ประเพณีเเละวัฒนธรรมเมืองตราด

รูปภาพของ sss29151

 

ประเพณีวัฒนธรรม

เมืองตราดมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว มีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย อุปนิสัยดั้งเดิมของคนตราด เป็นคนใจดีมีเมตตากรุณาสูง เข้มแข็ง อดทน หากเราได้ศึกษาถึงชีวิตความเป็นอยู่ของบรรพบุรุษที่ได้สร้างสรรค์สิ่งดีงามเอาไว้ ก็เท่ากับเราได้ช่วยสืบสานวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีคุณค่านี้ไว้ เช่น การแต่งกาย การกินอยู่ กิริยามารยาท ประเพณีที่คนในท้องถิ่นยึดถือปฏิบัติ เป็นต้น

  • การแต่งกาย

การแต่งกายของชาวตราด ได้พัฒนามาตามยุคตามสมัยอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมีความใกล้เคียงกับภาคกลางมาก ในอดีตชาวตราดจะนิยมทอผ้าใช้กันเองแทบทุกครัวเรือน แต่ต่อมาเมื่อมีเสื้อผ้าสำเร็จรูปจำหน่ายผู้คนจึงนิยมซื้อหามาใช้มากขึ้น ชายฐานะดีนิยมนุ่งกางเกงแพรสีดำเรียกว่า ปังลิ้น (ปังหลิน) ถ้าเป็นคนหนุ่มจะนุ่งกางเกงแพรหลากสีสวมเสื้อคอกลม แขนสั้นแบบเสื้อกุยเฮง แต่ก็ยังมีบางส่วนที่นิยมนุ่งโจงกระเบน และขณะอยู่กับบ้านจะนุ่งกางเกงขาก๊วย ผ้าขาวม้าคาดเอวผู้หญิง เมื่ออยู่บ้าน จะนุ่งผ้าถุงสวมเสื้อคอกระเช้า หรือใช้ผ้าคาดอกกับผ้าโจงกระเบน ส่วนผู้สูงอายุนุ่งผ้าโจงกระเบน สวมเสื้อคอกระเช้า เมื่อไปงานพิธีการต่าง ๆ นิยมสวมเสื้อคอกลมแขนสั้นและเสื้อคอกลมแขนกระบอก

การแต่งกายของชาวตราดในอดีต เป็นตัวอย่างที่ดีแก่อนุชนรุ่นหลังเรื่องความประหยัดในการเลือกใช้เสื้อผ้าตามฐานะความเป็นอยู่ ตลอดจนรูปแบบการสวมใส่ยังคำนึงถึงวัฒนธรรมอันดีงาม และความเหมาะสมกับสภาพดินฟ้าอากาศของเมืองตราดอีกด้วย

  • ประเพณีที่คนในท้องถิ่นยึดถือปฏิบัติ

ประเพณีที่คนในท้องถิ่นยึดถือปฏิบัติ เป็นวิถีชีวิตตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย เช่น ประเพณีเกี่ยวกับการเกิด การบวช การแต่งงาน การปลูกสร้างบ้านเรือน และการตาย ที่แฝงไปด้วยลักษณะขั้นตอน พิธีการ ตลอดจนความเชื่อ ข้อห้ามข้อปฏิบัติ ที่มีคุณค่าควรแก่การบันทึกไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเพื่อสืบทอดคุณลักษณะที่ดีงาม

  • การเกิด

สมัยก่อนการแพทย์แผนปัจจุบันไม่เจริญก้าวหน้าเช่นปัจจุบันนี้ การคลอดบุตรจะคลอดที่บ้านเมื่อมีคนครรภ์แก่ใกล้คลอด ญาติจะไปตามหมอตำแยมาคอยช่วยเหลือดูแลอย่างใกล้ชิด (หมอตำแย คือ หมอที่ทำคลอดซึ่งเป็นคนในหมู่บ้าน) คำสอนที่ปฏิบัติสืบกันมา ระหว่างตั้งครรภ์จะต้องทำจิตใจให้ผ่องใส ทำบุญให้ทาน สวดมนต์ไหว้พระเจริญภาวนา แผ่เมตตาและตั้งจิตอธิษฐานให้ลูกมีอาการครบ ๓๒ ว่านอนสอนง่าย มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด อีกประการหนึ่งที่น่าสนใจคือ ผู้ใหญ่จะห้ามหญิงตั้งครรภ์กล่าวตำหนิคนที่มีข้อบกพร่องต่าง ๆ เช่น คนพิการ คนที่มีรูปร่างไม่สมประกอบ จมูกใหญ่ ปากแบ้เพราะเชื่อว่าจะมีผลต่อลูกในท้องที่เกิดมาจะเป็นเช่นนั้น ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ห้ามนั่งคาบันไดเชื่อว่าทำให้คลอดลูกยาก หญิงตั้งครรภ์จะต้องระมัดระวังเรื่องการพูดจา กิริยามารยาทเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่ในเรื่องอาหารการกินก็มีข้อห้ามมากมาย เช่น ไม่ให้กินของหมักดอง อาหารที่มีรสจัดเกินไปหรือจำพวกเผือกมันจะทำให้ตัวลูกสกปรก

