะทำให้มีอาการจิตเสื่อม
          นอกจากผลร้ายที่มีต่อร่างกายและจิตใจ ของผู้เสพแล้ว การขับรถขณะเมากัญชายังก่อให้เกิดอันตรายได้มาก เพราะฤทธิ์ของกัญชาจะทำให้เสียสมาธิ ทำให้การตัดสินใจผิดพลาด การตอบสนองช้าลง การรับรู้ทางสายตาบิดเบือน ความสามารถในการมองเห็นส่งเคลื่อนที่ด้อยลง จึงเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้ขับรถยนต์ หรือแม้แต่เดินบนท้องถนนก็ตาม

สร้างโดย: 
ด.ญ.ณัฏฐณิชา ศรีสะอาด ม.1/8 เลขที่ 31 ร.ร.สตรีศรีสุริโยทัย

หยุดกัญชา ง่ายนิดเดียว ก็แค่ "วิ่ง" เท่านั้น วันละ 30 - 45 นาที แค่นี้ก็หายหยากกัญชาแล้ว

กระผมขอต่อต้านยาเสพติดร้ายแรงทุกชนิด โดยเฉพาะสารสังเคราะห์ทั้งหลาย สิ่งเหล่านี้ให้ความรู้สึกสนุกเพียงชั่วคราวหลังจากนั้นทำให้สภาพจิตตกต่ำและมีความต้องการเพิ่มขึ้น จริง ๆ แล้วสารเสพติดทั้งหลายแม้กระทั่งสุราที่มีเอธิลแอลกอฮอล์ล้วนแล้วแต่เป็นสารพิษที่ร่างกายไม่ต้องการและทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักขึ้น แต่กัญชาไม่ใช่สารพิษแต่อย่างใด กลับให้ประโยชน์มากมายหากนำมาใช้อย่างพอควร หากนำใบมาต้มกับกระดูกก็เป็นน้ำซุปอย่างดีเพื่อให้ผู้เฒ่าผู้แก่เจริญอาหาร เพราะคนชะราส่วนมาก ไม่มีความอยากอาหาร ทำให้รู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรง สรรพคุณอีกมากมายในการรักษาโรค และระงับปวด ผิดแต่อย่างเดียวที่กัญชามีสารมึนเมาที่พ่วงมากับสารคุณประโยชน์เช่น THC, CBC, และ THCV เป็นต้น พูดถึงระหว่างกัญชากับแอลกอฮอล์ กัญชาเป็นสมุนไพรแต่แอลกอฮอล์เป็นสารพิษ ทางสังคมเรายังอนุญาตให้คนบริโภคกันโดยทั่วไปเลย

ในสมัยมนุษย์ยุคหิน นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่ามนุษย์เรามีการใช้กัญชามานานแล้ว นักวิทยาศาสตร์สันนิฐานว่า มนุษย์เราค้นพบพืชชนิดนี้แล้วทำให้มีผลกระทบทางด้านบวกคือการพัฒนาการทางด้านศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นดนตรี ภาพวาดผนังถ้ำ อุปกรณ์เครื่องใช้และอาวุธล่าสัตว์ต่าง ๆ และทางด้านภาษา เพราะกัญชาเพิ่มระดับจิตใต้สำนึกทำให้มนุษย์ดึกดำบันมีความคิดที่แหวกแนว (think outside the box) ความคิดที่เกิดขึ้นทำให้แหวกแนวการดำรงชีวิตและมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา 

กัญชามีผลดีมากมายแต่ก็มีผลเสียต่อผู้ที่ไม่ถึงวัยอันควร และใช้อย่างไม่ถูกกาละเทศะ แต่อยากให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ได้เรียนรู้ให้มากขึ้นเกี่ยวกับกัญชา มีดเองก็มีทั้งคุณและโทษในตัวของมันเราจึงต้องเพิ่มความระวังในการใช้ เพราะเราจำเป็นต้องใช้มันในการอำนวยความสะดวก  หากเราจะใช้ประโยชน์จากกัญชาเราก็ต้องระมัดระวังในการใช้อย่างเช่นกัน

