ดาว........มฤตยู !!!


รูปภาพของ sss28302

 ดาวยูเรนัส
( The Uranus )

ลักษณะ

    ดาวยูเรนัสหรือที่ภาษาไทยเราเรียกว่า ดาวมฤตยู ค้นพบโดยเซอร์วิลเลียม เฮอร์เซล (SirWilliam Herschel) นักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษในปี พ.ศ.2324 อยู่ห่างจากโลกโดยเฉลี่ย 2,880 ล้านกิโลเมตร ใช้เวลาหมุนรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ 84 ปี และหมุนรอบตัวเอง 1 รอบใช้เวลา 10 ชั่วโมง 50 นาที ดาวยูเรนัส เหมือนๆ กับดาวเสาร์ และดาวพฤหัส คือประกอบขึ้นด้วยก๊าซและของเหลวแต่มีขนาดเล็กกว่าดาวทั้งสองที่กล่าวมาแล้ว ก๊าซส่วนใหญ่จะเป็นก๊าซไฮโดรเจน ดาวยูเรนัสมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 47,000 กิโลเมตร อุณหภูมิของบรรยากาศรอบๆต่ำมากประมาณ -210 องศาเซลเซียส ดาวดวงนี้ประหลาดกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่น ตรงที่ขณะที่มันหมุนรอบตัวเองนั้น แกนของมันไม่ได้ชี้ไปทางทิศ เหนือใต้ แต่กลับเอียงจนเหมือนนอนตะแคง ในปี พ.ศ.2520 นักดาราศาสตร์ได้ค้นพบวงแหวนรอบดาวยูเรนัส ดาวดวงนี้มีดวงจันทร์เป็นบริวาร 5 ดวง

    ต่อมานักดาราศาสตร์ได้สังเกตพบว่า ดาวยูเรนัสไม่ได้หมุนไปตามตำแหน่งที่ได้คำนวณเอาไว้ ที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะว่าเป็นอิทธิพลของดาวดวงอื่นดูดให้หมุนคลาดเคลื่อนออกไป นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศลคือ ยูเล เวอเรีย (U.Le Verrier) และชาวอังกฤษ เจ.ซี. อดัมส์ (J.C. Adams) ได้เริ่ม ค้นคว้าหาดาวอีกดวงที่ทำให้ดาวยูเรนัสหมุนคลาดเคลื่อนออกไป ในที่สุดก็พบว่าดาวเคราะห์อีกดวงคือ ดาวเนปจูน ในปี พ.ศ.2389


โลกของน้ำ 

    ภาพของดาวยูเรนัสจากยานอวกาศได้อธิบายว่า ทำไมนักดาราศาสตร์จึงไม่สามารถมองเห็นดาวยูเรนัสได้มากนักดาวยูเรนัสทั้งดวงปกคลุมด้วยหมอกสีเขียวแก่  ยานวอยาเจอร์ได้พบกลุ่มควันสอง สามกลุ่มใต้หมอก มันแสดงกำลังพัดรอบๆ ดาวยูเรนัสในอัตราความเร็วถึง 440 ไมล์ต่อชั่วโมง บรรยากาศประกอบด้วยแก๊ซไฮโดรเจน ฮีเลียม และมีเทน นักดาราศาสตร์บางคนคิดว่าพื้นผิวของดาวยูเรนัสปกคลุมด้วยมหาสมุทรที่ร้อน เหมือนกับ ดาวจูปีเตอร์และดาวเสาร์ แต่ประกอบด้วยน้ำร้อน แทนที่จะเป็นแก๊ซที่ใจกลางของดาวยูเรนัสจะมีแกนก้อนหินเล็กๆ


ด้านข้างของดาวยูเรนัส 

    ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถมองเห็นได้มากนักบนดาวยูเรนัสแต่นักดาราศาสตร์ได้พบสิ่งที่ประหลาด อย่างหนึ่งเกี่ยวกับดาวยูเรนัส คือดาวยูเรนัสจะเอียงข้าง แกนของมันจะเอียงเพื่อว่าขั้วของมันจะตั้งอยู่เกือบอยู่ในทิศทางเดียวกับการเคลื่อนไหวของดาวยูเรนัส  ที่ดาวยูเรนัสมีการเอียงมากอาจเป็นเพราะว่าครั้งหนึ่งเคยถูกกระแทกโดยดาวเคราะห์น้อย ในขณะที่ดาวยูเรนัสหมุนรอบดวงอาทิตย์ ขั้วข้างหนึ่งจะชี้ไปทางดวงอาทิตย์ ขั้วที่ชี้ไปยังดวงอาทิตย์จะเป็นแสงสว่างของเวลากลางวันเป็นเวลายี่สิบสองปี  แล้วด้านนี้ก็จะหมุนไปด้านตรงข้ามกับดวงอาทิตย์อยู่ในความมืดอีกยี่สิบสองปี นายวอยาเจอร์พบว่าขั้วมืดจะอบอุ่นกว่าขั้วที่มีแสงสว่างเล็กน้อยไม่มีใครรู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด

วงแหวน
 
    วงแหวนของดาวยูเรนัสมีความมืดมาก ผิดกับวงแหวนที่สว่างของดาวเสาร์ ถ้าไม่มองด้วยกล้อง โทรทัศน์ก็จะมองไม่เห็น  วงแหวนของดาวยูเรนัสถูกพบโดยหอดูดาวแอร์บอร์นในปี 1977 ซึ่งเป็น ยานชนิดพิเศษที่นำกล้องโทรทัศน์ไปด้วย นักดาราศาสตร์บนเครื่องบินเฝ้ามองดูดาวยูเรนัสเมื่อมีดาวฤกษ์เคลื่อนไหวผ่านมัน ดาวฤกษ์จะหายไป เมื่อวงแหวนของดาวยูเรนัสเคลื่อนไหวมาตรงข้างหน้าของมัน


น้ำแข็งมืด

  ยานวอยาเจอร์ 2 มองดูที่วงแหวนเมื่อมันบินผ่านดาวยูเรนัสวงแหวนของดาวยูเรนัสจะแคบ  วงแหวนที่กว้างที่สุดคือช่องว่างที่ใหญ่ซึ่งประกอบด้วย ก้อนฝุ่น  ยานวอยาเจอร์พบส่วนโค้งบางอย่าง ซึ่งเป็นส่วนของวงแหวนที่ไม่สมบูรณ์ วงแหวนของดาวยูเรนัสประกอบด้วยชิ้นน้ำแข็งมืดที่เคลื่อนไหว น้ำแข็งประกอบด้วยมีเทนแข็ง ชิ้นส่วนของมันอาจจะชนกันและทำให้เกิดฝุ่นที่อยู่ในช่องว่าง ระหว่างวงแหวน

 

สร้างโดย: 
ด.ญ.หทัยกานต์ ฤทัยเรืองนนท์ ม.3/8 โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย