วิธีการปลูกฝรั่งไร้เมล็ด

รูปภาพของ ppsmoorati

วิธีการปลูกฝรั่งไร้เมล็ด

ฝรั่งไร้เมล็ด หรือฝรั่งสาลี่ทองเป็นฝรั่งที่มีผิวสวยสีเหลืองทอง ผลใหญ่ รสชาติหวานกรอบ อมเปรี้ยวเล็กน้อย
และให้ผลดก แต่ที่เป็นจุดสนใจมากคือ ไม่มีเมล็ด ดังนั้นจึงรับประทานได้ทั้งผล ในขณะที่ฝรั่งทั่วไป ซึ่งมีเมล็ดจะรับประทานเนื้อไปเพียงครึ่งเดียว หรือถ้านำไปปั่นให้ผู้สูงอายุก็ไม่ต้องแยกเมล็ดออก และการรับประทานฝรั่งที่มีเมล็ดจึงควรระวังเพราะเมล็ดฝรั่งแข็งบางครั้งอาจเป็นอันตรายต่อฟันได้ อายุการเก็บเกี่ยวฝรั่งไร้เมล็ดตั้งแต่ออกดอกถึงเก็บเกี่ยวประมาณ ๕ เดือน

การเลือกที่จะทำสวนฝรั่ง ฝรั่งเป็นไม้ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดี

เมื่อเปรียบเทียบกับไม้ผลชนิดอื่น ๆ ดังนั้นฝรั่งจึงสามารถปลูกได้ในดินเกือบทุกสภาพ และทุกภาคของประเทศไทย ชาวสวนนิยมพูดเสมอว่าดินที่ดีเอาไว้ปลูก ส้ม เงาะ ทุเรียน ตรงไหนดินไม่ดีไว้ปลูกฝรั่ง ฝรั่งไร้เมล็ดก็ยังสามารถปลูกได้แม้ดินที่เป็นกรด (pH ต่ำกว่า ๔.๕) และดินที่เป็นด่างอ่อน ๆ ( pH ประมาณ ๗.๕ )การเตรียมพื้นที่ปลูก แปลงปลูกที่จะต้องมีการยกร่องคือพื้นที่ที่เป็นต่ำ ดินเหนียวระบายน้ำยาก ต้องยกเป็นสันร่องสูง เพื่อไม่ให้ดินแฉะจนเกินไป พื้นที่ที่อยู่ใกล้แม่น้ำลำคลอง ส่วนกลางปลูกฝรั่งในที่ดอนนั้น การเตรียมพื้นที่ก็ไม่ยุ่งยากมากนัก คือ ถ้ามีวัชพืชมากก็ทำการไถพรวน ไถดะหนึ่งรอบเพื่อกำจัดหญ้า ถ้าปลูกพืชในแปลงมาก่อนและพืชเคยแสดงอาการขาดแคลเซี่ยมหรือ แมกนีเซียม ควรหว่านแคลเซี่ยมคาร์บอร์เนตหรือ หินปูนบด ปูนมาลร์ ปูนขาว ปูนโดโลไมท์ หรือพวกยิบซั่ม
ฝรั่งไร้เมล็ด การปลูกและการดูแลเหมือนฝรั่งทั่ว ๆ ไป ระยะปลูก ๓ x ๔ หรือ ๔ x ๔ พื้นที่ ๑ ไร่ ปลูกได้ประมาณ ๑๐๐ ต้น ปลูกได้ทั้งที่ลุ่มและที่ดอน ที่ลุ่มควรยกร่องน้ำ ส่วนที่ดอนปลูกแบบสภาพไร่ได้ ฝรั่งจัดเป็นไม้ผลไม้ที่ทนน้ำท่วมขังได้โดยไม่ตายและทนแล้งได้พอสมควรแต่อย่างไรก็ตามฝรั่งยังต้องการดินที่มีอิทรีย์วัตถุสูง คือ ชอบปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก เพราะจะได้ผลที่ใหญ่และรสชาติดีดังนั้นเกษตรกรได้เตรียมหลุมปลูกที่ดีแล้วฝรั่งจะเจริญเติบโตช่วงปีแรกเร็วมาก
พบเกษตรกรบางรายใช้วิธีทำปุ๋ยหมักลงไปในหลุมก่อนปลูกอย่างน้อย ๓ เดือน โดยการขุดหลุมกว้างคูณยาวขนาด ๕๐ x ๕๐ ซม. แล้วนำปุ๋ยคอก เช่น ขี้วัว ขี้ไก่ ขี้เป็ด ก็ได้จะใหม่หรือเก่าก็สามารถใช้ได้ ประมาณ ๑ ปีปหาเศษพืช เช่น กากถั่ว, เศษฟาง, หญ้าแห้ง ใส่ลงไปด้วยโดยโรยรอบ ๆ ปากหลุม แล้วใช้จอบฟันลงไปให้เต็มหลุมทิ้วไว้อย่างน้อย ๓ เดือน แล้วนำกิ่งพันธุ์มาปลูก ก่อนปลูกควรแน่ใจว่าปุ๋ยที่มหักสลายตัวแล้ว ไม่เกิดความร้อน โดยการทดลองเอามือคุ้ยดินผสมในหลุม ถ้ามีสีดำและไม่มีความร้อน ก็สามารถนำกิ่งพันธุ์ลงปลูกได้เลย วิธีนี้หลังจากปลูกประมาณ ๖ เดือน ฝรั่งจะโตเต็มที่พร้อมที่จะให้ผลผลิตได้ หากไม่สามารถทำตามวิธีดังกล่าวได้แนะนำให้ขุดหลุมขนาด ๓๐ x ๓๐ ซม. แล้วหาซื้อปุ๋ยหมักที่มีขายทั่วไป ใส่ผสมลงไป อาจใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ ๑ ช้อนแกง รองก้นหลุมแล้วกลบดินทับอย่างน้อยหนึ่งฝ่ามืออย่าให้ปุ๋ยสัมผัสกับรากโดยตรง หลังจากปลูกควรปักไม้ยึดลำต้น รดน้ำให้ชุ่ม