เชื่อหรือไม่ครับว่า สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นความจริงบางส่วนที่ถูกสื่อชักนำให้ชวนเชื่อ  ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้เริ่มต้นจากการที่รัฐบาลของประเทศอเมริกาเป็นผู้กระจาย แต่ทางรัฐบาลของเขาเองถูกองค์กรที่ผลิตยารักษาโรคเป็นผู้ให้ข้อมูลที่บิด เบือน เนื่องจากองค์กรเหล่านั้นเห็นคุณประโยชน์ไม่ใช่น้อยของกัญชาในการรักษาโรค และแม้กระทั่งการป้องกันโรคมะเร็ง  กระผมไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนดี คงจะขอเริ่มต้นที่ความเชื่อของกระผมดีกว่า  คือทางอเมริกาเหนือเองมีการเปิดตัวและเลิกไม่ให้กัญชาเป็นยาเสพติดร้ายแรง อีกต่อไป  ที่ๆ กระผมอยู่เองก็เปิดให้มีการซื้อขายอย่างถูกกฎหมาย บ้างก็ขายเป็นช่อดอกแห้ง บ้างก็ทำเป็นขนมคุกกี้ กระผมมีความรู้สึกต่อต้นกับทางรัฐบาลของเขามากว่า ทำไมจึงปล่อยให้เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นทั้ง ๆ ที่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วแท้ ๆ กระผมจึงลองศึกษาหาข้อมูลด้วยตัวเอง ปรากฎว่า กัญชาเป็นพืชที่มีสรรพคุณมากมาย มันได้เปลื่ยนความคิดของกระผมซึ่งก่อนเคยเกลียดชังกับพืชชนิดนี้

ก่อนที่คุณจะเข้าเนื้อหาด้านคุณประโยชน์ต่าง ๆ กระผมขอให้ข้อมูลความเป็นมาในทางประเทศอเมริกาอย่างคร่าว ๆ เพื่อไม่ให้คุณเบื่อกับการอ่านคุณประโยชน์อันค่อนข้างที่จะยืดยาว แล้วก่อนจบท้ายกระผมจะบอกถึงโทษในการใช้อย่างผิดไม่ถูกเวลาและสถานที่ของมัน กัญชาในประเทศอเมริกาถูกทำเข้ามาจากกลุ่มคนงานเม็คซิโก พวกเขาจะให้กัญชาหลังจากทำงานเพื่อคลายความปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ รวมทั้งการเข้าสังคมอย่างสนุกสนานกับเพื่อน ๆ และครอบครัว  ทางรัฐบาลของอเมริกาเองถูกชักนำโดยองค์กรผลิตยารักษาโรคให้บรรจุหรือร่างกฏหมายว่ากัญชาเป็นยาเสพติดอันตรายถึงขั้นเสียสติและเสียชีวิตจำพวกเดียวกับเฮโรอีน  ทางรัฐบาลจึงทำการจับกุมและปราบปรามผู้ที่มีไว้ในครอบครองเปรียบเสมือนยาอันตรายถึงชีวิต ความเป็นจริงแล้วผู้ที่ตายจากการใช้กัญชาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันคือ 0 ราย การที่จะเกินขนาดการใช้กัญชาจนถึงขั้นเสียชีวิตผู้เสพจะต้องเสพ 15,000 ปอนด์ หรือประมาณ 6,800 กิโลกรัมใน 15 นาที การใช้เพียงแค่ 1 กรัมก็เห็นผลแล้ว จึงไม่มีประวัติผู้เสียชีวิตจากการใช้กัญชาเลย  ลองมาพิจารณาดูแล้วในเมื่อไม่เคยมีผู้ใช้เสียชีวิตจากมันแต่กลับไปจัดอยู่ในยาอัตรายอันดับหนึ่งของประเทศแล้ว ก็เห็นได้ชัดว่ามีอะไรแอบแฝงอยู่  นั่นก็คือองค์กรผลิตยายักษ์ใหญ่ทั้งหลายกลัวว่ากัญชาจะเป็นยาสามัญประจำบ้านที่คนทั่วไปสามารถปลูกไว้ใช้เองตามบ้าน เขาจึงจัดการทำอย่างไรก็ตามให้รัฐบาลออกกฎเพื่อไม่ให้สิ่งนี้เอื้อมมือใช้ได้อย่างถูกกฏหมายนั่นเอง ปัจจุบันประชากรเป็นจำนวนมากเริ่มเห็นข้อเท็จจริงที่แอบแฝงนี้ก็เริ่มลุกฮือเพื่อที่ผู้คนในประเทศสามารถใช้ประโยชน์จากกัญชาได้จึงเริ่มมีการทำให้กัญชาเป็นสินค้าถูกกฎหมาย ในปลายปี 2555 นี้เอง สองรัฐของอเมริกาคือ รัฐวอชิงตัน และรัฐโคโลราโด ก่อตั้งกฎหมายว่าประชากรที่มีอายุเกิน 21 ปีแล้วสามารถมีกัญชาไว้ในครอบครองได้ไม่เกิน 1 ออนซ์ หรือ 28.35 กรัม หรือสามารถปลูกไว้ที่บ้านได้ไม่เกิน 6 ต้น แต่กฎหมายของสหพันธรัฐยังคงเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นก็ยังไม่สามารถนำไปกับการเดินทางทางท่าอากาศยานหรือข้ามรัฐได้

