ประวัติผู้แต่ง

รูปภาพของ sss28813

                                  

 

 

 http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/671/3671/images/K2.jpg

 ประวัติผู้แต่ง ชื่อ : ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

ประวัติโดยย่อ

เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2425  เวลา 7.20 น. ในเรือลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา  ที่ตำบลบ้านม้า  อำเภออินทร์บุรี  จังหวัดสิงห์บุรี  เป็นบุตรคนที่ 4 ของพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าคำรบ  กับหม่อมแดง  ปราโมช  โดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์  ปราโมช  เกิดระหว่างที่พระองค์เจ้าคำรบ  เดินทางไปรับตำแหน่งที่มณฑลพิษณุโลก  หลังจากนั้นไม่นาน  สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถพระพันปีหลวง  ได้เสด็จประพาสมณฑลพิษณุโลก  พระองค์เจ้าคำรบได้ปลูกพลับพลารับเสด็จและทรงอุ้ม  ม.ร.ว.คึกฤทธิ์  ปราโมช  เข้าเฝ้าด้วย  ปรากฏว่าดิ้นยืดแขนยืดขาจึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานชื่อว่า “คึกฤทธิ์”

          เริ่มเรียนที่โรงเรียนวังหลัง  และโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย  จนสอบได้ชั้นมัธยมปีที่ 7 จากนั้นไปศึกษาต่อที่  Trent  College  และมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดประเทศอังกฤษ  ได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยม  ในสาขาปรัชญา  เศรษฐศาสตร์และการเมือง  ภายหลังได้รับปริญญาดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ  อีกหลายสาขาวิชา

            เริ่มทำงานที่กรมสรรพากร  และถูกเกณฑ์ทหารตอนสงครามอินโดจีน  ได้ยศสิบตรี  จากนั้นไปทำงานธนาคารไทยพาณิชย์  ที่ลำปาง  และกลับมาทำงานธนาคารแห่งประเทศไทยที่กรุงเทพฯ  ได้ร่วมก่อตั้งพรรคการเมืองชื่อ  “ก้าวหน้า”  เมื่อพ.ศ. 2488  จากนั้นนายควง  อภัยวงศ์ ชวนไปก่อตั้งพรรคใหม่ชื่อ “ประชาธิปัตย์”โดยนายควง  อภัยวงศ์ เป็นหัวหน้าพรรค ม.ร.ว.คึกฤทธิ์  ปราโมช  เป็นเลขาธิการพรรค  อยู่สู้ในสภา 2 ปี ได้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลชุดนายควง  อภัยวงศ์  ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2490 พลโทผิน ชุณหะวัณ  ทำรัฐประหารแต่ยังไม่พร้อมจะจัดตั้งรัฐบาลของตนเองจึงไปชวนนายควง  อภัยวงศ์  กลับมาเป็นนายยกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์  ปราโมช  ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีลอย  สั่งราชการกระทรวงการคลัง  แต่อยู่ได้เพียง 5 เดือน  จอมพลป.พิบูลสงคราม  ก็ขึ้นบริหารประเทศแทน

            วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2491 ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ประกาศลาออก  จากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรกลางสภา  และลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์เพราะคัดค้านการขึ้นเงินเดิอนสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร  ในขณะที่สมาชิกส่วนใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์สมยอมกับรัฐบาล  จากนั้นได้ยุติบทบาททางกรเมืองโดยตรงอยู่นานจนหลังเหตุการณ์  14  ตุลาคม พ.ศ. 2516  จึงจัดตั้งและเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง  “กิจสังคม”  และจากการเลือกตั้งเมื่อพ.ศ. 2518  แม้พรรคกิจสังคมจะได้รับเลือกมาเพียง  18  คน แต่  ม.ร.ว. คึกฤทธิ์  ปราโมชก็สามารถเป็นแกนกลางในการจัดตั้งรัฐบาลผสม  และดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่  12  สมีนาคม พ.ศ.2518 – 20  เมษายน 2519   

            ในส่วนที่เกี่ยวกับการประพันธ์  ม.ร.ว. คึกฤทธิ์  ปราโมช  ได้เริ่มเขียนบทสักวา  บทความ  และสารคดี  ลงในหนังสือพิมพ์  “เกียรติศักดิ์”  เป็นประจำ  ตั้งแต่ช่วงเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรพ.ศ. 2489  เพราะสละ  ลิขิตกุลบรรณาธิการยุคนั้นผู้สนิทคุ้นเคยขอร้องให้ช่วยเขียน  และได้กลายเป็นนักเขียนจริงจังเมื่อออกหนังสือพิมพ์  “สยามรัฐ”  รายวันของตนเอง  ตั้งแต่วันที่  25 มิถุนายน  พ.ศ. 2493  เป็นตันมา  โดยระยะแรก ถูกบรรณาธิการคือ  สละ  ลิขิตกุล ของให้เขียนวันละ 3  เรื่อง  มีเรื่องยาวประจำคือ  สามก๊กฉบับ นายทุน  บทบรรณาธิการ  และเก็บเล็กผสมน้อย  ในระยะต่อมาก็มีงานเขียนอื่นๆ  อีกมาก  รวมทุกประเภทมากกว่าร้อยเรื่องและล้วนได้รับความนิยมจากผู้อ่านอย่างกว้างขวางทั้งสิ้นนวนิยายเรื่อง  สี่แผ่นดิน  กับ  ไผ่แดง  ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ  หลายชีวิต  แปลเป็นภาษาญี่ปุ่น  เป็นต้น  คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ  จึงได้ประกาศให้เป็นศิลปินแห่งชาติ  สาขาวรรณศิลป์  เมื่อ พ.ศ. 2528

            ม.ร.ว. คึกฤทธิ์  ปราโมช  สมรสกับ  ม.ร.ว. พักตร์พริ้ง ทองใหญ่  มีบุตรธิดาด้วยกัน  2  คนคือ  ม.ล.รองฤทธิ์  และ ม.ล.วิสุมิตรา  ปราโมช ต่อมาแม้จะหย่าขาดจากกัน  แต่ต่างก็ไม่สมรสใหม่และไม่ได้โกรธเคืองกัน โดย  ม.ร.ว.พักตร์พริ้งอยู่กับลูกชายคือ  ม.ล.รองฤทธิ์  ที่บ้านในซอยสวนพลูติดกับบ้านของ  ม.ร.ว.คึกฤทธิ์  ปราโมช  และยังไปมาดูแลทุกข์สุขกันเสมอ

            ม.ร.ว.คึกฤทธิ์  ปราโมช  เป็นผู้มีความรู้ความสามารถหลายบทบาท  ทั้งในฐานะนักการเมือง  นักการธนาคาร นักพูด  นักเขียน  ศิลปินระดับที่เคยร่วมแสดงภาพยนตร์กับฮอลลีวู้ด  และเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งคณะโขนนักศึกษาธรรมศาสตร์ ฯลฯ  จนได้รับยกย่องเป็นปราชญ์ของเมืองไทยที่ชาวต่างประเทศยอมรับกว้างขวาง  และได้รับพระราชทานยศกรณีพิเศษเป็นพลตรี  แต่ที่นับว่าประสบความสำเร็จสูงสุดและได้กระทำอย่างต่อเนื่องมากที่สุดคือ  งานประพันธ์  แม้ในระยะหลังเมื่อมีอายุมากแบ้ว  สุขภาพไม่แข็งแรงนักก็ยังเขียนบทความในหนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน  อยู่เป็นประจำ  รวมทั้งนวนิยายเรื่องสุดท้ายคือ  “กาเหว่าที่บางเพลง”

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 264 คน กำลังออนไลน์