รัชตะก้าวไกลเพราะนักเรียนอยู่นอกห้องเรียน

รัชตะก้าวไกลเพราะนักเรียนอยู่นอกห้องเรียน

บทที่ 1

สภาพทั่วไป

1. ข้อมูลผู้บริหาร

                ชื่อ สกุล             นางสาวสายฝน   เชิงเชาว์                                                                                                                                      ตำแหน่ง              ผู้รับใบอนุญาต   ผู้อำนวยการโรงเรียนรัชตะวิทยา   จังหวัดยะลา                                                         วุฒิการศึกษา         วิทยาศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย     ,ครุศาสตร์มหาบัณฑิต ( บริหารการศึกษา )  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  

2. ข้อมูลโรงเรียน

                   2.1 ชื่อสถานศึกษา     โรงเรียนรัชตะวิทยา ตั้งอยู่เลขที่  2 / 3  ถนนสุขยางค์ 1      ตำบลสะเตง

  อำเภอเมือง          จังหวัดยะลา         รหัสไปรษณีย์   95000            โทรศัพท์  / โทรสาร  073-212251  

www.rajta.ac.th         สังกัด สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

                 2.2  เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลปีที่  1   ถึงประถมศึกษาปีที่   6  

                 2.3  มีเขตพื้นที่บริการ   อำเภอเมืองยะลา    อำเภอใกล้เคียงในจังหวัดยะลา    และจังหวัดปัตตานี

                 2.4 วันก่อตั้งโรงเรียน     โรงเรียนรัชตะวิทยาจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่  6  ธันวาคม  2485

                 2.5  ปรัชญาโรงเรียน   รู้หน้าที่     มีคุณธรรม    ใฝ่ศึกษา    พัฒนาสังคม

                2.6 นโยบายการจัดการศึกษาโรงเรียนรัชตะวิทยา       ( ประกาศในแผนปฏิบัติงานประจำปี  พ.ศ. 2550 -2553  )

                                1. เร่งรัดคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้นทุกระดับชั้น

                                2. สนับสนุนการเรียนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง  และใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย

                                3. สนับสนุนการจัดการเรียนการสอนและการบริหารจัดการตามหลักปรัชญา

     เศรษฐกิจพอเพียง

                                4. ส่งเสริมพัฒนาบุคลากร

                                5. ส่งเสริมให้นักเรียนยึดมั่นในสถาบันชาติ   ศาสนา   พระมหากษัตริย์   ตลอดจนการ

     ปกครองระบอบประชาธิปไตย

                                6. ส่งเสริมสุขภาพอนามัยของครู    บุคลากร   และนักเรียน

                                7. พัฒนาบริเวณ   อาคาร  สถานศึกษาให้สวยงามร่มรื่น

                                8. ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนกับชุมชน

                2.7  ข้อมูลนักเรียน   ( ณ  วันที่ 31  มีนาคม  2553 ) 

                                จำนวนนักเรียนรวม               703         คน

                                จำนวนนักเรียนอนุบาล           235         คน

                                จำนวนนักเรียนประถมศึกษา    468         คน

 

 

 

บทที่  2

 

การเรียนการสอนโดยเน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง

  

                                เนื่องด้วยโรงเรียนรัชตะวิทยามีปัญหาการเรียนการสอน      คือ  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนยังไม่เป็นที่

น่าพอใจ     โรงเรียนได้ตั้งเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยที่ร้อยละ  75           แต่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยปี

การศึกษา  2551     อยู่ที่ร้อยละ   74.42           ดังนั้นผู้บริหารจะต้องวิเคราะห์สภาพของโรงเรียน  และหาแนวทาง

พัฒนาต่อไป

สรุปผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  1-6  ภาคเรียนที่  2  ปีการศึกษา   2551

 

สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย คณิตฯ วิทย์ ฯ สังคม สุขศึกษา ศิลปะ การงาน ฯ อังกฤษ เฉลี่ย
ภาคเรียนที่ 2 71.92 72.58 74.38 74.80 79.77 75.46 78.71 67.76 74.42

