สร้างสรรค์งานเขียนด้วยทักษะ 7 ขั้นตอน

ข้อมูลส่วนตัวผู้วิจัย
ชื่อนางสาวทิพย์วรรณ  ทับแบน    ตำแหน่ง ครู 
เกิดวันที่    12    เดือน   พฤศจิกายน  พ.ศ.  2525  
ภูมิลำเนา บ้านเลขที่  201   ถนนเพชรเกษม   ตำบลบางแก้ว   อำเภอละอุ่น   จังหวัด ระนอง 
โทรศัพท์เคลื่อนที่  081-0949526  
สถานที่ทำงาน  โรงเรียนรามันห์ศิริวิทย์   อำเภอรามัน  จังหวัดยะลา   

ประวัติการศึกษา
     ครุศาสตรบัณฑิต วิชาเอกภาษาไทย   มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา  อ. เมือง จ. สงขลา  ปี 2547 

ปัญหาการเรียนการสอนที่พบ
     ภาษาไทยมีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าของชาติ เป็นเครื่องมือในการจรรโลงใจคนในชาติ  ทำให้คนไทยมีสุขภาพจิตที่ดี  ไม่เคร่งเครียด   เกิดความคิดสร้างสรรค์และทำให้สังคมไทยอยู่ได้ด้วยดี  การจัดการเรียนรู้ในหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย   พุทธศักราช  2544  ได้กำหนดคุณภาพของผู้เรียนเมื่อจบการศึกษาไว้หลายประการโดยเฉพาะในข้อที่  3  ได้กำหนดไว้ว่า  ผู้ที่จบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานจะต้องเป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์  คิดอย่างมีเหตุผลและคิดเป็นระบบ ความคิดสร้างสรรค์เป็นคุณลักษณะที่มีอยู่ในตัวคนทุกคนสามารถส่งเสริมคุณลักษณะนี้ให้พัฒนาได้โดยการสอน  การฝึกฝนและการฝึกปฏิบัติที่ถูกวิธี  ความคิดสร้างสรรค์เป็นกระบวนการ  ทางสมองที่คิดในลักษณะอเนกนัยไปสู่การคิดค้นพบทางสมองที่แปลกใหม่ ด้วยการคิดดัดแปลงปรุงแต่งจากความคิดเดิมผสมผสานเป็นสิ่งใหม่ การเขียนเป็นศิลปะการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารถ่ายทอดความรู้ความคิด  ตลอดจนความรู้สึกและอารมณ์ต่างๆจากผู้เขียนไปยังผู้อ่าน   การเขียนสร้างสรรค์เป็นพลังที่ทำให้เกิดสาระทางวิชาการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความมีเหตุผล และส่วนของคิดสร้างสรรค์ โดยจะต้องได้รับการฝึกฝนจนเกิดทักษะซึ่งนอกจากจะพัฒนาทักษะการเขียนแล้วยังทำให้ทักษะอื่นๆพัฒนาไปด้วย
     จากเหตุผลดังกล่าวจะเห็นว่าทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องได้รับการส่งเสริม ควรใช้รูปแบบการพัฒนาความคิดเชิงสร้างสรรค์หลายๆรูปแบบผสมผสานกันเพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนโดยตรงแล้ว  ยังเป็นแนวทางสำหรับครูในการพัฒนากิจกรรมการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ดังนั้นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในวิชาภาษาไทยจึงพบปัญหาในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ดังนี้ 
   1. เวลาในการสอนน้อย ต้องรวบกิจกรรมเร็วขึ้น เด็กมีเวลาทำงานน้อย
   2.สื่อสีสันไม่สดใส  ดึงความสนใจของนักเรียนไม่ค่อยได้
   3.นักเรียนส่งเสียงดังขณะทำงาน
   4.ครูอนุญาตให้นักเรียนที่เขียนเรื่องไม่เสร็จนำงานกลับไปทำที่บ้านและให้นำมาส่งในวันที่มีการเรียนครั้งต่อไป   ปรากฏว่านักเรียนลืมทำงานและไม่มีงานส่ง
   5.กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้หลังเขียนเรื่องจัดไม่ได้เพราะนักเรียนส่วนใหญ่เขียนเรื่องไม่เสร็จนักเรียนเขียนเรื่องไม่สอดคล้องกับเรื่องที่กำหนดและไม่ใช้คำสำคัญที่เลือกไว้ในการเขียนเรื่องครูใช้เวลาในการนำเข้าสู่บทเรียนนาน  และเสียเวลาในการคลุมชั้นเรียนบ่อย  ทำให้เวลาในการสอนเหลือน้อย

