หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ

รูปภาพของ hadwittaya1234

(สำเนา)
ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เรื่อง หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พ.ศ.2547

  เพื่อให้การบริหารงานบุคคล เกี่ยวกับการเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหมาะสม และเป็นธรรม จึงกำหนดหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน ให้ถือปฏิบัติ ดังนี้
  ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง
หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการพิจารณาเลื่อนขั้นข้าราชการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2547”
  ข้อ 2 ให้ใช้หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติตามประกาศนี้ เพื่อการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน
ข้าราชการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่การเลื่อนขั้นเงินเดือน ครั้งที่ 1
(1 เมษายน 2547) เป็นต้นไป
  ข้อ 3 ในประกาศนี้
   สพฐ.       หมายถึง   สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
   สพร.       หมายถึง   สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ
   กพร.       หมายถึง   กลุ่มพัฒนาระบบบริหารราชการ
   สศศ.       หมายถึง   สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
   สพท.       หมายถึง   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
   เขตพื้นที่การศึกษา   หมายถึง   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา
   ศูนย์การศึกษาพิเศษ หมายถึง   ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา และ
              ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัด
   เลขาธิการ สพฐ.      หมายถึง   เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
   ผอ.สพท.      หมายถึง   ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
   ข้าราชการ      หมายถึง   ข้าราชการครูและข้าราชการพลเรือนสามัญ
   ข้าราชการสังกัด สพฐ. หมายถึง  ข้าราชการทุกคนที่รับเงินเดือนจาก
               เงินงบประมาณของ สพฐ.
   มีตัวอยู่จริง      หมายถึง    จำนวนข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการอยู่จริง
               ในหน่วยงานปัจจุบัน
   สำรองวงเงิน      หมายถึง   การสำรองวงเงินเลื่อนขั้นและหรือกันเงินเลื่อนขั้น
  ข้อ 4 กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
   การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการสังกัด สพฐ. ให้ถือปฏิบัติตามมติ
คณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน ตาม กฎ ก.พ.ว้าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือน พ.ศ.2544 ประกอบกับหนังสือสำนักงาน ก.ค. ที ศธ 1305 / 313 ลงวันที่ 30 เมษายน 2544 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินตอบแทนพิเศษ ของข้าราชการและลูกจ้างประจำ ผู้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างถึงขั้นสูงของอันดับหรือตำแหน่ง พ.ศ.2544 รวมทั้งหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในกรณีต่าง ๆ ซึ่งองค์กรกลางบริหารงานบุคคลที่เกี่ยวข้องได้มีมติอนุมัติเป็นหลักการให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน พิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน ให้แก่ ข้าราชการเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายได้
  ข้อ 5 เกณฑ์การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ
   5.1 เกณฑ์ “การลาบ่อยครั้ง”  และ “การมาทำงานสายเนือง ๆ” ยกเว้นการลาตามข้อ 7 (8) ของ กฎ ก.พ.ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือน พ.ศ.2544 ให้ถือเกณฑ์ ดังนี้
         5.1.1 เกณฑ์ที่ถือว่าลาบ่อยครั้ง
(ก) ลาเกิน 6 ครั้ง สำหรับข้าราชการที่ปฏิบัติราชการในสถานศึกษา
(ข) ลาเกิน 8 ครั้ง สำหรับข้าราชการที่ปฏิบัติราชการในสำนักงาน
สำหรับข้าราชการที่ลาเกินจำนวนครั้งที่กำหนด แต่วันลาไม่เกิน 15 วันทำการ และมีผลการ
ปฏิบัติงานดีเด่น ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน อาจพิจารณาผ่อนผันให้เลื่อนขั้นเงินเดือนได้
         5.12 เกณฑ์ที่ถือว่ามาทำงานสายเนือง ๆ
(ก) มาทำงานสายเกิน 8 ครั้ง สำหรับข้าราชการที่ปฏิบัติราชการ
ในสถานศึกษา
(ข) มาทำงานสายเกิน 9 ครั้ง สำรับข้าราชการที่ปฏิบัติราชการ
ในสำนักงาน
  กรณีข้าราชการที่มีคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการคาบเกี่ยวระหว่างสถานศึกษากับสำนักงาน ให้ใช้เกณฑ์ “การลาบ่อยครั้ง” ตามข้อ 5.1.1 (ข) และเกณฑ์ “การมาทำงานสายเนือง  “ ตามข้อ 5.1.2 (ข)
   5.2 การแบ่งกลุ่มโควตาและวงเงินสำหรับการเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ ให้แบ่งตามมติคณะรัฐมนตรี ดังนี้
          5.2.1 กลุ่มระดับ 1 – 8
          5.2. กลุ่มระดับ 9 – 11
   5.3 การนับจำนวนข้าราชการและอัตราเงินเดือนรวมให้นับ ดังนี้
         5.3.1 ข้าราชการในส่วนกลาง
         5.3.2 ข้าราชการในศูนย์การศึกษาพิเศษและโรงเรียนสังกัด สศศ.
