ชาวนาไทย ทำไม ถึงไม่รวย [18 เม.ย. 53]

รูปภาพของ sss27177

แนะ ต้องเร่งลดต้นทุนการผลิต หนุน ชาวนาปลูกพืชอื่นเสริม หลังสถานการณ์ข้าวไทยไม่สดใส ชี้ 2-3 ปีข้างหน้า อาจไม่ใช่ผู้ส่งออกรายแรกของโลก

สถานการณ์การขาดแคลนอาหารโลก มีสาเหตุหลักมาจากขณะนี้ประชากรโลกมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี ส่งผลให้อาหารที่เป็นปัจจัยหลักในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ มีปริมาณลดลง เนื่องจากผลผลิตมีไม่เพียงต่อความต้องการในปัจจุบัน

ภาพรวมของความต้องการอาหารของโลก มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะข้าว ที่นานาประเทศต่างเล็งเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์มากกว่าพืชเกษตรชนิดอื่นๆ กระทรวงเกษตร สหรัฐอเมริกา ประเมินว่า ในปี 2553 ทั่วโลก จะมีการบริโภคและใช้ประโยชน์จากข้าวรวม 440.572 ล้านตันข้าวสาร ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยประเทศส่วนใหญ่มีแนวโน้มการบริโภคข้าวเพิ่มขึ้น ยกเว้นอินเดียและญี่ปุ่น ที่มีการคาดการณ์ว่า จะมีการบริโภคและใช้ประโยชน์จากข้าวลดลง โดยจะหันไปเลือกพืชอาหารชนิดอื่นแทน เช่น ข้าวสาลี ซึ่งมีราคาต่อหน่วย ถูกกว่าข้าวที่ผลิตได้ในปริมาณลดลง สำหรับในรอบเดือนที่ผ่านมา หลายประเทศมีรายงานการเปลี่ยนแปลงปริมาณการบริโภคและใช้ประโยชน์จากข้าว เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเทศจีน

จากการพยากรณ์ ในเดือนมีนาคม 2553 ผลผลิตรวมของข้าวทั่วโลก อยู่ที่ 440.278 ล้านตันข้าวสาร จะมีการบริโภคและใช้ประโยชน์จากข้าว 440.572 ล้านตันข้าวสาร ซึ่งปริมาณที่บริโภคและใช้ประโยชน์ มีปริมาณมากกว่าผลผลิตที่จะได้ ดังนั้นเมื่อสิ้นปี 2553 สต็อกข้าวสารของโลกจะมีปริมาณลดลง ประเทศที่มีสต็อกข้าวลดลงมากที่สุด คือ อินเดีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และญี่ปุ่น ส่วนที่มีสต็อกข้าวเพิ่มขึ้น คือ จีน อินโดนีเซีย ไทย และสหรัฐอเมริกา และปีที่ผ่านมาสถานการณ์การค้าข้าวของโลก ปริมาณการซื้อขายข้าวลดลง โดยประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่อย่างประเทศไทยมีการส่งออกลดลง สวนทางกับประเทศเวียดนามที่มีการส่งออกเพิ่มขึ้น

ประเทศไทยในฐานะผู้ส่งออกข้าวเป็นอันดับ 1 ของโลก ถึงแม้ปีนี้ผลผลิตจะมีปริมาณต่ำลง จากการประมาณการณ์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากเกษตรกรไทยประสบปัญหาในหลายๆ ด้าน เช่น ปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ส่งผลให้ผลผลิตจะได้น้อยกว่าเป้าที่ตั้งไว้ แต่ปี 2553 ไทยจะส่งออกข้าวเพิ่มขึ้น เนื่องมีข้าวสำรองในสต็อกค่อนข้างมาก ในขณะที่ภาวะการแข่งขันในตลาดโลก คาดว่าจะไม่มีความรุนแรง เนื่องจากผลผลิตข้าวโลก และความต้องการบริโภคและใช้ประโยชน์จากข้าว อยู่ในภาวะเกือบสมดุล ทำให้ราคาข้าวมีแนวโน้มอ่อนตัวลง

