ศิลปะสมัยก่อนประวัติศาสตร์

รูปภาพของ sss27768

ศิลปะสมัยก่อนประวัติศาสตร์

มนุษย์กับศิลปรรมก่อนประวัติศาสตร์

          การ สร้างสรรค์ศิลปะของมนุษย์ในยุคนั้นไม่ใช่ทำไว้เพื่อต้องการอวดโฉมไว้แก่ มนุษย์รุ่นหลัง แต่เขาสร้างสรรค์ผลงานเพื่อบันทึกการดำรงชีวิตของตนเองไว้ ทั้งด้านการใช้สอย อาวุธ เครื่องมือ สร้างเพื่อผลทางความเชื่อ และเพื่อผลทางความงาม
สำหรับศักยภาพของมนุษย์ในสมัยนั้น ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานศิลปะออกมาได้เป็นเพราะว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่ รู้จักคิด และเป็นความคิดที่น่าอัศจรรย์เมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์อื่นๆ ทำให้มนุษย์สามารถใช้สัญลักษณ์ในการสื่อสารหรือเป็นตัวแทนความคิดต่างๆได้ และได้กลายเป็นภาษาในการสื่อสารและทำให้เกิดความเจริญต่อๆมา เพราะภาษาที่ใช้นั้นซับซ้อนมากขึ้น มีการพัฒนาทางด้านมันสมองและร่างกายเรื่อยมา



ชีวิตและศิลปกรรมของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์

          ศิลปะ ของมนุษย์สมัยนั้นมีความผูกพันเกี่ยวกับเนื่องกับวิถีชีวิตของมนุษย์สมัย นั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อดูเชิงในการวิวัฒนาการของมนุษย์ในยุคนั้น นักโบราณคดีได้จำแนกช่วงเวลาเพื่อศึกษามนุษย์กลุ่มนี้ โดยอาศัยพัฒนาการวัตถุศิลปะเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตเป็นตัว จำแนก  ดังนั้นศิลปกรรมของมนุษย์สมัยนั้นแบ่งเป็น 3 ช่วงที่สำคัญคือ..
-ยุคหินเก่า(Paleolithic or Old Stone Age, 30000-10000ปีก่อนคริสตกาล)
-ยุคหินกลาง(Mesolithic or Middle Stone Age , 10000-8000 ปีก่อนคริสตกาล)
-ยุคหินใหม่ (Neolithic or New Stone Age , 8000-3000 ปีก่อนคริสกาล)


ศิลปกรรมยุคหินเก่า (Paleolithic or Old Stone Age)

          ในซีกโลกตะวันตก มนุษย์ที่มีชีวิตในช่วงยุคหินเก่าที่ปรากฎหลักฐานอย่างโดดเด่นคือ มนุษย์โครมายอง(Cro-Magnon)ซึ่งเรียกตามชื่อถ้ำโครมายองซึ่งอยู่ทางทิศตะวัน ตกของฝรั่งเศส ถ้ำนี้พบโครงกระดูกและศิลปะวัตถุของมนุษย์ยุคนั้นเป็นจำนวนมาก และเชื่อว่ามนุษย์กลุ่มนี้จัดเป็นหนึ่งในมนุษย์สมัยใหม่ หรือมนุษย์โฮโมซาเปี้ยนส์(Homo Sapiens) มนุษย์กลุ่มนี้มีรูปร่างสูงใหญ่โดยมีความสูงเกือบ 6 ฟุต กะโหลดศรีษะยาว ใบหน้าสั้น มีปริมาณสมองใกล้เคียงชาวยุโรปปัจจุบัน มีถิ่นอาศัยกระจายอยู่ทั่วยุโรปและเอเชีย มนุษย์โครมายองนอกจากจะมีความสามารถในการเขียนภาพบนผนังถ้ำแล้ว ยังรู้จักเผาศพและสักบนใบหน้า ถัดจากสมัยโซลูเทรียน ในยุคหินเก่าตอนท้ายได้ก้าวเข้าสูสมัยแมกดาเลเนียน(Magdalenian) ซึ่งเป็นช่วงที่ปรากฏมนุษย์เผ่าพันธุ์หนึ่งชื่อว่ากริมาลดี(Grimaldi)ซึ่งมี ความสามารถทางศิลปะไม่แพ้มนุษย์โครมายอง ผลงานของพวกเขาเป็นภาพเขียนบนผนังถ้ำ ภาพแกะสลัก และปั้นรูปสัตว์ต่างๆ การทำเข็มกระดูกสัตว์เพื่อเย็บหนังสัตว์
อย่างไรก็ตามโดยรวมแล้ว มนุษย์ในยุคหินเก่าจะดำรงชีพโดยการล่าสัตว์และหาพืชผักผลไม้เป็นอาหาร พวกเขาต้องพึ่งพาธรรมชาติ และสถาวะแวดล้อมอย่างมาก และเมื่อฝูงสัตว์หรือพืชผักหมดลง พวกเขาก็จะอพยพย้ายไปหาแหล่งใหม่ และมักอยู่ใกล้ทะเลหรือหนองน้ำเพื่อหาอาหาร และน้ำ แม้แต่ถ้ำที่อาศัยก็จะมีลำธารไหลผ่าน เมื่อลำธารนั้นอุกตันก็จะย้ายไปหาถ้ำใหม่อาศัย
ชีวิตส่วนใหญ่ของพวกเขาหมดไปกับการหาอาหาร การป้องกันตนเองจากภัยธรรมชาติและสัตว์ร้ายรวมทั้งต่อสู้ในหมู่พวกเดียวกัน เพื่อการอยู่รอด โดยใช้หินกระเทาะเป็นอาวุธหรือเครื่องมือ ส่วนระบบสังคมยังไม่มีการรวมกลุ่มเป็นชุมชนหมู่บ้านหรือเมืองอย่างเด่นชัด


