การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการสอนซ่อมเสริม วิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เรื่อง การบวก ลบ คูณ ระคน โดยใช้แบบฝึ

รูปภาพของ sukie_028

ตอนที่ 1 ชื่อเรื่อง  การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการสอนซ่อมเสริม วิชาคณิตศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  เรื่อง การบวก  ลบ  คูณ ระคน   โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ   ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาคณิตศาสตร์เป็นวิชาหนึ่งที่มีความสำคัญ  มีบทบาทต่อการพัฒนาความคิดมนุษย์ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์  คิดอย่างมีเหตุผลและมีระบบ  มีระเบียบแบบแผน  สามารถวิเคราะห์ปัญหา  และวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ  ทำให้สามารถคาดการณ์  วางแผน  ตัดสินใจ  และแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง  (กรมวิชาการ. 2545 : 1)  จึงมีจุดประสงค์หนึ่งซึ่งเน้นให้นักเรียนนำความรู้ความเข้าใจและนำทักษะทางคณิตศาสตร์ไปใช้ในชีวิตประจำวัน (กระทรวงศึกษาธิการ.2533)  ในการจัดการเรียนการสอน ครูต้องปลูกฝังให้นักเรียนมีลักษณะตามที่หลักสูตรต้องการ คือ มีคุณลักษณะครบทั้ง 4 ข้อ ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เพราะนักเรียนในระดับชั้นนี้จะต้องนำความรู้ไปใช้เป็นพื้นฐานในการสร้างความคิดรวบยอดเพื่อการเรียนในระดับสูง ครูจึงต้องมีเป้าหมายในการจัดการเรียนการสอนเพื่อที่นักเรียนจะได้เกิดการพัฒนาการทางพฤติกรรมเป็นไปตามความต้องการของหลักสูตร และส่งผลไปถึงการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้นไป  ดังนั้น ครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ จึงต้องมุ่งเน้นให้นักเรียนทุกคนบรรลุ จุดประสงค์การเรียนรู้ตามเกณฑ์ที่กำหนด แต่การสอนคณิตศาสตร์ที่ผ่านมา ผลสัมฤทธิ์ในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนยังอยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจ และนักเรียนจำนวนมากไม่ชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ (วรสุดา บุญยไวโรจน์, 2537 : 36) โดยมีความคิดว่าคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ยาก พลิกแพลง มีกฎระเบียบที่ต้องท่องจำมาก นักเรียนจึงรู้สึกกลัว ท้อแท้ ขาดความมั่นใจในการเรียน ทำให้ทัศนคติของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เป็นไปในทางลบมากยิ่งขึ้น และส่งผลกระทบให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด สาเหตุสำคัญเนื่องมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนส่วนใหญ่มักยึดครูเป็นศูนย์กลาง นักเรียนไม่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมมากนัก ขาดการฝึกทักษะทางด้านคณิตศาสตร์ รวมทั้งนักเรียนแต่ละคนมีความสามารถแตกต่างกัน (ดวงเดือน อ่อนน่วม, 2531 : 1) นอกจากนั้นนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ยังขาดทักษะในด้านการอ่านและการเขียนอีกด้วย จากสาเหตุดังกล่าว ทำให้การจัดการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ไม่ประสบผลสำเร็จ จะมีนักเรียนบางส่วนเท่านั้นที่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ตามเกณฑ์ที่กำหนด จึงเป็นหน้าที่โดยตรงของครูผู้สอนที่จะต้องหาวิธีการใดการหนึ่ง เพื่อแก้ปัญหานี้
การสอนซ่อมเสริมจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญยิ่งในการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยแก้ไขข้อบกพร่องให้กับนักเรียนที่เรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ซึ่งวิธีการสอนซ่อมเสริมมีหลายวิธีด้วยกัน เช่น การสอนตัวต่อตัว การสอนเป็นกลุ่ม นักเรียนสอนกันเอง เป็นต้น น่าจะช่วยแก้ไขปัญหาการจัดการเรียนการสอนได้เป็นอย่างดี
