'กูเกิ้ล เจเนอเรชั่น' คนรุ่นใหม่กับการอ่านที่ผันแปร

รูปภาพของ ssspoonsak

'กูเกิ้ล เจเนอเรชั่น' คนรุ่นใหม่กับการอ่านที่ผันแปร
โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์ pairat@matichon.co.th


 
"กูเกิ้ล เจเนอเรชั่น" เป็นปรากฏการณ์ทางสังคมประการหนึ่งที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจากพัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ สตีเฟน จอห์นสัน นักเขียนชาวอังกฤษเคยให้คำจำกัดความคำคำนี้ไว้ว่า คือกลุ่มคนที่ถือว่าเป็น "ประชากรดิจิตอล" รุ่นแรกสุดที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ แต่มั่นคง และแน่วแน่ มีวัฒนธรรมพื้นฐานเป็นของตัวเอง โดยแทบมีฐานรากอยู่บนโลกดิจิตอลทั้งหมด

"กูเกิ้ล เจเนอเรชั่น" มีพ่อมีแม่ มีญาติผู้ใหญ่ มีครูบาอาจารย์และรุ่นพี่ ฯลฯ เหมือนๆ กันกับผู้คนทั่วไป แต่ดูเหมือนพวกเขาเริ่มแยกตัวออกมาก่อร่างสร้างยุคสมัยของตนเองชัดเจนมากขึ้นทุกที ยุคสมัยที่ "ประชากรดิจิตอล" จะเติบใหญ่มีพลังเป็นกระแสหลักในสังคมโลกของตนเอง โดยมีพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ เป็นเสมือนหนึ่ง "ผู้อพยพ" ที่โยกย้ายเข้ามาพักอาศัยอยู่ในดินแดนต่างของพวกเขา ที่ต่างวัฒนธรรมออกไปโดยสิ้นเชิง

ในการจำแนก "กูเกิ้ล เจเนอเรชั่น" ไม่มีเครื่องมืออะไรบ่งบอกได้ชัดเจนกว่า "การอ่าน" อีกแล้ว!

เมื่อเดือนเศษที่ผ่านมา สำนักงานศึกาวิจัยเพื่อประสิทธิ์ประสาทศิลปศาสตร์แห่งชาติ (เนชั่นแนล เอ็นดาวเมนท์ ฟอร์ อาร์ทส์ สตัดดี้-เอ็นอีเอ) ของสหรัฐอเมริกา เผยแพร่ผลงานศึกษาวิจัยที่น่าตกใจออกมาชิ้นหนึ่ง บอกว่า "คนรุ่นใหม่" อ่านน้อยลง

รายงานชิ้นนั้นชื่อ "ทู รีด ออร์ น็อท ทู รีด" บอกเอาไว้ว่า ทีนเอจร่วมสมัยในเวลานี้ แค่ "จำได้" ว่าหนังสือเล่มนี้เล่มนั้นคือหนังสืออะไร ก็น่าแปลกใจเป็นล้นพ้นแล้ว ส่วนคนที่ "อ่าน" มันนั้น ยิ่งน้อยลงไปอีกมาก

งานวิจัยชิ้นนี้เก็บสถิติเปรียบเทียบระหว่างสถิติการอ่าน "หนังสือ" เมื่อปี 1992 มาเปรียบเทียบกับการอ่านของปี 2008 พบว่า ผู้ใหญ่อเมริกันลดการอ่านในกลุ่มที่เรียกว่า "การอ่านที่ไม่จำเป็น" (คือการหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเพื่อความสนุกสนาน ไม่มีการบังคับให้ต้องทำ เป็นต้น) ลงมา 7 เปอร์เซ็นต์ แต่การอ่านในกลุ่มเดียวกันนี้ เมื่อสำรวจในกลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 18-24 ปี พบว่ามันหดหายไปถึง 24 เปอร์เซ็นต์ การสำรวจครั้งนี้ยังพบข้อมูลแปลกๆ ด้วยว่า การอ่านที่ "วัดปริมาณ" ได้นั้น รุดหน้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในเด็กระดับประถม แต่พอย่างเข้าสู่วัยรุ่น ความรุดหน้าที่ว่านี้ก็หดหายไป

