สมัยก่อนประวัติศาสตร์

มนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์

8UWi49680596-02[1]
นับเป็นเวลาหลายแสนปีแล้วที่มนุษย์ได้จับกลุ่มกระทำการเพื่อประโยชน์ร่วมกันบางอย่าง สังคมมนุษย์ในยุคแรกๆ ยังเป็นสังคมของชนกลุ่มเล็กๆ ที่เร่ร่อนไปตามแหล่งอาหาร การคบหาสมาคมระหว่างกลุ่มยังจำกัด (ปรัชญา เวสารัชช์, 2535,18) นักสังคมวิทยาเรียกสังคมมนุษย์ยุคนี้ว่ามนุษยสมัยก่อนประวัติศาสตร์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ (Pre – historic world ) เริ่มต้นนับจากการปรากฎตัวขึ้นครั้งแรกของมนุษย์จนถึงยุคก่อนจะมีการบันทึกหลักฐานเป็น
ลายลักษณ์อักษร ซึ่งกินเวลาหลายแสนปี บางตำราเรียกระบบความสัมพันธ์สมัยนี้ว่า สังคมดั้งเดิม ( Primitive Society ) สังคมสมัยนี้ถือเป็นการปรับตัวทางสังคมแบบแรกของมนุษยชาติ ผู้คนที่อยู่ในสังคมแบบนี้มักจะมีสมาชิกเผ่าพันธุ์หรือชาติวงศ์เดียวกัน คือมีประวัติความเป็นมาร่วมกัน ภาษาพูดเดียวกันและมีวัฒนธรรมเดียวกัน
มนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์มีชีวิตแบบคนเถื่อนพึ่งพาธรรมชาติเป็นหลัก นักโบราณคดีซึ่งศึกษาเรื่องก่อนประวัติศาสตร์ได้ใช้เกณฑ์เทคโนโลยี แบ่งสมัยก่อนประวัติศาสตร์ออกเป็น 3 ยุค คือ ยุคหินเก่า (Old Stone Age ) ยุคหินใหม่ ( New Stone Age ) และยุคโลหะซึ่งยุคโลหะเองก็แยกเป็น 3
ยุคย่อย ได้แก่ ยุคทองแดง (Copper Age ) ยุคสัมฤทธิ์ (Bronze Age ) และยุคเหล็ก ( Iron Age ) ตามลำดับ 

ยุคหินเก่า


คนในยุคนี้ดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์และเสาะแสวงหาพืชผักผลไม้กินเป็นอาหาร มีการพึ่งพาอาศัยธรรมชาติและสภาวะแวดล้อมอย่างเต็มที่ จึงทำให้ต้องพัฒนาเกี่ยวกับเครื่องมือล่าสัตว์ โดยการพัฒนาอาวุธที่ทำด้วยหินสำหรับตัด ขูดหรือสับ เช่น หอก มีด และเข็ม เป็นต้น
ระบบความสัมพันธ์ทางสังคมพบว่า คนในยุคหินเก่าเริ่มอยู่กันเป็นครอบครัวแล้วแต่ยังไม่มีการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนอย่างแท้จริง เพราะวิถีชีวิตแบบเร่ร่อนไม่เอื้ออำนวยให้มีการตั้งหลักแหล่งถาวร ขณะเดียวกันองค์กรทางการเมืองการปกครองก็ยังไม่เกิดขึ้น สังคมจึงมีสภาพเป็น อนาธิปัตย์ คือ ไม่มีผู้เป็นใหญ่แน่นอน ผู้ที่มีอำนาจมักเป็นผู้ที่มีความแข็งแรงเหนือผู้อื่น
นอกจากนี้ยังพบว่าคนในยุคนี้เริ่มรู้จักแสดงความรู้สึกออกมาในรูปของศิลปะบ้างแล้ว ศิลปะที่สำคัญ ได้แก่ รูปเขียนกระทิงเรียงกันเป็นขบวน ขุดพบภายในถ้ำอัลตะมิระ (Altamira) ทางตอนใต้ของสเปน และภาพสัตว์ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่คนสมัยนั้นล่าเป็นอาหาร พบที่ถ้ำลาสโก (Lascaux) ประเทศฝรั่งเศส เป็นต้น