ความต้องการที่จะแก้ไขปรับปรุง
   1.ควรหาเวลาให้มากขึ้นเพื่อให้เด็กได้มีเวลา
   2.ควรเตรียมสื่อที่เน้นความสวยงามมากกว่าสื่อที่เหมือนของจริง
   3.ครูควรเตรียมตัวและซักซ้อมขั้นตอนการสอนมาเป็นอย่างดี  รวมทั้งควรมีการแบ่งบทบาทหน้าที่ในการสอนให้ชัดเจน
   4.กำหนดกติกาในการเรียน  การตอบคำถาม  ก่อนที่จะสอน  โดยอาจให้คะแนนกลุ่ม  แล้วกลุ่มที่ทำผิดกติกาจะถูกหักคะแนน  ส่วนกลุ่มที่ตั้งใจทำกิจกรรมและปฏิบัติตามกติกาจะได้คะแนนเพิ่ม
   5.กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้หลังการเขียนควรยกไปทำในการสอนครั้งต่อไปโดยทำในระหว่างที่นักเรียนเขียนเรื่องให้ครูดำเนินกิจกรรมโดยคัดเลือกผลงานของนักเรียนทั้งที่ดีและยังมีข้อบกพร่องมาอ่านให้นักเรียนฟังพร้อมทั้งวิจารณ์จุดดี  จุดที่ยังบกพร่อง  และให้ข้อเสนอแนะว่า ควรแก้ไขอย่างไรจึงจะให้เรื่องที่เขียนสมบูรณ์
   6.การเก็บงานนักเรียนควรให้นักเรียนที่เขียนเรื่องเสร็จไม่ทันในชั่วโมงส่งงานในวันที่ถัดจากวันที่สอน  เพื่อป้องกันการลืมของนักเรียน  และครูจะต้องหมั่นไปเก็บงานทุกวัน
   7.ควรจำกัดเวลาในการนำเข้าสู่บทเรียนไม่ควรนานเกินไป  อาจ  2-3  นาที  เพราะจะทำให้สอนไม่ทัน และการคลุมชั้นต้องมีการวางข้อตกลงกันใหม่ที่ทุกคนในห้องต้องทำตาม  ให้เพื่อในชั้นช่วยคุ่มเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลา

