ทุนเรียนสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น

          ในกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น อาจเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดรับนักศึกษาเป็นรุ่นที่ 2 แต่เรื่องความเก๋าในฐานะสถาบันอุดมศึกษาที่จัดตั้งขึ้นโดยสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) ซึ่งก่อตั้งอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2516 หรือเมื่อ 35 ปีที่ผ่านมา ต้องถือว่ามีพละกำลังมากพอที่จะผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้วยเป้าหมาย “สร้างนักคิด ผลิตนักปฏิบัติ”
          สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (ส.ท.ญ.) หรือ Thai-Nichi Institute of Technology ก่อตั้งขึ้นโดยสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) หรือ ส.ส.ท. เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความรู้และเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีเฉพาะทาง เริ่มเปิดการเรียนการสอนในภาคการศึกษาที่ 1 ปี 2550 อธิการบดีคนปัจจุบัน คือ รศ.กฤษดา วิศวธีรานนท์
หลักสูตรที่เปิดสอนในปัจจุบันรองรับกลุ่มผู้เรียนทั้งในระดับปริญญาตรีและโท ประกอบด้วยหลักสูตรปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมยานยนต์ สาขาวิศวกรรมการผลิต คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการอุตสาหกรรม สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ สาขาบริหารธุรกิจ (ญี่ปุ่น) ระดับปริญญาโท เปิดสอนหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการจัดการอุตสาหกรรม และหลักสูตรการจัดการวิสาหกิจสำหรับผู้บริหาร
          ทุนการศึกษา
          ในแต่ละปีการศึกษา สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น จัดสรรทุนไว้ 3 ประเภท คือ
          -ทุนสนับสนุนค่าหน่วยกิต 100% (60,000 บาท/ปี) และค่าครองชีพ 3,000 บาทต่อเดือน หรือ 30,000 บาทต่อปี  (รวม 90,000 บาท/ปี)
          -ทุนสนับสนุนค่าหน่วยกิต 100% (60,000 บาท/ปี)
          -ทุนสนับสนุนค่าหน่วยกิต 50% (30,000 บาท/ปี)
          *ทุนไม่รวมค่าบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียม และค่าขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา
          ปีการศึกษา 2550 เป็นปีแรกที่เปิดรับนักศึกษาใหม่ และเป็นปีแห่งวาระครบรอบ 120 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ประกาศมอบทุนมากถึง 120 ทุน ในระดับปริญญาตรี เมื่อเทียบกับจำนวนนักศึกษาที่สมัครเรียนเกือบ 300 คน คิดเป็นสัดส่วนที่น่าสนใจ อย่างน้อย ๆ นักศึกษาเกือบครึ่งหนึ่งมีโอกาสเรียนด้วยทุน 30,000-90,000 บาทต่อปี
          อาจารย์พรอนงค์ นิยมค้า โฮริคาวา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ให้สัมภาษณ์ว่า ทุนการศึกษาดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทญี่ปุ่นและไทย เนื่องจากในภาคอุตสาหกรรมต้องการนักศึกษาที่มีความสามารถหลังเรียนจบ และได้รับคนคุณภาพดีไปทำงาน ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากที่นี่จึงมีโอกาสได้งานทำสูง และถ้าดูจำนวนบริษัทกับจำนวนนักศึกษาแล้ว จำนวนบริษัทมีมากกว่าผู้เรียน
          ปีนี้สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่นกำหนดจำนวนทุนที่มอบให้นักศึกษาใหม่ที่เข้าศึกษาต่อปริญญาตรีโดยระบบรับตรง จำนวน 90 ทุน ซึ่งดำเนินการไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และยังมีให้อีก 30 ทุน สำหรับนักศึกษาที่มาลงทะเบียนเรียนแล้ว จะได้รับทุนประเภทที่ 3 โดยพิจารณาจากคะแนนแอดมิสชั่นส์ เลือกเรียนคณะที่เหมาะกับตัวเอง
          ปีการศึกษา 2551 สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่นวางเป้าหมายจำนวนรับนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรีและโท ประมาณ 800 คน (นักศึกษาปริญญาตรี 650 คน)