         5.3.3 ข้าราชการในเขตพื้นที่การศึกษา ยกเว้นข้าราชการต่อไปนี้ให้นับที่ส่วนกลาง
(ก) ผอ.สพท. / ผู้ตรวจราชการกระทรวงประจำเขตพื้นที่การศึกษา
(ข) ข้าราชการที่ไปช่วยปฏิบัติราชการที่ สพฐ.
(ค) ข้าราชการที่ไปช่วยปฏิบัติราชการต่างสังกัด สพฐ.
(ง) ข้าราชการที่ไปช่วยปฏิบัติราชการหน่วยงานพิเศษเป็นประจำ
และเต็มเวลา โดยมิได้ปฏิบัติราชการให้กับต้นสังกัด เช่น กอ.รมน., กรป.กลาง, ค.ร.ม. หรืออื่น ๆ
      (จ) ข้าราชการกลุ่มระดับ 9 – 11
  ข้าราชการตามข้อ 5.3.3 (ข), (ค) และ (ง) ในการเลื่อนขั้นเงินเดือนแต่ละครั้งให้ สพท./สศศ. จัดทำบัญชีรายชื่อข้าราชการที่ไปช่วยปฏิบัติราชการทาง สพฐ. และต่างสังกัด สพฐ. (เอกสารหมายเลข 1/1) ส่ง สพฐ. ครั้งที่ 1 ภายในวันที่ 5 มีนาคม และครั้งที่ 2 ภายในวันที่ 3 กันยายน ของทุกปี
  สำหรับข้าราชการที่ช่วยราชการระหว่าง สพท. ให้สพท.ต้นสังกัดจัดทำบัญชีรายชื่อข้าราชการที่ไปช่วยปฏิบัติราชการต่าง สพท. (เอกสารหมายเลข 1 / 2) ส่ง สพท.ที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 1 ภายในวันที่ 5 มีนาคม และครั้งที่ 2 ภายในวันที่ 3 กันยายน ของทุกปี
   5.4 โควตาและวงเงินสำหรับการเลื่อนขั้นเงินเดือนแต่ละกลุ่มระดับ ของข้าราชการ สังกัด สพฐ.
           5.4.1 โควตาสำหรับการเลื่อนขั้นเงินเดือน ครั้งที่ 1 (1 เมษายน) ให้เลื่อน 1 ขั้นได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของจำนวนข้าราชการสังกัด สพฐ. ที่มีตัวอยู่ ณ วันที่ 1 มีนาคม โดยรวมข้าราชการที่ได้รับเงินตอบแทนพิเศษ ในอัตราร้อยละ 4 ไว้ในโควตานี้ด้วย
           5.4.2 วงเงินสำหรับการเลื่อนขั้นเงินเดือน ครั้งที่ 2 (1 ตุลาคม) ให้เลื่อนได้
ภายในวงเงินร้อยละ 6 ที่คำนวณได้จากฐานอัตราเงินเดือนรวมของข้าราชการสังกัด สพฐ. ที่มีตัวอยู่ ณ วันที่
1 กันยายน โดยให้นำจำนวนเงินที่ใช้เลื่อนขั้นไปแล้วเมื่อวันที่ 1 เมษายน (ไม่รวมเงินตอบแทนพิเศษ) มาหักออกก่อน ซึ่งวงเงินที่เหลือใช้เป็นกรอบวงเงินสำหรับ
(ก) การเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ ครั้งที่ 2 (1 ตุลาคม)
(ข) การเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการเพื่อประโยชน์ในการคำนวณ
บำเหน็จบำนาญ ณ วันที่ 30 กันยายน
(ค) การให้เงินตอบแทนพิเศษของข้าร่าชการผู้ได้รับเงินเดือนถึงขั้นสูงสุดของอันดับ/ระดับ ณ วันที่ 1 ตุลาคม (ยกเว้นข้าราชการที่เกษียณอายุราชการไม่มีสิทธิได้รับเงินตอบแทนพิเศษ)
(ง) การสำรองวงเงินเลื่อนขั้นทุกกรณี รวมทั้งการสำรองวงเงินที่มีผลต่อการเลื่อนขั้นเงินเดือนในวันที่ 1 เมษายน
ทั้งนี้  การเลื่อนขั้นเงินเดือน ครั้งที่ 2 (1 ตุลาคม) จำนวนผู้ได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนรวม
ทั้งปี 2 ขั้น จะต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของจำนวนข้าราชการสังกัด สพฐ. ที่มีตัวอยู่ ณ วันที่ 1 มีนาคม โดยรวมข้าราชการที่ได้รับเงินตอบแทนพิเศษในอัตราร้อยละ 4 ไว้ในโควตานี้ด้วย
  
  ข้อ 6 การจัดสรรโควตาและวงเงิน
           โควตาและวงเงินสำหรับการเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการที่คำนวณได้ ตามข้อ 5.4
สพฐ.โดยอนุมัติ อ.ก.ค.สพฐ. และ อ.ก.พ.กระทรวง จัดสรร ดังนี้
         6.1 ข้าราชการกลุ่มระดับ 1 – 8
   6.1.1 การเลื่อนขั้นเงินเดือน ครั้งที่ 1 (1 เมษายน) อนุมัติเป็นหลักการให้เลื่อนขั้น
เงินเดือน 1 ขั้น ได้ไม่เกินร้อยละ 15 ที่คำนวณได้ จากจำนวนข้าราชการในสังกัด สพท./สศศ. ที่มีตัวอยู่จริง ณ วันที่ 1 มีนาคม เฉพาะจำนวนเต็ม โดยให้ สพท./สศศ. จัดทำบัญชีส่ง สพฐ. ดังนี้
    (ก) บัญชีแสดงจำนวนข้าราชการ กลุ่มระดับ 1 – 8 ที่มีตัวจริง ณ วันที่ 1 มีนาคม (เอกสารหมายเลข 2 / 1) ส่ง สพฐ. ภายในวันที่ 5 มีนาคม ของทุกปี เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบและพิจารณาอนุมัติการปัดเศษให้ สพท./สศศ. ภายหลัง
                                                       (ข) บัญชีแสดงการเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ กลุ่มระดับ 1 – 8 ที่มีตัว
อยู่จริง ณ วันที่ 1 เมษายน (เอกสารหมายเลข 2/2 ) จัดทำหลังจากการสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน ครั้งที่ 1 (1 เมษายน) เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งรวมทั้งกรณีที่ได้รับการปัดเศษ (ถ้ามี) โดยส่ง สพฐ. ภายในวันที่ 30 เมษายน ของทุกปี
เพื่อแจ้งกรมบัญชีกลางเป็นข้อมูลในการเบิกจ่ายเงินเดือน
   6.1.2 การเลื่อนขั้นเงินเดือน ครั้งที่ 2 (1 ตุลาคม) ให้เลื่อนขั้นเงินเดือนได้ภายใน
วงเงินที่ได้รับจัดสรร โดยให้ สพท./สศศ. จัดทำบัญชีส่ง สพฐ. ดังนี้
    (ก) บัญชีแสดงแอัตราเงินเดือนข้าราชการ กลุ่มระดับ 1 – 8 ที่มีตัวอยู่จริง ณ วันที่ 1 กันยายน (เอกสารหมายเลข 3/1) ส่ง สพฐ. ภายในวันที่ 3 เมษายน ของทุกปี เพื่อเป็นข้อมูลในการ ตรวจสอบและพิจารณาจัดสรรวงเงินเลื่อนขั้นเงินเดือนให้ สพท./สศศ.
    (ข) บัญชีแสดงการเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ กลุ่มระดับ 1 – 8 ที่มีตัวอยู่จริง ณ วันที่ 1 ตุลาคม (เอกสารหมายเลข 3/2) จัดทำหลังจากสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน ครั้งที่ 2 (1 ตุลาคม) เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยส่ง สพฐ. ภายในวันที่ 8 ตุลาคม ของทุกปี
    (ค) บัญชีสรุปยอดวงเงินที่ใช้เลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ กลุ่มระดับ 1 – 8 ที่มีตัวอยู่จริง ณ วันที่ 1 ตุลาคม รวมทั้งปี (เอกสารหมายเลข 3/3) ส่ง สพฐ. ภายในวันที่ 8 ตุลาคม ของทุกปี
    (ง) บัญชีสรุปการเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ กลุ่มระดับ 1 – 8 ที่มีตัวอยู่จริง ณ  วันที่ 1 ตุลาคม รวมทั้งปี (เอกสารหมายเลข3 / 4) ส่ง สพฐ. ภายในวันที่ 8 ตุลาคม ของทุกปี
    (จ) บัญชีสรุปจำนวนข้าราชการเพื่อประกอบการจัดทำ แบบ จ.2 ในการ
เบิกจ่ายเงินเดือน ณ สิ้นเดือนตุลาคม (เอกสารหมายเลข 3 / 5) ส่ง สพฐ.ภายในวันที่ 10 ตุลาคม ของทุกปี
           6.2 ข้าราชการกลุ่มระดับ 9 – 11 พิจารณาโควตาและวงเงินที่ สพฐ.
