ทาโกยากิ {แค่พูดก็นำยายเยิ้มแล้ว}

รูปภาพของ sss29122

เรื่องน่ารู้ของทาโกยากิ

“ทาโกยากิ” หรือที่บางท่านเรียกว่า “ขนมครกญี่ปุ่น” นั้น แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า ปลาหมึกอบ ปลาหมึกปิ้ง หรือปลาหมึกทอด (ทาโกะคือปลาหมึก ส่วนยากิคือทอด ปิ้ง หรืออบ) ซึ่งความจริงแล้ว มันก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะมันเรียกยากอยู่เหมือนกันนะ ใครบอกได้บ้างล่ะ ว่ากิริยาอาการเวลาขนมครกมันสุกอยู่บนเตาเขาเรียกว่าอะไร ปิ้งก็ไม่ใช่ ย่างก็ไม่ใช่ แต่คนญี่ปุ่นเขาเรียกว่าทอด/ปิ้ง/อบ ก็ตามเขาไปแล้วกัน เอ้า! เข้าเรื่องต่อ
ทาโกยากิคือขนมรูปร่างกลมๆมีขนาดประมาณ 3-5 เซนติเมตร ถือเป็นของว่างชนิดหนึ่งของคนญี่ปุ่นค่ะ เห็นรูปร่างหน้าตากลมๆอย่างนั้น แต่มันก็ไม่ได้มีแค่แป้งกับปลาหมึกเป็นส่วนประกอบหลักๆหรอกนะจะบอกให้ ยังมีขิงแดง พืชชนิดหัวของประเทศญี่ปุ่นที่เรียกว่าคอนยัคคุ และหัวหอมอีกด้วย นอกจากนั้นยังต้องมีการราดหน้าทาโกยากิด้วยซอสสีดำๆซึ่งเป็นซอสชนิดเดียวกับอาหารว่างอีกจานหนึ่งคือโอโคโนมิยากิ บางคนขอบีบซอสมายองเนสใส่อีกเล็กน้อย แถมมีปลาฝอย หรือที่เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า คัทซึโอโบชิ โรยหน้าเข้าให้อีกเพื่อเพิ่มความอร่อย โอย...อยากหม่ำ...
เขาว่ากันว่า คนในแถบคันไซของประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าแรกที่ทำให้ขนมทาโกยากิโด่งดังขึ้นมาทั่วประเทศญี่ปุ่น และทั่วโลก แต่ทาโกยากิก็ไม่ได้เป็นอาหารต้นตำหรับหรอกนะคะ เพราะว่าทาโกยากินั้น ได้รับการดัดแปลงมาจากขนมที่ทำมาจากแป้งชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “อากาชิยากิ” (Akashiyaki) หรือที่มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “อากาชิ โนะ ทามาโกยากิ” ค่ะ เจ้าขนมชื่อยาวนี้ก็มีหน้าตาคล้ายๆทาโกยากิ คือเป็นก้อนกลมๆทำมาจากแป้งและไข่ มีการใส่ไส้ปลาหมึกเข้าไปข้างในก่อนเอาไปย่างค่ะ ส่วนเวลาทานก็ต้องจิ้มซอสชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ดาชิ” (Dashi) ซึ่งเจ้าขนมชนิดนี้ก็มีถิ่นกำเนิดที่เมืองอากาชิ ในจังหวัดเฮียวโกะ ในแถบคันไซ ชื่อ “อากาชิ” ของขนมก็มาจากชื่อเมืองนี่เองค่ะ แต่คนพื้นเมืองเขาไม่เรียกชื่อเต็มๆกันหรอกนะคะ เขาจะเรียกสั้นๆว่า “ทามาโกยากิ” เท่านั้น อ้อ ลืมบอกไปค่ะว่าช่วงที่อากาชิยากิโด่งดังอยู่ในช่วงปี ค.ศ.1933ค่ะ และหลังจากนั้นก็เกิดการดัดแปลงส่วนผสมจนเกิดทาโกยากิขึ้นในเวลาต่อมา
