พายุ

           รายงาน

              เรื่อง...พายุ                             จัดทำโดย    น.ส.อรวี  พานทอง     เลขที่4       นายจารุ พงษ์สุพรรณ  เลขที่ 7     น.ส.ศุภกัญญา สังข์ศรีอินทร์ เลขที่27           น.ส.กนกวรรณ ชูอินทร์    เลขที่ 28      น.ส.ณัฐนรี ไชยฤกษ์   เลขที่ 29                 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5/2                      เสนอ                    อ.วัชรี  กมลเสรีรัตน์                   โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน์            "ไต้ฝุ่น" (typhoon) เป็นพายุหมุนเขตร้อน เกิดก่อตัวในทะเลทางทิศตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ เช่น บริเวณทะเลจีนใต้ อ่าวไทย อ่าวตังเกี๋ย ประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้ไต้ฝุ่นมีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางบริเวณผิวพื้นตั้งแต่ 64 นอตขึ้นไป (118 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) แต่ถ้ามีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางบริเวณพื้นผิวมากกว่า 130 นอต (241 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) เรียกพายุหมุนนี้ว่า "ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น" (Supper Typhoon) ที่รุนแรงยิ่ง

ศ.ดร.จอห์นนี่ ซี.แอล. ชาน นักวิทยาศาสตร์ด้านชั้นบรรยากาศ มหาวิทยาลัยแห่งรัฐโคโลราโด ผู้เคยทำหน้าที่นักสังเกตการณ์ด้านอุตุนิยมวิทยา สถาบันรอยัล ออบเซอร์เวตอรี ฮ่องกง อธิบายถึงใต้ฝุ่น ว่า เนื่องจากบริเวณเขตร้อนมีน่านน้ำอุ่นที่สุดในโลกอยู่ทางฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้ จึงเป็นแหล่งกำเนิดพายุลูกใหญ่และรุนแรงที่สุด ซึ่งเมื่อก่อตัวในระยะทาง 200 กิโลเมตร จะมีความรุนแรงสูง วัดความกว้างแนวตั้ง 16 กิโลเมตร แนวนอน 800 กิโลเมตร ก่อนจะพัดเข้าสู่ชายฝั่งตรงบริเวณเกาะฮ่องกง ครอบคลุมถึงจีน เวียดนาม ลาว กัมพูชา และประเทศไทย หากเกิดเหนือเส้นศูนย์สูตรจะมีทิศทางการหมุนทวนเข็มนาฬิกา หากเกิดใต้เส้นศูนย์สูตรจะหมุนตามเข็มนาฬิกา ย้อนไป 50 ปีก่อน คือ พ.ศ.2499 เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ไต้ฝุ่นลูกนั้นชื่อ วันเดอร์ ซัดเข้าอ่าวโทโล คร่าชีวิตผู้คนไป 127 คน และจากสถิติพายุไต้ฝุ่นในแถบฮ่องกง ล่าสุดได้รับการยืนยันว่าทวีความรุนแรงขึ้น จึงเชื่อว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเกาะฮ่องกงจะเกิดไต้ฝุ่นที่เรียกว่าซุปเปอร์ไต้ฝุ่นในช่วงเดือนพฤษภาคมจนถึงตุลาคมของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงอุณหภูมิน้ำอุ่นสูง 28 องศา

สำหรับประเทศไทย จากสถิติ 48 ปี ระหว่าง พ.ศ.2494-2541 พบว่าพายุหมุนที่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย 164 ลูก ส่วนใหญ่เป็นดีเปรสชั่น มี 11 ครั้งที่ไม่ใช่ และ 1 ครั้งที่เป็นไต้ฝุ่น นั่นคือ "เกย์" ที่มีศูนย์กลางอยู่ในอ่าวไทยทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.ชุมพร เคลื่อนตัวเข้าสู่ฝั่งบริเวณ อ.ปะทิว และ อ.ท่าแซะ ชุมพร ด้วยความเร็วประมาณ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อ 4 พฤศจิกายน 2532

