ยุคราชวงศ์ชิง

รูปภาพของ sss27520

ราชวงศ์ชิง  (ปีคริสตศักราช 1616 – ปีคริสตศักราช 1911)

 จักรพรรดิหนุ่ม
      จักรพรรดิคังซีได้ขึ้นครองราชย์เมื่อมีพระชนมายุได้ 8 พรรษา ตอนนั้น เอ๋าไป้ กุมอำนาจในวัง วันหนึ่งฆ่าขุนนางฝ่ายบุ๋นอีกวันฆ่าคนนางฝ่ายบู๊ตามอำเภอใจ ไม่เห็นฮ่องเต้อยู่ในสายตา และหวังว่าสักวันหนึ่งตนจะได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิแทน มีอยู่วันหนึ่งเอ๋าไป้กำลังคิดจะฆ่าขุนนางอีกคนหนึ่ง แต่จักรพรรดิคังซีมิทรงเห็นชอบด้วย เค้าโมโหมากเดินขึ้นไปที่ราชบัลลังก์จับฉลองพระองค์ขององค์จักรพรรดิคังซีเอาไว้ แล้วตะโกนว่า “ ข้าพระองค์สั่งให้ประหาร ก็ต้องประหารได้ ฝ่าบาทยังทรงพระเยาว์ จะมารู้เรื่องอันใด” เมื่อทูลจบเค้าก็เดินออกมาจากท้องพระโรง เมื่อกลับมาถึงจวนก็ได้มีคำสั่งให้ประหารขุนนางผู้นั้นเสีย
     เมื่อคังซีฮ่องเต้ทรงทราบข่าวก็กริ้วอย่างยิ่ง ทรงครุ่นคิดว่าจะใช้วิธีการใดกำจัดเอ๋าไป้เสีย พระองค์คิดจะหลอกเอ๋าไป้ให้เข้าวังก่อน หลังจากนั้นหาวิธีคุมตัวให้ได้ แต่พระองค์ไม่สามารถสั่งการทหารได้ เพราะทั้งนอกและในพระราชวังเต็มไปด้วยสายของเอ๋าไป้ ในพระราชวัง จักรพรรดิได้ทรงชุบเลี้ยงขันทีเด็กประมาณ 10 กว่าคน พวกเค้าไม่รู้หนังสือ ฝึกวรยุทธ์ตั้งแต่เล็ก เป็นองครักษ์รักษาพระองค์ ทุกวันพวกเขาจะฝึกยุทธ์ร่วมกับคังซีฮ่องเต้ และพระองค์ทรงบอกแผนการของพระองค์ต่อพวกเขาซึ่งรักกันดังเช่นพี่น้องร่วมสายโลหิต
     วันรุ่งขึ้น คังซีฮ่องเต้มีพระราชโองการให้เอ๋าไป้เข้าเฝ้าเล่นหมากรุกด้วยกัน เนื่องจากเอ๋าไป้ไม่เคยเห็นพระองค์อยู่ในสายตาอยู่แล้ว จึงมิได้ระแวงสงสัยแม้แต่น้อย แม้แต่ผู้ติดตามก็ไม่นำมา เมื่อเอ๋าไป้มาถึง ขันทีเด็ก 10 กว่าคนลงมือพร้อมกัน จักรพรรดิคังซีรับสั่งเสียงดังว่า “เอ๋าไป้ วันนี้เป็นวันตายของเจ้าแล้ว ยังมิเข้าใจอีกหรือ ” ซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว
     เมื่อคังซีฮ่องเต้กำจัดเอ๋าไป้สำเร็จ ก็ทรงโปรดให้มีราชโองการให้จับกุมครอบครัวและบริวารของเอ๋าไป้ทั้งหมดเอาไว้ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งหลายต่างเกรงกลัว และเลื่อมใสในพระปรีชาของพระองค์ ซึ่งตอนนั้นจักรพรรดิคังซีมีพระชนมายุแค่เพียง 16 พรรษา

ยุครุ่งเรืองของสมัยจักรพรรดิคังซี และเฉียงหลง
       สมัยจักรพรรดิคังซี หย่งเจิ้น และเฉียงหลง เป็นยุคที่รุ่งเรืองมากที่สุดในราชวงศ์ชิง คังซีฮ่องเต้ได้ปราบปรามการกบฏที่ชินเจียง และรวมประเทศให้เป็นปึกแผ่น ทำให้ราชวงศ์ชิงมีอาณาจักรที่กว้างใหญ่ไพศาลและมั่นคง
       จักรพรรดิคังซีทรงให้ความสำคัญกับการเกษตร ส่งเสริมการขยายพื้นที่ทำกินก่อสร้างการชลประทาน ลดภาษีชาวนา ทำให้ทุกคนมีกิน เท่าที่พอจะสำรวจได้ ในสมัยของจักรพรรดิคังซี ได้มีการลดหย่อนการเสียภาษีทั้งหมดกว่า 500 ครั้ง นอกจากนี้พระองค์ยังทรงโปรดให้มีการรวบรวมสมุด หนังสือ “กู่จินถูซูจี๋เฉิง ” (สมุดรวมหนังสือโบราณและปัจจุบัน) หนังสือรวมบทกวีราชวงศ์ถังและพจนานุกรมจักรพรรดิคังซี เป็นต้น
    

