www.thaigoodview.com จัดสร้างเพื่อใช้เป็นสาธารณะประโยชน์ในการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
หากท่านคิดว่ามีคุณค่าต่อเยาวชนไทย ต่อลูกหลานเยาวชนไทย ช่วยกันบอกต่อไป และคลิก ตั้งเป็นหน้าแรก

การบริหารจิต

รูปภาพของ sss27756

การบริหารจิต  หมายถึง  การฝึกฝนอบรมจิตให้เจริญและประณีตยิ่งขึ้น  มีความปลอดโปร่ง มีความหนักแน่นมั่นคง   โดยเริ่มจากการฝึกฝนจิตให้เกิดสติและฝึกสมาธิให้เกิดขึ้นในจิต

ในการที่จะให้จิตมีสติได้นั้น ผู้ฝึกต้องมีวิธีการดังนี้คือ  การตั้งใจให้มีสติปสัมปชัญญะอยู่เสมอ การคบกับคนผู้มีสติปัญญามั่นคง การไม่คบคนที่มีจิตใจฟุ้งซ่านปั่นป่วนและการมีใจน้อมไปในการมีสติคืออยากจะมีสติมั่นคง กล่าวคือ

การตั้งใจให้มีสติสัมปชัญญะอยู่เสมอ  คือ  ผู้ฝึกจะต้องตั้งใจกำหนดรู้สึกตัวอยู่ทุกขณะไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องใคร่ครวญทำช้าๆ อย่ารวดเร็วเกินไป เช่น ในขณะเดิน ยืน นั่ง นอน จะต้องพยายามให้ตัวสติระลึกอยู่ตลอดเวลาทุกๆ อิริยาบถ  และมีสติสัมปชัญญะรู้ตัวอยู่เสมอ  เมื่อตั้งใจปฏิบัติตามวิธีดังกล่าวก็จะทำให้ผู้นั้นมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์

การคบกับคนผู้มีสติปัญญามั่นคง  คือ พยายามเข้าสมาคมกับคนผู้มีสติปัญญามั่นคงด้วยการทำ การพุด และการแสดงออกอื่นๆ ยกตัวอย่าง เช่น การเข้าไปพบปะสนทนากับพระสงฆ์ผู้ฝึกสมาธิมาดีแล้ว  โดยพิจารณาจากการพูดและการกระทำ  ท่านจะอยู่ในลักษณะสำรวมระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา  ซึ่งทำให้เราผู้เข้าร่วมสมาคมด้วยเกิดการตั้งสติและมีสติสัมปชัญญะรู้ตัวสำรวมระมัดระวังตัวเช่นเดียวกับท่าน

การไม่คบคนที่มีจิตใจฟุ้งซ่านปั่นป่วย  คือ  คนใดที่มีสติฟั่นเฟือน หลงๆ ลืมๆ ซึ่งมีการกระทำการพูดผิดๆ ถูกๆ อยู่ตลอดนั้น  เราไม่ควรจะไปคบด้วย  เพราะการสมาคมกับคนประเภทนี้บ่อยๆ เข้าบางทีจะทำให้เราติดโรคสติฟั่นเฟือนได้  เว้นได้แต่เข้าไปคบด้วยความสงสาร  เพื่อจะแนะนำเขาในบางครั้งบางคราวเท่านั้น

การมีใจน้อมไปในการมีสติ  คืออยากเป็นคนมีสติมั่นคง  โดยตัวเราเองต้องพยายามขวนขวายปลุกใจให้เห็นคุณค่าในการมีสติสัมปชัญญะแล้วปฏิบัติธรรมเพื่อนำจิตของตนให้เป็นสมาธิ  เมื่อจิตเป็นสมาธิในขั้นต้น  แม้เพียงขณิกสมาธิอันเป็นสมาธิชั่วขณะที่เกิดขึ้นกับคนทั่วๆ ไปในการปฏิบัติงานในชีวิตประจำวัน  เท่านี้ก็จะทำให้เราเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะดีขึ้นอย่างแน่นอน

นอกจากนี้แล้วพระพุทธเจ้ายังได้ทรงแสดงวิธีการฝึกสติให้สมบูรณ์ไว้ในสติปัฏฐาน ๔ อย่าง

กล่าวคือ การดำรงสติไว้ที่ฐานมี ๔ อย่าง ได้แก่ กาย เวทนา จิต ธรรม และกำหนดพิจารณาฐานทั้ง ๔ เหล่านั้น เช่น กายานุปัสสนา ตั้งสติกำหนดพิจารณากายเป็นอารมณ์ เวทนานุปัสสนา ตั้งสติกำหนดพิจารณาเวทนาเป็นอารมณ์ จิตตานุปัสสนา  ตั้งสติกำหนดพิจารณาจิตเป็นอารมณ์ และธัมมานุปัสสนา  ตั้งสติกำหนดพิจารณาธรรมเป็นอารมณ์

ส่งงานค่ะ

หลุดบ่อยมากค่ะ

ประกวดสื่อดิจิทัล ครั้งที่ 4

ลิงค์ผู้สนับสนุน

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่ทำการบ้านส่งครู
โดยการสร้างบล็อก
กรุณาอย่าคัดลอกข้อมูล
มาจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรจะนำมาจากหลายๆเว็บ
แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์
แล้วเขียนขึ้นมาใหม่
หากคัดลอกมาทั้งหมด
จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง
ช่วยกันนะครับ
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ
ไม่ถูกปิดเสียก่อน
ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ
ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 2 คน และ ผู้เยี่ยมชม 5711 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • nellefultonkxchgmz
  • ssspoonsak