  ข้อ 7 การใช้โควตาและวงเงินสำหรับการเลื่อนขั้นเงินเดือน


          7.1 ข้าราชการกลุ่มระดับ 1 – 8
   7.1.1 ข้าราชการในส่วนกลางและข้าราชการที่ยกเว้น ตามข้อ 5.3.3
          โควตาและวงเงินที่ได้รับจัดสรรตามข้อ 6.1 ให้สำนัก/หน่วยตรวจสอบภายใน /กพร. ใช้เลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการ ในสัดส่วนที่เหมาะสมและเป็นธรรม
   7.1.2 ข้าราชการในเขตพื้นที่การศึกษา
             โควตาและวงเงิน ที่ได้รับจัดสรรตามข้อ 6.1 เป็นของเขตพื้นที่การศึกษาโดยรวม และให้ สพท. จัดสรรในรูปคณะกรรมการ ในสัดส่วนที่เหมาะสมและเป็นธรรม โดยให้คำนึงถึง
1)สถานศึกษาที่ขาดแคลนอัตรากำลังและอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร/เสี่ยงภัย/เขตพื้นที่พิเศษตามประกาศกระทรวงการคลัง   2) สถานศึกษาที่มีความยากลำบากในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ให้แบ่งสัดส่วนของโควตาและวงเงิน เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
(ก) กลุ่มข้าราชการในสถานศึกษา
(ข) กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา
(ค) กลุ่มข้าราชการที่ปฏิบัติงานใน สพท.
7.1.3 ข้าราชการในศูนย์การศึกษาพิเศษและโรงเรียนสังกัด สศศ.
    โควตาและวงเงินที่ได้รับจัดสรรตามข้อ 6.1 ให้ สศศ. พิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการ
กลุ่มข้าราชการในสถานศึกษาและศูนย์การศึกษาพิเศษ
กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษาและศูนย์การศึกษาพิเศษ
7.1.3 ข้าราชการในศูนย์การศึกษาพิเศษและโรงเรียนสังกัด สศศ.
    โควตาและวงเงินที่ได้รับจัดสรรตามข้อ 6.1 ให้ สศศ.พิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการ ในรูปคณะกรรมการในสัดส่วนที่เหมาะสม และเป็นธรรม ทั้งนี้ ให้แบ่งสัดส่วนของโควตาและวงเงินเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
(ก) กลุ่มข้าราชการในสถานศึกษาและศูนย์การศึกษาพิเศษ
(ข) กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษาและศูนย์การศึกษาพิเศษ
7.1.4 โควตาและวงเงินที่เหลือจากการใช้เลื่อนขั้นเงินเดือน ซึ่ง สำนัก/หน่วย
ตรวจสอบภายใน/กพร. ได้แจ้งผลการพิจารณาเสนอขอเลื่อนขั้นเงินเดือน ต่อ สพร. แล้ว หรือ สพท./สศศ.ได้ รายงาน สพฐ. แล้วตาม (เอกสารหมายเลข 3 / 3) ไม่ให้นำมาใช้อีก
       7.2 ข้าราชการกลุ่มระดับ 9
   ข้าราชการในส่วนกลาง / เขตพื้นที่การศึกษา และศูนย์การศึกษาพิเศษ และโรงเรียนสังกัด สศศ. ให้สำนัก/หน่วยตรวจสอบภายใน/ กพร. /สพท. และ สศศ. พิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน ภายในโควตาและวงเงินที่คำนวณได้ ตามข้อ 5.4
  
  ข้อ 8 การประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานของข้าราชการทุกกลุ่มระดับ
         8.1 ให้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ประเมิน โดยใช้แบบ
ประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานของข้าราชการ (เอกสารหมายเลข 8 / 1) กับข้าราชการทุกตำแหน่ง ยกเว้นข้าราชการตามข้อ 5.3.3 (ก) แบบประเมินดังกล่าวกำหนดให้ถือปฏิบัติเป็นแนวเดียวกันหากมีการเพิ่มเติมหรือปรับปรุงแก้ไข ให้แจ้งข้าราชการในสังกัด และสพฐ.ทราบด้วย
            8.2 ให้ผู้ประเมินและผู้รับการประเมิน กำหนดข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับผลการ
ปฏิบัติงาน ตามแบบประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานของข้าราชการ
            8.3 ให้ประเมินจากผลงานและคุณลักษณะการปฏิบัติงาน เพื่อประกอบการ
พิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน ดังนี้ 
   ผลการประเมินดีเด่น ระดับคะแนนประเมินไม่ต่ำกว่า 90 – 100 %
อยู่ในข่ายที่อาจได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน 1 ขั้น
   ผลการประเมินเป็นที่ยอมรับได้ ระดับคะแนนประเมินไม่ต่ำกว่า 60 – 89 %
อยู่ในข่ายได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน 0.5 ขั้น
   ผลการประเมินต้องปรับปรุง ระดับคะแนนประเมินต่ำกว่า 60 % ไม่ควรเลื่อนขั้นเงินเดือน
               8.4 ระยะเวลาในการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานของ
ข้าราชการในรอบปีงบประมาณ ให้ประเมิน 2 ครั้ง
(ก) ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ถึง 31 มีนาคม ของปีถัดไป
(ข) ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 1 เมษายน ถึง 30 กันยายน ของปีเดียวกัน
       8.5 การประเมินแต่ละครั้ง ให้นำระบบเปิดในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน
มาถือปฏิบัติ โดยให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ประกาศรายชื่อผู้ที่มีผลการประเมินดีเด่นในที่
เปิดเผย ให้ทราบทั่วกันก่อนมีคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน
       8.6 ให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้ประเมิน นำผลการประเมินครั้งที่ 1 จัดลำดับเรียงจากผลการประเมินดีเด่น, ผลการประเมินเป็นที่ยอมรับได้ และผลการประเมินต้องปรับปรุงไว้ให้ชัดเจนเพื่อพิจารณาเลื่อนขั้นเงืนเดือนครั้งที่ 1 และประกอบการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนครั้งที่ 2
   ข้อ 9 การแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ ให้แต่งตั้งคณะกรรมการ ดังนี้
        9.1.1 ระดับสำนัก/หน่วยตรวจสอบภายใน/กพร.