ยุคหินใหม่


คนในยุคหินใหม่ได้เริ่มปฏิวัติการครองชีพด้วยการเปลี่ยนวิถีชีวิตจากการล่าสัตว์และหาของป่ามาเลี้ยงสัตว์และทำการเพาะปลูกแทน ถือเป็นการปฏิวัติทางสังคมและเศรษฐกิจครั้งสำคัญของมนุษยชาติ
สภาพทางสังคมพบว่าคนต้องการหักร้างถางพงสำหรับการเพาะปลูกมีการทำคอกสำหรับขังสัตว์และสร้างที่พักอาศัยอย่างถาวรแทนการเร่ร่อน เมื่อหลายครอบครัวอาศัยอยู่รวมกันเป็นหมู่บ้าน จึงถือว่าหมู่บ้านเกษตรกรเหล่านี้คือหมู่บ้านแห่งแรกของโลก
เทคโนโลยีของคนในยุคหินใหม่ทำขึ้นจากวัสดุหลายชนิด เช่น หิน กระดูก และเขาสัตว์ ที่แตกต่างจากคนในยุคหินเก่าคือ เครื่องมือเครื่องใช้เหล่า นั้นมีประโยชน์ใช้สอยและปราณีตมากขึ้น เครื่องมือที่สำคัญคือ ขวานหินด้ามไม้ และเคียวหินเหล็กไฟ เป็นต้น นอกจากนี้ยังสร้างงานหัตถกรรมในครัวเรือนอีกหลายอย่างได้แก่ เครื่องปั่นด้าย เครื่องทอผ้า เครื่องจักสานและเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งมักทำขึ้นอย่างหยาบๆ ไม่มีการตกแต่งลวดลายมากนัก
ในด้านศิลปะพบว่า คนในยุคหินได้มีการปั้นรูปสตรีและทารกลักษณะคล้ายรูปแม่พระธรณีอันเป็นสัญลักณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณ ธัญญาหารชุมชนยุคหินใหม่ที่เก่าแก่ที่สุดพบในตะวันออกกลาง บริเวณที่เป็นประเทศตุรกี ซีเรีย อิสราเอล อิรัก ภาคตะวันออกของอิหร่าน และเลยไปถึงอียิปต์ในทวีพแอฟริกาในปัจจุบัน

ยุคโลหะ
คนยุคโลหะเริ่มรู้จักการใช้ทองแดงและสัมฤทธิ์มาทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องประดับในส่วนของกิจกรรมเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ได้มีการ พัฒนาให้มีประสิธิภาพมากยิ่งขึ้นวิถีชีวิตของคนในยุคโลหะได้เปลี่ยนจากสภาพความเป็นอยู่แบบชุมชนเกษตรมาเป็นชุมชนเมือง ซึ่งเมืองดังกล่าวต่อมาได้กลายเป็นศูนย์กลางของการเกษตรกรรม การปกครองและสังคมความสัมพันธ์ทางสังคมของคนในยุคนี้จะอยู่กันแบบเครือญาติ (Kinship ralations) มีความรักใคร่กลมเกลียวและผูกพันอย่างใกล้ชิดเพราะเป็นสังคมขนาดเล็ก การจัดระเบียบทางสังคมจะเป็นไปแบบของตระกูล (Clan) และหมู่บ้าน (Village) มากกว่าที่จะเป็นไปในสังคมแบบปัจจุบัน
ในด้านความเชื่อพบว่า คนในสังคมเกษตรกรรมจะมีความเชื่อในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจที่ไม่มีตัวตนอย่างเข้มข้นทั้งนี้เพราะมีประสบการณ์ ว่าอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวอยู่เหนืออำนาจของมนุษย์ ดังนั้นคนในสมัยนั้นจึงได้คิดลัทธิวัญญาณ (Animism ) ขึ้นมา (Kimball Young และ Raymand W. Mack, 1927,376) เพื่อคุ้มครองป้อนกันตนเองและกลุ่ม ขณะเดียวกันผู้คนก็พยายามนำตนเองเข้าไปใกล้ชิดกับอำนาจลึกลับนั้น ผ่านกระบวนการของพิธีกรรม และการเซ่นสรวงบูชา จนเกิดเป็นระบบศาสนาและขนบธรรมเนียมในเวลาต่อมา

1.1.2 มนุษย์สมัยประวัติศาสตร์
มนุษย์เข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์เมื่อได้มีการจดบันทึกเรื่องราวของตนไว้เป็นหลักฐานขึ้นครั้งแรก สภาพสังคมและการเมืองสมัยนี้มีการเปลี่ยน แปลงไปมาก เนื่องจากหมู่บ้านแบบเกษตรกรรมได้ขยายใหญ่โตกลายสภาพมาเป็นเมือง เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ทางสังคมของคนใน สมัยประวัติศาสตร์จะขึ้นอยู่กับอาชีพและตำแหน่งหน้าที่ทางสังคม 
1.1.3 มนุษย์สมัยอารยธรรมโบราณ
วิวัฒนาการทางสังคมถัดจากสมัยประวัติศาสตร์ก็คือ สมัยอารยธรรมโบราณ อารยธรรมโบราณคือ ความเจริญรุ่งเรืองที่สัมพันธ์กับมิติของการเวลา ณ ช่วงในช่งหนึ่งในอดีต โดยทั่วไปอารยธรรมโบราณมักก่อตัวขึ้นในบริเวณลุ่มแม่น้ำสายสำคัญ เช่น ลุ่มแม่น้ำไนล์ ลุ่มแม่น้ำสินธุ ลุ่มแม่น้ำโขง เป็นต้น ในที่นี้จะขอกล่าวถึงอารยธรรมโบราณซึ่งอาจแบ่งออกกว้างๆ เป็น 2 กระแสหลักได้แก่ อารยธรรมโบราณตะวันตก และอารยธรรมโบราณตะวันออกดังนี้ 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 58 คน กำลังออนไลน์