กัญชา ภาษาอังกฤษที่เรียกกันทั่วไปคือ Marijuana อ่านว่า มาริอัวน่าโดยไม่ออกเสียงตัว j หรือชื่อทางการแพทย์คือ คานนาบัส (Cannabis ) เป็นพืชล้มลุกที่ขึ้นได้ทั่วไป  หนึ่งต้นมีเพียงหนึ่งเพศ เพศผู้ไม่ค่อยจะผลิตสารต่าง ๆ ของกัญชาสักเท่าไร เพศเมียเป็นเพศที่ผู้ปลูกมีความนิยมเพราะสามารถให้ผลิตผลที่สูงขณะที่มีดอกแต่ยังไม่สร้างเมล็ด  กัญชามีสายพันธุ์หลัก ๆ อยู่ 2 จำพวก จำพวกหนึ่งมีสารส่วนมากทำให้ผู้ใช้เคลิ้มแบบสงบอารมย์ อีกจำพวกทำให้เกิดการกระปรี้กระเปร่า โดยทั่วโลกแล้วมีถึง 400 สายพันธุ์ย่อย ๆ ซึ่งจะมีสี กลิ่น และฤทธิ์ที่แตกต่างกันออกไป คุณประโยชน์ของกัญชาทั้งสารที่อยู่ในตัวกัญชาและเส้นใยของลำต้น พูดถึงลำต้นหรือเรียกว่า เฮ้มพ์ (Hemp) ก่อนเลยนะครับว่า มันเป็นเนื้อเยื่อที่เหนียวและมีความคงทนต่อเชื้อจุรินทรีย์ต่าง ๆ เช่นเชื้อราและแบ็คทีเรีย ผู้คนจึงทำมาทำเป็นส่วนผสมของเนื้อผ้าที่ทำให้เนื้อผ้ามีความคงทนสูง นอกจากนั้นยังนำมาทำเป็นกระดาษที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด กระดาษแผ่นแรกที่ผลิตขึ้นอยู่ในประเทศจีนอายุประมาณ 4,000 ปีมาแล้วปัจุบันก็ยังอยู่ ถ้าเรามีการผลิตกระดาษจากต้นกัญชาเราก็สามารถประหยัดต้นไม้ใหญ่ ๆ ที่ใช้เวลาในการเติบโตเป็นสิบเป็นร้อยปีลงเพราะต้นกัญชาเองใช้เวลาในการเติบ โตประมาณสองเดือน ยังมีคนกลุ่มหนึ่งทดลองนำเนื้อเยื่ออัดแน่นของต้นกัญชามาทำเป็นผนังภายนอก ของบ้านเพราะสรรพคุณในการต่อต้านการเน่าเสียของมันทำให้ผนังของบ้านเอง  จึงไม่ต้องกลัวความชื้นจากฝนและอากาศมาทำลายในระยะยาว  ผลึกที่เกิดจากต่อมที่ดอกเพศเมียของกัญชามีสารที่ออกฤทธิ์ต่าง ๆ ของมันมากที่สุด มันเป็นกลไกในการป้องกันตัวเองจากแสงยูวี และแมลงต่าง ๆ  จึงมีการทำมาผสมธรรมชาติในยาฆ่าแมลงได้เป็นอย่างดี  เมล็ดกัญชามีความมันและไม่มีสารมึนเมาเลย ทั้งยังมีสารอาหารสูงจึงมีการนำมากระเทาะเปลือกและรัปทานสด ๆ หรือโปรยบนสลัดผักหรือโยเกิร์ทเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหาร น้ำมันจากเมล็ดถือเป็นน้ำมันที่นำมาเป็นส่วนผสมของโลชั่นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและสร้างสมดุลให้กับผิวหนังได้เป็นอย่างดี