เมื่อคลอดลูกแล้ว หมอตำแยจะตัดสายสะดือเด็กแต่ก่อนจะตัดสายสะดือต้องดูว่ารกออกหมดแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่ออก ต้องเอารก ออกให้หมดก่อน (เพราะรกเปรียบเสมือนปอดของเด็ก) แล้วจึงค่อยตัดสายสะดือ ซึ่งต้องใช้ด้ายมัดไว้ทั้งสองส่วน คือส่วน ที่ติดกับ ตัวเด็กและส่วนที่ติดกับรก ตัดสายสะดือด้วยไม้หลอด (เป็นไม้ตระกูลไม้ไผ่ที่ใช้ทำเป็นหลอดปั่นด้ายสมัยก่อนจึงเรียกว่า ไม้หลอด) เสร็จแล้วจึงนำเด็กไปทำความสะอาด จากนั้นก็เอาผ้าห่อเด็กเพื่อให้เกิดความอบอุ่น ช่วงนี้จะมีญาติผู้ใหญ่เอากระด้ง ที่ปูด้วยผ้ามารับเด็กถ้าเป็นเด็กชาย จะใส่สมุด ดินสอ ไว้ในกระด้งด้วยมีความเชื่อว่าเด็กคนนี้จะได้เรียนเก่ง ถ้าเป็นเด็กหญิงจะใส่เข็มด้ายเชื่อว่าโตขึ้นจะได้เป็นแม่บ้านแม่เรือน คนที่เอากระด้งมารับเด็กนั้นเขาจะเรียกว่า “แม่ทูนหัว”

เมื่อลูกพ้นท้องแล้ว หมอตำแยจะเอายาประสะผิวมะกรูดเป็นยาขับเลือด ให้แม่กิน ส่วนรกนั้นเอาเกลือโรยแล้วห่อผ้าไป ฝังไว้ ที่ใจกลางเตาไฟใต้แคร่ที่แม่อยู่ไฟ ซึ่งเรียกว่าหม้อรก หม้อราก รกจะแห้งไปเอง หรือนำใส่หม้อดินไปฝังไว้ที่ต้นไม้มีที่มีมงคลนามเช่น ต้นขนุน เป็นที่มาของคำถามว่ามีรกรากอยู่ที่ไหนก็คือ ถิ่นที่เกิดนั่นเอง เมื่อคลอดบุตรแล้วต้องอยู่ไฟ ๗-๙ วัน เพื่อให้ร่างกาย เกิดความอบอุ่นทั้งแม่และลูกการอยู่ไฟจะต้องมียันต์ตรีนิสิงเห และผูกสายสิญจน์ล้อมรอบบริเวณห้องที่อยู่ไฟ คนไปเยี่ยมต้องรู้เคล็ดห้ามพูดว่าร้อนและไม่ให้ทักเด็กว่าน่ารัก ให้ทักว่าน่าเกลียดน่าชัง เป็นต้น