          อาจารย์พรอนงค์ กล่าวว่า หลักสูตรที่ได้รับความนิยม คือ หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต เปิดสอน 3 สาขา คือ วิศวกรรมยานยนต์ วิศวกรรมการผลิต และวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ โดยวิศวกรรมยานยนต์เป็นหลักสูตรที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีสถาบันที่เปิดสอนน้อย ต้องใช้เงินลงทุนสูงเรื่องเครื่องมือ และค่าใช้จ่ายต่อคนแพงกว่าค่าหน่วยกิตของนักศึกษาที่จ่าย
          “ต้องคิดว่าเราอยากเป็นอะไร อยากทำงานอะไร แล้วเรียนให้ตรงกับงานที่อยากทำ หรือถ้าไม่รู้จริง ๆ ให้สำรวจตัวเองว่าถนัดอะไร แล้วเรียนในสิ่งที่ถนัดที่สุด เช่น ถนัดภาษา ไม่ถนัดเลข แต่เห็นว่าวิศวะหางานได้ง่ายกว่า ก็ไปเรียนวิศวะ ตัดสินใจแบบนี้ไม่ถูก”
          แต่ถ้าเลือกเรียนวิศวะ อาจารย์พรอนงค์ให้ความมั่นใจว่าวิชาชีพนี้ยังเป็นที่ต้องการของตลาด เพราะมูลค่าการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมที่เข้ามาในประเทศไทยมากมายนับแสนล้านบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้เรียน ควรเลือกสาขาที่เหมาะกับตนเองและมีความชอบ
          “การเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง ควรเอาใจใส่ ไม่ใช่เลือกตามเพื่อน  ถ้าไม่รู้จริง ๆ อาจขอคำปรึกษาจากอาจารย์แนะแนว ไม่ใช่ว่าเพื่อนไม่มาก็ไม่มา และปัจจัยที่พิจารณาประกอบการเลือกสถาบัน เช่น ความมีชื่อเสียง การเดินทางไกลบ้านหรือไม่”
          อาจารย์พรอนงค์ ยังให้กำลังใจด้วยว่า “คนเรามีความสามารถหลายด้าน เรียนอะไรก็ได้ประโยชน์”
          หรืออีกวิธีหนึ่งที่ช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ด้วยการศึกษาจุดเด่นของหลักสูตร เนื้อหาที่เรียน และโอกาสหลังสำเร็จการศึกษา
          ชิงทุนไม่ต้องสอบข้อเขียน
          อีก 30 ทุนที่กำลังเปิดรับขณะนี้ จะมอบให้กับผู้ที่ลงทะเบียนเป็นนักศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น และต้องมีคะแนนสอบโอเน็ต เอเน็ต แต่ไม่มีการสอบข้อเขียนแล้ว สอบสัมภาษณ์เพียงอย่างเดียว โดยคณะอาจารย์ ซึ่งพิจารณาจากนิสัยใจคอ ความจำเป็น ฐานะทางครอบครัว
          “เมื่อได้เลือกเรียนในสาขาที่ถนัด เท่ากับชนะไปแล้วครึ่งหนึ่ง  เด็ก ๆ ยิ่งเรียนยิ่งมีความสุข เพราะรู้มาก ทำให้เขามีความสุข ถ้าไม่มีความสุขก็เครียด”
          ทุกหลักสูตรได้เรียนภาษาญี่ปุ่น
          ใครได้เรียนที่สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ได้เปรียบกว่าเพื่อนสถาบันอื่น ตรงที่ได้เรียนวิชาภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ ซึ่งบรรจุเป็นวิชาบังคับในทุกหลักสูตรของชั้นปีที่ 1 และปี 2 ภาคการศึกษาละ 3 หน่วยกิต เมื่อขึ้นชั้นปีที่ 3 สามารถเลือกได้ว่าจะเรียนภาษาญี่ปุ่นต่อไป หรือเปลี่ยนเป็นวิชาภาษาอังกฤษแทน
          เหตุผลที่ต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นมาจากแนวคิดของสถาบันที่อยากจะผลิตวิศวกรที่คุยกับชาวญี่ปุ่นได้เข้าใจ ยิ่งรู้ลึกมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นประโยชน์มากที่สุด และเมื่อสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้แล้ว มีโอกาสไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นได้ด้วย เพราะปัจจุบันญี่ปุ่นนำเข้าวิศวกรจากจีน เวียดนาม อินเดีย และอีกหลายประเทศ เป็นผลมาจากการผลิตวิศวกรไม่เพียงพอกับการเติบโตทางธุรกิจ
          ทุนการศึกษาประเทศญี่ปุ่น
          สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ได้รับความร่วมมือจากองค์กรต่าง ๆ ในการพัฒนาหลักสูตร เช่น สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น หอการค้าญี่ปุ่นประจำประเทศไทย The Japan External Trade Organization (JETRO) สภาอุตสาหกรรม The Association for Overseas Technical Scholarship (AOTS) SANNO, Institute of Management, Shibaura Institute of Technology และมหาวิทยาลัยชั้นนำในญี่ปุ่น อาทิ Tohoku University, Monotsukuri Institute of Technologies, Kyushu University
          การสนับสนุนเกิดขึ้นทั้งในรูปแบบของทุนการศึกษา การแลกเปลี่ยนนักศึกษา การเรียนภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่นระยะสั้น การศึกษาต่อระดับปริญญาตรีและโท ทัศนศึกษา ดูงาน ฝึกงาน และทำงาน
