Latte Art ศิลปะบนฟองนม

รูปภาพของ sss28302

ลาเต้อาร์ต


          ปัจจุบันศิลปะไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เฉพาะบนแผ่นเฟมเท่านั้น แม้แต่ในถ้วยกาแฟที่มีฟองนมฟูฟ่องเราก็ยังพบภาพแมวน้อยตัวอ้วน ดอกเบญจมาศที่กลีบซ้อนกันละเอียดยิบ ใบไม้พลิ้วไหว ปลาสะบัดครีบแหวกว่ายในสายธาร ไปจนถึงหงส์เริงระบำ ภาพศิลป์เหล่านี้ถูกเรียกว่า ‘ลาเต้ อาร์ต’


ความสุนทรีของอิตาเลียน

       นอกจากกลิ่นอันหอมกรุ่นและรสชาติเข้มขมกลมกล่อมที่ยั่วยวนให้ผู้คนหลงใหลในเสน่ห์ของกาแฟแล้ว ปัจจุบันการตกแต่งก็กลายเป็นศิลปะที่สร้างความสุนทรีในการดื่มซึ่งขาดไม่ได้ในกาแฟแต่ละถ้วยที่ถูกเสิร์ฟ และล่าสุดมีกานำการสร้างภาพศิลป์บนฟองนมที่เรียกกันว่า ‘ลาเต้ อาร์ต’ (Latte Art) มาใช้ในการตกแต่งกาแฟอย่างแพร่หลาย ร้านกาแฟหรูในเมืองไทยหลายต่อหลายร้านก็เริ่มนำลาเต้ อารต์ มาใช้เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า

       ลาเต้ อาร์ต หรือการสร้างสรรค์ศิลปะเป็นลวดลายจากโฟมนม ลงบนน้ำกาแฟที่เคลือบผิวหน้าด้วย‘เครม่า’หรือโฟมของกาแฟ อาจไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับบรรดาคอกาแฟในอิตาลี ประเทศแห่งงานศิลปะที่ผู้คนนิยมดื่มกาแฟกันมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และสำหรับคนอิตาเลียนแล้วกาแฟไม่ใช่แค่เครื่องดื่มกระตุ้นโสตประสาทเท่านั้นหากแต่คือความสุนทรีอย่างหนึ่งของชีวิต

       ดังนั้น กาแฟแต่ละถ้วยที่นำมาเสิร์ฟนอกจากจะต้องมีรสเป็นเลิศแล้วสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือประดับตกแต่งอย่างสวยงามเพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า จึงไม่แปลกที่ ‘บาริสต้า’ (Barista) หรือคนชงกาแฟในร้านกาแฟต่างๆของอิตาลีจะขะมักเขม้นกับการสร้างสรรค์รูปร่างหน้าตาของกาแฟแต่ละถ้วยไม่ต่างจากจิตรกรที่สร้างภาพศิลปะเลยทีเดียว ซึ่งลาเต้ อาร์ต ก็เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์ดังกล่าว


แพร่ไปในอเมริกามาถึงไทย

       ลาเต้ อาร์ต เริ่มแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆหลังจากที่ เดวิด โชเมอร์ เจ้าของร้านเอสเปรสโซ วิวาเซ ร้านกาแฟชื่อดังแห่งเมืองซีแอตเทิล ประเทศสหรัฐอเมริกาได้เดินทางไปยังอิตาลีและเกิดความประทับใจในศิลปะบนโฟมนมดังกล่าวจึงได้นำลาเต้ อาร์ต มาทดลองและดัดแปลงใช้ในร้านกาแฟของตน จนทำให้ลาเต้ อาร์ต ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ชนิดที่เรียกได้ว่าร้านกาแฟแนวอินดี้ในซีแอตเทิลแทบทุกร้านล้วนเสิร์ฟกาแฟลาเต้ในรูปแบบของลาเต้ อาร์ต จากนั้นไม่นานนักกระแสของลาเต้ อาร์ต ก็ได้แพร่เข้าไปยังประเทศต่างๆ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ไต้หวัน และเข้ามายังประเทศไทยในที่สุด

       สำหรับประเทศไทยแล้ว ลาเต้ อาร์ต เพิ่งเข้ามาเมื่อประมาณ 2544 โดย ‘ธนเดช กมลฉันท์’ เจ้าของบริษัท เคทู (K2 ) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการดำเนินกิจการร้านกาแฟ พร้อมทั้งจำหน่ายเมล็ดกาแฟและอุปกรณ์การทำกาแฟต่างๆ ได้นำลาเต้ อารต์ มาบรรจุไว้ในหลักสูตร Beginner Barista Training Class ของโรงเรียนเคทูซึ่งสอนเกี่ยวกับหลักสูตรการทำกาแฟให้แก่บุคคลทั่วไป แต่ในช่วงนั้นผู้ที่รู้จักลาเต้ อาร์ต ยังอยู่ในวงแคบจึงมีผู้สนใจเรียนในด้านนี้ไม่มากนัก

       จากนั้นในปี 2547 บริษัทเคทูได้ร่วมกับสมาคมผลิตภัณฑ์ชุมชนไทยจัดการแข่งขัน Barista และลาเต้ อาร์ต ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยแต่ก็ถือว่ายังไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก ต่อมาในปี 2547 บริษัทเคทูได้จัดการแข่งขัน Thailand Latte Art Championship 2004 ซึ่งมีสื่อมวลชนทั้งสื่อทีวี นิตยสาร และหนังสือพิมพ์ให้ความสนใจอย่างมาก ทำให้ลาเต้ อาร์ต เริ่มเป็นที่รู้จักในวงการกาแฟของไทยมากขึ้น

       และหลังจากนั้นร้านกาแฟของไทยหลายร้านก็ได้นำลาเต้ อาร์ต มาใช้ในการตกแต่งกาแฟลาเต้และถือเป็นจุดขายอย่างหนึ่งของทางร้าน ส่งผลให้ศิลปะลาเต้ อาร์ตในไทยแพร่หลายมากขึ้นและ ‘ลาเต้ อาร์ต’ หรือกาแฟลาเต้ที่แต่งหน้าด้วยลวดลายศิลปะก็กลายเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้

สร้างโดย: 
ด.ญ.หทัยกานต์ ฤทัยเรืองนนท์ ม.3/8 โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

สุดยอดเลย

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 11 คน กำลังออนไลน์