ก่อให้เกิดฝนตกหนักตั้งแต่ จ.เพชรบุรี ลงไป โดยเฉพาะ จ.ชุมพรและประจวบคีรีขันธ์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นไม้ใหญ่ เสาไฟฟ้า อาคารบ้านเรือนเรือกสวนไร่นาพินาศในชั่วระยะเวลา 3-4 ชั่วโมงที่เกย์โหม เรือประมง เรือเดินทะเล และเรือขุดเจาะสำรวจก๊าซธรรมชาติได้รับความเสียหายและประสบภัยพิบัติหลายร้อยลำ ผู้คนเสียชีวิตทั้งบนบกและในทะเลไม่ต่ำกว่า 1,000 คน นับเป็นพายุที่ก่อให้เกิดความเสียหายมากที่สุดในประเทศไทย 
        พายุหมุนเขตร้อน เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่สามารถทำความเสียหายได้รุนแรง และเป็นบริเวณกว้างมีลักษณะเด่น คือ มีศูนย์กลางหรือที่เรียกว่า ตา[[พายุ เป็นบริเวณที่มีลมสงบ อากาศโปร่งใส โดยอาจมีเมฆและฝนบ้างเล็กน้อยล้อมรอบด้วยพื้นที่บริเวณกว้างรัศมีหลายร้อยกิโลเมตร ซึ่งปรากฏฝนตกหนักและพายุลมแรง ลมแรงพัดเวียนเข้าหาศูนย์กลาง ดังนั้น ในบริเวณที่พายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนที่ผ่าน ครั้งแรกจะปรากฏลักษณะอากาศโปร่งใส เมื่อด้านหน้าของพายุหมุนเขตร้อนมาถึงจะ ปรากฏลมแรง ฝนตกหนักและมีพายุฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและอาจปรากฏพายุทอร์นาโด ในขณะตาพายุมาถึง อากาศจะโปร่งใสอีกครั้ง และเมื่อด้านหลังของพายุหมุนมาถึงอากาศจะเลวร้ายลงอีกครั้งและรุนแรงกว่าครั้งแรก

พายุหมุนเขตร้อน

        พายุหมุนเขตร้อน เป็นพายุหมุนที่เกิดในทะเลหรือมหาสมุทรในโซนร้อน โดยมีชื่อเรียกตามแหล่งที่เกิด เช่น พายุดีเปรสชั่น พายุโซนร้อน พายุไต้ฝุ่นเป็นพายุที่เกิดในมหาสมุทรแปซิฟิกหรือทะเลจีนใต้ สำหรับพายุเฮอริเคนเป็นพายุที่เกิดในมหาสมุทรแอตแลนติก ทะเลคาริบเบียน อ่าวเม็กซิโกและทางตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ และพายุไซโคลนเป็นพายุที่เกิดในมหาสมุทรอินเดีย พายุหมุนเหล่านี้จะมีความแรงมาก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางพายุ 50 กม./ชม. ขึ้นไป และสามารถมีความเร็วลมรอบจุดศูนย์กลางพายุได้มากกว่า 250 กม./ชม. สำหรับพายุไต้ฝุ่น พายุเฮอริเคน และพายุไซโคลน   

ชนิดและการกำหนดชื่อพายุเขตร้อน

        พายุหมุนเขตร้อนเริ่มต้นการก่อตัวจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงซึ่งอยู่เหนือผิวน้ำทะเล ในบริเวณเขตร้อนและเป็นบริเวณที่กลุ่มเมฆจำนวนมากรวมตัวกันอยู่โดยไม่ปรากฏการหมุนเวียนของลม หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงนี้ เมื่ออยู่ในสภาวะที่เอื้ออำนวยก็จะพัฒนาตัวเองต่อไป จนปรากฏระบบหมุนเวียนของลมอย่างชัดเจน ลมพัดเวียนเป็นวนทวนเข็มนาฬิกาในซีกโลกเหนือ พายุหมุนในแต่ละช่วงของความรุนแรงจะมีคุณสมบัติเฉพาะตัวและเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะแวดล้อม ความเร็วลมในระบบหมุนเวียนทวีกำลังแรงขึ้นเป็นลำดับ กล่าวคือ ในขณะเป็นพายุดีเปรสชั่นความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางมีค่าไม่เกิน 33 นอต ในขณะที่เป็นพายุโซนร้อนความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางมีค่าอยู่ระหว่าง 34 – 63 นอต และในขณะเป็นพายุหมุนเขตร้อนหรือไต้ฝุ่น ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางจะมีค่าตั้งแต่ 64 นอตขึ้นไป ดังนั้นสามารถแบ่งชนิดของพายุเขตร้อนได้ดังนี้