   (ก) องค์ประกอบคณะกรรมการ
      (1) ผู้อำนวยการสำนัก    ประธานกรรมการ
         (2) ผู้ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการสำนัก  รองประธานกรรมการ
               จำนวน 1 คน
       (3) ผู้ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการสำนัก(ถ้ามี)  กรรมการ
       (4) หัวหน้ากลุ่มหรือผู้ที่ผู้อำนวยการสำนัก  กรรมการ
             เห็นสมควรไม่น้อยกว่า 5 คน
       (5) หัวหน้ากลุ่ม / ฝ่ายที่ได้รับมอบหมาย  กรรมการและเลขานุการ
   สำหรับหน่วยตรวจสอบภายใน ให้ที่ปรึกษาเลขาธิการ กพฐ. คนหนึ่งที่เลขาธิการ กพฐ. มอบหมาย เป็นประธานกรรมการ และ กพร. ให้หัวหน้ากลุ่านำหารือรองเลขาธิการ กพฐ. ที่รับผิดชอบการปฏิบัติราชการของ กพร. ก่อนนำเสนอคณะกรรมการตามข้อ 9.1.2
   (ข) หน้าที่ของคณะกรรมการ
          (1) ตรวจสอบคุณสมบัติข้าราชการในหน่วยงานเพื่อพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
          (2) กลั่นกรอง และพิจารณาผลการประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยยึดประสิทธิ
ภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติภารกิจเป็นหลัก
          (3) พิจารณา เสนอแนะ ให้ความเห็นและเสนอผลการพิจารณาเลื่อนขั้นเงิน
เดือนต่อคณะกรรมการ ตามข้อ 9.1.2
         9.1.2 ระดับ สพฐ.
   (ก) องค์ประกอบคณะกรรมการ
         (1) เลขาธิการ กพฐ.    ประธานกรรมการ
         (2) รองเลขาธิการ กพฐ. ที่รับผิดชอบ     รองประธานกรรมการ
               การปฏิบัติราชการของ สพร. 
         (3) รองเลขาธิการ กพฐ.   กรรมการ
         (4) ผู้อำนวยการ สพร.   กรรมการและเลขานุการ
         (5) ผู้ปฎิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการ สพร. ผู้ช่วยเลขานุการ
               ที่รับผิดชอบกลุ่มงานบำเหน็จความชอบฯ
         (6) หัวหน้ากลุ่มงานบำเหน็จความชอบ  ผู้ช่วยเลขานุการ
               และบัญชีถือจ่าย/เงินประจำตำแหน่ง
(ข)หน้าที่ของคณะกรรมการ
กลั่นกรอง เสนอแนะการพิจารณาเสนอขอเลื่อนขั้นเงินเดือน
ข้าราชการทุกกลุ่มระดับ ใน สพฐ. ต่อผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน
  9.2 คณะกรรมการในเขตพื้นที่การศึกษา
        9.2.1 ระดับสถานศึกษา
(ก) องค์ประกอบคณะกรรมการ
(1) ผู้บริหารสถานศึกษา   ประธานกรรมการ
(2) ผู้ช่วยผู้บริหารสถานศึกษา (ถ้ามี)   กรรมการ
(3) ผู้แทนหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวน 1-4 คน กรรมการ
(4) ผู้แทนข้าราชการครูในสถานศึกษา จำนวน 1–4 คน กรรมการ
ให้ประธานกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นเลขานุการ
(ข) หน้าที่ของคณะกรรมการ
(1) ตรวจสอบคุณสมบัติข้าราชการในถสานศึกษาเพื่อพิจารณาเลื่อนขั้น
เงินเดือนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
(2) กลั่นกรองและพิจารณาผลการประเมินผลการปฏิบัติงานโดยยึดการปฏิบัติ
งานที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนเป็นหลัก
(3) พิจารณา เสนอแนะ ให้ความเห็นและเสนอผลการพิจารณาเลื่อนขั้น
เงินเดือนต่อ สพท.