แนวความคิดหรือทฤษฏีที่ใช้
นักจิตวิทยาและนักการศึกษาที่ได้ศึกษาเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ได้มีทัศนะเกี่ยวกับเรื่องนี้แตกต่างออกไปดังนี้
   1. ทฤษฎีของ  Freud   มีทัศนะว่า  ความคิดสร้างสรรค์เริ่มต้นจากความขัดแย้งซึ่งถูกขับดันออกมาโดยพลังจิตใต้สำนึกขณะที่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น
   2. ทฤษฎีของ tayler  เสนอว่า  ผลงานของความคิดสร้างสรรค์ของคนนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นขั้นสูงสุดเสมอไป  แต่ความคิดสร้างสรรค์ของคนนั้น  อาจเป็นขั้นใดขั้นหนึ่ง ใน  6  ขั้นต่อไปนี้
 ขั้นที่ 1 เป็นความคิดสร้างสรรค์ขั้นต้นที่สุด  เป็นการแสดงออกของตนอย่างอิสระ 
 ขั้นที่ 2 เป็นผลงานซึ่งผลิตออกมาโดยผลงานนั้นจำเป็นต้องอาศัยทักษะบางประการ   แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งใหม่
 ขั้นที่ 3 ขั้นสร้างสรรค์  เป็นขั้นที่แสดงถึงความคิดใหม่ของบุคคล  ไม่ได้ลอกเลียนแบบมาแม้ว่างานนั้นจะมีคนอื่นคิดแล้วก็ตาม
 ขั้นที่ 4 เป็นขั้นความคิดสร้างสรรค์  ขั้นประดิษฐ์สิ่งใหม่  ๆ  โดยไม่ซ้ำแบบใคร
 ขั้นที่ 5  เป็นขั้นพัฒนาปรับปรุงผลงานในขั้นที่สีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
 ขั้นที่ 6 เป็นขั้นความคิดสร้างสรรค์สุดยอด  สามารถคิดสิ่งที่เป็นนามธรรมสูงสุดได้  
   3.  ทฤษฎีของความคิดสร้างสรรค์ในรูปของการโยงสัมพันธ์ (Associative  Theory)
เมื่อระลึกสิ่งใดได้ก็เป็นแนวทางในการระลึกถึงสิ่งอื่น ๆ ต่อ  ๆ  กันไป สัมพันธ์กันเป็นลูกโซ่   เช่น เมื่อนึกถึงโต๊ะ   ก็ทำให้นึกถึงเก้าอี้ไปใช้วางของเป็นต้น  
  4.  ทฤษฎีโครงสร้างทางสมอง ( The  Structure  of  Intellect  theory )  ทฤษฎีนี้ สร้างโดย  Guilford   นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน  ได้อธิบายโครงสร้างทางสมอง  ในรูปแบบจำลองสามมิติ คือ มิติที่1  วิธีการคิด  มิติที่ 2  เนื้อหา  มิติที่ 3 ผลการคิด
  5.  ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์  ของ Torrance  กล่าวว่า  ความคิดสร้างสรรค์จะแสดงออกตลอดกระบวนการของความรู้สึกหรือการเห็นปัญหา 

หลักเกณฑ์ในการสอนเขียนเชิงสร้างสรรค์
   1. ควรจัดสิ่งแวดล้อมในห้องเรียน  เพื่อเร้าความสนใจและส่งเสริมให้เด็กเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
   2. ครูผู้สอนต้องใช้ความพากเพียรและอดทนเป็นอย่างมาก
   3. ควรให้นักเรียนเขียนในลักษณะเฉพาะคน
   4. ในการเขียนระยะเริ่มแรก การฝึกหัดของนักเรียนจะเป็นไปอย่างช้า ครูจะต้องยอมให้เด็กออกมาในลักษณะที่เป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด
   5. การพิจารณาผลงานของเด็ก ไม่ควรคาดหวังในคุณค่าทางวรรณศิลป์มากนัก
   6. เมื่อเด็กมีผลงานสร้างสรรค์ออกมา  ครูจะต้องประเมินผลให้เด็กทราบเพื่อส่งเสริมกำลังใจและแก้ไขข้อบกพร่อง
   7. ครูผู้สอนควรมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการเขียนเชิงสร้างสรรค์ เป็นอย่างดีและสามารถวิเคราะห์ประเมินค่างานเขียนประเภทนี้ได้
   8. การที่จะส่งเสริมผลให้การเรียนการสอนเชิงสร้างสรรค์ได้ผลสำเร็จนั้น จะต้องมีการกำหนดเกณฑ์เพื่อเป็นแนวปฏิบัติ โดยให้ครูและนักเรียนได้รับทราบร่วมกัน
   9. ในการวินิจฉัยผลงานของนักเรียน ครูไม่ควรยึดหลักเกณฑ์ทางภาษามากนัก
   10. ในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ทุกเรื่อง เด็กจะต้องเขียนออกมาโดยใช้ความคิดและภาษาของตนเอง
   11. ในขณะที่มีการส่งเสริมการเขียนเชิงสร้างสรรค์กัน อย่างแพร่หลายในโรงเรียน ครูควรระวังการเขียนที่แอบอ้างว่าเป็นการเขียนเชิงสร้างสรรค์ เช่น งานที่ลอกเลียนแบบของผู้อื่น งานเขียนที่ปราศจากคุณค่า


