บทบาทของบุคคลที่ส่งเสริมสร้างสรรค์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยที่มีผลต่อสังคมไทยในปัจจุบัน (อุทัย แก้วละเอียด)

อุทัย แก้วละเอียด

    

 

 

1.  ประวัติ ความเป็นมา

        ปัจจุบันอายุ 74 ปี (เกิด 23 ก.ค. 2478) เป็นคนอัมพวา ดินแดนของเสียงเพลง เติบโตในครอบครัวปี่พาทย์ เริ่มหัดดนตรีไทยกับครูปน นิลวงศ์ คุปู่ยา แก้วละเอียด ครูพริ้ม นักปี่ จนมีความสามารถ ต่อมาได้เดินทางเข้ามากรุงเทพเพื่อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ระนาดเอกของหลวงประดิษฐ์ไพเราะ   (ศร ศิลปบรรเลง) ณ สำนักปี่พาทย์บ้านบาตร ถือเป็นศิษย์ที่คุณครูรักมากที่สุดคนหนึ่ง ได้รับการถ่ายทอดชั้นเชิงการบรรเลงเดี่ยวระนาด การปรับวง เพลงหน้าพาทย์ การขับร้อง และการประชันวงอย่างลึกซึ้ง  มีความรู้เแตกฉานทั้งทางระนาดเอกและระนาดทุ้ม หลังจากที่คุณครูถึงแก่กรรมก็ได้รับใช้งานดนตรีที่บ้านบาตรแม้จนกระทั่งเกิดมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯขึ้นมาใน พ.ศ. 2524 ก็ยังทำหน้าที่เป็นทั้งครูผู้ฝึกสอน เป็นกรรมการตัดสินกิจกรรมการประกวดดนตรีของมูลนิธิฯและรับประสิทธิการอ่านโองการไหว้ครูโดยตรงจากคุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลง ได้ร่วมงานกับทายาทของคุณครูหลายท่าน โดยเฉพาะเมื่ออาจารย์ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลงและครูลัดดา สารตายน ก่อตั้งคณะนาฏศิลป์ผกาวลี ก็ได้ทำหน้าที่บรรเลงระนาดเอกให้โดยตลอดทั้งการแสดงในประเทศไทยและการออกเดินทางเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เป็นต้น ถือเป็นคณะนาฎศิลป์เอกชนที่สร้างสรรค์งานการแสดงใหม่มากมาย นอกจากนี้ยังได้บรรเลงระนาดให้กับ ศ.ดร.อุทิศ นาคสวัสดิ์ ในรายการ “ดร.อุทิศแนะดนตรีไทย” ออกเผยแพร่ความรู้แก่สาธารณชนมาเป็นเวลากว่า 30 ปี  และฝากฝีมือการบรรเลงปี่พาทย์ไว้กับงานบันทึกเสียงเพลงไทยในระบบสเตอริโอของ ศ.ดร.อุทิศอีกเป็นจำนวนมาก เป็นเทปคาสเซ็ทนับร้อยม้วน ทั้งเพลงโบราณ เพลงชุดความรู้สายวิชาหลวงประดิษฐไพเราะ และเพลงที่ ศ.ดร.อุทิศ ได้ประพันธ์ขึ้นใหม่