         9.2.2 ระดับเขตพื้นที่การศึกษา
(ก) องค์ประกอบคณะกรรมการ
(1) ผู้อำนวยการ สพท.   ประธานกรรมการ
(2) รองผู้อำนวยการ สพท.ที่ได้รับมอบหมาย รองประธานกรรมการ
      ให้รับผิดชอบกลุ่มบริหารงานบุคคล
(3) รองผู้อำนวยการ สพท.   กรรมการ
(4) ผู้ตรวจราชการของเขตพื้นที่การศึกษา กรรมการ
      ในระดับอำเภอ/กิ่งอำเภอ จำนวน 1 คน กรรมการ
(5) ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา
(ขนาดใหญ่ กลาง เล็ก ขนาดละ 2 คน) กรรมการ
(6) หัวหน้ากลุ่มบริหารงานบุคคล  กรรมการและเลขานุการ
(ข) หน้าที่ของคณะกรรมการ
(1)พิจารณาจัดสรรโควตาและวงเงินสำหรับการเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการให้
เป็นไปตามโควตาและวงเงินตามข้อ 6.1
          (2) กลั่นกรอง เสนอแนะผลการพิจารณาเสนอขอเลื่อนขั้นเงินเดือนของ
ข้าราชการในเขตพื้นที่การศึกษาต่อผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน
  9.3 คณะกรรมการในศูนย์การศึกษาพิเศษและโรงเรียนสังกัด สศศ.
         9.3.1 ระดับสถานศึกษา/ศูนย์การศึกษาพิเศษ
      องค์ประกอบคณะกรรมการและหน้าที่ ให้ใช้รูปแบบของคณะกรรมการระดับสถานศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาโดยอนุโลม

        9.3.2 ระดับ สศศ.
(ก) องค์ประกอบคณะกรรมการ
(1) ผู้อำนวยการ สศศ.    ประธานกรรมการ
(2) ผู้ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการ สศศ.  รองประธานกรรมการ
(3) ผู้ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการ สศศ.  กรรมการ
(4) ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 1 คน   กรรมการ
(5) ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา กรรมการ
      จำนวน 1 คน 
(6) หัวหน้ากลุ่มบริหารงานบุคคล  กรรมการและเลขานุการ
(ข) หน้าที่ของคณะกรรมการ
(1) พิจารณาจัดสรรโควตาและวงเงินสำหรับการเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ
ให้เป็นไปตามโควตาและวงเงินตามข้อ 6.1
          (2) กลั่นกรอง เสนอแนะ ผลการพิจารณาเสนอขอเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการในศูนย์การศึกษาพิเศษและโรงเรียนสังกัด สศศ. ต่อผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน
  ข้อ 10 ขั้นตอนการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ
              10.1 ให้ผู้บังคับบัญชานำผลการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานของข้าราชการ แฟ้มสะสมงาน การลา และการรักษาวินัย มาประกอบการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ
        10.2 การพิจารณาเสนอขอเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการทุกกลุ่มระดับ
    10.2.1 ข้าราชการในส่วนกลาง
     (ก) ระดับสำนัก/หน่วยตรวจสอบภายใน/กพร. ให้จัดลำดับที่ความดีความชอบและจัดทำบัญชีแจ้งผลการพิจารณาเสนอขอเลื่อนขั้นเงืนเดือนแยกแต่ละกลุ่มระดับ เสนอคณะกรรมการระดับสำนัก/หน่วยตรวจสอบภายใน/ กพร.
                                                                    (ข) คณะกรรมการระดับสำนัก/หน่วยตรวจสอบภายใน / กพร.
จัดลำดับที่ความดีความชอบผู้ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนตามที่ สำนัก/หน่วยตรวจสอบภายใน/ กพร. เสนอแล้ว สำนัก/หน่วยตรวจสอบภายใน/ กพร. จัดทำบัญชีแจ้งผลการพิจารณาเสนอขอเลื่อนขั้นเงินเดือนตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการแยกแต่ละกลุ่มระดับ ส่ง สพร.
     (ค) สพร. นำผลการพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง รายงานผลการปฏิบัติงานของ ผอ.สำนัก/ผอ.สพท./ผู้ตรวจราชการกระทรวงประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา/     หัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายใน/หัวหน้า กพร. และข้าราชการที่ยกเว้นตามข้อ 5.3.3 เสนอคณะกรรมการระดับ สพฐ.

