องค์การค้าโลก

รูปภาพของ sila15722

WTOองค์การการค้าโลก (WTO)

ความเป็นมาองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) เป็นองค์การระหว่างประเทศ ที่มีพัฒนาการมาจากการทำความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้าหรือแกตต์ (General Agreement on Tariffs and Trade: GATT) เมื่อปี พ.. 2490 ซึ่งขณะนั้น ยังไม่มีสถานะเป็นสถาบันจนกระทั่งประเทศสมาชิกได้จบรอบการเจรจาการค้ารอบอุรุกวัย และผลการเจรจาส่วนหนึ่งคือ การก่อตั้ง WTO ขึ้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.. 2538 มีสมาชิกเริ่มแรก 81 ประเทศ และมี
ที่ตั้งอยู่ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
              ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก WTO เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2538 เป็นสมาชิกลำดับที่ 59 มีสถานะเป็นสมาชิกก่อตั้ง ขณะนี้ มีประเทศที่อยู่ระหว่างกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก WTO ที่สำคัญ เช่น รัสเซีย ซาอุดิอาระเบีย เวียดนาม ลาว เป็นต้น มูลค่าการค้าระหว่างประเทศสมาชิก WTO ด้วยกันคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 90 ของการค้าโลก และการขยายตัวของจำนวนสมาชิกจะมีผลให้การค้าระหว่างประเทศสมาชิกขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นลำดับด้วย ปัจจุบัน (ณ เดือนพฤศจิกายน 2546) WTO มีสมาชิกทั้งสิ้น 148 ราย 

 

วัตถุประสงค์
               WTO มีการเจรจาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดเสรีการค้าระหว่างประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป (progressive liberalization) ตามความพร้อมของประเทศสมาชิก และระดับการพัฒนาของประเทศสมาชิก กฎกติกาต่างๆ ของ WTO ได้กำหนดให้มีการปฏิบัติอย่างเป็นพิเศษแก่ประเทศกำลังพัฒนา (Special and Differential Treatment: S&D) เพื่อให้สามารถเข้าร่วมในระบบการค้าพหุภาคีได้ WTO จึงเป็นองค์กรที่ไม่หยุดนิ่ง จะมีการเจรจาเพื่อพัฒนาและสร้างกฎกติกาใหม่ๆ เพื่อให้สามารถรองรับกับวิวัฒนาการของการค้าระหว่างประเทศและรูปแบบการค้าโลกที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง
               การเป็นสมาชิกของ WTO ทำให้ประเทศสมาชิกมีสิทธิและข้อผูกพัน (Rights and Obligations) ที่จะต้องปฏิบัติตามภายใต้ความตกลงต่างๆ ของ WTO กฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศของ WTO นอกจากช่วยส่งเสริมให้การแข่งขันทางการค้าเป็นธรรมแล้ว ยังสร้างความมั่นใจให้แก่ทั้งผู้ค้าและผู้ลงทุน ผู้ผลิตและส่งออกสามารถคาดการณ์และวางแผนการค้าระหว่างประเทศล่วงหน้าได้


หน้าที่ WTO
1. บริหารความตกลงและบันทึกความเข้าใจที่เป็นผลจากการเจรจาในกรอบของ GATT/WTO รวม 28 ฉบับ โดยผ่านคณะมนตรี (Council) และคณะกรรมการ (Committee) ต่างๆ ตลอดจนดูแลให้มีการปฏิบัติตามพันธะกรณี