  • ดีเปรสชั่น (Depression) สัญลักษณ์ D ความเร็วสูงสุด 33 นอต (17 เมตร/วินาที) (62 กิโลเมตร/ชั่วโมง)ไม่นับเป็นพายุหมุน
  • พายุเขตร้อน (Tropical Storm) สัญลักษณ์ S ความเร็วสูงสุด 34-63 นอต (17-32 เมตร/วินาที) (63-172 กิโลเมตร/ชั่วโมง)ไม่นับเป็พายุหมุน
  • พายุหมุนเขตร้อน ความเร็วสูงสุด 64-129 นอต (17 เมตร/วินาที) (118-239 กิโลเมตร/ชั่วโมง) นับเป็นพายุหมุน

        พายุหมุนเขตร้อน ทั้ง 3 ประเภทมีการเปลี่ยนแปลงได้ เช่น พายุดีเปรสชั่นเมื่อมีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางเพิ่มขึ้นจะกลายเป็นพายุโซนร้อนหรือพายุไต้ฝุ่น ในขณะเดียวกันเมื่อพายุไต้ฝุ่นลดความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางลงจะกลายเป็นพายุโซนร้อนหรือพายุดีเปรสชั่น และเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้วจึงสลายตัวไปในที่สุด         การกระจายตัวของพายุหมุนเขตร้อนของโลกระหว่าง พ.ศ. 2528 - พ.ศ. 2548พายุหมุนเขตร้อนซึ่งก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกและมีความแรงของลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางพายุมากกว่า 33 นอต จะเริ่มมีการกำหนดชื่อเรียก โดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกได้จัดรายชื่อเพื่อเรียกพายุหมุนเขตร้อนซึ่งก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกไว้เป็นสากล เพื่อทุกประเทศในบริเวณนี้ใช้เพื่อเรียกพายุหมุนเขตร้อนซึ่งก่อตัวขึ้น โดยเรียงตามลำดับให้เหมือนกัน         ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา ได้เกิดระบบการตั้งชื่อพายุเป็นภาษาพื้นเมืองของแต่ละประเทศสมาชิกในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกตอนบนและแถบทะเลจีนใต้ 14 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา จีน เกาหลีใต้ ฮ่องกง ญี่ปุ่น มาเลเซีย ไมโครนีเซีย ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา เวียดนาม และไทย โดยนำชื่อมาเรียงเป็น 5 สดมภ์ เริ่มจากกัมพูชาจนถึงเวียดนามในสดมภ์ที่ 1 เมื่อหมดแล้วให้เริ่มขึ้นสดมภ์ที่ 2 ถึง 5 แล้วจึงเวียนมาเริ่มที่สดมภ์ 1 อีกครั้ง จนกว่าจะมีการกำหนดชื่อพายุครั้งใหม่อีก         ประเทศไทยได้รับผลกระทบจาก'พายุหมุนเขตร้อน ที่ก่อตัวในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก และพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวในบริเวณมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเราเรียกว่า ไซโคลน แม้พายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวในบริเวณมหาสมุทรอินเดียจะไม่เข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ก็สามารถก่อความเสียหายต่อประเทศไทยได้เช่นกัน เมื่อทิศการเคลื่อนที่เข้าสู่บริเวณใกล้ประเทศไทยทางด้านตะวันตก ในกรณีของพายุหมุนเขตร้อนซึ่งก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้นั้นจะเคลื่อนที่เข้าสู่ประเทศไทยในบริเวณต่างๆ ของประเทศแตกต่างกันตามฤดูกาล