หญิงหลังคลอดต้องงดของแสลงอย่างน้อย ๔ เดือนได้แก่ ของหมักดอง มะนาว ข้าวเหนียว ก๋วยเตี๋ยว ขนมครก และน้ำแข็ง เชื่อว่าหากไม่งดของแสลงจะทำให้เป็นผลเสียแก่ร่างกายเมื่ออายุมาก เช่น หูรูดกระเพาะปัสสาวะเสื่อมทำให้กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ถ้าอยู่ไฟน้อยวันเกินไป เมื่อเห็นฝนตั้งเค้าจะมีอาการหนาวสั่น ถ้าต้องการมีน้ำนมมากให้กินแกงเลียงหัวปลี ให้มดลูกเข้าอู่เร็ว ต้องทับหม้อเกลือ ให้ร่างกายสดชื่นแข็งแรงต้องเข้ากระโจมอบสมุนไพร และรักษาแผลช่องคลอดด้วยการอบสมุนไพร ความเชื่อที่น่าสนใจอีก เรื่องหนึ่งคือ เมื่อสะดือเด็กหลุดแล้วรักษาแผลสะดือโดยใช้พิมเสนโรยรักษาแผลส่วนสายสะดือนั้นเก็บไว้ เวลาเด็กปวดท้องให้เอาสายสะดือมาฝนกับเหล้าให้เด็กกิน และเมื่อมีลูกคนต่อ ๆ ไปก็จะนำสายสะดือไปเก็บไว้รวมกันเชื่อว่าเด็กจะรัก สามัคคี ไม่รังแกกัน แม้เป็นลูกผู้พี่ผู้น้องที่อยู่บ้านเดียวกันก็จะเอาไว้รวมกันด้วย

การเกิดลืมตามาดูโลกภายใต้ความอบอุ่นเช่นนี้ประกอบกับความเชื่อในเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นภูมิปัญญาถ่ายทอด กันมานับเป็น วิถีชีวิตที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง มิใช่เรื่องเหลวไหล แต่มีเหตุมีผลในตัวเองทุกเรื่องจึงทำให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่อบอุ่น มีความผูกพันฉันญาติมิตร คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันตลอดมา

  • การบวช

ครอบครัวใดมีกุลบุตรอายุครบ ๒๐ ปี มีศรัทธาที่จะอุปสมบทในพุทธศาสนา บิดามารดาจะเป็นผู้นำไปฝากกับเจ้าอาวาสวัดใกล้บ้าน พระอุปัชฌาย์จะเป็นผู้กำหนดวันบวชและตั้งฉายาให้ งานบวชเริ่มก่อนวันเข้าพรรษาราวเดือน ๕ เดือน ๖ เป็นต้นไป ก่อนบวชต้อง นำผู้บวชไปฝากวัดเพื่อฝึกขานนาคและศึกษาวัตรปฏิบัติของสมณเพศอย่างน้อย ๗-๑๕ วัน(นิยมฝากวัดในวันพฤหัสบดีถือว่าเป็นวันครู)

การจัดงานบวชนิยมจัด ๓ วัน วันแรก เรียกว่า วันสุกดิบ เป็นวันเตรียมอาหารคาวหวานไว้ทำบุญในวันรุ่งขึ้น ส่วนผู้บวชจะต้องไปโกนผม ที่วัด นุ่งห่มสีขาว สวมใส่เครื่องประดับตามฐานะเรียกว่า นาคตอนเย็นทำบุญสวดมนต์เย็นและทำขวัญนาคโดยหมอทำขวัญ ที่มีชื่อเสียงในหมู่บ้าน (หรือจากที่อื่น) ในพิธีมีฆ้องโหม่ง บายศรีต้น แว่นเทียน เป็นการเรียกขวัญและสอนนาคให้มี ความกตัญญูกตเวทีต่อบิดามารดา วันที่สอง เป็นวันอุปสมบทเจ้าภาพนิยมถวายภัตตาหารเช้าเพลแด่พระสงฆ์ และนำนาคไปอุปสมบทตอนบ่าย อาหารหวานที่ใช้ในงานบวช ได้แก่ ข้าวเหนียวแก้ว ประกอบด้วยของขาว ๓ อย่างคือ ข้าวเหนียวขาว น้ำตาลทรายขาว กระทิสีขาวแสดงถึงความบริสุทธิ์ และศรัทธาของผู้บวชทั้งกาย วาจา และใจ วันที่ ๓ เป็นวันฉลองพระบวชใหม่ เจ้าภาพต้องเตรียมบายศรีปากชาม ๑ ชุด พานใส่ข้าวตอกดอกไม้มีเทียนปักไว้ ๑ เล่มเพื่อให้พระใหม่จุดขณะเริ่มพิธี (หรืออื่นๆ ตามความเหมาะสม) ของหวานที่นิยมใช้ได้แก่ ข้าวเหนียวเหลือง ข้าวตอกน้ำกระทิ ซึ่งมีความหมายว่า พระบวชใหม่จะมีความเจริญ ก้าวหน้ามุ่งมั่นศึกษาพระธรรมวินัยด้วยความบริสุทธิ์ แต่โบราณมาต้องบวชอย่างน้อย ๑ พรรษาขึ้นไปจึงจะลาสิกขาได้

