best practice

รูปภาพของ pond2010




 

รายงานผลแสดงการเรียนรู้
(รายบุคคล)

โครงการส่งเสริมเครือข่ายการบริหารจัดการศึกษา

ด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา  ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

เรื่อง  การบริหารจัดการสถานศึกษาตามแนวปฏิรูปการศึกษา

 

 

 

 

 

 

นายยุทธิเวชช์  ประทุมสุวรรณ

ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ 

โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฏ์  อำเภอโคกโพธิ์ 
จังหวัดปัตตานี

 

 

 

 

 

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี  เขต ๒

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

กระทรวงศึกษาธิการ

 

 

 

 

คำนำ

 

               

                การศึกษาในยุคสังคมแห่งการเรียนรู้  เป็นการศึกษาที่พัฒนาศักยภาพหรือเสริมสร้างพลังที่มีอยู่ในตัวมนุษย์  ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช ๒๕๔๐ 
และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ 
พ.ศ.๒๕๔๒ 
และที่แก้ไขเพิ่มเติม 
(ฉบับที่  ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ 
ซึ่งมีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ  และเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย  จิตใจ 
สติปัญญา  ความรู้ คุณธรรม จริยธรรม  และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

                รายงานฉบับนี้ 
จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้มีคุณภาพและบรรลุเป้าหมายที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติกำหนด  โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในอันที่จะนำพาสถานศึกษาไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                ขอขอบคุณ มูลนิธิ สุขแก้ว-แก้วแดง
ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการส่งเสริมเครือข่ายการบริหารจัดการศึกษาด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ซึ่งนับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสถานศึกษาในการดำเนินการปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติต่อไป

 

 

                                                                                                                (นายยุทธิเวชช์  ประทุมสุวรรณ)

                                                                                                        ผู้อำนวยการโรงเรียนราชมุนีรังสฤษฏ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สารบัญ

 

               

เรื่อง                                                                                                                                                                               หน้า

ชื่อเรื่อง                                                                                                                                                                                

บทนำ                                                                                                                                                                                    

                ข้อมูลส่วนบุคคล                                                                                                                                                

                ข้อมูลโรงเรียน
                                                                                                                                                  

                ปัญหาการเรียนการสอนในสถานศึกษา
                                                                                                       

                ความต้องการที่จะแก้ไขปรับปรุงปัญหานั้น                                                                                                 

การดำเนินงานเพื่อแก้ไขปรับปรุง                                                                                                                                  

                ความคิดในการแก้ไขปรับปรุง                                                                                                                        

                หลักการหรือทฤษฎีที่ใช้เป็นแนวทางสนับสนุนความคิด                                                                         

                กระบวนการดำเนินงาน  (อธิบายรายละเอียดตามลำดับขั้นตอน)                                                          

                บทบาทการดำเนินงานในส่วนของผู้บริหาร
ครู กรรมการสถานศึกษา ผู้เรียน ผู้ปกครอง 

                ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับใช้                                                                                                                          

บทสรุป                                                                                                                                                                                

                ผลที่เกิดขึ้นจากความสำเร็จของผู้บริหารในการดำเนินงาน                                                                     

                ผลที่ครู
นักเรียนได้รับ                                                                                                                            ๑๐

                ปัจจัยที่ทำให้เกิดความสำเร็จ                                                                                                                        ๑๐

                ความรู้ใหม่ที่ได้จากการดำเนินงานครั้งนี้                                                                                                ๑๐

 

 

       

 

 

 

 

การพัฒนาระบบการบริหารจัดการตามแนวปฏิรูปการศึกษา

* นายยุทธิเวชช์  ประทุมสุวรรณ 

 


๑.  ชื่อเรื่อง

                การพัฒนาระบบการบริหารจัดการตามแนวปฏิรูปการศึกษา

๒.  บทนำ

                ๒.๑  ข้อมูลส่วนบุคคล

                         ชื่อ นายยุทธิเวชช์    ประทุมสุวรรณ 
เชื้อชาติไทย 
สัญชาติไทย  ศาสนาพุทธ  เกิดวันที่ 
  ธันวาคม  พ.ศ.๒๔๙๕ 
อายุ ๕๗ ปี
  เริ่มรับราชการเมื่อวันที่
๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๑๔ อายุราชการ ๓๙ ปี 
ตำแหน่งหน้าที่ในปัจจุบัน 
ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ 
โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฏ์

                      วุฒิการศึกษา

                         - 
ประกาศนียบัตรบัณฑิตบริหารการศึกษา 
จากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