        ได้รับการแนะนำจากคุณหญิงชิ้นให้ทำหน้าที่ครูผู้ถ่ายทอดวิชาการเป็นครูผู้สอนดนตรีไทยให้โรงเรียนมัธยมหลายแห่ง อาทิ วัดเทพศิรินทร์ วัดมกุฏกษัตริยาราม จนกระทั่งเป็นแกนนำให้เกิดการประกวดดนตรีไทยในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนและงานมหกรรม “ดนตรีไทยมัธยมศึกษา” สืบทอดต่อมา เป็นอาจารย์พิเศษสอนดนตรีไทยให้สถาบันอุดมศึกษาหลายแห่ง ที่เด่นมาคือวิทยาลัยครูจันทรเกษม เป็นผู้เริ่มต้นวางหลักสูตรการเรียนดนตรีไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2515 จนพัฒนามาเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฎที่เข้มแข็งในกาลต่อมา นอกจากนี้ยังรับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษให้กับอีกหลายสถาบัน อาทิ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชมรมดนตรีไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ชมรมดนตรีไทยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ฯลฯ มีศิษย์ดนตรีที่โดดเด่นในวงการดนตรีไทยปัจจุบันหลายคน อาทิ ประชา สามเสน (ระนาดเอก) อัษฎาวุธ สาคริก (ระนาดเอก) รศ.ดร.เฉลิมศักดิ์ พิกุลศรี (ฆ้องวงใหญ่) วัชระ เปรมปรีดิ์ (ระนาดทุ้ม) ฯลฯ มีผลงานแต่งเพลงไทยเดิมจำนวนมาก  เช่น  เพลงอุศเรน เถา  ดอกไม้เหนือ เถา  โหมโรงเทพศิรินทร์ โหมโรงจันทรเกษม เป็นต้น   รวมทั้งทางเดี่ยวเครื่องปี่พาทย์ต่างๆและทางเปลี่ยนที่ใช้ในการประชันวง เคยได้รับเชิญให้แสดงเดี่ยวระนาดเอกในการแสดงระนาดโลก  ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ตีระนาดทุ้มร่วมวงศิษย์ศรทองซึ่งเป็นบรรดาลูกศิษย์รุ่นอาวุโสของหลวงประดิษฐไพเราะบันทึกเสียงซีดีในโครงการ “เสียงของแผ่นดิน” ชุด เพลงเอกแห่งสยาม จำนวน 7 แผ่น จัดจำหน่ายโดยบริษัทแกรมมี่และศิลปวัฒนธรรมเมื่อ พ.ศ. 2541
        ได้รับรางวัลเพชรสยาม สาขาดนตรีไทย  จากมหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม   ได้รับยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) ประจำปี พ.ศ.2538 จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ  ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนและปรับวงดนตรีไทย  ตามสถาบันการศึกษาและวงดนตรีเอกชนหลายแห่งและเป็นผู้ประกอบพิธีกรรมไหว้ครูสำนักดนตรีหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)

2.  บทบาทในการส่งเสริมวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยโดยสังเขป

พ.ศ. ๒๕๑๑ ลัทธิคอมมิวนิสต์มีอิทธิพลแพร่ขยายเข้ามาในประเทศไทยมีผู้ก่อการร้ายมากมายจึงเกิดแรงบันดาลใจแต่งบทเพลงจีนแดง ซึ่งมีท่วงทำนองดุดัน เพื่อให้คนไทยรู้ถึงอันตรายจากลัทธิคอมมิวนิสต์ และให้คนไทยเกิดความรักชาติ

พ.ศ. ๒๕๑๑ ปลายปี แต่งเพลงอุสเรน (เถา) ขณะที่นั่งรถไฟจากกรุงเทพไปแสดงดนตรีไทยที่จังหวัดเพชรบุรี เห็นคนทะเลาะกัน นำเพลงมาร์ชราชนาวีอังกฤษของเดิมจังหวะ ๒ ชั้น มาแต่งเป็นเพลงเถา ที่มีลีลาคึกคะนอง โลดแล่น ดุดัน

พ.ศ. ๒๕๑๕ แต่งเพลงเทพทอง (เถา) ของเดิมมาจากเพลงเทพทอง (สุโขทัย) เป็นเพลงชั้นเดียว

พ.ศ. ๒๕๑๗ แต่งเพลงดอกไม้เหนือ (เถา) ขณะที่นั่งรถไฟจากกรุงเทพมหานคร ไปแสดงดนตรีไทยที่จังหวัดอ่างทอง เห็นหญิงสาวชายหนุ่มกำลังยืนพลอดรักกัน จึงนำเพลง ๒ ชั้น ของเดิมในตับลาวเจริญศรี มาแต่งเป็นเพลงเถา โดยมีอาจารย์ ชวน อยู่สุวรรณ เป็นผู้แต่งเนื้อร้อง