ในการประเมินทักษะในการอ่านของวัยรุ่นในปีนี้เพื่อเปรียบเทียบกับการสำรวจหลังสุดก่อนหน้านี้คือปี 1988 พบว่า ทักษะในการอ่านลดลง ถึง 5 จุด การอ่านได้ในระดับปานกลาง จาก 43 เปอร์เซ็นต์ในปี 1992 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 44 เปอร์เซ็นต์ แต่การอ่านได้ในระดับแคล่วคล่องชำนาญนั้นลดลงจาก 15 เปอร์เซ็นต์เหลือมาเป็น 13 เปอร์เซ็นต์

ข้อมูลเหล่านี้ถูกตีความแตกต่างกันออกไป ผู้เชี่ยวชาญบางคนบอกว่า ที่เป็นสัญญานอันตรายที่บ่งบอกว่า คนรุ่นใหม่ปฏิเสธการอ่าน ซึ่งจะส่งผลลุกลามต่อเนื่องไปสู่อีกหลายเรื่อง แต่ผู้เชี่ยวชาญอีกบางคนชี้ให้เห็นว่า เอ็นอีเอ ศึกษาวิจัยจำเพาะแต่การอ่าน "หนังสือ" ไม่ได้หมายรวมถึง "การอ่าน" ทั้งหมด ซึ่งประการหลังต้องรวมเอาการอ่าน การเขียนและอื่นๆจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสื่อดิจิตอลอื่นๆ ด้วย

นั่นไม่ได้หมายความว่าวัยรุ่นอ่านหนังสือลดลง หากแต่พวกเขาย้ายการอ่านจาก "หนังสือ" มาสู่จอ "คอมพิวเตอร์" ต่างหาก ในเมื่อมีการวัดปริมาณกันจำเพาะแต่กับตัวหนังสือ ตัวเลขมันก็หดหายไปอย่างที่ว่า

สตีเฟน จอห์นสัน เองเชื่อว่าสาเหตุทีเอ็นอีเอ ตรวจสอบพบปัญหาในการอ่านที่ว่านั้นเป็นเพราะการผันแปรของพฤติกรรมการอ่านของวัยรุ่นในปัจจุบันมากกว่าอย่างอื่น ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ปริมาณการใช้อินเตอร์เน็ตและการมีกิจกรรมร่วมบนอินเตอร์เน็ตทะยานพรวดพราด รายงานการสำรวจกิจกรรมออนไลน์ของสำนักหอสมุดอังกฤษ พบว่า "มีรูปแบบการอ่านใหม่" เกิดขึ้น ระหว่างการใช้งานอินเตอร์เน็ต การเปิดหน้าเพจ นั่นคือการอ่านกลับไปกลับมา ทีละไม่กี่บรรทัด ระหว่างที่รอคอยการเปิดหน้าใหม่

ข้อมูลของสำนักหอสมุดแห่งอังกฤษ ระบุด้วยว่า วัยรุ่นในยุคปัจจุบัน "เขียน" มากขึ้นกว่าเดิม เขียนให้คนแปลกหน้าในสาธารณะทั่วไปอ่านมากขึ้น การอ่านหนังสือ "นวนิยาย" อาจลดลง 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ปริมาณของบล็อกเกอร์ (ผู้เขียนบล็อก) เพิ่มพรวดพราดในช่วงเวลาเดียวจาก 0 เป็น 25 ล้านคน

นอกจากนั้นยังมีรายงานผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ที่ทดลองด้วยการมอบเครื่องคอมพิวเตอร์ให้กับนักศึกษา แลกกับการยินยอมให้ผู้ดำเนินการวิจัยติดตามพฤติกรรมของเด็กๆ เหล่านั้นได้ ผลปรากฏว่า เด็กๆเหล่านั้นได้คะแนนเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมมากทั้งในด้านการอ่านและเกรดโดยรวม โดยจะเพิ่มขึ้นมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสัดส่วนของเวลาที่แต่ละคนใช้เวลาอยู่ในโลกออนไลน์

ข้อโต้แย้งที่น่าสนใจที่สุดก็คือ เราไม่ควรนำเอามาตรวัดของคนอีกรุ่นหนึ่ง กับบริบททางวัฒนธรรมอีกวัฒนธรรมหนึ่ง ไปวัดคุณค่าหรือตีความวัฒนธรรมของคนอีกรุ่นหนึ่งสมัยหนึ่ง

ไม่เช่นนั้นก็อาจสับสน พร่าเลือนและผิดทิศผิดทางเอาได้ในที่สุด 

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=27642&catid=14

สร้างโดย: 
ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 71 คน กำลังออนไลน์