ขนมทาโกยากินั้นแพร่หลายอยู่ในแถบคันไซเรื่อยๆจนกระทั่งในปี ค.ศ.1990เป็นต้นมาก็มีการเปิดร้านทาโกยากิในแถบคันโต และทั่วประเทศญี่ปานขึ้นค่ะ ร้านทาโกยากิแห่งแรกๆก็มีที่ชิบุยะ และหลังจากนั้นก็มีร้านจากแถบคันไซเข้ามาเปิดสาขาในโตเกียวกันมากขึ้น และได้รับความนิยมมากๆ เพราะว่าคนโตเกียวก็อยากทานทาโกยากิที่มีรสชาติแบบต้นตำหรับไงคะ ส่วนทาโกยากิของคนโตเกียวเขาก็มีการดัดแปลงสูตรกันบ้างเล็กน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นการเพิ่มส่วนผสม อย่างเช่น ผักกะหล่ำปลีเข้าไปนั่นเอง บางร้านหนักข้อถึงขั้นใส่น้ำซุปเข้าไปเป็นหนึ่งในส่วนผสมของแป้งด้วย บางร้านนิยมฝรั่งจัด มีการโรยชีสด้วยล่ะ เรียกได้ว่า ทาโกยากิในโตเกียวนี่มีหลากหลายแบบให้เลือกทานกันเลยทีเดียว
ปละถ้าใครยังไม่เชื่อในความโด่งดังของขนมกลมๆลูกนี้อีกต้องเปลี่ยนใจแน่ เพราะเจ้าทาโกยากินี้ได้รับความนิยมอย่างแรงถึงขั้นมีซีดีเพลงชื่อ “ทาโกยากิ โนะ อุตะ” ออกวางจำหน่ายกันในปี ค.ศ.2002 ด้วยล่ะ!!! อย่าถามเชียวนะว่าเขาร้องกันยังไง ไม่อยากจะเดาเลย โอ้ หรือ เป็นเพลงรัก ฉันรักเธอ เธอรักฉัน เรามากินทาโกยากิกัน อะไรแบบนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วเพลงนี้ก็ขายได้ถึงประมาณกว่า 1 ล้านแผ่นในเมืองโอซาก้าเลยล่ะ แหม ก็คนคันไซเขารักทาโกยากินี่นา
แล้วซีดีเพลงนี้ก็ได้รับความนิยมในประเทศเกาหลีใต้ด้วย ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะ อาจจะมีคนสงสัยกันว่าใครกันจะซื้อไปฟัง แต่ที่แน่ๆก็ร้ายทาโกยากิที่เปิดขายกันให้เกลื่อนเมืองนี่ล่ะ
เอ้า มาถึงเรื่องราคากันบ้าง อืม...ทาโกยากิ บ้านเราเท่าไหร่นะ? รู้สึกว่า ทาโกยากิหนึ่งจานมี 6 ลูก ของร้านอาหารญี่ปุ่นชือ่เหมือนภูเขาไฟ (ร้าน “ฟูจิ” นั่นเอง) ร้านนั้นจะราคาอยู่ที่ 80 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ่นก็ถือว่าแพงทีเดียวล่ะ ถ้าเป็นร้านที่มีที่นั่ง ดูดีหน่อย ราคาทาโกยากิ 5-8 ลูก มีราคาอยู่ที่ประมาณ 200-400 เยน หรือประมาณ 60-120 บาท (เมื่อนำเงินเยนมาเทียบกับเงินบาทจะได้อัตราการแลกเปลี่ยนคือ 30 บาท : 100 เยน) ถ้าเป็นร้านข้างถนนจะมี 7 ลูก แค่ 100 เยนหรือประมาณ 30 บาทเท่านั้น (โดยเฉพาะเมืองแถบคันไซจะถูกกว่า)
ใครไม่มีเวลาออกไปหาซื้อ เขาก็มีทาโกยากิแช่แข็งขายกันด้วยนะเอ้า! นอกจากนั้นยังมีร้านทาโกยากิที่ให้ลูกค้าทำทาโกยากิกินเอง แต่...เนื่องจากยังไม่มีร้านแบบนี้ในประเทศไทยของเรา เราก็เลยจะมาสอนวิธีการทำทาโกยากิให้ยังไงล่ะ (แล้วก็มาบุกเบิกธุรกิจใหม่กันเลย)
ก่อนอื่น เราต้องีมกระทะหลุมที่ใช้ทำทาโกยากิโดยเฉพาะ กระทะดังกล่าวมีขายในเมืองไทยแน่นอน เคยเห็น เพราะฉะนั้นไปซื้อกันมาเลย มีกระทะแล้วก็ไปช้อปปิ้งส่วนผสมกันต่อ ส่วนผสมที่จำเป็นคือ...