          เครือข่ายจำนวนมากที่สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากผู้บริหารของสถาบันส่วนใหญ่เป็นนักเรียนเก่าญี่ปุ่น รวมทั้งอาจารย์พรอนงค์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร สำเร็จการศึกษาที่ Tohoku University
          ทุนและโอกาส
          -Tohoku University, Faculty of Engineering ให้ทุนนักศึกษาปี 3 และปี 4 เพื่อศึกษาต่อร่วมกับนักศึกษาญี่ปุ่นและนักศึกษานานาชาติ หลักสูตรภาษาอังกฤษ ในโครงการ Junior Year Program in English
          -Monotsukuri Institute of Technologies รับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมโครงการแลกเปลี่ยน 2 เดือน โดยมหาวิทยาลัยจัดหาที่พักให้และสนับสนุนค่าครองชีพ
          -ทุน Kingfisher มอบเงินสนับสนุนการศึกษา 30,000 บาท/ปี
          -ทุน PAI-NET มอบเงินสนับสนุนการศึกษา 30,000 บาท/ปี
          -ทุน Dr.Noriaki Kano มอบทุนสนับสนุนโครงการวิจัยนักศึกษาปริญญาโท
          -ทุน TNI Oversea มอบทุนสนับสนุนการศึกษาและดูงานต่างประเทศระยะสั้น 30,000 บาท/ครั้ง
          -ทุนคู่มิตร ทุนการศึกษาและฝึกงานนักศึกษาทุกระดับ ที่มหาวิทยาลัยคู่มิตร (MOU) ในประเทศญี่ปุ่น ผู้ได้รับทุนจะได้รับการสนับสนุนค่าเล่าเรียน หอพัก ค่าครองชีพ (หรือเฉพาะค่าเล่าเรียน)
          -ทุน AOTS ทุนศึกษาดูงานที่ญี่ปุ่น สำหรับอาจารย์และนักศึกษาปริญญาโท


          หลักสูตรที่เปิดสอน
          คณะวิศวกรรมศาสตร์
          -หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมยานยนต์
          -หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมการผลิต
          คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
          -หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ
          -หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
          คณะบริหารธุรกิจ
          -หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการจัดการอุตสาหกรรม
          -หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์
          -หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ (ญี่ปุ่น)
          หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต
          -สาขาการจัดการอุตสาหกรรม
          หลักสูตรการจัดการวิสาหกิจสำหรับผู้บริหาร
          กำหนดรับสมัครขอทุน
          ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 พฤษภาคม 2551 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ทุนการศึกษา วันพุธที่ 4 มิถุนายน  2551 สัมภาษณ์ผู้มีสิทธิ์ได้รับทุนการศึกษา วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน  2551 และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ได้รับทุนการศึกษา วันอังคารที่ 10  มิถุนายน  2551
          เอกสารประกอบการสมัคร 
          -สำเนาใบรายงานผลการศึกษา 1 ฉบับ
          -สำเนาผลคะแนนสอบ Admission กลาง (กรณีสมัครผ่านระบบ Admission กลางและตรง)
          -สำเนาใบเสร็จรับเงินการขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาและลงทะเบียนเรียน ประจำปีการศึกษา 2551
          -รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 รูป
          -ประวัติและผลงานนักศึกษา (ถ้ามี) ให้นำมาในวันสอบสัมภาษณ์
          สำหรับค่าหน่วยกิตของสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น หน่วยกิตละ 1,200-1,500 บาท ไม่ได้แพงไปกว่าสถาบันอุดมศึกษาเอกชนอื่น ๆ และยิ่งได้เทียบกับความคุ้มค่าเมื่อเรียนจบไปแบบ “เก่ง ดี มีความสุข” เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
          ติดต่อสอบถามที่ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น 1771/1 ถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250 โทร.0-2763-2700, 0-2763-2600 ต่อ 2601-2605
www.tni.ac.th E-mail: tniinfo@tni.ac.th หรือ admission@tni.ac.th


ข้อมูลจาก นิตยสารการศึกษาวันนี้ ฉบับ 381 www.elearneasy.com

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 35 คน กำลังออนไลน์