การดูแลรักษาในช่วง ๖ เดือนแรก

การให้น้ำควรดน้ำให้สม่ำเสมอเพราะฝรั่งชอบน้ำแต่ไม่ชอบแฉะในระยะ ๖ เดือนแรก หากไม่มีฝนควรรดน้ำ
วันละ ๒ ครั้ง เช้า - เย็น โดยมากในสวนแบบยกร่องมักจะรดน้ำวันละครั้ง เมื่อต้นโตแล้วการรดน้ำก็เว้นระยะ
ได้ ๖ เดือน แรกให้น้ำประมาณสัปดาห์ละไม่เกิน ๔ ปีป ต่อต้น ในฤดูแล้ง ระยะที่ใกล้ออกดอก ไม่ควรให้น้ำมากเพราะการให้น้ำมากเกินไปในระยะออกดอกจะไปชลอการออกดอกและติดผล ส่วนระบบการให้น้ำในเกษตรกรที่มีสวนขนาดใหญ่ สวนฝรั่งที่ปลูกในดอนอาจจะมีการให้น้ำระบบมินิสปริงเกอร์ ฝรั่งที่ปลูกในที่ลุ่มก็อาจจะใช้วิธีการรดน้ำระหว่างร่อง ควรพรวนดินเดือนละ ๒ ครั้ง เพื่อกำจัดวัชพืช หรือ
อาจจะใช้ สารกำจัดวัชพืชก็ได้

การให้น้ำ

ควรรดน้ำให้สม่ำเสมอเพราะฝรั่งชอบน้ำแต่ไม่ชอบแฉะในระยะ ๖ เดือนแรก หากไม่มีฝนควรรดน้ำวันละ ๒ ครั้ง
เช้า - เย็น โดยมากในสวนแบบยกร่องมักจะรดน้ำวันละครั้ง เมื่อต้นโตแล้วการรดน้ำก็เว้นระยะได้ ระยะ ๖ เดือนแรกให้น้ำประมาณ สัปดาห์ะไม่เกิน ๔ ปีป ต่อต้น ในฤดูแล้ง ระยะที่ใกล้ออกดอกไม่ควรให้น้ำมากเพราะการให้น้ำมากเกินไปในระยะ ออกดอก จะไปชลอการออกดอกและติดผล ส่วนระบบการให้น้ำเกษตรกรที่มีสวนขนาดใหญ่ สวนฝรั่งที่ปลูกในที่ดอนอาจจะ มีการ ให้น้ำระบบมินิสปริงเกอร ์ ฝรั่งที่ปลูกในที่ลุ่มก็อาจจะใช้วิธีการรดน้ำระหว่างร่อง ควรพรวนดินเดือนละ ๒ ครั้ง เพื่อกำจัดวัชพืช หรืออาจจะใช้ สารกำจัดวัชพืชก็ได้