                         - 
วิทยาศาสตร์บัณฑิต (ศศ.บ.) 
จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วิทยาเขตปัตตานี)

                         - 
ประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) 
จากวิทยาลัยครูยะลา

                         - 
มัธยมศึกษาปีที่ ๓ (ม.ศ.๓) 
จากโรงเรียนโพธิ์คีรีราชศึกษา

                         - 
ประถมศึกษาปีที่ ๗ 
จากโรงเรียนบ้านโคกโพธิ์

                        ความสำเร็จในอดีตและอื่น ๆ ที่สำคัญ
 (นับแต่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนราชมุนี-รังสฤษฏ์
พ.ศ.๒๕๔๗
ปัจจุบัน)

                                  .   การเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ของสถานศึกษา

                             
โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฏ์ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ดังนี้

                              ๑.๑ 
โรงเรียนแกนนำโรงเรียนวิถีพุทธ   ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน  ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗

                              ๑.๒ โรงเรียนดีที่อยู่ใกล้บ้าน 
ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐

                              ๑.๓ กรุงไทยสานฝัน
โรงเรียนดีใกล้บ้าน
  ของ บมจ.ธนาคารกรุงไทยตั้งแต่ปี ๒๕๕๑

                              ๑.๔ การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้  ของมูลนิธิ       สุขแก้ว-แก้วแดง  ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐

 

* ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฏ์  อำเภอโคกโพธิ์ 
จังหวัดปัตตานี  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี
เขต ๒             

                การพัฒนาระบบการบริหารจัดการตามแนวปฏิรูปการศึกษา

                               ๑.๕ ประมงโรงเรียน 
ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้  ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑

                               ๑.๖  การจัดทำข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา
(MOU) ร่วมกับโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์  จังหวัดนครปฐม 
ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑

                               ๑.๗ โรงเรียนต้นแบบ
๑ อำเภอ ๑ โรงเรียนพอเพียง
 
ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 
ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑

                               ๑.๘ โรงเรียนสู่คุณภาพ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานตั้งแต่ปี ๒๕๕๒

                               ๑.๙ นักสันติวิธีรุ่นเยาว์  ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้  และมูลนิธิทรัพยากรเอเชีย  ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒

      
                  ๒. 
ผลงานดีเด่นของสถานศึกษา         

                                ๒.๑ 
โรงเรียนรางวัลพระราชทาน
ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๐ 

                                ๒.๒  เกียรติบัตร ห้องสมุดโรงเรียนยอดเยี่ยม ประจำปี ๒๕๔๙ จากสำนักงานคณะ-กรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

                                  ๒.๓  เกียรติบัตรรางวัลดีเด่นอันดับ ๑
ประเภทโรงเรียนส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ ประจำปี ๒๕๕๐
ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี เขต ๒

                                  ๒.๔ 
เกียรติบัตรรางวัลดีเด่นในการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาโรงเรียนดีมีคุณภาพ ประจำปี
๒๕๕๒ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี เขต ๒

                                ๒.๕  เกียรติบัตรรางวัลชนะเลิศการประกวด อ.ย.น้อย
ดีเด่น ระดับมัธยมศึกษา ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี  ประจำปี ๒๕๔๘, ๒๕๔๙, ๒๕๕๐

                                ๒.๕  เกียรติบัตรรางวัลชนะเลิศการจัดนิทรรศการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประจำปี
๒๕๕๒ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี เขต ๒

                                  ๒.๖ 
สถานศึกษาพอเพียง ๒๕๕๒ 
ของกระทรวงศึกษาธิการ

                         ๓. 
ผลงานดีเด่นของผู้บริหารสถานศึกษา

                                  ๓.๑ 
โล่รางวัลผู้บริหารโรงเรียนที่มีผลงานดีเด่น  ประจำปี ๒๕๕๐ และ ๒๕๕๑ 
ของมูลนิธิสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย

                                  ๓.๒ 
โล่รางวัลผู้บริหารดีเด่นของสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย
(สบมท.) ประจำปี ๒๕๔๕

                                ๓.๓ วุฒิบัตรผู้ประกอบคุณประโยชน์สนับสนุนกิจการกองทัพบก
(สมาชิกอิงคยุทธสัมพันธ์กิตติมศักดิ์) 
จากจังหวัดทหารบกปัตตานี

                                  ๓.๔  โล่รางวัลผู้เสียสละ อุทิศตน
และปฏิบัติงานเสี่ยงภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี ๒๕๔๘ 
จากสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย            