ลำดับขั้นในการฝึกการเขียนเชิงสร้างสรรค์
   1. ขั้นจูงใจ  เป็นขั้นที่ให้ความรู้ในเรื่องที่นักเรียนสนใจ
   2. ขั้นแลกเปลี่ยนความคิดในเรื่องที่นักเรียนสนใจ
   3. ขั้นเขียน ขั้นนี้นักเรียนเขียนเรื่องที่ตนสนใจอย่างอิสระ
   4. ขั้นแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากเรื่องที่เขียน
   5. ขั้นติดตามผลกิจกรรมบางอย่างที่เหมาะสม
แนวคิดการส่งเสริมการเขียนเชิงสร้างสรรค์
   1. ครูต้องสร้างบรรยากาศ โดยเป็นผู้ที่รักความเมตตา มีความสัมพันธ์อันดีกับเด็ก
   2. ให้อิสระในการทำงานแก่เด็ก
   3. ส่งเสริมให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงกับการศึกษาสภาพแวดล้อมและให้วัสดุการอ่าน
   4. กระตุ้นชี้แนะ ให้เกิดความอยากรู้ อยากเห็น สร้างความแปลกใหม่

รูปแบบการสอนที่ใช้กระบวนการฝึกทักษะ  7 ขั้นตอนที่พัฒนาขึ้น
       ประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้
       ขั้นที่ 1  ขั้นอ่านเรื่อง  เป็นขั้นที่นักเรียนหาข้อมูลของเรื่องที่เรียนโดยใช้กิจกรรมการอ่านเรื่องในใจ
       ขั้นที่ 2  ขั้นเขียนแผนภาพความคิด  เป็นขั้นที่นักเรียนสรุปความรู้ของเรื่องที่อ่านออกมาในรูปแผนภาพความคิดโดยใช้กระบวนการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม
        ขั้นที่ 3  ขั้นเปรียบเทียบโดยตรง  เป็นขั้นที่นักเรียนเปรียบเทียบสิ่งที่เรียนกับสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันตั้งแต่  1  ประเด็นขึ้นไป  เพื่อให้ผู้เรียนมีมุมมองที่แตกต่างไปจากเดิม
        ขั้นที่ 4  ขั้นสมมติตนเป็นสิ่งอื่น  แล้วบอกความรู้สึกของตนเมื่อเป็นสิ่งนั้น  เพื่อให้ผู้เรียนมีความคิดที่กว้างไกลขึ้น
         ขั้นที่ 5  ขั้นคัดเลือกคำสำคัญและวาดรูปภาพประกอบคำ  เป็นขั้นที่ผู้เรียนจะคัดเลือกคำสำคัญที่เกี่ยวกับเรื่องที่เรียน  ในกิจกรรมขั้นที่ 1-4  มาแล้ววาดภาพประกอบคำเหล่านั้นเพื่อนำไปเขียนเรื่องต่อไป
         ขั้นที่ 6  ขั้นเขียนเรื่อง  เป็นขั้นที่ผู้เรียนเขียนเรื่องเชิงสร้างสรรค์จากคำสำคัญที่เลือกไว้   โดยผู้เรียนจะต้องเขียนเรื่องให้สอดคล้องกับเรื่องที่กำหนด
         ขั้นที่ 7  ขั้นแลกเปลี่ยนความรู้  เป็นขั้นที่ผู้เรียนแลกเปลี่ยนกันอ่านและฟังเรื่องของคนอื่น  พร้อมทั้งวิจารณ์เรื่อง  เพื่อเป็นข้อมูลในการนำไปปรับปรุงการเขียนครั้งต่อไป