ส่วนผสม
1. แป้ง 1 ถ้วย
2. น้ำมันพืช
3. ซุปดาชิ ½ ถ้วย
4. ไข่ 2 ใบ
5. หนวดปลาหมึกต้ม
6. หัวหอมหั่นฝอย ½ ถ้วย
7. กุ้งแห้งฝอย ½ ถ้วย
8. ขิงแดงหั่นฝอย ½ ถ้วย
9. ปลาฝอย ซอสและมายองเนส สำหรับราดหน้าทาโกยากิ

วิธีทำ
ผสมแป้งซุปดาชิและไข่คนให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว และข้นเหมือนแป้งขนมครก ในระหว่างนั้น อุ่นกระทะให้ร้อนและใช้น้ำมันพืชเช็ดใฝนหลุมของกระทะ เทแป้งที่ผสมแล้วให้ถึงขอบหลุม ใส่หนวดปลาหมึก ขิงแดง และหัวหอมเข้าไปตรงกลาง แล้วก็รอจนแป้งด้านในนั้นสุก แล้วจึงค่อยๆใช้ไม้ชิ้นเล็กๆ (ไม้จิ้มฟันก็ได้) พลิกทาโกยากิด้านที่สุกแล้วขึ้น ด้านบนไม่ต้องห่วงว่ามันจะไม่กลมค่ะ เพราะยังไงๆมันก็จะกลมเพราะแป้งมันพอง พอสุกแล้วก็เอาใส่จาน เสิร์ฟพร้อมซอส ปลาฝอยและมายองเนส

เรียบร้อยแล้วเราก็ได้ทาโกยากิมาทานเล่นกัน 1 จาน ไม่รู้ว่าบวกค่าโน่นค่านี่ แถมค่ารถไปหาซื้อกระทะทาโกยากิจะคุ้มหรือเปล่า แต่แหม เอามัน...
รู้ไหมเขาถึงให้ไม้ทาโกยากิมา 2 อันเสมอ ไม่ใช่เพราะจะให้หนุ่มสาวทานกัน 2 คน จู๋จี๋แล้วร้องเพลง “ทาโกยากิ โนะ อุตะ” กันหรอก แต่เป็นเพราะว่า เขากลัวว่าเจ้าลูกทาโกยากิกลมๆนั่นมันจะลื่น มีไม้ให้ 2 ไม้นั้นจะได้เอาไว้ใช้ “คีบ” ในเวลาที่จิ้มไม่ได้นั่นเอง ตกลงขนมชนิดนี้คนโสดทานได้ คนไม่โสดทานดีนะคะ

 

สร้างโดย: 
เด็กหญิง ธยานี ขมิ้นผง ม.1/8 เลขที่ 7 ร.ร สตรีศรีสุริโยทัย
รูปภาพของ sss29122

หนุมาส่งงานแล้วค่ะ {อย่าลืมให้คะแนนเยอะๆๆด้วยน่ะค่ะ}

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 142 คน กำลังออนไลน์