  • การแต่งงาน

เมื่อหนุ่มสาวตกลงใจจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ฝ่ายชายจะเป็นผู้ไปปรึกษาหารือกับบิดามารดา จัดหาผู้ใหญ่ที่เป็นคนดี มีชีวิตครอบครัวราบรื่น ให้เป็นเฒ่าแก่ไปทาบทาม สู่ขอ หมั้น และแต่งงานตามลำดับ เมื่อฝ่ายหญิงตอบตกลงแล้ว เฒ่าแก่ก็จะหาฤกษ์กำหนดวันหมั้น วันเแต่งงาน ฝ่ายชายต้องจัดเตรียมขันหมากหมั้นประกอบด้วยของหมั้นตามที่ตกลงกันไว้ เช่น เงินสี่หมื่น ทองคำสี่บาท จันอับ สุราและขนมอื่น ๆ ตามสมควร เมื่อเสร็จพิธีแล้วฝ่ายหญิงจะนำขนมไปไหว้ปู่ย่าตายาย ที่เหลือก็แจกญาติมิตรที่มาร่วมงาน

ขั้นตอนสุดท้ายคือ วันแต่งงาน ฝ่ายชายต้องจัดเตรียมขบวนขันหมาก ประกอบด้วยขันหมากเอก ๔ ขัน เรียกว่า ขันเงิน ขันทอง ขันนาก และขันหมาก ภายในขันแต่ละขันประกอบด้วย ใบเงิน ใบทอง ใบนาก ใบรัก อย่างละ ๙ ใบ หมาก ๒ หรือ ๓ คู่ พลู ๔ เรียง พานถั่ว ง า กิมฮวยและอั้งติ๊ว อ้อย ๒ มัด มัดหนึ่ง ๒ ลำ อีกมัดหนึ่ง ๓ ลำ กล้วย ขนมเปียก (กาละแม) ข้าวเหนียวกวน ขนมทอด พิมพ์ข้าวตอก จันอับ ขาหมู ผ้าไหว้ มี ๒ ชนิด ได้แก่ ผ้าไหว้ผี ใช้ผ้าขาว และผ้าไหว้บิดามารดา สุรา ส้ม มะพร้าวอ่อน ๒ ถาด ๆ หนึ่ง ๒ ผล อีกถาดหนึ่ง ๓ ผล เทียน จะมีขนมและผลไม้อื่น ๆ อีกก็ได้ แต่ละชนิดต้องจัดเป็นคู่ ๆ

ส่วนฝ่ายหญิงเป็นผู้จัดเตรียมภัตตาหารเช้าถวายพระภิกษุสงฆ์เพื่อเป็นสิริมงคล และอาหารสำหรับต้อนรับแขกในวันแต่งงาน ใช้อาหารคาว หวานที่มีชื่อหรือลักษณะที่เป็นมงคล ได้แก่ ขนมชั้น ข้าวเหนียวเหลือง ขนมจีน วุ้นหน้า ขนมฟัก ทองหยิบ ทองหยอด ฯลฯ และเป็นผู้เตรียมพิธีไหว้เทวดา ไหว้ผีบรรพบุรุษ โดยแบ่งขนมในขบวนขันหมากและผลไม้ไหว้เทวดา ใช้ผ้าขาวจากขันหมาก ๑ ผืน หมากพลู ๔ คำ เงิน ๔ บาท ขนมจีนแกงไก่ ขนมเปียก ข้าวเหนียวกวน และจันอับ อย่างละ ๔ กอง สำหรับไหว้ผี นำของทั้งหมดวางบนใบตองทางสวย ๆ จำนวน ๓ ทาง ให้ญาติฝ่ายหญิงเป็นผู้ไหว้ผีเชิญ ให้มารับเครื่องสังเวย และรับทราบงานมงคลของลูกหลาน เพื่อจะได้ช่วยคุ้มครองให้ลูกหลานที่อยู่ข้างหลังอยู่เย็นเป็นสุข

อาหารที่มีชื่อและลักษณะไม่เป็นมงคล ไม่นิยมใช้ในงานแต่งงาน ได้แก่ อาหารประเภทยำ ต้มยำ ห่อหมก ฯลฯ ผลไม้ที่มีขน มีหนาม ได้แก่ ทุเรียน เงาะ ระกำ มังคุด เป็นต้น