2. เป็นเวทีเพื่อเจรจาลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างสมาชิกทั้งในรูปของมาตรการภาษีศุลกากรและมาตรการที่มิใช่ภาษีศุลกากร
3. เป็นเวทีสำหรับแก้ไขข้อขัดแย้งทางการค้าระหว่างสมาชิก และหากไม่สามารถตกลงกันได้ก็จะจัดตั้งคณะผู้พิจารณา (Panel) ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ข้อเสนอแนะ
4. ติดตามสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศและจัดให้มีการทบทวนนโยบาย การค้าของสมาชิกอย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นการตรวจสอบให้เป็นไปในแนวทางการค้าเสรี
5. ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศกำลังพัฒนาในด้านข้อมูล ข้อแนะนำเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามพันธกรณีได้อย่างเพียงพอตลอดจนทำการศึกษาประเด็นการค้าที่สำคัญๆ
6. ประสานงานกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IME) และธนาคารโลกเพื่อให้นโยบายเศรษฐกิจโลกสอดคล้องกันยิ่งขึ้น
       กรอบท่าทีการเจรจาของไทยครม. มีมติเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2544 เห็นชอบกรอบท่าทีไทยสำหรับการเจรจา
รอบโดฮา ขณะนี้การเจรจาเรื่องต่างๆ มีความคืบหน้าไปในระดับหนึ่ง และในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ครั้งที่ 4/2546 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2546 มีมติเห็นชอบให้กำหนดกรอบท่าทีของไทยในเรื่องต่างๆ ตามข้อ 3.1 มีสาระสำคัญโดยสรุปดังนี้
1    การแก้ไขปัญหาให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาที่ประสบโรคระบาดให้มียาราคาถูกรักษาโรค- ยอมรับมติในการแก้ไขปัญหาให้ประเทศกำลังพัฒนาที่ประสบโรคระบาดมี
ยาราคาถูกรักษาโรคเพื่อการสาธารณสุขและมนุษยธรรม โดยให้มีการป้องกันมิให้ยาที่นำเข้าภายใต้โครงการนี้ถูกนำออกไปขายในตลาดอื่น และให้มีการทบทวนการดำเนินการตามมตินี้เป็นระยะ
2    การจัดทำ modalities เรื่องการเปิดตลาดสินค้าเกษตร4.2.1       ให้มีการปฏิรูปการค้าสินค้าเกษตรอย่างจริงจัง โดยมุ่งเปิดตลาดสินค้าเกษตร โดยเฉพาะการลดภาษีสูงและภาษีขั้นบันได  ลดการอุดหนุนส่งออกเพื่อนำไปสู่การยกเลิก
ในที่สุด และการลดอุดหนุนภายในที่บิดเบือนการค้าลงอย่างมาก โดยให้การปฏิบัติที่เป็นพิเศษและ
 แตกต่าง ตลอดจนความยืดหยุ่นแก่ประเทศกำลังพัฒนาในทุกเรื่องของการเจรจา ทั้งนี้ ไทยไม่ขัดข้องให้มีการคำนึงถึงข้อกังวลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการค้าในการเจรจา แต่ให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของไทยให้มากที่สุด4.2.2       ให้จัดทำ modalities สินค้าเกษตรให้เสร็จเร็วที่สุด และกำหนดให้ยื่นตารางข้อผูกพัน ภายในระยะเวลา 6 เดือนหลังจากการจัดทำ modalities3    การจัดทำ modalities เรื่องการเปิดตลาดสินค้าอุตสาหกรรม4.3.1       ยอมรับรูปแบบ (modalities) สำหรับการเจรจาเปิดตลาดสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าเกษตร โดยใช้สูตร (formula) เป็นวิธีการหลักในการลดภาษี และให้การยกเลิกภาษีรายสาขา(sectoral tariff elimination) เป็นวิธีการเสริม  โดยคำนึงถึงหลักการปฏิบัติที่เป็นพิเศษและแตกต่าง
สำหรับประเทศกำลังพัฒนา และให้ประเทศกำลังพัฒนาลดภาษีในอัตราที่น้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้ว และใช้ระยะเวลาในการลดภาษีที่ยาวนานกว่า
ทั้งนี้ ไทยสนับสนุนให้มีการเจรจาลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีควบคู่ไปกับการเจรจาลดภาษี4    การเปิดเสรีสินค้าบริการ4.4.1           ให้ไทยยื่น initial offers ภายในเดือนสิงหาคม 25464.4.2       ยอมรับกำหนดการยื่นข้อเสนอปรับปรุงใหม่ได้  โดยให้คำนึงถึงความ
คืบหน้าของการเจรจาเรื่องสินค้าเกษตรด้วย เพื่อให้การเจรจาเรื่องการค้าบริการและการค้าสินค้าเกษตรมีความคืบหน้าไปพร้อมๆ กัน
5      การจัดทำระบบพหุภาคีสำหรับการแจ้งและจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สำหรับไวน์และสุรา4.5.1       สนับสนุนให้มีการจัดทำระบบพหุภาคีสำหรับการแจ้งและจดทะเบียน
สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ครอบคลุมสินค้าอื่น นอกเหนือจากไวน์และสุรา เนื่องจากไทยมีสินค้าออกที่สำคัญหลายชนิดที่ควรจะได้รับประโยชน์จากระบบดังกล่าวด้วย จึงควรเชื่อมโยงการเจรจาเรื่องนี้กับการเจรจาขยายขอบเขตการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ให้ครอบคลุมสินค้าอื่น นอกเหนือจากไวน์และสุรา
4.5.2       ระบบพหุภาคีควรมีผลใช้บังคับในประเทศสมาชิกโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องไปจดทะเบียนซ้ำในแต่ละประเทศ และควรอนุญาตให้มีการคัดค้านอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อป้องกันการนำชื่อ GI ของผู้อื่นมาจดทะเบียนโดยมิชอบ

                       4.6    การต่ออายุการเจรจาปรับปรุงแก้ไขความเข้าใจว่าด้วยการระงับข้อพิพาท

                                  4.6.1       ยอมรับให้มีการต่ออายุการเจรจาปรับปรุงแก้ไขความเข้าใจว่าด้วยการระงับข้อพิพาออกไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2547 โดยให้ใช้ผลการเจรจาที่ผ่านมาเป็นพื้นฐานในการเจรจาต่อไป                      4.7      การให้การปฏิบัติที่เป็นพิเศษและแตกต่างสำหรับประเทศกำลังพัฒนา

