ขนมคุกกี้.......??

รูปภาพของ sss28309

ขนมคุกกี้ห่อหนึ่ง

 

ที่สนามบินนานาชาติระดับโลก มีนักธุรกิจหญิงแต่งตัวดี
 
จำเป็นต้องรอเวลาถึง 3 ชั่วโมง ในการเปลี่ยน
 
เครื่องบินเพื่อไปจุดหมายปลายทาง
 
เธอจึงตัดสินใจเดินไปซื้อหนังสือ 1 เล่มและคุ๊กกี้ 1 ห่อ
 
และเตรียมหาที่นั่งเพื่ออ่านและกินฆ่าเวลาไปพลาง ๆ
 
เธอสอดส่ายมองหาที่นั่งได้ 1 แห่ง เธอสังเกตเห็นว่าข้างๆ เธอมีชายหนุ่ม
 
ซึ่งนั่งเหยียดกายอย่างไม่สนใจใคร ว่าจะมีใครนั่งอยู่ข้าง ๆ เขา


 
สักครู่หนึ่ง ขณะที่เธออ่านหนังสือ ชายหนุ่มก็หยิบขนมคุ๊กกี้ออกจากถุง
 
ซึ่งวางอยู่ระหว่างคนทั้งสอง
 
แล้วกินมันอย่างละชิ้น เธอมองด้วยความโกรธ
 
แต่ไม่ต้องการทำเรื่องวุ่นวาย
 
เธอจึงทำเป็นไม่สนใจ
 
เธอเริ่มรู้สึกเบื่อที่จะกินคุ๊กกี้และเฝ้ามองนาฬิกา
 
ในขณะที่ชายหนุ่มซึ่งเป็นผู้ขโมยไร้ยางอาย
 
กำลังกินมันให้หมดสิ้นไป เธอเริ่มโมโหและคิดในใจว่า
 
"ถ้าฉันไม่ใช่ผู้ดีมีการศึกษาแล้วละก็..ฉันจะชก หน้าเจ้าหมอนี้ให้แหลกไปเลย"
 
ทุกครั้งที่เธอหยิบกิน 1 ชิ้น ชายหนุ่มก็หยิบมันกิน 1 ชิ้น
 
ทั้งสองส่งสายตามองกัน เมื่อคุ๊กกี้เหลือเพียงชิ้นสุดท้าย

 


เธอหยุดและอยากรู้ว่าชายหนุ่มจะทำอย่างไร
 
ชายหนุ่มค่อย ๆ หยิบคุ๊กกี้ชิ้นสุดท้ายแล้วหักออกเป็น 2 ชิ้น
 
ส่งให้เธอครึ่งชิ้นและกินเองครึ่งชิ้น
 
เธอรับจากชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและคิดในใจว่า


 
"เขาช่างเป็นคนไร้มารยาทสุดๆ ช่างไร้การศึกษา ไม่มีแม้แต่พูดขอบคุณสักคำ"
 
เธอลุกขึ้นหยิบข้าวของทั้งหมดแล้วตรงไปยังประตูขึ้นเครื่อง
 
ไม่แม้แต่เหลียวหลังกลับมามองหัวขโมยผู้ไร้มารยาทซึ่งยังนั่งอยู่ที่เดิม


 
ภายหลังจากขึ้นเครื่องและนั่งประจำที่อย่างสบายแล้ว
 
เธอก็หยิบหนังสือที่อ่านค้างอยู่ขึ้นมาอีกครั้ง
 
ในขณะที่หยิบหนังสือจากกระเป๋า ก็พบว่ามีขนมคุ๊กกี้ 1 ห่อ
 
เธอตกใจมาก


 
ถ้าคุ๊กกี้ของฉันยังอยู่ที่นี่ ก็แปลว่า.....
 
คุ๊กกี้ห่อนั้นเป็นของชายหนุ่มที่แบ่งให้เธอกินเธอลุกขึ้นทันที
 
แล้ววิ่งออกจากเครื่องบินไปยังที่นั่งของชายหนุ่ม
 
แต่คงเหลือแต่ที่นั่งว่างเปล่า

มันสายไปเสียแล้วที่จะได้ขอโทษชายหนุ่ม ระหว่างเดินกลับเข้าเครื่อง
 
เธอรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ เธอนั่นเองที่ไร้มารยาท
 
เป็นหัวขโมยที่ไร้การศึกษาตัวจริง

 


มีกี่ครั้งในชีวิตของคนเรา ที่ค้นพบในภายหลังว่า
 
สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริงมันเป็นการเข้าใจผิด
 
มีกี่ครั้งในชีวิตที่เราขาดความไว้วางใจผู้อื่น
 
และทำให้เราตัดสินผู้อื่นจากความคิดเย่อหยิ่งของเราเอง
 
ซึ่งห่างไกลจากความเป็นจริงมากมาย
 
นี่แหละที่ทำให้เราต้องคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนตัดสินผู้อื่น หลาย ๆ
 
สิ่งไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น ควรมองผู้อื่นในแง่ดีแล้วคอยสงสัยตัวเองว่า
 
"เรามองโลกในแง่ดีพอแล้วหรือยัง?  เราเคยแบ่งปันอะไรแก่คนอื่นบ้างหรือไม่

 

สร้างโดย: 
ด.ญ.ชลดา กทิศาสตร์ ม.3/8 โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 91 คน กำลังออนไลน์