  • ประเพณีการปลูกบ้านสร้างเรือน

บ้าน ” เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของคนเรา ชาวตราดจึงต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษในการปลูกบ้านสร้างเรือน เริ่มตั้งแต่ เลือกสถานที่ เลือกชนิดไม้ที่จะนำมาใช้ปลูกบ้าน เลือกวันดี ก่อนลงมือปลูกบ้าน ช่างจะเป็นผู้วางผังบ้านโดยเลือกทิศทางที่เป็นมงคล โดยไม่นิยมหันหน้าบ้านไปทางทิศทั้ง ๘ เมื่อวางผังบ้านเรียบร้อยแล้ว ก่อนขุดหลุมฝังเสาต้องทำพิธีเซ่นเจ้ากรุงพาลี โดยขดกาบกล้วยเป็นรูปสามเหลี่ยม เรียกว่า “บาน” ไปวางไว้กลางผังบ้าน โดยขุดหลุมเป็นสามเหลี่ยมและเอาบานวางลงในหลุม ทำกระทงใส่ผักพล่าปลายำ แล้วนำไปวางที่บานทั้งสามมุม ใส่เงินค่าครูหกสลึง ขนมต้มขาว ขนมต้มแดง ๑ สำรับ สำหรับผู้ทำพิธีเซ่นเจ้ากรุงพาลีจะต้องเป็นคนดีมีศีลธรรม มีสัจจะ ซื่อสัตย์ และได้เล่าเรียนมาจากบรรพบุรุษ ในวันทำพิธีจะนุ่งห่มด้วยผ้าขาวคล้ายพราหมณ์ เพื่อบอกกล่าวเจ้ากรุงพาลีให้มารับเครื่องเซ่นไหว้และขอท่านช่วยคุ้มครอง ให้การปลูกบ้านเป็นไปด้วยความราบรื่นอยู่เย็นเป็นสุข เสร็จพิธีแล้วเอาดินกลบหลุมบาน

 

ตอนเย็นจะเตรียมขุดหลุมเสาบ้านทั้งหมดไว้แล้วนำเสามาวางไว้ใกล้ ๆ ปากหลุม จะหันหัวเสาไปทางทิศใดต้องไม่ตรงกับทิศผีหลวงประจำวันนั้น ๆ พอเช้ามืด ช่างปลูกบ้านจะเริ่มทำขวัญเสา นิยมนำใบบัว ขี้วัวดำ ใบเงิน ใบทอง เงิน ใส่ก้นหลุม พร้อมด้วยขนมต้มขาวและขนมต้มแดงสำหรับไหว้ครู ๑ สำรับ อาศัยฤกษ์ที่เป็นสิริมงคล ๓ ฤกษ์ คือ อรุโณ (ยังมืดอยู่) อรุณยโข (สว่างพอดี) อรุณยกาลัง (ตะวันขึ้นเต็มดวง)

เสาแรก เสาขวัญ คือ เสาที่อยู่ทางทิศตะวันออก ปัจจุบันเรียกว่า เสาเอก เสาโท ต้นหนึ่งเรียกว่า เสาแรก อีกต้นหนึ่งเรียกว่า เสาขวัญ เสาทั้ง ๒ ต้นนี้ก่อนลงหลุมจะนำต้นกล้วย ต้นอ้อย สร้อยทอง แหวน เงิน (อย่างใดอย่างหนึ่ง) ประดับหัวเสา ส่วนเสาแรกใช้ผ้าขาวม้า-เสื้อ และเสาขวัญใช้ผ้าถุง-เสื้อ หุ้มต้นกล้วย ต้นอ้อยให้ติดกับหัวเสา เสร็จแล้วจึงยกเสาแรกเสาขวัญลงหลุมและตามด้วยเสาต้นอื่น ๆ จนครบทุกต้น เสร็จแล้วจึงใส่เครื่องบน มุงหลังคา ปูพื้น กั้นฝา ตามลำดับ

ช่างปลูกบ้านในอดีตจะต้องมีความรู้เรื่องเรื่องฤกษ์ยาม และฤกษ์ที่เป็นมงคล เชื่อว่าถ้าปลูกบ้านฤกษ์ไม่ดี สถานที่ไม่ดี เช่น คร่อมตอ หันหน้าขึ้นเนิน หันหน้าบ้านไปทางทิศใหญ่จะทำให้คนในบ้านอยู่ไม่มีความสุข ทำมาหากินไม่คล่องตัว