    10.2.2 ข้าราชการในเขตพื้นที่การศึกษา
     (ก) ระดับสถานศึกษา ให้สถานศึกษาจัดลำดับที่ความดีความชอบและจัดทำบัญชีตามข้อ 10.3 แยกแต่ละกลุ่มระดับเสนอคณะกรรมการระดับสถานศึกษา
     (ข) คณะกรรมการระดับสถานศึกษาพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน ตามที่สถานศึกษาเสนอ แล้วสถานศึกษาจัดทำบัญชีหมายเลข 1 และหรือบัญชีหมายเลข 2 ตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการระดับสถานศึกษาแยกแต่ละกลุ่มระดับ ส่ง สพท. พร้อมด้วยบัญชีหมายเลข 3 – 5 รายงานการประชุมของคณะกรรมการระดับสถานศึกษา และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
     (ค) สพท. นำผลการพิจารณาของคณะกรรมการระดับสถานศึกษา ผลการพิจารณาข้าราชการใน สพท. และผู้บริหารสถานศึกษา เสนอคณะกรรมการระดับเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อพิจารณา
     (ง) สพท. นำผลการพิจารณาของคณะกรรมการระดับเขตพื้นที่การศึกษาเสนอ ดังนี้
(1) ข้าราชการกลุ่มระดับ 1 – 8 เสนอต่อผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน
(2) ข้าราชการกลุ่มระดับ 9 ให้จัดทำบัญชีแจ้งผล
การพิจารณาเสนอขอเลื่อนขั้นเงินเดือน ข้าราชการกลุ่มระดับ 9 (เอกสารหมายเลข 5) โดยจัดเรียงลำดับที่ความดีความขอบ จากสูงลงมาตามลำดับ รวมทั้งข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ ส่ง สพฐ. เพื่อพิจารณาและดำเนินการสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน โดยครั้งที่ 1 ภายในวันที่ 8 เมษายน และครั้งที่ 2 ภายในวันที่ 8 ตุลาคมของทุกปี
        10.2.3 ข้าราชการในศูนย์การศึกษาพิเศษและโรงเรียนสังกัด สศศ.
     (ก) ระดับสถานศึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษ ให้จัดลำดับที่ความดีความชอบและจัดทำบัญชีตามข้อ 10.3 แยกแต่ละกลุ่มเสนอคณะกรรมการระดับสถานศึกษา/ศูนย์การศึกษาพิเศษ
     (ข) คณะกรรมการระดับสถานศึกษา/ศูนย์การศึกษาพิเศษ พิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนตามที่สถานศึกษา/ศูนย์การศึกษาพิเศษเสนอ แล้วสถานศึกษา/ศูนย์การศึกษาพิเศษ จัดทำบัญชีหมายเลข 1 และหรือบัญชีหมายเลข 2 ตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการระดับสถานศึกษา/ศูนย์การศึกษาพิเศษ แยกแต่ละกลุ่มระดับ ส่ง สศศ. พร้อมด้วยบัญชีหมายเลข 3 – 5 รายงานการประชุมของคณะกรรมการระดับสถานศึกษา / ศูนย์การศึกษาพิเศษ และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
     (ง) สศศ. นำผลการพิจารณาของคณะกรรมการระดับ สศศ.
เสนอต่อผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน สำหรับข้าราชการกลุ่มระดับ 9 ให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับ สพท.