การวางแผนการทำงาน
 การพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์โดยใช้รูปแบบการสอน 7 ขั้นที่พัฒนาขึ้น   ครูได้ดำเนินการตามลำดับขั้นตอน  โดยครูได้สังเคราะห์รูปแบบการสอนขึ้นเอง  และสร้างแผนการเรียนรู้ตามขั้นตอนของ รูปแบบการสอนที่สังเคราะห์ขึ้นทั้งหมด  3  แผน   โดยมีวิธีการสร้างดังนี้
   1. ศึกษาเอกสารและทฤษฎีเกี่ยวกับการสอนรูปแบบต่างๆ
   2. สร้างรูปแบบการสอนเป็นของตนเอง
   3. นำรูปแบบการสอนเสนออาจารย์ที่ปรึกษาและปรับปรุงแก้ไข
   4. ดำเนินการสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ตามขั้นตอนของรูปแบบการสอนที่ใช้กระบวนการฝึกทักษะ 7 ขั้นตอน ที่พัฒนาขึ้น จำนวน  3  แผน
   5. นำแผนการสอนที่สร้างขึ้นเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาและกระบวนการ  แล้วนำไปปรับปรุงและแก้ไข
   6. คัดเลือกกิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
   7. จัดกิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
   8. นำแผนการเรียนรู้ที่ปรับปรุงและแก้ไขแล้วไปทดลองสอน
   9. สร้างแบบประเมินการเขียนสร้างสรรค์แบบ (scoring   rubric)
   10. เสนออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อตรวจแก้ไขแบบประเมิน
   11. นำแบบประเมินไปใช้ตรวจผลงานนักเรียน

กระบวนการดำเนินงาน
   1. จัดกิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ก่อนทดลองสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ดังนี้
    ทดสอบก่อนเรียน
    จัดกิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ เรื่อง ระยิบระยับเหมือนอะไร
    สอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้กระบวนการฝึกทักษะ 7 ขั้นตอน เรื่อง หิ่งห้อย
    จัดกิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ เรื่อง หลากสีสันเหมือนอะไร
    สอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้กระบวนการฝึกทักษะ 7 ขั้นตอน เรื่อง รุ้ง
    จัดกิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ เรื่อง โหดร้ายเหมือนอะไร
    สอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้กระบวนการฝึกทักษะ 7 ขั้นตอน เรื่อง สึนามิ
   2. ดำเนินการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้กระบวนการฝึกทักษะ 7 ขั้นตอนที่พัฒนาขึ้น
   3. นักเรียนทำแบบฝึกหัดท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ทุกแผน  แล้วประเมินแบบฝึกหัดโดยใช้แบบประเมินผลงาน ( scoring  rubric)
   4. นำข้อมูลที่ได้จากการสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูภาษาไทย   และแบบประเมินผลงาน  (scoring  rubric)  มาสะท้อนผลการปฏิบัติและวิเคราะห์ผล
   5. การวิเคราะห์ข้อมูล  ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

 บทสรุป
ผลที่เกิดขึ้น
ความสำเร็จของครู
   1.ครูจำขั้นตอนการสอนได้แม่นยำ  ทำให้สอนได้อย่างต่อเนื่อง
   2.การสอนดำเนินไปตามแผนและมีให้โอกาสในการตอบคำถามมากขึ้น เนื่องจากลดกิจกรรมบางส่วนลง
   3.การสอนเป็นไปตามกระบวนการที่ได้วางเอาไว้ดี
   4.ครูมีการวางกติกาในการเรียนเพิ่มเติมและมีเทคนิคในการสอนเพิ่มขึ้น

