คำที่ไม่มีสระ อะ แต่ออกเสียง อะ

รูปภาพของ sss27653

 กลับ

คำที่ไม่มีสระ อะ แต่ออกเสียง อะ
คือ คำที่ออกเสียงเหมือนกับประวิสรรชนีย์ แต่ในหลักการเขียน ไม่ต้องประวิสรรชนีย์ มีหลักการดังนี้
1. คำนั้นทำหน้าที่เป็นอักษรนำ ไม่ต้องประวิสรรชนีย์ เช่น ขนม ตลาด จรวด ผลึก ชวา อร่าม พนม
2. คำที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤตที่มีเสียง “อะ” อยู่ที่พยางค์หน้า เช่น มัธยม สดับ ปกรณ์ สมัคร อวตาร ปถพี
3. คำสมาสแม้จะออกเสียง “อะ” ระหว่างคำก็ไม่ต้องประวิสรรชนีย์ เช่น พลศึกษา ศิลปะศาสตร์ จิตแพทย์ อิสรภาพ รัตนตรัย
4. คำที่มาจากภาษาภาคยุโรป เช่น อเมริกา เยอรมัน สกี สลัม เอกซเรย์ สตริง

คำที่ออกเสียง อะ ในภาษาไทยมีวิธีการเขียน 2 วิธี

 1. การเขียนโดยประวิสรรชนีย์

 การเขียนโดยประวิสรรชนีย์ หมายถึง การเขียนคำโดยปรากฏรูปสระ   อะ ซึ่งมีหลักเกณฑ์กำหนดดังนี้

1.1. คำไทยที่ออกเสียง อะ เต็มมาตรา ให้ประวิสรรชนีย์ เช่น

    คะแนน         ชะอม         ชะอ้อน

    ตะกร้า         ตะขิดตะขวง    ตะลึง

    ทะนาน         ทะลัก         ทะลุ

    บอระเพ็ด         ปะติดปะต่อ     พะรุงพะรัง

    พะนอ         มะระ         ระฆัง

    ระวัง         ระทวย         ระบาย

    ละเมอ         ละเมิด         สะอึก
1.2. คำไทยที่แต่เดิมเป็นคำประสม  และพยางค์หน้ากร่อนเหลือเพียง “ อะ” ให้ประวิสรรชนีย์ เช่น

    คำนึง         กร่อนเป็น         คะนึง

    ฉันนั้น          กร่อนเป็น        ฉะนั้น

    ฉันนี้         กร่อนเป็น        ฉะนี้

    ฉาดฉาน         กร่อนเป็น        ฉะฉาน

    เฌอเอม         กร่อนเป็น        ชะเอม

    ต้นขบ         กร่อนเป็น        ตะขบ

    ต้นเคียน         กร่อนเป็น        ตะเตียน

    ตาปู         กร่อนเป็น        ตะปู

    ตาวัน         กร่อนเป็น        ตะวัน

    สายดึง         กร่อนเป็น        สะดึง

    สายดือ         กร่อนเป็น        สะดือ

    หมากนาว        กร่อนเป็น        มะนาว

    หมากพร้าว     กร่อนเป็น        มะพร้าว

    หมากม่วง         กร่อนเป็น        มะม่วง

1.3. คำแผลงที่พยางค์หน้าของคำเดิมเป็น สะ- เพมื่อแผลง ส เป็น ต หรือ กร ให้คงวิสรรชนีย์ไว้ตามเดิม เช่น

    สะเทือน         แผลงเป็น         กระเทือน

    สะท้อน         แผลงเป็น        กระท้อน

    สะใภ้         แผลงเป็น        ตะใภ้

    สะเภา         แผลงเป็น        ตะเภา

    สะพัง         แผลงเป็น        ตะพัง

    สะพาน         แผลงเป็น        ตะพาน

    สะพาย         แผลงเป็น        ตะพาย

    สะโพก         แผลงเป็น        ตะโพก

1.4. คำซึ่งมีวิสรรชนีย์อยู่แล้ว เมื่อแผลงคำโดยแทรก ร ให้คงวิสรรชนีย์ไว้ตามเดิม เช่น
จะเข้         แผลงเป็น        จระเข้

    ชะง่อน         แผลงเป็น        ชระง่อน

    ชะมด        แผลงเป็น        ชระมด

    สะท้อน         แผลงเป็น        สระท้อน

    สะพรั่ง         แผลงเป็น        สระพรั่ง

1.5. คำซ้ำเสียงในภาษาไทยซึ่งเป็นคำที่มีมาแต่โบราณ เมื่อพยางค์หน้ากร่อนเป็นเสียง อะ ให้ประวิสรรชนีย์

