บทร้อยกรอง 4

รูปภาพของ sss28793
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
วัฒนาการร้อยกรองไทยในปัจจุบัน
.
.

๑. ยุคแห่งการเริ่มต้น (พ.ศ.๒๔๗๐ – ๒๔๙๐)
.
ในช่วงนี้กวีได้รับอิทธิพลทางด้านแนวคิด และรูปแบบของร้อยกรองตะวันตก ผลงานร้อยกรองสั้นๆเริ่มปรากฏมากขึ้น กวีที่สมควรได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เริ่มสร้าง ผลงานแนวใหม่คือ ครูเทพ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ในด้านรูปแบบมีทั้งฉันท์ โคลง กาพย์ กลอนที่น่าสนใจ ครูเทพ ได้ริเริ่มเอารูปแบบเพลงพื้นบ้านมาเขียนร้อยกรองอย่างงดงาม ในด้านเนื้อหาเป็นการวิพากษ์วิจารณ์สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ฯลฯ
.
วิสัยเด็กเปรียบได้กับไม้อ่อน
ที่ดัดร้อนรนไฟนั้นไม้คร่ำ
ดัดเย็นได้ไฉนจักไม่ทำ
ดัดด้วยน้ำรักกระด้างอ่อนดังใจ
เก็บไม้เรียวห่อไว้ตู้เหล็ก
สำหรับเด็กเกกมะเหรกและเหลือขอ
ทารกอ่อนเยาว์ไวใช้ลูกยอ
แล้วหุ้มห่อด้วยรักจักมีชัย
.
ในยุคสมัยเดียวกันนี้ นอกจากมี ครูเทพ แล้วยังมีกวีที่น่าสนใจอีก เช่น
น.ม.ส. และ นายชิต บุรทัต ซึ่งกวีทั้งสองท่านนี้ยังเคร่งครัดฉันทลักษณ์ตามแบบโบราณอยู่

.
.

๒. ยุคศิลปะเพื่อศิลปะเข้าสู่ศิลปะเพื่อชีวิต (พ.ศ.๒๔๙๐ – ๒๕๐๐)
.
หลังยุคสงครามมหาบูรพาบรรยากาศร้อยกรองไทยมีชีวิตชีวาขึ้น แนวคิดศิลปะเพื่อศิลปะ เป็นแนวคิดเชิงเสรีนิยมจัดเป็นงานร้อยกรองเพื่อชีวิต โดยเฉพาะชีวิตของประชาชนผู้ทุกข์ยากขมขื่น กวีกลุ่มนี้ได้แก่ นายผี(อัศนี พลจันทร์) เป็นผู้ปูเส้นทางและบุกเบิกทางด้วยผลงานที่มีคุณภาพ และมีอิทธิพลต่อกวียุคหลัง นอกจาก
นายผี ยังมีเปลื้อง วรรณศรี ทวีปวร , จิตร ภูมิศักดิ์ ฯลฯ เช่น
.
เปิบข้าวทุกคราวคำ
จงสูจำเป็นอาจิณ
เหงื่อกูที่สูกิน
จึงก่อเกิดมาเป็นคน
ข้าวนี้นะมีรส
ให้ชนชิมทุกชั้นชน
เบื้องหลังสิทุกข์ทน
และขมขื่นจนเขียวคาว
จากแรงมาเป็นรวง
ระยะทางนั้นเหยียดยาว
จากรวงเป็นพราว
ล้วนทุกข์ยากลำบากเข็ญ
.
.

๓. ยุคแห่งความเพ้อฝัน (พ.ศ. ๒๕๐๑ – ๒๕๐๖)
.
หลังจากการปฏิวัติของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๑ นักเขียนส่วนใหญ่ถูกจับกุม มีผลทำให้วรรณศิลป์เปลี่ยนแปลงไปสู่แนวเฟ้อฝัน และสะท้อนสังคมด้วยวิธีนุ่มนวล ไม่ก้าวร้าว งานร้อยกรองส่วนใหญ่มุ่งแสดงอารมณ์ส่วนตัวเป็นกลอนรักตักพ้อต่อว่าระหว่าง หนุ่มสาวเป็นส่วนใหญ่ นักกลอนส่วนใหญ่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย เช่น ประยอม ซองทอง , เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ , นภาลัย สุวรรณธาดา ฯลฯ เช่น
.
อย่านะอย่าหวั่นไหวใจห้ามขาด
ใจตวาดแล้วใจใยผวา
ตาร้องไห้ใจก็ตามไปห้ามตา
สมน้ำหน้าหัวใจร้องไห้เอง
.
.

๔. ยุคแห่งการแสวงหา (พ.ศ. ๒๕๐๖ – ๒๕๑๐)
.
เมื่อพ้นสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ไปแล้ว การแสวงหารูปแบบ และความคิดใหม่ๆเกิดขึ้น ลักษณะร้อยกรองในช่วงนี้ แบ่งออกเป็นหลายแนวดังนี้
.
- กลุ่มสืบทอดแนวเพ้อฝันหรือแสดงอารมณ์ส่วนตัว เป็นเนื้อหาแนวรักๆใคร่ๆมีนักกลอนใหม่ๆเกิดขึ้น เช่น วาณิช จรุงกิจอนันท์ เนาวรัตน์ วงศ์ไพบูลย์
ฯลฯ
.
- กลุ่มสะท้อนชีวิตสังคมรุ่นใหม่ กลุ้มนี้ได้พัฒนาเนื้อหาสะท้อนสังคม และแสดงความรู้สึกที่อึดอัด ต่อบรรยากาศทางการเมือง ได้แก่ สุรศักดิ์ ศรีประพันธ์ ธารี(อดุล จันทรศักดิ์) ฯลฯ เช่น
.
ฆาตกรนิรนามสงครามเถื่อน
เพื่อนกับเพื่อนก็ยังฆ่ากันได้
ชนะละทิ้งคุณธรรมประจำใจ
เพียงเพื่อใช้นามว่า วีรชน
.
- กลุ่มปลดแอกฉันทลักษณ์