ศิลปะยุคหินเก่า(The Art of The Old Stone Age Paleolithic )

 จิตรกรรม
          การดำรงชีวิตของมนุษย์ในระยะแรกนั้นจะมีสภาพชีวิตคล้างคลึงกับสัตว์ป่า พวกเขาอาศัยในถ้ำมีความหนาแน่น คือถ้ำในประเทศสเปน ฝรั่งเศส และอิตาลี ถ้ำที่มีชื่อเสียงคือ ถ้ำAltamira ,ถ้ำ์Niaux ,ถ้ำla Madeleine ,ถ้ำLascaux ,ถ้ำFont-de-Gaume ซึ้งอยู่ในบริเวณประเทศสเปนกับฝรั่งเศส
ร่องรอยของมนุษย์ได้ปรากฏผ่านงานจิตรกรรมที่วาดบนผนังถ้ำ โดยลักษณะรูปแบบก็แตกต่างกันออกไป ถ้ำลาสโคซ์ (Lascaux) อยุ่ใกล้ Montingnac บริเวณลุ่มน้ำ Dordone ประเทศฝรั่งเศส ถูกสำรวจพบใน ค.ศ.1940  ในส่วนของงานศิลปะได้ทดสอบด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์พบว่าเป็นผลงานของมนุษย์ สมัยหินเก่า ถูกวาดขึ้นประมาณ 15000-13000 ปีก่อนคริสตกาล รูปแบบผลงานมีเนื้อหาเกี่ยวกับสัตว์เช่นภาพวัวไบซัน ม้า กวาง ศิลปินได้แสดงออกเป็นภาพด้านข้างที่คำนึงถึงความเป็นจริงและลีลาเครื่อนไหว ผลงานนั้นใช้เส้นสายที่กล้าหาญแต่ไม่ได้คำนึงถึงสัดส่วน ภาพสัตว์ทั้งหลายเมือเทียบสัดส่วนกันแล้วจะไม่ัสัมพันธ์กับภาพอื่น เช่น ภาพวัวบางตัวยาวถึง 16 ฟุตขณะที่ภาพม้าสูงแค่ขาของวัวเป็นต้น



http://www.crystalinks.com/lascaux.jpg
 
 ภาพเขียนที่ถ้ำ Lascaux
 

          ถ้ำอัลตามีรา(Altamira) อยู่ในตอนเหนือของสเปน เป็นถ้ำหินปูน ลึกประมาณ300หลา มีผลงานศิลปะของมัษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ จากการทดสอบพบว่าผลงานถูกเขียนขึ้นประมาณ 15000-10000 ปีก่อนคริสตกาล โดดเด่นดานทักษะการเขียนภาพ มีเจตนาที่จะแสดงความเป็นจริง แสดงให้เห็นว่าศิลปินมีความสามารถในการสังเกตุกริยาท่าทางของสัตว์ได้เป็น อย่างดี ด้วยการระบายตัวสัตว์ด้วยสีแดงผสมกับการตัดเส้น ภาพที่ปรากฎมีทั้งภาพม้า วัวไบซัน ทั้งเดี่ยวและฝูง มีทั้งหมด 25 ภาพ แต่ละถาพใกล้เคียงขนาดสัตว์ตัวจริง
จิตรกรรมที่ถ้ำแห่งนี้ถูกยกย่องว่าเป็นผลงานที่มีความถึงพร้อมทั้งด้าน สุนทรียภาพ และวิธีการเขียน จึงมักถูกยกเป็นตัวอย่างในการพูดถึงงานจิตรกรรมในยุคนี้เสมอ