4.7.1       ยอมรับมติปรับปรุงการปฏิบัติที่เป็นพิเศษและแตกต่างสำหรับประเทศกำลังพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับเรื่องที่มอบหมายให้กลุ่มเจรจาต่างๆ พิจารณาก็ให้คณะมนตรีใหญ่ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด ส่วนเรื่องที่ยังตกลงกันไม่ได้ก็ให้คณะกรรมการการค้าและการพัฒนาพิจารณาและรายงานผลต่อคณะมนตรีใหญ่

                               4.8    การลงทุน

                                         4.8.1       ยอมรับให้มีการเจรจาจัดทำความตกลงพหุภาคีว่าด้วยการลงทุนที่ครอบคลุมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment) และการลงทุนระยะปานกลางและระยะยาวที่เป็นประโยชน์ต่อไทย โดยให้มีความยืดหยุ่นและการปฏิบัติที่เป็นพิเศษและแตกต่างสำหรับประเทศกำลังพัฒนา

                                         4.8.2       เจรจาจัดทำรูปแบบการเจรจา (modalities) ให้เป็นประโยชน์ต่อไทย
ให้มากที่สุด โดยให้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ ที่ระบุไว้ในปฏิญญารัฐมนตรีที่โดฮา

4.9      นโยบายการแข่งขัน

                                         4.9.1       ยอมรับให้มีการเจรจาจัดทำความตกลงพหุภาคีว่าด้วยนโยบายการแข่งขัน  เพื่อกำจัดพฤติกรรมการแข่งขันระหว่างประเทศ ประเภท Hard Core Cartel                                          4.9.2       เจรจาจัดทำรูปแบบการเจรจา (modalities) ให้เป็นประประโยชน์ต่อไทยให้มากที่สุด โดยให้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ ที่ระบุไว้ในปฏิญญารัฐมนตรีที่โดฮา4.10        ความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ

                              4.10.1   ยอมรับให้มีการเจรจาจัดทำความตกลงพหุภาคีว่าด้วยความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ ที่ครอบคลุมเฉพาะเรื่องความโปร่งใส ไม่รวมเรื่องการเปิดตลาด และไม่จำกัดขอบเขตของรัฐฯ ในการให้สิทธิพิเศษแก่สินค้าและผู้ประกอบการภายในประเทศ  ทั้งนี้ ควรให้เวลาแก่ประเทศกำลังพัฒนาในการปรับตัวด้วย

                                     4.10.2   เจรจาจัดรูปแบบการเจรจา (modalities) ให้เป็นประโยชน์ต่อไทยมากที่สุด  โดยให้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ ที่ระบุไว้ในปฏิญญารัฐมนตรีที่โดฮา 4.11         การอำนวยความสะดวกทางการค้า                                4.11.1     ยอมรับให้มีการเจรจาจัดทำความตกลงพหุภาคีว่าด้วยการอำนวยความสะดวกทางการค้าได้ โดยให้มีการปฏิบัติที่เป็นพิเศษและแตกต่างสำหรับประเทศกำลังพัฒนา4.11.2        เจรจาจัดรูปแบบการเจรจา (modalities) ให้เป็นประโยชน์ต่อไทยมากที่สุด  โดยให้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ ที่ระบุไว้ในปฏิญญารัฐมนตรีที่โดฮา4.12          การขยายเวลาการยกเว้นการเก็บภาษี Electronic Transmission เป็นการชั่วคราว 4.7.1          ยอมรับให้มีการขยายเวลาการยกเว้นภาษี Electronic Transmission เป็นการชั่วคราว จนถึงการประชุมรัฐมนตรี WTO ครั้งที่ 64.12.2        ให้มีการตรวจสอบ (examination) เรื่องนี้ ภายใต้ Work Programme พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ต่อไป4.13    การกำหนดขอบเขตและรูปแบบของการฟ้องร้องกรณีที่ไม่ขัดกับบทบัญญัติของความตกลง TRIPS

4.13.1                ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการฟ้องร้องกรณีที่ไม่ขัดกับบทบัญญัติของความตกลง TRIPS (non -violation complaints) จึงควรชะลอการนำ non-violation complaints มาใช้กับความตกลง TRIPS จนกว่าจะสามารถกำหนดขอบเขตและรูปแบบสำหรับการนำ non-violation complaints มาใช้ได้

4.14   การรับสมาชิกใหม่ของ WTO 4.14.1       ยอมรับกัมพูชาและเนปาลเข้าร่วมเป็นสมาชิกใหม่ของ WTO

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 155 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • ssspoonsak