ลักษณะเฉพาะ

        พายุไซโคลนหรือพายุหมุนเขตร้อนซึ่งจะต้องมีความเร็วลมมากกว่า 64 นอต(30 เมตร/วินาที , 74 ไมล์/ชั่วโมง หรือ 118 กิโลเมตร/ ชั่วโมง) ขึ้นไป และมักจะมี ตาซึ่งเป็นบริเวณที่ลมค่อนข้างสงบและมีความกดอากาศค่อนข้างต่ำอยู่กลางวงหมุน ตาพายุนี้จะเห็นได้ชัดเจนจากภาพถ่ายดาวเทียมเป็นวงกลมเล็กที่ไม่มีเมฆ รอบตาจะมีกำแพงล้อมที่มีขนาดกว้างประมาณ 16-80 กิโลเมตร เป็นบริเวณที่มีพายุฝนและลมหมุนที่รุนแรงมากหมุนวนรอบๆ ตา   

โครงสร้างของพายุหมุนเขตร้อน

        การเคลื่อนตัวของเมฆรอบศูนย์กลางพายุก่อตัวเป็นรูปขดวงก้นหอยที่เด่นชัด แถบหรือวงแขที่อาจยื่นโค้งเป็นระยะที่ยาวออกไปได้มากในขณะที่เมฆถูกดึงเข้าสู่วงหมุน ทิศทางวงหมุนของพายุขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดว่าอยู่ ณ ส่วนใดของซีกโลกดังกล่าวแล้ว หากอยู่ซีกโลกเหนือ พายุจะหมุนทวนเข็มนาฬิกา ด้านซีกโลกใต้จะหมุนตามเข็มนาฬิกา ความเร็วสูงสุดของพายุหมุนเขตร้อนที่เคยวัดได้มีความเร็วมากกว่า 85 เมตร/วินาที (165 นอต, 190 ไมล์/ชั่วโมง, 305 กิโลเมตร/ชั่วโมง) พายุที่รุนแรงมากและอยู่ในระยะก่อตัวช่วงสูงสุดบางครั้งอาจมีรูปร่างของโค้งด้านในแลดูเหมือนอัฒจรรย์สนามแข่งขันฟุตปอลได้ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบางครั้งในลักษณะเช่นนี้เรียกว่า ปรากฏการณ์อัฒจรรย์” (stadium effect)         วงหมุนที่เกิดผนังตาพายุจะเกิดตามปกติเมื่อพายุมีความรุนแรงมาก เมื่อพายุแรงถึงขีดสุดก็มักจะเกิดการหดตัว ของรัศมีกำแพงตาพายุเล็กลงถึงประมาณ 8-24 กิโลเมตร (5-15 ไมล์)ซึ่งบางครั้งอาจไม่เกิด ถึงจุดนี้เมฆฝนอาจก่อตัวเป็นแถบอยู่ด้านนอกแล้วค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าวงในแย่งเอาความชื้นและแรงผลักดันหรือโมเมนตัมจากผนังตาพายุ ทำให้ความรุนแรงลดลงบ้าง (ความเร็วสูงสุดที่ผนังลดลงเล็กน้อยและความกดอากาศสูงขึ้น) ในที่สุดผนังตาพายุด้านนอกก็จะเข้ามาแทนผนังในจนหมด ทำให้พายุกลับมามีความเร็วเท่าเดิม แต่ในบางกรณีอาจกลับเร็วขึ้นได้ แม้พายุหมุนจะอ่อนตัวลงที่ปลายผนังตาที่ถูกแทนที่ แต่ที่จริงแล้วการเพิ่งผ่านปรากฏการณ์ลักษณะนี้ในรอบแรกและชะลอการเกิดในรอบต่อไป เป็นการเปิดโอกาสให้ความรุนแรงสะสมตัวเพิ่มขึ้นอีกได้ถ้ามีสภาวะที่เหมาะสม