  • การจัดงานศพ

ถ้าคนในครอบครัวป่วยหนัก ญาตินิยมนิมนต์พระมาสวดเจริญอายุจนครบ ๓ เย็น รุ่งขี้นจะถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อให้ผู้ป่วยได้พบพระ รับศีล ฟังธรรม ทำจิตใจให้สงบ และเชื่อว่าเมื่อเสียชีวิตลงวันใดจะไปสู่สุคติภูมิการจัดงานศพจะนิยมตั้งศพ ไว้ที่บ้าน ถ้าเป็นศพผู้สูงอายุจะจัดให้อย่างสมเกียรติ โดยหาช่างฝีมือมาทำร้านม้าเป็นฐานรองรับโลงศพจำนวน ๓ ชั้น ๕ ชั้น ๗ ชั้นตามฐานะของผู้ตาย แต่ละชั้นของร้านม้า จะฉลุกระดาษสีเป็นลายไทยประดับประดาอย่างสวยงามในงานบำเพ็ญกุศลศพ เจ้าภาพจะจัดถวายอาหารเช้า-เพล แด่พระสงฆ์ทุกวัน กลางคืนมีสวดพระอภิธรรม สวดคิริมานนท์สูตรแปล หรือสวดสังคหะส่วนผู้ที่มาร่วมงานศพจะได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีทุกมื้อ และในคืนสุดท้ายนิยมเลี้ยงขนมปลากริม

ส่วนอาหารที่ไม่นิยมใช้เลี้ยงในงานศพ ได้แก่ ขนมจีน หน่อไม้ ทุเรียน เนื่องจากมีความเชื่อว่า ของที่มีเส้นยาวจะทำให้มีการตายติดต่อกันยืดยาว และของที่เป็นหนาม มีหน่อจะทิ่มแทงทำให้คนที่อยู่ข้างหลังไม่มีความสุข

ประเพณีส่วนสังคมหรือส่วนประชุมชน หมายถึง ประเพณีที่ส่วนรวมของสังคมที่คณะบุคคลหรือกลุ่มคนในสังคมจัดขึ้นอันเป็นผลมาจากแนวคิด ความเชื่อ ปรัชญาสังคมที่รับสืบทอดกันมาเพื่อเป็นสิริมงคลแก่คนในสังคม หรือเพื่อความสนุกสนานรื่นเริงประจำเทศกาล เช่น ตรุษสงกรานต์ เทศกาลเข้าพรรษา การทำขวัญข้าว ทอดกฐิน ลอยกระทง ซึ่งนำมากล่าวเป็นเดือน ๆ ดังนี้

เดือน ๕ ตรงกับประเพณีตรุษสงกรานต์ ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย วัดต่าง ๆ ในจังหวัดตราดจะทำบุญติดต่อกัน หลายวันและกำหนดให้วันหนึ่งเป็นวันทำบุญฉลองทราย วัดที่อยู่ในละแวกเดียวกันจะกำหนดวันฉลองทรายไม่ให้ตรงกัน เพื่อจะได้นิมนต์พระวัดใกล้เคียงมาร่วมงานทำบุญฉลองทรายด้วย

การทำบุญฉลองทราย เป็นอุบายของบรรพบุรุษที่สอนให้ลูกหลานขนทรายไปคืนวัด เนื่องจากทุกคนที่ไปวัด ได้เคยไป เหยียบเอาดินเอาทรายของวัดออกไป เกรงว่าจะเป็นบาปติดตัว ดังนั้น ก่อนวันทำบุญฉลองทราย ๑ วัน ชาวบ้านทั้งคนแก่ หนุ่มสาว และเด็ก จะช่วยกันขนทรายมาก่อเป็นเจดีย์ นำธงสีต่าง ๆ มาประดับ และวันรุ่งขี้นจะมาร่วมทำบุญฉลองทราย วันนี้จะมีคนมาทำบุญ มากกว่าทุกวันที่ผ่านมา บางวัดหลังจากทำบุญแล้วชาวบ้านจะชวนกันเล่นสะบ้าล้อ หรือนัดหมายกันอยู่สรงน้ำพระผู้ใหญ่ เสร็จแล้วจะชักชวนกันไปรดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ในครอบครัวตนเองหรือผู้เคารพนับถือในหมู่บ้านต่อไป

สร้างโดย: 
ด.ญ.พรชนก เลิศสนธิ์

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 27 คน กำลังออนไลน์