ทำให้โรงเรียนมีนโยบายข้อที่   2  คือ  สนับสนุนการเรียนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง เพราะผู้บริหารเชื่อมั่นว่าการเรียนรู้ของเด็กเกิดได้ดีและยั่งยืนโดยการปฏิบัติจริงดังนั้นผู้บริหารมุ่งเน้น และผลักดันให้คุณครูสอนโดยเน้นนักเรียนปฏิบัติจริง           โดยให้นโยบายเน้นย้ำในที่ประชุมครูทุกเดือน  เรื่องการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  และปรึกษาแลกเปลี่ยนกับคณะครูเรื่องเทคนิคต่าง ๆ ในการจัดกิจกรรมการเรียนอย่างสม่ำเสมอ เช่น การนำนักเรียนไปศึกษาแหล่งเรียนรู้นอกโรงเรียน การเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาให้ความรู้ภายในโรงเรียน และติดตามให้เกิดผลเป็นที่ประจักษ์                   นอกจากการกระตุ้น   สนับสนุน   ส่งเสริมให้คุณครูจัดกิจกรรมโดยเน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลางแล้ว      ผู้บริหารได้ดำเนินการด้วยตนเองเช่นกัน   เช่น   การเชิญ  อ.ศิริจินต์ ตินต์สุขุมมงคล  วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากจังหวัดสงขลา     ด้านการทำสินค้าจากน้ำหมักชีวภาพ    เช่น น้ำยาล้างจาน  น้ำยาล้างมือ   แชมพูสระผม   สบู่เหลว   ฯลฯ     มาอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับคุณครูและบุคลากรทุกท่าน    รวมทั้งแม่ครัวด้วย     เมื่อเดือนเมษายน   2551           เริ่มตั้งแต่คุณครูทุกท่านได้ทำน้ำหมักชีวภาพ  จากเศษผัก   ผลไม้  น้ำสะอาด  และคุณครูลงมือปฏิบัติเองทุกขั้นตอน       จนได้น้ำยาล้างมือ  และน้ำยาล้างจาน   ในวันอบรมเชิงปฏิบัติการนั่นเอง     ทำให้คุณครูและบุคลากรมีความภาคภูมิใจและมั่นใจในตนเอง   หลังจากนั้นข้าพเจ้ากำหนดให้ครูประจำชั้นตั้งแต่  ป.4- ป.6      รับผิดชอบการทำน้ำยาล้างมือ  วิธีการคือ  คุณครูจัดกลุ่มให้นักเรียนปฏิบัติด้วยตนเอง   แต่ละห้องแบ่งกลุ่ม  ๆ ละ 10 คน   นักเรียนแต่ละคนออกค่าใช้จ่ายคนละ  5  คน  ซื้อวัสดุส่วนประกอบ       แต่ละกลุ่มลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง    โรงเรียนสนับสนุนในเรื่องการหมักเศษผัก   ผลไม้   เป็นน้ำหมักชีวภาพ  นักเรียนจะนำน้ำหมักชีวภาพนั้นมาดำเนินการตามขั้นตอน  และคุณครูดูแลอย่างใกล้ชิด     เมื่อได้น้ำยาล้างมือมาแล้วกลุ่มจะแบ่งให้สมาชิกกลุ่มน้ำยาล้างมือกลับบ้านจำนวนเล็กน้อย    เพื่อให้ผู้ปกครองได้ชื่นชมในความสามารถของลูกหลาน    ส่วนน้ำยาส่วนใหญ่นั้นนำไปวางที่หน้าห้องน้ำทุกจุด   เพื่อนักเรียนทุกคนจะใช้ประโยชน์  แต่สิ่งที่สำคัญ  คือ     จะมีการประกาศยกย่องชมเชยในที่ประชุมนักเรียนให้ทราบว่านักเรียนกลุ่มใดที่เป็นผู้บริจาคน้ำยาล้างมือในสัปดาห์นั้น ๆ      นักเรียนจะแสดงความชื่นชมต่อผู้ที่ทำความดี  เมื่อน้ำยาล้างมือหมด   กลุ่มอื่น ๆ จะทำน้ำยาล้างมืออีก และจะดำเนินการหมุนเวียนเช่นนี้ตลอดมาตั้งแต่ต้นปีการศึกษา  2551   จนถึงปัจจุบัน 

                ผลทีได้รับ   นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการปฏิบัติจริง  รู้จักการแบ่งปันให้ผู้อื่น   สามารถวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม    เข้าใจถึงวิธีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง      ขณะนี้นักเรียนสนใจมาก  จนถึงจัดตั้งชุมนุมอุปโภคบริโภคจัดทำสิ้นค้าอื่น ๆ     ตามสถานการณ์ปัจจุบัน     เช่น   น้ำยาล้างจาน  แชมพูสระผม    เจลล้างมือ  ฯลฯ      เป็นการย้ำถึงนโยบายของโรงเรียนว่าการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นปฏิบัติจริงนั้น   สามารถสร้างความรู้ได้อย่างยั่งยืน

ปัจจุบันผู้บริหารวางแผนติดตามบุคลากรอย่างสม่ำเสมอในการกระตุ้นบุคลากรให้วางแผนการสอนที่เน้นกิจกรรมซึ่งเน้นนักเรียนได้ปฏิบัติจริง    เสาะหา   เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะด้านมาให้ความรู้  และลงมือปฏิบัติจริงร่วมกับนักเรียนอยู่เป็นประจำ  

                  เมื่อโรงเรียนมีนโยบายในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  และกระตุ้นให้คุณครูทุกท่านจัดกิจกรรมเช่นนี้แล้ว  จึงมีการจัด  KM  ย่อย ๆ   ในการประชุมเดือน คุณครูจะผลัดเปลี่ยนถ่ายทอดเทคนิคการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ  

 