พายุหมุนที่สร้างความเสียหายมากที่สุด

        พายุหมุนเขตร้อนแกลวิสตัน นับเป็นพายุหมุนเขตร้อนหรือพายุเฮอร์ริเคนที่สร้างความเสียหายหนักมากพายุหนึ่งที่ได้รับการบันทึกไว้ เส้นทางของเฮอร์ริเคนแกลวิสตันเมื่อ พ.ศ. 2443พายุหมุนเขตร้อนแกลวิสตัน หรือ "เฮอร์ริเคนแกลวิสตัน" ขึ้นฝั่งในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2443 พายุนี้เกิดในมหาสมุทรแอตแลนติกและขึ้นฝั่งที่เมืองแกลวิสตัน รัฐเทกซัส มีความเร็วลม 215 กิโลเมตร/ชั่วโมง จัดอยู่ในพายุเฮร์ริเคนประเภท 4 ตามมาตรวัดพายุซิมป์สัน ทำให้เมืองแกลวิสตันเสียหายอย่างหนักและมีผู้เสียชีวิตมากถึง 8,000 คน และหากนับการเสียชีวิตที่อื่นด้วยประมาณว่าอาจรวมได้ถึง 12,000 คน จัดเป็นพายุเฮอร์รเคนแอตแลนติกที่สร้างความเสียหายร้ายแรงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกหลัง "มหาพายุเฮอร์ริเคนแห่งปี พ.ศ. 2323" และ "เฮอร์ริเคนมิทช์" เมื่อ พ.ศ. 2541 แต่นับเป็นพายุหมุนเขตร้อนที่สร้างความเสียหายและคร่าชีวิตผู้คนอันดับ 1 ของสหรัฐอเมริกา

แหล่งกำเนิดของพายุหมุนเขตร้อน

บริเวณแหล่งกำเนิดของพายุหมุนแบ่งออกเป็น 6 บริเวณ 1. บริเวณหมู่เกาะอินดิสตะวันตก อ่าวเม็กซิโก และแถบทะเลแคริบเบียน ของมหาสมุทร แอตแลนติกเหนือเรียกว่า เฮอริเคน (Hurricane) 2. บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ ได้แก่ แถวหมู่เกาะฟิลิปปินส์ ทะเลจีน และเกาะญี่ปุ่น เรียกว่า ไต้ฝุ่น (Typhoon) 3. บริเวณทะเลอาหรับ และอ่าวเบงกอล เรียกว่า ไซโคลน (Cyclone) 4. บริเวณชายฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรแปซิกฟิกเหนือและชายฝั่งตะวันตกของเม็กซิโก 5. บริเวณตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย โดยเฉพาะตะวันออกของเกาะมาดากัสการ์ 6. บริเวณด้านตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ ได้แก่ หมู่เกาะซามัว หมู่เกาะฟิจิและชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของออสเตรเลีย เรียกว่า วิลลี่ วิลลี่ (Willy Willy)

ระยะเวลาที่เกิดของพายุหมุนเขตร้อน

        พายุหมุนเขตร้อนมักจะมีเวลาเกิดและบริเวณที่เกิดแน่นอน เช่น พายุหมุนที่เกิดบริเวณหมู่เกาะอินดิสตะวันตก ส่วนมากจะเกิดอยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงพฤศจิกายน ส่วนพายุหมุนเกิดบริเวณชายชั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ แถบอ่าวเบงกอลและบริเวณทะเลอาหรับจะมีเกิดตลอดปี แต่ส่วนมากเกิดอยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงพฤศจิกายน พายุหมุนบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกใต้และมหาสมุทรอินเดียใต้ จะเกิดอยู่ระหว่างเดือนตุลาคมถึงเมษายน พายุหมุนส่วนมากมักจะเกิดในฤดูร้อนของแต่ละซีกโลก         รายชื่อของพายุหมุนเขตร้อน จะถูกกำหนดโดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกและใช้เรียกพายุหมุนในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือด้านตะวันตก การกำหนดชื่อได้มีการเปลี่ยนแปลงมาหลายครั้งแล้ว ปัจจุบันได้ให้ประเทศที่ได้รับอิทธิพลของพายุหมุนเขตร้อนในแปซิฟิกเหนือด้านตะวันตก ตั้งชื่อประเทศละ 10 ชื่อ รายชื่อจึงมาจากประเทศต่างๆ เหล่านี้ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไทย ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ลาว ฯลฯ การเรียกชื่อของพายุหมุนเขตร้อน จึงหมุนเวียนตามลำดับของชุดรายชื่อทั้ง 5 ชุด  
        
              พายุไซโคลนคืออะไร

คือพายุหมุนเขตร้อน เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่สามารถทำความเสียหายได้รุนแรง และเป็นบริเวณกว้างมีลักษณะเด่น คือ มีศูนย์กลางหรือที่เรียกว่า ตาพายุ เป็นบริเวณที่มีลมสงบ อากาศโปร่งใส โดยอาจมีเมฆและฝนบ้างเล็กน้อยล้อมรอบด้วยพื้นที่บริเวณกว้างรัศมีหลายร้อยกิโลเมตร ซึ่งปรากฏฝนตกหนักและพายุลมแรง ลมแรงพัดเวียนเข้าหาศูนย์กลาง ดังนั้น ในบริเวณที่พายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนที่ผ่าน ครั้งแรกจะปรากฏลักษณะอากาศโปร่งใส เมื่อด้านหน้าของพายุหมุนเขตร้อนมาถึงจะ ปรากฏลมแรง ฝนตกหนักและมีพายุฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและอาจปรากฏพายุทอร์นาโด ในขณะตาพายุมาถึง อากาศจะโปร่งใสอีกครั้ง และเมื่อด้านหลังของพายุหมุนมาถึงอากาศจะเลวร้ายลงอีกครั้งและรุนแรงกว่าครั้งแรก

พายุหมุนเขตร้อนเริ่มต้นการก่อตัวจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงซึ่งอยู่เหนือผิวน้ำทะเล ในบริเวณเขตร้อนและเป็นบริเวณที่กลุ่มเมฆจำนวนมากรวมตัวกันอยู่โดยไม่ปรากฏการหมุนเวียนของลม หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงนี้ เมื่ออยู่ในสภาวะที่เอื้ออำนวยก็จะพัฒนาตัวเองต่อไป จนปรากฏระบบหมุนเวียนของลมอย่างชัดเจน ลมพัดเวียนเป็นวนทวนเข็มนาฬิกาในซีกโลกเหนือ พายุหมุนในแต่ละช่วงของความรุนแรงจะมีคุณสมบัติเฉพาะตัวและเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะแวดล้อม ความเร็วลมในระบบหมุนเวียนทวีกำลังแรงขึ้นเป็นลำดับ กล่าวคือ ในขณะเป็นพายุดีเปรสชั่นความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางมีค่าไม่เกิน 33 นอต ในขณะที่เป็นพายุโซนร้อนความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางมีค่าอยู่ระหว่าง 34 – 63 นอต และในขณะเป็นพายุหมุนเขตร้อนหรือไต้ฝุ่น ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางจะมีค่าตั้งแต่ 64 นอตขึ้นไป ดังนั้นสามารถแบ่งชนิดของพายุเขตร้อนได้ดังนี้

ดีเปรสชั่น (Depression) สัญลักษณ์ D ความเร็วสูงสุด 33 นอต (17 เมตร/วินาที) (62 กิโลเมตร/ชั่วโมง)ไม่นับเป็นพายุหมุน
พายุเขตร้อน (Tropical Storm) สัญลักษณ์ S ความเร็วสูงสุด 34-63 นอต (17-32 เมตร/วินาที) (63-172 กิโลเมตร/ชั่วโมง)ไม่นับเป็นพายุหมุน
พายุหมุนเขตร้อน ความเร็วสูงสุด 64-129 นอต (17 เมตร/วินาที) (118-239 กิโลเมตร/ชั่วโมง) นับเป็นพายุหมุน