สารต่าง ๆ ในกัญชาเอง มีมากถึง 421 ชนิด 6 ในนั้นเป็นสารจำพวกคานนาบานอยด์ ในร่างการของเรารวมไปถึงวิวัฒนาการของสัตว์โลกของเราโยงยาวไปถึงสัตว์จำพวกฟองน้ำ  นั่นก็คือรวมไปถึงนก กา สิงห์สาราสัตว์ต่าง ๆ มีระบบป้องกันของเซลล์และการเสริมสร้างสมดุลการเจริญเติบโตบนระบบที่เรียกว่า เอ็นโดคานนาบานอยส์ ระบบนี้มีสารที่ช่วยให้เกิดการเจริญอาหาร ความง่วง และเป็นสารที่ประกบกับเซลล์มะเร็งซึ่งทำให้เซลล์มะเร็งตายเองโดยไม่แตะต้องเซลล์ปกติเลย  สารหลัก ๆ ที่มีคุณประโยชน์ในกัญชาที่เป็นสารหลัก ๆ ที่นักวิทยาศาสตร์สนใจ มีดังนี้ สาร THC (Tetrahydro Cannabinol) เป็นสารจำพวกคานนาบานอยด์ที่แปลงโครงสร้างมันเองให้เป็นสารเดียวที่ระบบเอ็นโนคานาบานอยส์ในร่างกายเราสร้างขึ้นตามธรรมชาติ แต่มีผลกระทบต่อสมองโดยทำให้เกิดอาการมึนเมาแบบหัวเราะอารมย์ดี หรือทางภาษาอังกฤษว่า อาการฮาย (High)  มีผู้ป่วยมะเร็งในสมองรายหนึ่งที่ถูกวินิฉัยโรคแล้วสามารถอยู่ได้ไม่เกิน 1 เดือนเท่านั้น ด้วยการรักษาปัจจุบันทันสมัยสุดผู้ป่วยรายนี้สามารถมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี แต่ในสารคดีที่ผมดูรายงานว่าผู้ป่วยรายนี้มีชีวิตอยู่แล้ว 7 ปีด้วยการใช้กัญชาในการบำบัด ซึ่งสารทีเอ็ชซีนี้เองเป็นตัวสกัดมะเร็ง ซึ่งมีแนวโน้มทางวิทยาศาสตร์ในการสกัดเป็นยารักษาโรคมะเร็งต่าง ๆ ได้ในอนาคต กล่าวได้ว่าสารทีเอ็ชซีในกัญชานี้เป็นสารที่ดีที่สุดในตอนนี้ในความเป็นไปได้ในการค้นพบยารักษาโรคมะเร็ง แต่ด้วยการที่มันยังผิดกฏหมายจึงทำให้การวิจัยเป็นไปได้ยากในอดีต นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าผู้ที่ไม่สูบอะไรเลยมีอัตราการเป็นมะเร็งในปอดมากกว่าผู้ที่เสพกัญชา  สาร CBD (Canabadiol) เป็นสารที่ไม่มีการทำให้เกิดอาการมึนเมา (high) และเป็นสารที่มีคุณประโยชน์มากมาย เช่น ในผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ สามารถลดการต่อต้านของระบบภูมิคุ้มกันกับสิ่งแปลกปลอม ต่อต้านอาการปวดและบวม กระตุ้นการสร้างกระดูก ยับยั้งการที่ลำไส้บีบรัดตัวมากเกินไป ต้านโรคผิวหนังที่ทำให้เป็นวงสีแดง ต่อต้านโรคเบาหวาน ต่อต้านแบคทีเรีย ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ต้านการเกิดมะเร็ง ต้านโรคโลหิตจาง ต้านกล้ามเนื้อกระตุก ขยายหลอดเลือดเพื่อลดความดัน ปกป้องเซลล์ประสาทต่าง ๆ ต่อต้านโรคลมบ้าหมู ต่อต้านโรคผิดปกติทางจิต ต่อต้านโรควิตกกังวล ดังนั้นสาร CBD เป็นหนึ่งในคานนาบานอยส์ที่ไม่มีผลกระทำที่ทำให้เกิดอาการมึนเมาอย่างคานนาบานอยส์ตัวอื่น ๆ แถมยังมีความสามารถในการต่อต้านมะเร็ง สาร THCV (Tetrahydro Cannabivarin) พบมากในสายพันธุ์ของอาฟริกาใต้และสายพันธุ์ไทยเรา เป็นสารที่ทำให้เมาเร็วและหายเมาก็เร็วด้วย แต่ที่สำคัญคือเป็นตัวที่นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าช่วยต้านโรคเบาหวานประเภทสอง (ประเภทที่ไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิด) ยังเป็นตัวต่อต้านการเกิดเนื้องอกร้าย สาร CBC (Cannabachromine) ต้านอาการซึมเศร้า ต้านอาการบวม และต้านเนื้องอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อาการมึนเมากัญชาเป็นอาการมึนเมาที่ทำให้หัวเราะง่าย ทำให้เกิดการรับรู้ในเรื่องของเวลาต่างจากปกติ มึนเมาเหมือนเมาสุรา มีความอยากอาหาร จิตใจจดจ่อจนเกินไป จิตหลอนเพราะความคิดทุกอย่างเหมือนเกิดขึ้นจริง นอนมากเหมือนเป็นคนขี้เกียจ  เนื่องด้วยสารต่าง ๆ ของกัญชาเป็นสารที่ละลายในไขมัน จึงมีการสะสมในระบบเก็บไขมัน หากไม่ได้เสพร่างกายก็จะดึงมาใช้จากไขมัน ทำให้มีอาการไม่เสพติดเท่ากับสารมึนเมาอื่น ๆ กล่าวว่ามีการเสพติดน้อยกว่าครึ่งของการติดสุรา แต่ผู้ใช้ติดต่อเป็นเวลานานก็ยังได้ผลกระทบจากการหยุดใช้อยู่บ้าง  แต่ไม่ถึงขั้นร้ายแรง  ผลเสียในการใช้อย่างไม่ถูกต้องเกิดจากอายุของผู้เสพ เด็กและวัยรุ่นไม่ควรใช้ เพราะขณะที่สมองกำลังพัฒนาอยู่นั้น กัญชาส่งผมให้เกิดการเจริญเติบโตของสมองไม่ปกติ สมรรถภาพทางสมองเสื่อมเสียอย่างถาวร เช่นความจำไม่ดี หรือเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กผู้ที่มีแนวโน้มของอาการทางจิตอยู่แล้วทำให้เกิดอาการทางจิตนั้นอย่างเต็มขั้นขึ้นมาได้  แต่ในผู้เจริญวัยแล้ว กัญชามีผลกระทบน้อยมาก ก็เปรียบเหมือนการที่เราไม่ควรให้เด็กดื่นกาแฟ แต่ในผู้ใหญ่กาแฟก็ไม่ได้มีผลกระทบทางสมองในระยะยาวแต่อย่างไร  โทษที่ควรระวังที่สุดคือการใช้โดยไม่คำนึงถึงกาละเทศะ เช่นใช้แล้วขับยวดยานพาหนะ เนื่องจากกัญชายังไม่มีตัววัดระดับความมึนเมาในร่างกายได้จึงเป็นปัญหาในการตรวจจับสำหรับผู้ที่เมาแล้วขับ เพราะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้เหมือนกับการมึนเมาสุรา อุบัติเหตุขั้นร้ายแรงก็ทำให้ตัวเองหรือผู้ใช้ถนนบาดเจ็บและถึงตายได้