ความสำเร็จของนักเรียน
   1. ให้ความสนใจในการตอบคำถาม  และการเล่นเกมดีมาก  มีความกระตือรือร้น  และสนใจใน การเรียนดีมาก
   2. นักเรียนแย่งกันตอบคำถามโดยไม่รอคำอนุญาตจากครู
   3. ในการทำกิจกรรมเขียนแผนภาพความคิดของแต่ละกลุ่ม  นักเรียนช่วยเพื่อนทำงาน  จับกลุ่มคุยกันน้อยลง  หัวหน้ากลุ่มรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกมากขึ้น
   4. มีความตั้งใจในการทำงานเขียนมาก  อยากทำ  ตั้งใจเขียน

สรุปบทเรียนที่ได้
ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้น
   1. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ไ ด้สร้างรูปแบบการสอนและแผนการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาการเขียนเชิงสร้างสรรค์
   2.  ได้ศึกษาความสามารถด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนที่ได้รับการสอนโดยรูปแบบเดียวกันแต่ใช้กิจกรรมเสริมต่างกัน 
   3.  รูปแบบการสอนทีใช้กระบวนการฝึกทักษะ  7 ขั้นตอนที่พัฒนาขึ้นและกิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
แรงบันดาลใจเพื่อการดำเนินงาน
       การเรียนรู้ในสิ่งที่มีค่าหรือมีความหมายต่อชีวิตประจำวันของเด็ก ย่อมก่อให้เกิดความสนใจมากกว่าสิ่งที่มีประโยชน์น้อยหรืออยู่ไกลตัว ดังนั้น การเน้นย้ำให้เด็กตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งที่จะเรียนรู้ทุกครั้งที่เพิ่มบทเรียนใหม่เป็นสิ่งจำเป็น  ความแตกต่างระหว่างบุคคลเป็นสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ดังนั้นผลงานของเด็กแต่ละคนจากแผนการสอนเดียวกันย่อมมีคุณภาพต่างกัน เราไม่มุ่งเน้นให้เด็กทุกคนเป็นเลิศหรืออัจฉริยะ แต่มุ่งเน้นให้ทุกคนได้มีโอกาสพัฒนาตนเองจนเต็มศักยภาพของเขา ความอดทน ความเอาใจใส่ ความรัก และความเมตตาต่อศิษย์ของครูผู้สอน จะทำให้ครูมีโอกาสรู้จุดเด่น จุดด้อย ตลอดจนปัญหาของลูกศิษย์ ซึ่งจะช่วยให้เราแก้ปัญหาสอนซ่อมหรือสอนเสริมได้ถูกจุด

ประโยชน์ที่ได้รับ
ที่เกิดกับตนเอง
   1.  ครูมีความมั่นใจในการสอนจำขั้นตอนการสอนได้ค่อนข้างแม่นยำ
   2.  มีเทคนิคในการสอนเพิ่มขึ้น
   3.  การวางกติกาในการเรียน  ส่งผลให้นักเรียนเกิดแรงจูงใจในการเรียน
แนวทางการพัฒนาผู้เรียน
   1. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนควรใช้หลักประชาธิปไตยในการตัดสิน
   2. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนครูผู้สอนควรจัดกิจกรรมที่ให้นักเรียนแสดงความคิดไม่จำกัด ไม่มีถูก และไม่มีผิดทำให้นักเรียนมีความสนุกสนานในการร่วมกิจกรรมและได้ข้อมูลที่หลากหลายเพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการเขียนงานให้มีคุณภาพมากขึ้น
   3. แต่ละกิจกรรมควรมีการสรุปสิ่งที่ได้ในแต่ละกิจกรรมรวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลของแต่ละกิจกรรมเพื่อป้องกันการลืมข้อมูลในแต่ละกิจกรรม

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 19 คน กำลังออนไลน์