การกระจายตัวของพายุหมุนเขตร้อนของโลกระหว่าง พ.ศ. 2528 - พ.ศ. 2548พายุหมุนเขตร้อนซึ่งก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกและมีความแรงของลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางพายุมากกว่า 33 นอต จะเริ่มมีการกำหนดชื่อเรียก โดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกได้จัดรายชื่อเพื่อเรียกพายุหมุนเขตร้อนซึ่งก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกไว้เป็นสากล เพื่อทุกประเทศในบริเวณนี้ใช้เพื่อเรียกพายุหมุนเขตร้อนซึ่งก่อตัวขึ้น โดยเรียงตามลำดับให้เหมือนกัน

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา ได้เกิดระบบการตั้งชื่อพายุเป็นภาษาพื้นเมืองของแต่ละประเทศสมาชิกในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกตอนบนและแถบทะเลจีนใต้ 14 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา จีน เกาหลีใต้ ฮ่องกง ญี่ปุ่น มาเลเซีย ไมโครนีเซีย ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา เวียดนาม และไทย โดยนำชื่อมาเรียงเป็น 5 สดมภ์ เริ่มจากกัมพูชาจนถึงเวียดนามในสดมภ์ที่ 1 เมื่อหมดแล้วให้เริ่มขึ้นสดมภ์ที่ 2 ถึง 5 แล้วจึงเวียนมาเริ่มที่สดมภ์ 1 อีกครั้ง จนกว่าจะมีการกำหนดชื่อพายุครั้งใหม่อีก

ประเทศไทยได้รับผลกระทบจาก'พายุหมุนเขตร้อน ที่ก่อตัวในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก และพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวในบริเวณมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเราเรียกว่า ไซโคลน แม้พายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวในบริเวณมหาสมุทรอินเดียจะไม่เข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ก็สามารถก่อความเสียหายต่อประเทศไทยได้เช่นกัน เมื่อทิศการเคลื่อนที่เข้าสู่บริเวณใกล้ประเทศไทยทางด้านตะวันตก ในกรณีของพายุหมุนเขตร้อนซึ่งก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้นั้นจะเคลื่อนที่เข้าสู่ประเทศไทยในบริเวณต่างๆ ของประเทศแตกต่างกันตามฤดูกาล

(ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

ลักษณะเฉพาะ

พายุไซโคลนหรือพายุหมุนเขตร้อนซึ่งจะต้องมีความเร็วลมมากกว่า 64 นอต(30 เมตร/วินาที , 74 ไมล์/ชั่วโมง หรือ 118 กิโลเมตร/ ชั่วโมง) ขึ้นไป และมักจะมี ตาซึ่งเป็นบริเวณที่ลมค่อนข้างสงบและมีความกดอากาศค่อนข้างต่ำอยู่กลางวงหมุน ตาพายุนี้จะเห็นได้ชัดเจนจากภาพถ่ายดาวเทียมเป็นวงกลมเล็กที่ไม่มีเมฆ รอบตาจะมีกำแพงล้อมที่มีขนาดกว้างประมาณ 16-80 กิโลเมตร เป็นบริเวณที่มีพายุฝนและลมหมุนที่รุนแรงมากหมุนวนรอบๆ ตา

โครงสร้างของพายุหมุนเขตร้อนการเคลื่อนตัวของเมฆรอบศูนย์กลางพายุก่อตัวเป็นรูปขดวงก้นหอยที่เด่นชัด แถบหรือวงแขที่อาจยื่นโค้งเป็นระยะที่ยาวออกไปได้มากในขณะที่เมฆถูกดึงเข้าสู่วงหมุน ทิศทางวงหมุนของพายุขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดว่าอยู่ ณ ส่วนใดของซีกโลกดังกล่าวแล้ว หากอยู่ซีกโลกเหนือ พายุจะหมุนทวนเข็มนาฬิกา ด้านซีกโลกใต้จะหมุนตามเข็มนาฬิกา ความเร็วสูงสุดของพายุหมุนเขตร้อนที่เคยวัดได้มีความเร็วมากกว่า 85 เมตร/วินาที (165 นอต, 190 ไมล์/ชั่วโมง, 305 กิโลเมตร/ชั่วโมง) พายุที่รุนแรงมากและอยู่ในระยะก่อตัวช่วงสูงสุดบางครั้งอาจมีรูปร่างของโค้งด้านในแลดูเหมือนอัฒจรรย์สนามแข่งขันฟุตปอลได้ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบางครั้งในลักษณะเช่นนี้เรียกว่า ปรากฏการณ์อัฒจรรย์” (stadium effect)