การใส่ปุ๋ย

นอกจากการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอแล้วการใส่ปุ๋ยก็เป็นปัจจัยที่สำคัญในการทำสวนฝรั่ง ดังนั้นเกษตรกรควรมีการให้ปุ๋ยแก่ฝรั่ง ควรเน้นปุ๋ยคอกเป็นหลักเพราะจะช่วยเรื่องความหวาน เช่น ขี้ค้างคาว ขี้หมู ขี้วัว ขี้ควาย เป็นต้น ใส่เป็นประจำทุกเดือน อัตราต้นฝรั่งอายุ ๑ ปีขึ้นไปใส่ต้นละ ๒ กำมือ ส่วนฝรั่งที่อายุต่ำกว่า ๑ ปี ใส่อัตราต้นละ ๑ กำมือ ปุ๋ยเคมีทั้งทางเดินและทางใบควรให้เสริมด้วย โดยทางดินควรใช้สูตรที่มีตัวหน้าสูง เช่น สูตร ๓๒ - ๑๐ - ๑๐ , ๒๕-๗ - ๗ ผสมกับปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น สูตร ๑๕ - ๑๕ - ๑๕ หรือ ๑๖ - ๑๖ - ๑๖ ให้ทุก ๒ เดือน โดยให้ต้นละ ๑ - ๒ ช้อนแกง และค่อย ๆ เพิ่มอัตรามากขึ้นตามขนาดและอายุของฝรั่ง สำหรับปุ๋ยที่ให้ทางใบนั้น ควรให้พวกฮอร์โมนและอาหารเสริมไปด้วย สำหรับปุ๋ยทางใบ ใช้สูตร ๓๐ - ๒๐ - ๑๐, ๒๐ - ๒๐ - ๒๐ จะช่วยเร่งการเจริญเติบโตทั้งกิ่งก้าน และช่วงที่มีการเจริญเติบโตนี้ควรเด็ดยอดทิ้งเพื่อให้มีการแตกยอดมากขึ้น เช่นเดียวกับการโน้มกิ่งจะทำให้กิ่งที่แตกยอดและออกดอกตามมาด้วย วัน เวลาใส่ปุ๋ยเป้นเรื่องสำคัญมากเพราะมีผลต่อการควบคุมการเกิดดอกออกผล

ข้อแนะนำที่ทุกประเทศมีความสอดคล้องกันคือ

การใส่ปุ๋ยก่อนการออกดอกจะช่วยกระตุ้นให้เกิดกิ่งใหม่ยอดใหม่เท่ากับเป็นการกระตุ้นให้ออกดอกนั่นเอง เพราะยอดที่แตกใหม่จากกิ่งที่อายุหนึ่งปีขึ้นไปจะมีดอกตามออกมาด้วยเสมอ อย่างไรก็ตามหากให้ปุ๋ยมากเกินไปในระยะที่จะออกดอกอาจมีผลให้การออกดอกล่าช้าไปได้
ฝรั่งไร้เมล็ดจะมีผลขนาดใหญ่ น้ำหนักต่อผลขนาดใหญ่ถึง ๑.๓ กิโลกรัม ดังนั้นควรมีการเด็ดลูกทิ้งเพื่อลูกจะได้เจริญเติบโตได้ดี ควรเด็ดให้เหลือต้นละประมาณ ๑๐๐ ผลต่อปี

การดัดแต่งและการตัดแต่ง

การดัดแต่งต้นฝรั่งมักเป็นเรื่องของสวนฝรั่งขนาดใหญ่มากกว่าสวนขนาดเล็ก ก่อนที่จะดัดแต่งต้องพิจารณาก่อนว่าจะเก็บเกี่ยวฝรั่งโดยวิธีใดเพื่อจะดัดแต่งให้เหมาะสมกับการเก็บเกี่ยว วัตถุประสงค์การตัดแต่งฝรั่งกินสดคือ การรักษาขนาดผลให้ใหญ่อยู่เสมอเพราะฝรั่งเมื่อกิ่งแก่ ผลจะเล้กลง ดังนั้นจึงต้องให้มีกิ่งอายุ ๑ - ๓ ปี เพื่อผลิตดอกออกผลเสมอโดยใช้วิธีการสางกิ่งออกทุกๆ ๒-๓ ปี โดยตัดยอดหรือตัดกิ่งข้างพอประมาณกิ่งใหม่ก็จะแตกออกมา จำนวนผลต่อต้นจะน้อยลงแต่ขนาดผลจะใหญ่ขึ้น

-เน้นปุ๋ยคอก (ปุ่ยอิทรีย์) เช่น ขี้ค้างคาว ขี้หมู ชี้ควาย
-ปุ๋ยเคมี
-สูตรเร่งการเจริญเติบโตใช้สูตร ๑๖ - ๑๖ - ๑๖, ๒๕ - ๗-๗, ๓๒ - ๒๖ - ๒๖
-สูตรสะสมอาหารใช้สูตร ๑๐ - ๒๖ - ๒๖
-สูตรเร่งความหวานใช้สูตร ๓ - ๑๓ - ๒๑ , ๑๕ - ๑๕ - ๒๘

สารเคมีป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูของฝรั่งไร้เมล็ด

-โรคแอนแทรกโนส คอปเปอร์ออกซีคลอไรด์, แคปแตน
-โรคใบจุดสาเหร่าย แคปแตน,มาเน็บ,ซีเน็บ
-โรคสแค๊ป ไดเทน,ไดโพลาเทน
-แมลงวันทอง มาลาไทออน,โซนาร์ (ชื่อการค้า)
-เพลี้ยแป้ง รีบาวด์ (สารคลอไพรีสฟอส)
-แมลงกัดกินใบ เมทโทมิล (แลนเนท)
-หนอนเจาะลำต้น คลอไพรีฟอส
-ไรแดง ไรสนิม ไดโคฟอล

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 188 คน กำลังออนไลน์