        เช่น

    ครื้นครื้น         แผลงเป็น        คะรื้น

    คึกคึก         แผลงเป็น        คะคึก

    แจ้วแจ้ว         แผลงเป็น        จะแจ้ว

    รวยรวย         แผลงเป็น        ระรวย

    ริกริก         แผลงเป็น        ระริก

    รินริน         แผลงเป็น        ระริน

    รื่นรื่น         แผลงเป็น        ระรื่น

    เรื่อยเรื่อย         แผลงเป็น        ระเรื่อย

1.6. คำที่แผลงมาจากคำเดิมที่เป็นคำพยางค์เดียวมีพยัญชนะต้นเป็นอักษรควบกล้ำ แผลงเป็นคำ 2 พยางค์

        โดยแทรก  ร  ให้ประวิสรรชนีย์ เช่น

    กลบ         แผลงเป็น        กระลบ

    กลอก         แผลงเป็น        กระลอก

    กลับ         แผลงเป็น        กระลับ

    กลาย         แผลงเป็น        กระลาย

    กลั้ว         แผลงเป็น        กระลั้ว

    เกลือก         แผลงเป็น        กระเลือก

1.7. คำในภาษาบาลีสันสกฤตที่พยางค์ท้ายออกเสียง อะ ให้ประวิสรรชนีย์ที่พยางค์ท้ายด้วย เช่น

    ชาตะ         ชีวะ         ธุระ

    เถระ         พละ         ภาระ

    มรณะ         ลักษณะ         ศิลปะ
สรณะ         สาธารณะ         อมตะ

    อาชีวะ         อิสระ

1.8. คำที่มาจากภาษาเขมรบางคำที่ใช้โดยมีวิสรรชนีย์มาแต่เดิมก็ให้คงวิสรรชนีย์ไว้ เช่น

    ระเบียบ         ระเมียร         ละออง

    ระมาด         ระหัด         ระบำ

    ละมั่ง         กระจาย         กระดาน

        และคำที่แผลงมาจาก  ผ เป็น ประ ก็ประวิสรรชนีย์ เช่นเดียวกัน

    ผกาย         ประกาย

    ผทม         ประทม

    ผจญ         ประจญ

1.9. คำที่มาจากภาษาชวามลายูที่ออกเสียง “อะ” ต้องประวิสรรชนีย์เช่น

    กะหมังกุหนิง       กะหลาป๋า         ตำมะหงง

    ปะตาระกาหลา     ปะหนัน         มะเดหวี

    ระเด่น         ระตู               สะตาหมัน

1.10. คำไทยที่มาจากภาษาอื่นๆให้ประวิสรรชนีย์ เช่น

    ตะเลง (มอญ)     ปะดุง (กษัตริย์พม่า)

    เมาะตะมะ         อังวะ

1.11. คำที่ไม่รุ้ที่มาของคำที่ออกเสียง อะ เต็มมาตราให้ประวิสรรชนีย์ เช่น

    กะละมัง         กะละแม         จะละเม็ด

    ปะวะหล่ำ         มะละกอ         ระฆัง

    ระบอบ         ระบัด         ระบิล

    ละไม         สะระแหน่         สะอื้น

1.12. คำที่เขียนโดยประวิสรรชนีย์ที่มักเขียนผิด เช่น

    ขะมักเขม้น     ขะมุกขะมอม         ขะเย้อเขย่ง

    คะนอง         คะน้า         คะนึง         คะเน

    คะมำ         คะยั้นคะยอ     จะกละ         จะกลาม

    ฉะแง้         ชะตา         ชะลอ         ชะเง้อ

    ชะลูด         ชะอม         ชะอ้อน         ชะแลง
ตะกาย         ตะกุกตะกัก     ตะขบ         ตะเพิด

    ตะม่อ         ตะลอน         ตะลึง         ตะบึง

    ทะนาน         ทะมัดทะแมง     ทะยาน         ทะเยอทะยาน

    ทะลวง         ทะลัก         ทะลาย         ทะลึ่ง

    ทะเล้น         ทวาย         ทะนง         ทะเล่อละล่า

    พะนอ         พะเน้าพะนอ       พะแนง         พะยอม

    พะเยิบ         พะวง         พะอืดพะอม         พะทำมะรง

    ละบัด         ละมั่ง         ละมุน         ละมุนละไม

    ละล้าละลัง         ละลาบละล้วง      ละห้อย         ละเอียด         สะโอดสะออง

    อะร้าอร่าม         อะลุ่มอล่วย     อะไหล่

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 26 คน และ ผู้เยี่ยมชม 215 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • sss29510
  • sss29322
  • sss29320
  • sss29452
  • ssspoonsak