วงหมุนที่เกิดผนังตาพายุจะเกิดตามปกติเมื่อพายุมีความรุนแรงมาก เมื่อพายุแรงถึงขีดสุดก็มักจะเกิดการหดตัว ของรัศมีกำแพงตาพายุเล็กลงถึงประมาณ 8-24 กิโลเมตร (5-15 ไมล์)ซึ่งบางครั้งอาจไม่เกิด ถึงจุดนี้เมฆฝนอาจก่อตัวเป็นแถบอยู่ด้านนอกแล้วค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าวงในแย่งเอาความชื้นและแรงผลักดันหรือโมเมนตัมจากผนังตาพายุ ทำให้ความรุนแรงลดลงบ้าง (ความเร็วสูงสุดที่ผนังลดลงเล็กน้อยและความกดอากาศสูงขึ้น) ในที่สุดผนังตาพายุด้านนอกก็จะเข้ามาแทนผนังในจนหมด ทำให้พายุกลับมามีความเร็วเท่าเดิม แต่ในบางกรณีอาจกลับเร็วขึ้นได้ แม้พายุหมุนจะอ่อนตัวลงที่ปลายผนังตาที่ถูกแทนที่ แต่ที่จริงแล้วการเพิ่งผ่านปรากฏการณ์ลักษณะนี้ในรอบแรกและชะลอการเกิดในรอบต่อไป เป็นการเปิดโอกาสให้ความรุนแรงสะสมตัวเพิ่มขึ้นอีกได้ถ้ามีสภาวะที่เหมาะสม

ดังนั้น การเตรียมพร้อมเพื่อรับสภาวะวิกฤตินั้นยังจำเป็นอยู่น๊ะครับ ควรตรวจสอบตามวงรอบทุก 3-6 เดือนโดย

1. อาหาร/น้ำ สำรองในบ้านของเรา ที่ควรมีเพียงพอ 2 สัปดาห์ ถ้าที่มีอยู่เก่าจวนหมดอายุ ก็ทานของเก่า ซื้อของใหม่มาเก็บแทน คนที่เลี้ยงสัตว์ ควรมีอาหารสัตว์ไว้ด้วย
2.
ในพม่า ขาด น้ำ อาหาร และไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิง ควรคิดไว้ก่อนเลยว่าจะสำรองพลังงานอย่างไร
3.
การสื่อสาร โทรศัพท์เซลูล่าและสายโทรศัพท์ แทบไร้ความหมาย ทั้งสายขาดและไม่มีกระแสไฟฟ้า ควรมีวิทยุ รับ-ส่ง และ วิทยุเพื่อเปิดรับฟังข่าวสาร (ทีวี พึ่งไม่ค่อยได้เพราะหาทีวีใส่ถ่านไม่ได้)
4.
มีด ไฟ เวชภัณฑ์ ผ้าใบ-เต็นท์ เชือก เสื้อผ้าสำรอง อาวุธปืน+กระสุน ยังอยู่ดีหรือเปล่า รวบรวมไว้อย่าทิ้งระเกะระกะต่างที่กัน เมื่อต้องการใช้ จะได้หยิบได้อย่างทันท่วงทีเมื่อมีประกาศอพยพ

มีแน้วโน้มว่าพายุใหญ่อาจมีโอกาสเข้ามาไทยจากมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งการทำลายของพายุนั้นรุญแรงว่าคลื่นซึนามิ เพราะพายุสามารถวิ่งจากฝั่งทะเลข้ามาบนบกได้ไกลกว่าคลื่นซึนามิมาก การทำลายล้างของพายุจะเป็นวงกว้าง จึงไม่ควรตั้งตนด้วยความประมาท     

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 13 คน กำลังออนไลน์