จากการที่ผู้วิจัยได้ทำการสอนนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 2  มีจำนวนนักเรียนทั้งหมด  26  คน  ซึ่งในห้องเรียนจะมีนักเรียนคละความสามารถร่วมกัน  จากการสอบเรื่อง   การบวก  ลบ คูณ  หารระคน  พบว่า  มีนักเรียนที่สอบไม่ผ่าน  50 %  ของคะแนนทั้งหมด  จำนวน 13  คน    จากการสอบถามครูประจำชั้น นักเรียนเหล่านี้ยังขาดทักษะการอ่าน   การคิดคำนวณ  และมักจะไม่ยอมรับในกลุ่มเพื่อนงาน  และมีผลการเรียนค่อนข้างต่ำกว่าเกณฑ์  ทำให้นักเรียนกลุ่มนี้ไม่ได้ฝึกทักษะทางคณิตศาสตร์เท่าที่ควร  อีกทั้งนักเรียนส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการหารจำนวน  และตั้งหารไม่ค่อยเป็นสาเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการทำวิจัยในครั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนดีขึ้น  และเพิ่มทักษะทางคณิตศาสตร์ให้ดียิ่งขึ้น  แนวทางในการพัฒนา                จากเหตุผลข้างต้นข้าพเจ้ามีความมุ่งมั่นและมีความตั้งใจที่จะพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  ให้สูงขึ้น  ประกอบกับธรรมชาติวิชาคณิตศาสตร์ที่เป็นวิชาฝึกทักษะ   จึงได้จัดทำแบบฝึกทักษะควบคู่กับการสอนซ่อมเสริม            ตอนที่ 2 ประวัติของผู้รายงานชื่อ - สกุล                              นางสาวยามีละห์  สุกีวัน  เดือน  ปีเกิด                  17  กรกฎาคม  พ.ศ. 2526ที่อยู่ปัจจุบัน                         บ้านเลขที่  308  หมู่ 5  ตำบลกาลิซา  อำเภอระแงะ  จังหวัดนราธิวาส  96130    เบอร์โทรศัพท์  083 -1235136ประวัติการศึกษา                 พ.ศ.  2539  สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา จากโรงเรียนบ้านกาหนัวะ                                                                      จังหวัดนราธิวาสพ.ศ.  2545  สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา  จากโรงเรียนดารุสสาลาม      จังหวัดนราธิวาสพ.ศ.  2549  สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี  เอกคณิตศาสตร์       จากมหาวิทยาลัยทักษิณ  จังหวัดสงขลา                                           พ.ศ.  2550  สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตทางการสอน        จากมหาวิทยาลัยทักษิณ  จังหวัดสงขลาประวัติการทำงาน                                                พ.ศ.  2550 –ปัจจุบัน รับราชการตำแหน่งครู โรงเรียนระแงะ  อ.ระแงะ                                                              จ.นราธิวาส                                                           ความภาคภูมิใจ                                              พ.ศ.2545   ได้รับคัดเลือกป็นนิสิตทุนตามโครงการส่งเสริมการผลิตครูที่มี                                                           ความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์  จากสถาบัน                                                           ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   ข้อมูลโรงเรียนโดยย่อ                โรงเรียนระแงะ  ตั้งอยู่ที่ 391/1 หมู่ที่  1 ถนนระแงะมรรคา  ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ  จังหวัดนราธิวาส  รหัสไปรษณีย์  96130  ตรงหลักกิโลเมตรที่ 121  ตามหลักฐานที่ดิน ส.. 1 เลขที่ 676 เนื้อที่  76  ไร่ โทรศัพท์  0-7367-1012  โทรสาร  0-7367-1245  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส  เขต 3 ทำการเปิดสอนตั้งแต่ระดับ  อนุบาล  1  ถึงระดับ  ประถมศึกษาปีที่  6  จำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 411 คน  มีเขตพื้นที่บริการ 2 หมู่บ้าน  ได้แก่  หมู่ที่ 1  และหมู่ที่ 7  และในปัจจุบันนี้โรงเรียนได้รับนักเรียนนอกเขตบริการเป็นจำนวนมาก  ปัจจุบันมีนายเจริญ  บุญชะนะ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ปัญหาการเรียนการสอนที่พบจากการที่ผู้วิจัยได้ทำการสอนนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 2  มีจำนวนนักเรียนทั้งหมด  26  คน  ซึ่งในห้องเรียนจะมีนักเรียนคละความสามารถร่วมกัน  จากการสอบเรื่อง   การบวก  ลบ คูณ  หารระคน  พบว่า  มีนักเรียนที่สอบไม่ผ่าน  50 %  ของคะแนนทั้งหมด  จำนวน 13  คน    จากการสอบถามครูประจำชั้น นักเรียนเหล่านี้ยังขาดทักษะการอ่าน   การคิดคำนวณ  และมักจะไม่ยอมรับในกลุ่มเพื่อนงาน  และมีผลการเรียนค่อนข้างต่ำกว่าเกณฑ์  ทำให้นักเรียนกลุ่มนี้ไม่ได้ฝึกทักษะทางคณิตศาสตร์เท่าที่ควร  อีกทั้งนักเรียนส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการหารจำนวน  และตั้งหารไม่ค่อยเป็น     ความต้องการที่จะปรับปรุง            1.  เพื่อสอนเสริมซ่อมเสริมสำหรับนักเรียนที่มีผลการเรียนเรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน ต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ  50                2.  เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเมื่อใช้การสอนซ่อมเสริม  โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ                3.  เพื่อฝึกทักษะทางคณิตศาสตร์ให้กับนักเรียนที่มีผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์                 ตอนที่ 3เนื้อเรื่อง ทำอะไรเพื่อปรับปรุง /พัฒนาจากปัญหาที่พบผู้วิจัยได้คิดค้นจัดทำแบบฝึกทักษะประกอบในการเรียนซ่อมเสริม ขอบเขตเนื้อหา                                เนื้อหาที่ศึกษาในครั้งนี้  คือ    เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคนหน่วยการเรียนที่ 13  การบวก  ลบ  คูณ  หารระคน                ขอบเขตเวลา                                ระยะเวลาในการทดลองสอน  จำนวน  6  คาบ  คาบละ 50 นาที   ในภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2551                ตัวแปรศึกษา                                - ตัวแปรต้น                                                การสอนซ่อมเสริมโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ                                - ตัวแปรตาม                                                ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ประชากรและกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย                                กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้  คือ  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  โรงเรียนระแงะ  ต.ตันหยงมัส  อ.ระแงะ  จ.นราธิวาส  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส  เขต  3  ที่สอบ เรื่อง การบวก  ลบ คูณ  หารระคน หน่วยการเรียนที่ 13  การบวก  ลบ  คูณ  หารระคน  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ไม่ผ่านร้อยละ 50 ของคะแนนเต็ม  ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551  จำนวน 13  คน    แนวความคิด หรือทฤษฎีที่ใช้การศึกษาค้นคว้าเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องที่ปรากฎในบทนี้  เป็นหลักวิชาที่ผู้วิจัยได้มาประมวลผลจากแนวคิด  ทฤษฎี  ผลงานวิจัยและประสบการณ์ด้านการสอนระดับประถมศึกษาของผู้วิจัยเองจากการค้นคว้าเอกสาร  และงานวิจัยเกี่ยวข้องกับการเรียนซ่อมเสริม   แบบฝึกเสริมทักษะ  เทคนิคการสอน      การวางแผนการดำเนินงาน