  • เพลงสุดคนึง ( เถา)
  • เพลงจีนอัมพวา (เถา)
  • เพลงกระต่ายเลียบเขา ขณะเดินทางไปงานที่วัดลานบุญ เขตลาดกระบัง กรุงเทพ ฯ ได้ยินเสียงบรรเลงเพลงกระต่ายเต้น จากนักดนตรี เป็นเพลงมอญ ๒ ชั้น ได้แต่งทางเพลงแก้เป็นทำนองคล้ายกันแต่จังหวะเดียวกัน ชื่อเพลงกระต่ายเลียบเขา
  • เพลงสุดอาลัย ครั้งที่จัดงานศพให้มารดา เกิดความรู้สึกอาลัยที่คุณแม่จากไปไม่มีวันกลับจึงได้แต่งเพลงมอญแม่ เป็นเพลง ๒ ชั้น และชั้นเดียว ออกสำเนียงมอญ ต่อมาคุณวิมลมาศ สามเสน ซึ่งเป็นลูกสาวของ ดร.อุทิศ นาคสวัสดิ์ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น เพลงสุดอาลัย
  • เพลงมอญจำจาก ในอัตรา ๒ ชั้น
  • เพลงหางเครื่องในท้ายเพลงต่าง ๆ ชั้นเดียว เช่น หางเครื่อง เพลงเทพบรรทม เพลงภิรมย์สุรางค์ ช้างประสานงา ทยอยเขมร จีนแดง ฯลฯ
  • โหมโรงมัธยมศึกษา แต่งขึ้นเพื่อใช้สำหรับเป็นเพลงโหมโรงของดนตรีไทย ระดับมัธยมศึกษา ซึ่งใช้เป็นเพลงบรรเลงหน้าพระที่นั่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ก่อนจะเริ่มการแสดงเป็นประจำทุกปี ท่วงทำนองเพลงมีความอ่อนหวานและความโลดโผน เปรียบเสมือนนิสัยของเด็กในวัยมัธยม ซึ่งจะมีทั้งความเรียบร้อย และซุกชน
  • โหมโรงอักษรศาสตร์ ขณะนั้นคณะอักษรศาสตร์เปิดสอนภาษาต่างประเทศ หลายภาษา จึงได้แต่งเพลงโหมโรงออกภาษาต่าง ๆ ๖ ภาษา ไทย ลาว เขมร แขก จีน ฝรั่ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงร่วมบรรเลงเพลงโหมโรงอักษรศาสตร์ และทรงบรรเลงเพลงบุหลันลอยเลื่อน ในงานพระราชพิธีกาญจนาภิเษกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์ครบ ๕๐ ปี นายอุทัย แก้วละเอียด ได้รับใช้ใต้เบื้องยุคลบาท สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อย่างใกล้ชิด เป็นเวลา ๔ ปี ทรงมีพระเมตตา ทรงรับสั่งให้นายอุทัย แก้วละเอียด ไปพักอาศัยในวังปลายเนิน นายอุทัย แก้วละเอียด เกิดความปลื้มปิติอย่างมาก คิดว่าเป็นการไม่บังควร และไม่เหมาะสม สำนึกในพระเมตตากรุณาธิคุณของพระองค์อยู่เสมอ
  • โหมโรงจันทรเกษม เป็นเพลงเชิญครูดนตรีมาประทับที่เครื่องดนตรีไทย โดยเริ่มจากการบูชาพระพุทธเจ้าแล้วต่อด้วยตระเชิญ
  • โหมโรงกล่อมนารี ขณะที่สอนดนตรีมองดูเด็ก ๆ ที่มีความตั้งใจ ขยันอดทน ต่อการฝึกซ้อมดนตรี จึงคิดว่าเด็กเหล่านี้เป็นเทพเทวามานั่งเรียน จึงเกิดแรงบันดาลใจ แต่งเพลงกล่อมนารี
  • โหมโรงอัสสัมชัญ สถาบันการศึกษากลุ่มคริสตจักร์ ได้เรียนเชิญให้แต่งเพลงประจำสถาบัน เพื่อใช้ในการบรรเลงก่อนจะเริ่มการแสดง
  • โหมโรงเทพศิรินทร์

เป็นต้น

3.  นักเรียนสามารถมีส่วนร่วมในการส่งเสริมวัฒนธรรมและภูมิปัญญาให้อยู่คู่กับสังคมได้โดยวิธีใดบ้าง

  • ใช้สินค้าไทย
  • สืบสานประเพณีไทย
  • ไม่หลงของนอกมากกว่าของไทย

คณะผู้จัดทำ

1. น.ส. วราภรณ์         อุ้ยมี                   เลขที่ 9       ม.4/1

 

2. น.ส. รัตนา             วงศ์วิรัติ              เลขที่ 11     ม.4/1

 

3. น.ส. ศุภนุช            สุขแสงใส          เลขที่ 16     ม.4/1

4. น.ส. ธัญญาเรศ     ไชยช่อฟ้า           เลขที่ 18     ม.4/1

5. น.ส. จักษณา          อาภาธีรญาณ     เลขที่ 21     ม.4/1

รูปภาพของ silavacharee

Innocent  อธิบายแนวทางส่งเสริมให้มากกว่านี้นะ เพราะคะแนน 30 คะแนนนะจ๊ะ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 23 คน กำลังออนไลน์