การแต่งกายของไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 เป็นตั้นมา

รูปภาพของ sss28820

 

การแต่งกายของไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 เป็นตั้นมา

      การแต่งกายแบบจำลองของชายเปลี่ยนจากการนุ่งผ้าลอยชายมาเป็น นุ่งกางเกงแพร สีต่างๆเรียกว่า ”กางเกงจีน” ยังคงใส่เสื้อคอกลมผ้าขาวบาง

ถ้าจะออกนอกบ้าน ก็จะสวมเสื้อทับอีกชั้นหนึ่ง และสวมหมวก เพื่อเป็นการสุภาพ อนึ่งกางเกงแพร หรือ ”กางเกงจีน” นั้นในสมัยรัชกาลต้นๆ มาจนถึง

รัชกาลที่ 5 นิยมนุ่งเฉพาะ ในหมู่คนจีน เท่านั้น

 

 

(ที่มาของภาพ : http://www.thaitopwedding.com/images/Pataporn/p-17.jpg )

 สำหรับการแต่งกายของสตรี ต้นรัชกาลที่ 6 ยังคงนุ่งโจงกระเบน ใส่เสื้อระบายลูกไม้ แต่คอจะลึกกว่าเก่า และ นิยมแขนยาวเสมอศอก แขนไม่พองมาก

และ ไม่รัด ปลายแขน เป็นชั้นๆ มีผ้าสไบพาดไหล่โดยรอบ ตอนหัวไหล่ ติดเข็มกลัด แล้วปล่อยให้หย่อนลงมา รวบชายสไบไว้ข้างลำตัว ทิ้งชายยาวมี

การใช้ ผ้าแพรพิมพ์ดอก เป็นแพรสะพาย นอกเหนือจากผ้าแพรบางหรือผ้าลูกไม้อย่างสมัยก่อน ต่อมาเริ่มนุ่งซิ่น ตามพระราชนิยม ในรัชกาลที่ 6 นิยมผ้าซิ่น

มีลายเชิง งดงามแบบเสื้อจึงเปลี่ยนไปเพื่อให้เหมาะสม สำหรับใส่เข้าชุดกับผ้าซิ่น เสื้อระบายลูกไม้เป็นชั้น หรือเชิง ซึ่งนิยมกันมาแต่ เดิมจึงเสื่อมความ

นิยมลงมาเป็นผ้าแพร ผ้าโปร่งบาง หรือผ้าพิมพ์ดอกคอเสื้อกว้างขึ้นอีก และแขนเสื้อสั้นประมาณต้นแขน นอกจากนี้ยังตบแต่งด้วยเสื้อ ตามความพอใจ

ของ ผู้สวมใส่ เมื่อหันมานุ่งซิ่น แล้วก็ไม่นิยมสะพายแพรอีกต่อไป การสะพายแพร ซึ่งพัฒนา มาจาก การห่มสไบเฉียง ตามลักษณะ การแต่งกายแบบ

สตรีไทยแต่โบราณ จึงถูกยกเลิก ไปโดยปริยาย อาจเป็นเพราะเห็นว่าตัวเสื้อ ”เป็นแหม่ม” อย่างเต็มที่แล้ว การสะพาย แพรดูจะไม่เข้าชุดกัน สตรีสมัยนี้

ยังคงสวมถุงน่องและรองเท้าส้นสูง แต่ถุงน่อง ไม่นิยม ที่เป็นผ้าโปร่ง มีลวดลายหรือ ปักดิ้นอย่างแต่ก่อน หันไปนิยมถุงน่องเป็นสีพื้นธรรมดา ให้เข้ากับ

สีผ้าซิ่นหรือสีเสื้อแทน ทางด้านทรงผมในระยะแรก มีพระราชดำริให้สตรี ในราชสำนักปล่อยผมยาวแบบตะวันตก แทนการไว้ทรงดอกกระทุ่มต่อมาก็เกล้า

ผมยาวนั้น ตลบไว้ที่ท้ายทอย เรียกว่า ”ผมโป่ง” เพราะบางคนผมยาวไม่พอเกล้า ก็จะทำให้กล้อน ผมรองภายใน ทำให้ผมเดิม โป่งออกมา นอกจากการ

ไว้ผมแล้วบางคนนิยมไว้ ”ผมบ๊อบ” ตัดผมยาวเสมอคอ ผมข้างๆ ตัดให้ดูเป็นจอนหู ถ้าจอนใหญ่มากเรียกว่า ”บ๊อบหู” สมัยนี้นิยมใช้เครื่องประดับคาดที่

ศรีษะ ผู้ริเริ่มคือ พระบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้า วัลลภาเทวี พระวรกัญญาปทาน เครื่องประดับคาดที่ศรีษะนี้ มีตั้งแต่เป็นผ้าชิ้นเล็กยาวปักดิ้น ผ้าพื้นธรรมดา

ทองคำขาวประดับเพชร ไข่มุกสร้อยหลายสายแล้วแต่ จะเห็นว่าแบบใด เข้ากับตัวเสื้อ เครื่องประดับอื่นๆ ก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย นิยมเครื่องประดับ

ที่มาจาก ตะวันตกเช่น นาฬิกาข้อมือ สร้อยคอเล็กห้อยล๊อกเก็ต แทนการห้อยจี้ อันเป็นเครื่องประดับ แบบไทยแต่เดิมและนิยมขัดฟันจนขาว

ไม่กินหมากอย่างก่อน

แหล่งอ้างอิง : http://www.thaitopwedding.com/Misc/dress_history-9.html
 

 

 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 225 คน กำลังออนไลน์