http://www.sciencemusings.com/blog/uploaded_images/altamira-782893.jpeg

ภาพเขียนที่ถ้ำ Altamira


          สำหรับวิธีการเขียนภาพบนผนังถ้ำของศิลปินยุคหินเก่ามีวิธีที่หลากหลาย แต่โดยรวมจะใช่วิธีการวาดอย่างง่ายเช่น เอาฝ่ามือประทับบนฝาผนังใช้สีแดงหรือดำระบายรอบๆฝ่ามือซึ่งเรียว่าวิธี อิมพริ้นท์(Imprints) หรือไม่ศิลปินจะใช้วิธีวาดภาพผสมกับการพิมพ์ภาพนูนโดยใช้วิสดุผิวนูนเช่นฝ่า มือหรือวัสดุบางอย่างจุ่มสีแล้วกดลงบนผนังถ้ำ นอกจากนี้ศิลปินยังใช้วิธีพ่นด้วยหลอดกลวงที่ทำมาจากท่อนกระดูดสัตว์ และมีการระบายสีเช่นเดียวกับจิตรกรรมปัจจุบัน ต่างตรงที่วัสดุอุปกรณ์ในการวาดต่างกันตามยุคสมัย ในสมัยนั้นจะใช้ไม้มาทุบปลายให้แตกหรือใช้ปีกขนสัตว์ และกิ่งไม้แทนพู่กัน และสีที่มีในธรรมชาติคือ ดินสีดำ แดง ขาว น้ำตาล เหลือง ส่วนสีดำได้จากถ่านและเขม่าไฟ ลักษณะพิเศษของจิตรกรรมผนังถ้ำยุคหินเก่าก็คือ ศิลปินมีการคักสรรพื้นผนังที่มีลักษณะสอดคล้องกับรูปลักษณ์ของสัตว์หรือ เรื่องราวที่จะวาด

 
 http://emilypothast.files.wordpress.com/2008/11/niaux1a.jpg

ภาพเขียนที่ถ้ำ Niaux


          ลักษณะเด่นโดยภาพรวมของจิตรกรรมบนผนังถ้ำในยุคหินเก่าคือ ศิลปินพยายามถ่ายทอดภาพที่เห็นอย่างตรงไปตรงมาและแสดงความเป็นจริงที่ตาเห็น ด้วยความมั่นใจ ศิลปินสามารถจดจำลักษณะโครงสร้างส่วนประกอบของสัตว์ได้เป็นอย่างดีและจับ ลีลาท่าทางต่างๆและถ่ายทอดออกมาได้อย่างชำนาญ
 
 
ประติมากรรม

          ประติมากรรมสมันก่อนประวัติศาสตร์ปรากฎที่งในยุคหินเก่า ยุคหินกลาง ยุคหินใหม่ มีที่งการปั้นและแกะสลัก วัสถดุหลักๆในการแกะสลักในสมัยนั้นคือหิน กระดูก ไม้ เขาสัตว์ และเครื่องมือก็ทำจากหินเช่นกัน ประติมากรสมัยหินเก่ามีการใช้วิธีขูด ขัแต่ง เซาะ รูปแบบประติมากรรมจึงเป็นแบบการตัดทอนรูปทรงในธรรมชาติ ให้ง่ายต่อการแสดงออกและรับรู้ อย่างไรก้ตามเป้นที่สังเกตุว่าประติมากรรมสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่เป็นภาพ คน มักจะเป็นภาพผู้หญิงและเน้นการบ่งบอกรูปทรงทางเพศที่แสดงออกถึงร่องรอยการ ให้กำเนิดมาอย่างโชกโชน เช่น ประติมากรรมสลักหินรูปวีนัสแห่งวิเลนดอร์ฟขนาดสูง4นิ้วเศษ พบที่วิเลนดอร์ฟ(Willendorf) ออสเตรีย อายุราว 25000-20000ปีก่อนคริสตกาล ประติมากรรมวีนัสแห่งเลส์ปุค สลักจากงาช้างอายุราว 20000ปีก่อนคริสตกาล พบที่ถ้ำเลส์ปุค ฝรั่งเศส  ต่างเน้นลักษณะทางเพศและมีขนาดเล็ก ซึ่งส่วนใหญ่สร้างขึ้นเพื่อเน้นการตอบสนองทางความเชื่อ(Belief Art) ซึ่งอาจใช้เป็นสิ่งเคารพบูชาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ติดตามตัวเพราะขนาดไม่ใหญ่ สามารถจับถือได้เหมอะมือ และสาเหตุที่เลือกเพศหญิงเพราะเพศหญิงเป็นผู้ให้กำเนิดชีวิตใหม่ได้ ดังนั้นประติมากรรมสมัยก่อนประวัติศาสตร์จึงเน้นแสดงออกถึงลักษณะดังกล่าว อย่างเด่นชัด
http://neoneocon.com/wp-content/uploads/2009/05/willendorf.jpg

ประติมากรรม Venus of Willendorf






 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 26 คน และ ผู้เยี่ยมชม 332 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • sss29963
  • sss29716
  • sss29892
  • sss29942
  • sss31363