                เมื่อผู้บริหารและคุณครู  2  ท่าน คือ  อาจารย์ธนาทัย    ไชยขาว   และ  อาจารย์อังคณา   จักรมานนท์   หัวหน้าวิชาการการศึกษาขั้นพื้นฐานช่วงชั้นที่  1 และ 2  ได้เข้ารับการอบรมเรื่อง  KM โดยมูลนิธีสุข-แก้ว  แก้วแดง  โรงเรียนเรียนจึงจัด  KM โดยประชุมคณะครูโรงเรียนรัชตะวิทยา  เมื่อวันที่  27  มิถุนายน  2552     ดำเนินการดังนี้คือ

                  1. แบ่งกลุ่มคุณครูออกเป็นกลุ่มย่อย   3  กลุ่ม   สมาชิกในกลุ่มจะเล่าเทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ  และสมาชิกในกลุ่มลงมติเลือกกิจกรรมซึ่งเน้นนักเรียนได้เด่นชัดที่สุดเป็นตัวแทนของกลุ่ม                 2. ตัวแทนกลุ่มนำเสนอกิจกรรมการเรียนการสอนที่ได้รับการคัดเลือก   เพื่อนครูซักถามรายละเอียด  เสนอแนะ  การปรับปรุงแก้ไขแนวทางทางจัดกิจกรรมต่าง ๆ จนได้แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนใน  3  เรื่อง   คือ   การทำขนมไทย  (ขนมถั่วแปบ) อ.อุไรวรรณ  หลีตระกูล ,       การทำน้ำยา   ปรับผ้านุ่ม  อ.อรนิช  หนูประดิษฐ์,     การเล่นเกม CROSS  WORD       อ.นูร์มี   หะเมาะ          3. เมื่อได้แนวทางทั้ง   3    เรื่องแล้ว    ที่ประชุมลงมติคัดเลือกกิจกรรมการเรียนการสอนน้ำยาปรับผ้านุ่ม    ของอาจารย์อรนิช  หนูประดิษฐ์     เป็นกิจกรรมการเรียนการสอนเน้นนักเรียนเป็นสำคัญ ที่ประสบผลสำเร็จที่สุด

 

ดังนั้นเมื่อทำ   KM   เสร็จเรียบร้อยแล้ว   จึงเป็นการถ่ายทอดความรู้โดยคุณครูเป็นผู้จัดเองได้อย่างชัดเจนที่สุด

 นอกจากนี้แล้วโรงเรียนได้จัดโครงการนิเทศภายใน    ซึ่งมีเป้าหมายที่สำคัญคือ

                1. มีการเยี่ยมห้องอย่างน้อยเดือนละ   2   ครั้ง เพื่อสังเกตว่ามีการใช้สื่อประกอบการสอนทุกครั้งอย่างเหมาะสม

                 2. สังเกตการณ์สอนเต็มเวลาที่เน้นหลักการเศรษฐกิจพอเพียง   หรือทักษะขบวนการคิด   อย่างน้อยคนละ   1  ครั้ง / ปี  เฉลี่ยประมาณเดือนละ   3 - 4 คน  ใน  2  ช่วงชั้น 

                ดังนั้นคุณครูทุกคนจะได้รับการนิเทศการสอน  ซึ่งจะมีกระบวนการปรึกษาหารือระหว่างผู้นิเทศและผู้ถูกนิเทศ  ทำให้มีข้อเสนอแนะในการปรับปรุงการสอนทุกครั้ง    โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารจะเน้นการใช้สื่อที่ทำให้นักเรียนได้ปฏิบัติจริง เพราะเชื่อมั่นว่า   การปฏิบัติจริงจะทำให้เกิดองค์ความรู้ที่ยั่งยืน

                 เมื่อจบปีการศึกษา  โรงเรียนจะมอบรางวัลครูดีศรีรัชตะให้กับคุณครูที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดี   ซึ่งหลักเกณฑ์ที่สำคัญ  คือ   สามารถปฏิบัติงานด้านการสอนได้อย่างดี   ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนเพิ่มขึ้น 

                โดยสรุป   ผู้บริหารจะส่งเสริมครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดนเน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลางให้สำเร็จนั้นจะต้องมีการช่วยเหลือครู   ดังนี้

                                 สร้างแรงบันดาลใจ  และแรงจูงใจให้ครูเกิดความตระหนัก   เห็นคุณค่าหรือความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยน  การได้เป็นตัวแบบที่ดี ๆ  การปลุกจิตสำนึกในการปฏิบัติงาน   ล้วนเป็นแรงบันดาลใจที่ช่วยให้ครูเกิดความมานะพยายามในการปฏิบัติงาน  และจะเกิดแรงจูงใจ  ซึ่งจะช่วยให้ครูปฏิบัติตามเป้าหมายให้ประสบผลสำเร็จ  เช่น  ขวัญ กำลังใจจากผู้บริหาร  ปัจจัยเกื้อหนุนในการปฏิบัติงาน การได้รับคำปรึกษา แนะนำตามที่ต้องการ  การได้รับการนิเทศ  การได้รับการเสริมแรง และรางวัลตามความเหมาะสม

 

                    

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 6 คน กำลังออนไลน์