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้ราคาข้าวตกต่ำ เนื่องมาจากปัญหาเรื่องความต้องการบริโภคกับผลผลิตข้าว เช่นในปีที่ผลผลิต มีมากกว่าความต้องการบริโภค ส่งผลให้ราคาข้าวในปีนั้นลดลง ประกอบกับสินค้าเกษตรอื่น ที่เป็นสินค้าทดแทน อย่างแป้ง ข้าวสาลี และข้าวโพด มีปริมาณการผลิตมากขึ้น คนหันไปใช้สินค้าตัวอื่นที่มีราคาถูกกว่า จึงทำให้ราคาข้าวลดลง โดยเฉพาะทางแอฟริกา ที่บริโภคทั้งข้าว ข้าวโพด และแป้งสาลี ทดแทนกันได้ ส่งผลให้ราคาข้าวตกลงมา ทั้งๆ ที่ผลผลิตข้าวในปีนี้ลดลงกว่าปีที่แล้ว ซึ่งดูจากตัวเลขการส่งออกใน 2 เดือนที่ผ่านมา ไทยส่งออกข้าวเพียง 700,000 ตันข้าวสาร และใน 2-3 เดือนข้างหน้า ตลาดข้าวอาจจะเงียบลงกว่าเดิม เพราะช่วงนี้ประเทศเวียดนามมีผลผลิตที่ดี และขายในราคาที่ถูกมาก โดยอาจขายข้าวเพียงตันละ 380 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ไทยขายข้าวถึงตันละ 500 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทำให้มองว่าการส่งออกข้าวในช่วงไตรมาสนี้อาจไม่สดใสเท่าไหร่นัก ส่วนในระยะยาวผลผลิตข้าวโลกจะต้องเพิ่มขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นตามกัน จึงทำให้ราคาข้าวในช่วงนี้ยังไม่ดี ทั้งที่ความต้องการบริโภค ก็ไม่ได้ลดลง

นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออก ข้าวไทย ยังกล่าวถึงสาเหตุที่ชาวนายังจนอยู่ เนื่องจากเกษตรกรไทย ส่วนมากเป็นเกษตรกรรายย่อย หากมีกำไรถึงร้อยละ 40-50 ก็ ยังจนอยู่ดี เพราะจำนวนพื้นที่เพาะปลูกมีน้อย ทำให้ได้กำไรไม่มากนัก ทั้งนี้หากจะทำให้รายได้ของชาวนาไทยเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างแบบต่างประเทศ คือให้ชาวนาทำเกษตรเป็นผืนใหญ่ เพื่อจะได้เก็บเกี่ยวพร้อมกัน แต่เรื่องดังกล่าวเป็นการยาก เพราะโครงสร้างที่มีมานานแล้ว จึงทำให้ชาวนาไม่สามารถเลี้ยงชีพได้ โดยการทำนาเพียงอย่างเดียว

“กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ต้องเข้ามาช่วยส่งเสริมเกษตรกร ในเรื่องของการลดต้นทุนการผลิตด้วย และเรื่องผลผลิตต่อไร่ที่ต้องทำให้ได้มากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้รัฐบาลสามารถทำได้ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลจะสนใจเรื่องราคาของข้าวเป็นหลัก ส่วนตนมองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้อง ในขณะนี้เราไม่ได้เป็นผู้ส่งออกข้าวรายเดียวของโลก แต่เราเป็นแค่ประเทศที่ส่งออกข้าวมากที่สุดเท่านั้น ซึ่งทำให้เราก็ไม่สามารถกำหนดราคาได้ เพราะแนวโน้มในการผลิตพืชพันธุ์ชนิดอื่นๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างประเทศพม่าและกัมพูชาที่ผลิตข้าวมากขึ้น ในราคาต้นทุนที่ต่ำกว่า และกลับส่งให้ประเทศเวียดนามเป็นผู้ส่งออกในราคาที่ต่ำ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกและราคาข้าวของไทย ทั้งนี้ประเทศไทยจึงต้องหาทางลดต้นทุนการผลิตลง เพื่อที่จะให้สามารถส่งออกข้าวสู้กับราคาของต่างประเทศได้

นอกจากนี้ นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ กล่าวอีกว่า หากเกษตรกรที่ปลูกข้าวในปัจจุบันต้องการเพิ่มรายได้ ในปัจจุบัน ก็ควรปลูกพืชอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย เพราะในบางปีที่ราคาข้าวไม่ดี จะส่งผลให้พืชชนิดอื่น ราคาจะดีสวนทางกัน  นอกจากนี้ยังระบุว่า “ถ้าจะให้ไปสู้ราคาข้าวกับคู่แข่งรายอื่นในตอนนี้ อาจเป็นการยาก เพราะต้นทุนการผลิตในบ้านเรายังสูงอยู่ หากยังปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ไทยอาจจะไม่ใช่ประเทศผู้ส่งออกอันดับ1 อีกก็เป็นได้”

สร้างโดย: 
น.ส.สุภาภรณ์ แร่เจริญ
แหล่งที่มา: 
http://www.thairath.co.th/content/edu/76010

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 12 คน กำลังออนไลน์