         เล่ากันว่าจักรพรรดิเฉียนหลงไม่ใช่พระโอรสของจักรพรรดิหย่งเจิ้น แต่เป็นบุตรชายของเศรษฐีแซ่เฉินในเมืองไห่หนิง วันที่พระสนมเอกขององค์ชายหย่งเจิ้นมีพระประสูติการพระราชธิดาองค์หนึ่ง พอดีภรรยาของเศรษฐ๊เฉินได้คลอดบุตรชายคนหนึ่ง เมื่อหย่งเจิ้นทราบก็ทรงมีราชโองการลับสั่งให้เศรษฐีเฉินอุ้มลูกเข้าเฝ้า และอ้างว่าพระสนมทรงอยากเห็ยหน้าบุตรของเศรษฐีเฉิน แล้วจึงให้ขันทีอุ้มบุตรของเศรษฐีเฉินเข้าวังฝ่ายใน หลังจากนั้นได้ทำการสับเปลี่ยนเอาพระราชธิดาให้กับเศรษฐีเฉินแทน ต่อมาเศรษฐีเฉินรู้ความจริง แต่มิกล้าขัดพระประสงค์ คาดไม่ถึงว่าบุตรชายคนนี้ของเค้าฉลาดมาตั้งแต่เกิด จึงเป็นที่โปรดปรานของจักรพรรดิคังซี และองค์ชายหย่งเจิ้น ในที่สุดได้กลายเป็นจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์จีน ว่ากันว่าตอนที่จักรพรรดิเฉียนหลงเสร็จภาคใต้เป็นครั้งที่ 6 ก็ได้แอบไปเยี่ยมญาติที่เมืองไห่หนิง
       จักรพรรดิเฉียนหลงเป็นจักรพรรดิที่มีพระปรีชาสามารถทางด้านการทหาร และทางศิลปะที่หายากในประวัติศาสตร์จีน นอกจากนี้พระองค์ยังทรงเป็นนักสะสมโบราณวัตถุชั้นเยี่ยม ได้มีพระราชโองการให้จัดทำ ซื่อคู่เฉวียนซู (หนังสือชุดรวม 4 ด้าน) ได้รวบรวมหนังสือทั้งหมด 3503 ชนิด 79337 หมวด 36304 เล่ม จำนวนหมวดของหนังสือเป็น 3 เท่าของหย่งเล่อต้าเตี่ยน เป็นที่รวบรวมมรดกทางวัฒนธรรม และแนวคิดโบราณของประเทศจีน
      แต่จักรพรรดิเฉียนหลงโปรดความยิ่งใหญ่อลังการ และโปรดความเป็นอยู่ที่หรูหรา พระองค์ทรงแต่งตั้งเหอเซินเป็นเสนาบดีนานถึง 20 ปี เหอเซินผู้นี้เป็นขุนนางกังฉินที่ฉ้อราษฏร์บังหลวงมากที่สุดในประวัติศาสตร์จีน ในช่วงระยะเวลา 20 ปีที่ดำรงตำแหน่งเสนาบดี ขุนนางทั้งใหญ่น้อยต่างก็โกงกินกันทั้งสิ้น ทำให้บ้านเมืองไม่สงบ ราชวงศ์ชิงที่เคยรุ่งเรืองที่สุดกลับเสื่อมลงสู่ความพินาศ

จักรพรรดิองค์สุดท้าย
    เดือนพฤษจิกายน ปี ค.ศ.1908 ก่อนที่พระนางซูสีสวรรคต์เพียงวันเดียว พระนางได้โปรดแต่งตั้งจักรพรรดิปูยีเป็นจักรพรรดิองค์ต่อไป ซึ่งจักรพรรดิปูยีคือจักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์ชิง
     ค.ศ.1911 ซุนจงซานได้ก่อการปฏิวัติซินไห้ ในวันที่ 12 เดือนกุมภาพันธ์ ปีถัดมาจักรพรรดิปูยีมีพระราชโองการสละราชบัลลังก์ โดยยังอาศัยอยู่ในพระราชวังซึ่งเป็นการประกาศว่าราชวงศ์ชิงได้สิ้นสุดลง ระบบกษัตริย์ที่มีมายาวนานกว่า 4000 ปีก็ได้สิ้นสุดลงไปด้วย
   ในวันที่ 5 พฤษจิกายน ค.ศ. 1924 จักรพรรดิปูยีเดินทางออกจากพระราชวังและลี้ภัยไปที่ประเทศญี่ปุ่น หลังจากเดินทางได้ไม่นานก็ไปถึงเทียนสินภายใต้การคุ้มครองของญี่ปุ่น วันที่ 1 มีนาคม ค.ศ.1932 ด้วยการวางแผนของญี่ปุ่น จักรพรรดิปูยีได้ขึ้นมาเป็นจักรพรรดิราชอาณาจักรหม่านโจว ตกเป็นหุ่นเชิดของญี่ปุ่นในการรุกรานภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน
    หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ญี่ปุ่นยอมจำนน จักรพรรดิปูยีถูกคุมขังในฐานะเชลยศึก ต่อมาได้รับการปล่อยตัวให้เป็นอิสระและถูกถอดให้เป็นสามัญชนธรรมดา ซึ่งจักรพรรดิผปูยีนับเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายในประวัติศาสตร์จีน  

 

แหล่งอ้างอิง http://www.thaichinese.net/History/Imperial/Imperial2/Imperial3/imperial3.html#Qing http://www.thaisamkok.com/china-dynasty-23.shtml  http://www.oknation.net/blog/print.php?id=236556

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 75 คน กำลังออนไลน์