วัน / เดือน /ปี กิจกรรม หมายเหตุ
1-7 / 1 /51                             8-14 /1 /51 1.  ศึกษาเกี่ยวกับการสอนซ่อมเสริม   เช่น หลักการสอน วิธีสอน  กิจกรรม  เป็นต้น    2.  ศึกษาเกี่ยวแบบฝึกเสริมทักษะ3.  ศึกษาเอกสารหลักสูตร1.  สร้างแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อใช้สอนซ่อมเสริม โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ2.  สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน3.  สร้างแบบฝึกเสริมทักษะ  จำนวน  3 ชุด4.  สร้างแบบประเมินดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง  
15 /1 / 51      วัน / เดือน / ปี นำแผนการจัดการเรียนรู้  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคนแบบฝึกเสริมทักษะ  และแบบประเมินดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง   ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ    กิจกรรม        หมายเหตุ
16-19 / 1 /51 แก้ไขตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ และตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้  โดยให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอีกครั้ง  
22-26 / 1 /51 ดำเนินการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างไว้  จำนวน  6  คาบ          -  คาบที่  1  ทดสอบก่อนสอนและสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน       - คาบที่  2-5   ดำเนินการจัดการเรียนรู้   เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน      - คาบที่ 6 ทดสอบหลังสอน  
27/1/51-9/2/51 ตรวจเอกสารทั้งหมดเพื่อรวบรวมข้อมูล  
10-18 / 2/51 พิมพ์เอกสารเป็นรายบท  
20-23/2/51 จัดทำเป็นรูปเล่มฉบับสมบูรณ์  
24/2/51 ส่งต่อผู้บริหาร  