กระผมได้ให้ข้อมูลที่ศึกษามาพอประมาณ ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่เป็นกลางตามความเป็นจริง ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีคุณและโทษ ก็แล้วแต่วิจารณะยานของท่านผู้อ่านเองว่า กัญชาควรจะเป็นยาอันตรายต่อไปหรือไม่  กัญชาควรจะจัดเป็นยาเสพติดต่อไปหรือเป็นสมุนไพรที่มีประสิทธิผลต่อสังคมมนุษย์  ถ้าจัดเป็นสิ่งที่ทุกคนในวัยอันเหมาะสมเอื้อมได้ควรจะมีระบบจัดการอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดเป็นอันตรายต่อสังคมไทยเรา 

 

หลังจากเลิกเนื้อได้แล้วเขาจะเกิดอาการหงุดหงิดง่าย และดูวิตกจริตกว่าเดิม

 

ขอบคุณที่ให้ข้อมูล ความรู้ครับน้อง!!

รูปภาพของ sss29146

หนูสร้างบทความอีกแระค่าอย่าพึ่งเบื่อน่ะ อยู่ที่ www.thaigoodview.com/node/6004

ผมข้อ 7. ไม่จริง ผมว่าดูดเนื้อแล้วขับรถพิ้วจะตาย

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 64 คน กำลังออนไลน์