          10.3 การจัดทำบัญชีรายละเอียดเสนอขอเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ
    บัญชีหมายเลข 1 คือ บัญชีผู้ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน 1.5 ขั้น
(เอกสารหมายเลข 4 / 1 ) ใช้เฉพาะการเลื่อนขั้นเงินเดือนในครั้งที่ 2 (1 ตุลาคม) เช่นนั้น
    บัญชีหมายเลข 2 คือ บัญชีผู้ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน 1 ขั้น
(เอกสารหมายเลข 4 / 2)
    บัญชีหมายเลข 3 คือ บัญชีผู้ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน 0.5 ขั้น
(เอกสารหมายเลข 4 / 3)
    บัญชีหมายเลข 4 คือ บัญชีผู้ไม่ได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือน
(เอกสารหมายเลข 4 / 4)
    บัญชีหมายเลข 5 คือ บัญชีแสดงการสำรองวงเงินเลื่อนขั้นเงินเดือน
(เอกสารหมายเลข 4 / 5)
  ข้อ 11 การเสนอผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน
             11.1 ให้เลขาธิการ กพฐ. หรือผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการ ตามข้อ 5.3.1  และข้าราชการที้ยกเว้นตามข้อ 5.3.3
   11.2 ให้ ผอ.สพท. ผู้รับมอบอำนาจจากเลขาธิการ กพฐ. สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการในสังกัด ตั้งแต่ระดับ 8 ลงมา กรณีข้าราชการที่มาช่วยปฏิบัติหน้าที่ราชการให้จัดส่งคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนไปยัง สพท.ซึ่งเป็นหน่วยเบิกจ่าย
   11.3 ให้ผู้อำนวยการ สศศ. ผู้รับมอบอำนาจจากเลขาธิการ กพฐ. สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการในศูนย์การศึกษาพิเศษและโรงเรียนสังกัด สศศ. ตั้งแต่ระดับ 8 ลงมา กรณีข้าราชการที่มาช่วยปฏิบัติหน้าที่ราชการให้จัดส่งคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนไปยัง ศูนย์การศึกษาพิเศษ/สถานศึกษาสังกัด สศศ. รวม 116 แห่ง ซึ่งเป็นหน้วยเบิกจ่าย
  ข้อ 12 การไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการผู้ใด ให้ผู้บังคับบัญชาชี้แจงเหตุผลให้ข้าราชการผู้นั้นทราบ และให้คณะกรรมการพิจารณาเล่อนขั้นเงินเดือนตรวจสอบเอกสารหลักฐานการไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่ข้าราฃการผู้นั้นโดยละเอียดเพื่อป้องกันการร้องทุกข์ในภายหลัง
  ข้อ 13 การตัดโอนโควตาและวงเงินเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ เฉพาะการเลื่อนขั้นเงินเดือนครั้งที่ 2 (1 ตุลาคม) (ยกเว้นกรณีรับโอนจากต่างสังกัด สพฐ. ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่สามารถตัดโอนโควตาและวงเงินระหว่างกรมได้)
            13.1 ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการต่าง สพท. ให้ สพท. ที่ข้าราชการมาช่วยปฏิบัติหน้าที่ราชการ ตัดโอนโควตาและวงเงินไปยัง สพฐ. หรือ สพท. ซึ่งเป็นหน่วยเบิกจ่าย โดยจัดทำบัญชีแจ้งข้อมูลการตัดโอนโควตาและวงเงินเลื่อนขั้นเงินเดือน ครั้งที่ 2 (1 ตุลาคม) (เอกสารหมายเลข 6) ส่ง สพฐ.หรือ สพท. ซึ่งเป็นหน่วยเบิกจ่ายภายในวันที่ 8 ตุลาคม ของทุกปี
   13.2 ให้ สพท. ซึ่งเป็นหน่วยเบิกจ่ายนำข้อมูลการตัดโอนโควตาและวงเงินตามข้อ 14.1 มารวมเป็นข้อมูลของ สพท. และจัดทำบัญชีสรุปจำนวนข้าราชการ เพื่อประกอบการจัดทำแบบ จ. 2 ในการเบิกจ่ายเงินเดือน ณ สิ้นเดือนตุลาคม (เอกสารหมายเลข 3 / 4) ส่ง สพฐ. ภายในวันที่ 10 ตุลาคม ของทุกปี

   13.3 ให้ สศศ. จัดทำบัญชีสรุปจำนวนข้าราชการเพื่อประกอบการจัดทำแบบ จ.2
ในการเบิกจ่ายเงินเดือน ณ สิ้นเดือนตุลาคม (เอกสารหมายเลข 3 / 4) โดยแยกออกเป็น 116 หน่วยเบิกจ่าย ส่ง สพฐ. ภายในวันที่ 10 ตุลาคม ของทุกปี
  ข้อ 14 การรายงานผลการปฏิบัติงานของ ผอ.สพท./ผู้ตรวจราชการกระทรวงประจำเขตพื้นที่การศึกษา ให้ สพท.ส่งแบบรายงานผลการปฏิบัติงานเพื่อประกอบการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน (เอกสารหมายลเข 7) พร้อมสรุปผลการปฏิบัติงาน ในรอบครึ่งปีที่แล้วมาเฉพาะที่สำคัญ ๆ โดยย่อไปยัง สพฐ. ครั้งที่ 1 ในวันที่ 1 เมษายน และครั้งที่ 2 ในวันที่ 1 ตุลาคม ของทุกปี
  ข้อ 15 การจัดเก็บผลการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานของข้าราชการ เมื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดแล้ว ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นผู้ประเมิน จัดเก็บสรุปผลการประเมินของผู้ใต้บังคับบัญชาไว้เป็นประวัติการทำงานของข้าราชการผู้นั้น
  ข้อ 16 ให้เลขาธิการ กพฐ. มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติ
ตามประกาศนี้

   ประกาศ ณ วันที่  13  กุมภาพันธ์ พ.ศ.2547

      (ลงชื่อ)        กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา
                  (คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา)
          เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 257 คน กำลังออนไลน์