 กระบวนการดำเนินงาน                เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล                เครื่องมือที่ใช้ในการทำวิจัยเพื่อสอนเสริมซ่อมเสริมสำหรับนักเรียนที่มีผลการเรียนเรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน ต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ  50ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  โรงเรียนระแงะ  ต.ตันหยงมัส  อ.ระแงะ  จ.นราธิวาส  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส  เขต  3จังหวัดสงขลา  ประกอบด้วย 1   แบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การบวก  ลบ คูณ  หารระคน 2.  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การเปลี่ยนเศษส่วนเป็นทศนิยมและการเปลี่ยนทศนิยมซ้ำเป็นเศษส่วน หน่วยการเรียนที่ 13  เรื่อง การบวก  ลบ คูณ  หารระคน เป็นแบบทดสอบแบบปรนัยเลือตอบ  4  ตัวเลือก  ซึ่งแบบทดสอบนี้ได้สร้างขึ้นให้สอดคล้องกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวังหรือจุดประสงค์การเรียนรู้  มีจำนวน  15  ข้อ  คะแนนเต็ม  15  คะแนน  ใช้แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยวิธีสอนซ่อมเสริม   โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  จำนวน  26  คน  โดยเป็นนักเรียนที่สอบ การบวก  ลบ คูณ  หารระคน  หน่วยการเรียนที่ 13  การบวก  ลบ  คูณ  หารระคน  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ไม่ผ่านร้อยละ 50 ของคะแนนเต็ม  ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551    แบบทดสอบนี้ได้วิเคราะห์หาค่า IOC  ของข้อสอบแต่ละข้อโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการสอนในเนื้อหานี้มาก่อนจำนวน  3  ท่าน  วิเคราะห์ว่าแต่ละข้อของแบบทดสอบสอดคล้องกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวังหรือไม่                3.  แผนการจัดการเรียนรู้ซ่อมเสริม   เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน  หน่วยการเรียนที่ 13 การบวก  ลบ คูณ  หารระคน  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ การสร้างและตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการวิจัย            1.  แบบฝึกเสริมทักษะการคิดคำนวณเรื่อง  การบวก ลบ คูณ หารระคนสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นจำนวน  3 ชุด  ดังนี้                ชุดที่  1   เรื่องการบวก ลบ                                  จำนวน  6  ข้อชุดที่ 2  เรื่องการคูณ  การหาร                             จำนวน  8  ข้อ                ชุดที่ 3   เรื่องการบวก  ลบ  คูณ  หารระคน   จำนวน  10  ข้อเพื่อนำไปทดลอง  ขั้นตอนการสร้างดังนี้                                1.  ศึกษาหลักสูตร  คู่มือครู  แบบเรียน  และหนังสืออ่านประกอบที่เกี่ยวกับวิชาคณิตศาสตร์  เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  2544                                2.  ศึกษาเทคนิค  วิธีการ  และขั้นตอนการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะจากเอกสาร  ตำรางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง  เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะ                                3.  ศึกษาเนื้อหาที่จะใช้สร้างแบฝึกเสริมทักษะ  เพื่อกำหนดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมและหัวข้อในการทดสอบ  เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างแบฝึกเสริมทักษะให้สอดคล้องกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมนั้นๆ                                4.  สร้างโจทย์เรื่อง การบวก  ลบ  คูณ  หารระคน  ให้สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้  โดยมุ่งให้นักเรียน                                    4.1  สามารถคิดคำนวณการบวก  ลบ  คูณ  หารระคน                                    4.2  สามารถคำนวณหาค่าต่างๆ  ถูกต้องอย่างสมเหตุสมผล                        5.   นำแบบฝึกเสริมทักษะที่สร้างขึ้นให้ผู้เชี่ยวชาญ  โรงเรียนระแงะ  ต.ตันหยงมัส  อ.ระแงะ  จ.นราธิวาส  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส  เขต  3 ตรวจสอบความถูกต้อง                                6.  นำแบบฝึกเสริมทักษะที่ได้รับการตรวจแก้แล้วมาทำการปรับปรุงตามคำแนะนำ                2.  แบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เรื่องการบวก ลบ คูณ หารระคนสำหรับนักเรียน  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2     ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีขั้นตอนดังนี้                                   2.1 ศึกษาเอกสารการวัดผลประเมินผลวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน  และการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน                                   2.2  ศึกษาจุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรมและเนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน  เรื่องการบวก ลบ คูณ หารระคนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  เพื่อสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน                                   2.3  สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ  4  ตัวเลือก  จำนวน  15  ข้อ  โดยสร้างแบบทดสอบให้สอดคล้องกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวังหรือจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่กำหนดให้                                  2.4  นำแบบทดสอบที่สร้างขึ้นไปเสนอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้องของข้อสอบแล้วนำไปปรับปรุงแก้ไข                                  2.5  ตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านความเที่ยงตรงเนื้อหา  โดยใช้ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวังที่ต้องการวัด  จากการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ  ซึ่งแต่ละคนลงความเห็นว่าข้อสอบแต่ละข้อวัดได้ตรงจุดประสงค์หรือไม่  โดยกำหนดคะแนนความคิดเห็น  ดังนี้                +1  หมายถึง  แน่ใจว่าข้อสอบวัดได้ตรงตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง                0    หมายถึง  ไม่แน่ใจหรือตัดสินใจไม่ได้                -1  หมายถึง   แน่ใจว่าข้อสอบวัดได้ไม่ตรงตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง                                  2.6  บันทึกผลการพิจารณาลงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญแต่ละคน  แล้วหาผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดเป็นรายข้อ  โดยใช้ดัชนีความสอดคล้อง  IOC  โดยใช้สูตรของบุญเชิด  ภิณโญอนันตพงษ์ (2527 : 69)            คำนวณโดยใช้สูตร                   เมื่อ  IOC  คือ  ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับผลการเรียนที่คาดหวัง                          คือ  ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ                                N   คือ  จำนวนผู้เชี่ยวชาญ                                  2.7  คัดเลือกแบบทดสอบที่มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง  ตั้งแต่  0.5  ขึ้นไป  ซึ่งผลคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญเท่ากับ  0.9  ดังนั้นแบบทดสอบทั้ง  15  ข้อใช้ได้ทั้ง 15  ข้อ                3.  แผนการจัดการเรียนรู้ซ่อมเสริมวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน  เรื่องการบวก ลบ คูณ หารระคนสำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2   ผู้วิจัยได้สร้างขึ้นเองโดยมีขั้นตอน  ดังนี้                                  3.1  ศึกษาจุดมุ่งหมายของหลักสูตร  ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน  และคำอธิบายรายวิชาคณิตศาสตร์                                  3.2  ศึกษารายละเอียดและเนื้อหาที่วิชาที่นำมาใช้ในการทดลองจากแบบเรียนวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน                                    3.3  สร้างแผนการจัดการเรียนรู้ซ่อมเสริม  ซึ่งประกอบด้วย  สาระการเรียนรู้  ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง  สาระการเรียนรู้ย่อย  จุดประสงค์การเรียนรู้นำทาง -  ปลายทาง  กิจกรรมการเรียนรู้  สื่อการเรียนรู้  การวัดและการประเมินผล  จำนวน  1  แผน   ใช้เวลาทั้งสิ้น  6  คาบ  คาบละ 50  นาที                                  3.4  นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญ  ตรวจสอบแล้วนำมาปรับปรุงและแก้ไขก่อนนำไปใช้

วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล

การเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสังเกตพฤติกรรมในขณะดำเนินการสอนและจากการตรวจแบบทดสอบก่อน-หลังสอนและแบบฝึกเสริมทักษะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการประมาณ  2 เดือน (ม.ค.  51- ก.พ.51)  ซึ่งมีขั้นตอน  ดังนี้

                                1.  ทดสอบก่อนเรียน  โดยใช้แบบทดสอบก่อน-หลังสอนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  จำนวน  26 คน  ภาคเรียนที่  2  ปีการศึกษา 2551  โรงเรียนระแงะ  ต.ตันหยงมัส  อ.ระแงะ  จ.นราธิวาส  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส  เขต  3 ในวันที่ 22  เดือนมกราคม  พ.ศ.2551                                2.  ดำเนินการสอนซ่อมเสริมตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่จัดทำไว้  เป็นระยะเวลา 6 คาบ  คาบละ 50 นาที  ในช่วงคาบแนะแนว คาบที่  9 ของวันที่ 22-26  เดือนมกราคม พ.ศ.2551                                3.  ทดสอบหลังสอน  โดยจะทำเมื่อสิ้นสุดการเรียนการสอนซ่อมเสริมจบแล้ว  โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฉบับเดียวกันกับแบบทดสอบก่อนสอนในวันที่ 26  เดือนมกราคม  พ.ศ.2551                                4.  นำผลที่ได้ก่อนและหลังการจัดการเรียนการสอนซ่อมเสริมของนักเรียนไปวิเคราะห์ตามวิธีการทางสถิติรูปแบบของการวิจัยแบบแผนวิจัยเชิงทดลองกลุ่มเดียว  ทดสอบก่อน- หลัง (One group pretest-posttest design)   มีสัญลักษณ์การทดลองดังนี้                    ทดสอบก่อนทดลอง          การสอนซ่อมเสริม             ทดสอบหลังทดลอง    ตอนที่ 4บทสรุป               4.1 ผลที่เกิดขึ้น                   -  ความสำเร็จของตนเอง                                 1.  ครูมีวิจัยในชั้นเรียน  และนวัตกรรม                                2.  ครูได้มีโอกาสเผยแพร่ผลงาน                                               -  ความสำเร็จของนักเรียนจากการศึกษาและวิเคราะห์คะแนนที่ได้จากการทำแบบฝึกเสริมทักษะ เกี่ยวกับความรู้ในเรื่องการบวก ลบ คูณ หารระคนของนักเรียน 26 คน นั้นแสดงว่า เมื่อนักเรียนได้เรียนรู้การคิดคำนวณจากแบบวิเคราะห์ง่ายๆ เป็นขั้นตอน และหาคำตอบได้ดีขึ้น และส่งผลให้นักเรียนทั้ง 26 คน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการบวก ลบ คูณ หารระคนสูงขึ้น ตามตารางที่ 1 คิดเป็นร้อยละ 100 แสดงให้เห็นว่า การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนซ่อมเสริมโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะเรื่องการบวก ลบ คูณ หารระคน  ทำให้นักเรียนมีการเปลี่ยนความรู้สูงขึ้น ตารางที่ 1  แสดงผลคะแนนจากการทำแบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน

คนที่ คะแนนก่อนเรียน(%) คะแนนหลังเรียน(%) คะแนนก่อนเรียน(%) - คะแนนหลังเรียน(%)
1 40.000 53.333                               13.333
2 40.000 60.000                               20
3 13.333 33.333                                20
4 26.667 46.667                               20
5 13.333 53.333                                40
6 33.333 53.333                                20
คนที่ คะแนนก่อนเรียน (%) คะแนนหลังเรียน (%) คะแนนก่อนเรียน(%) - คะแนนหลังเรียน(%)
7 46.667 60.000                                   13.333
8 53.333 66.667                                   13.334
9 60.000 60.000                                    0
10 33.333 66.667                                     33.334
11 46.667 73.333                                     26.666
12 40.000 66.667                                    26.667
13 60.000 80.000                                    20
14 66.667 86.667                                    20
15 20.000 46.667                                    26.667
16 40.000 53.333                                    13.333
17 46.667 60.000                                    13.333
18 53.333 73.333                                     40
19 60.000 86.667                                     26.667
20 26.667 40.000                                     13.333
21 40.000 46.667                                      6.667
22 46.667 53.333                                      6.666
23 53.333 60.000                                      6.667
24 33.333 53.333                                      20
25 60.000 73.333                                       13.333
26 46.667 80.000                                       33.333

 4.2 สรุปบทเรียนที่ได้                   -  ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้น                                1.  การเขียนรายงานผลในรูปแบบใหม่ๆ  ที่นอกเหนือจาก 5 บท                                2.  แบบฝึกทักษะในรูปแบบต่างๆ               -  ได้แรงบันดาลใจเพื่อการดำเนินงานงานวิจัยนี้ข้าพเจ้าได้จัดการเรียนการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน  นั่นคือ  นักเรียนกลุ่มเก่งจับคู่กับนักเรียนกลุ่มอ่อน  แบบฝึกทักษะที่จัดทำขึ้นแบ่งระดับความยากง่าย   นอกจากนี้ยังมีการซ่อมเสริมในช่วงเวลาพักประทานอาหารกลางวันประมาณครึ่งชั่วโมง   ผลที่เกิดขึ้นทำให้ทักษะการคิดคำนวณของนักเรียนพัฒนาสูงขึ้น  นักเรียนเกิดการเรียนรู้ทั้งด้านความรู้ความคิด คุณธรรมจริยธรรมในการแบ่งปันความรู้ให้กับคนอื่น  นักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาตนเองได้มีโอกาสพัฒนาตนเองตามธรรมชาติและศักยภาพ มีความภาคภูมิใจในตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช 2544 และจุดเน้นของโรงเรียนเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง4.3 ประโยชน์ที่ได้รับ                   -  ที่เกิดกับตนเอง                                1.  เรียนรู้การเขียนรายงานวิจัย  รายงานนวัตกรรม  และรูปแบบการเขียนรายงานที่หลากหลาย                2.  มีการพัฒนาตนเอง  พัฒนางาน                 -  แนวทางพัฒนาผู้เรียน                                ควรมีการพัฒนาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ให้กับนักเรียนอย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้นักเรียนสามารถฝึกทักษะทางคณิตศาสตร์และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างถูกต้อง                    -  การเผยแพร่กับบุคคลอื่นต่อไป                                เผยแพร่ให้โรงเรียนในศูนย์เครือข่ายตันหยงมัสจำนวน  3  โรง                                       

รูปภาพของ nina

ขอบคุณที่นำผลงานขึ้น บล๊อกค่ะ

แต่อาจารย์น่าจะจัดหน้ารายงานเพื่อให้อ่านง่ายกว่านี้นะค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

นินา

ปล.รายงานของอาจารย์จิรารัฐติภรณ์ ยังไม่ลงบล๊อกเลยนะค่ะ

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 24 คน กำลังออนไลน์