                การพัฒนาระบบการบริหารจัดการตามแนวปฏิรูปการศึกษา 

                                  ๓.๕ 
เกียรติบัตรผู้มีผลงานดีเด่น สาขาบริหารสถานศึกษา  จากหนังสือพิมพ์ข่าวสภา

                                  ๓.๖ 
เกียรติบัตรเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ
คุรุสดุดี ประจำปี ๒๕๕๒  จากสำนักงาน
คุรุสภา

                ๒.๒  ข้อมูลโรงเรียน

                           ที่ตั้ง  เลขที่ ๑๘๘ หมู่ที่ ๑ ตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์  จังหวัดปัตตานี  รหัสไปรษณีย์ 
๙๔๑๘๐  โทรศัพท์ ๐-๗๓๔๑-๕๑๕๑  โทรสาร ๐-๗๓๔๑-๕๓๑๒
e-mail Ratmuni@hotmail.com  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี  เขต ๒ 
เปิดสอนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ 
ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่    มีเขตพื้นที่บริการในตำบลนาประดู่,
ตำบลทุ่งพลา, ตำบลปากล่อ, ตำบลควนโนรี และตำบลทรายขาว  ของอำเภอโคกโพธิ์

                           ประวัติ  โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฏ์  จัดตั้งขึ้นโดยดำริของพระครูใบฎีกาขาว  รักขิตธัมโม 
อดีตเจ้าอาวาสวัดราษฎร์บูรณะ
(วัดช้างให้) ที่ต้องการให้จัดสร้างโรงเรียนมัธยมศึกษาขึ้นในท้องถิ่น 
จึงได้รวบรวมเงินจากเนื้อนาบุญของสมเด็จหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดจัดซื้อที่ดิน
จำนวน ๔๘ ไร่ ๓ งาน ๔๘ ตารางวา 
แล้วมอบให้กับกรมสามัญศึกษา 
โดยได้ประกาศจัดตั้งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษา  สังกัดกรมสามัญศึกษา  กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๑๙   มีชื่อว่า โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฏ์ 
ทั้งนี้เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่สมเด็จหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด  ซึ่งมีสมณศักดิ์เป็นที่
สมเด็จพระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์

                         ข้อมูลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ข้อมูล  ณ วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓)

 

 

ตำแหน่ง

จำนวน

วุฒิการศึกษา

 

อายุ

เฉลี่ย

 

ชาย

 

หญิง

 

รวม

ปริญญาโท

ปริญญาตรี

อนุปริญญา

ต่ำกว่าอนุปริญญา

ชาย

หญิง

ชาย

หญิง

ชาย

หญิง

ชาย

หญิง

 ผู้อำนวยการ

-

-

-

-

-

-

-

-

๕๗

 รองผู้อำนวยการ

-

-

-

-

-

-

-

-

๔๖

 ครู  คศ. ๓

-

-

-

-

-

-

-

-

๔๖

 ครู  คศ.

๑๓

๑๖

๒๙

-

๑๒

๑๖

-

-

-

-

๔๗

 ครู  คศ.

-

-

-

-

-

-

-

-

๓๒

 นักการภารโรง

-

-

-

-

-

-

-

-

๔๘

รวม

๑๗

๑๘

๓๕

๑๔

๑๗

-

-

-

๔๖

 

 

 

                การพัฒนาระบบการบริหารจัดการตามแนวปฏิรูปการศึกษา  

                         ข้อมูลนักเรียน  (ข้อมูล  ณ วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓)

 

ชั้น

ชาย

หญิง

รวม

 

ชั้น

ชาย

หญิง

รวม

มัธยมศึกษาปีที่

๔๒

๔๕

๘๗

มัธยมศึกษาปีที่ ๔

๑๘

๒๙

๔๒

มัธยมศึกษาปีที่

๓๐

๒๖

๕๖

มัธยมศึกษาปีที่ ๕

๑๘

๑๙

๓๗

มัธยมศึกษาปีที่

๕๑

๔๐

๙๑

มัธยมศึกษาปีที่ ๖

๒๓

๑๖

๓๙

รวม

๑๒๓

๑๑๑

๒๓๔

รวม

๕๙

๖๔

๑๒๓

 

                ๒.๓  ปัญหาการเรียนการสอนในสถานศึกษา

                          ๒.๓.๑   ครูส่วนใหญ่ยังคงยึดรูปแบบการสอนแบบบรรยาย
โดยมีครูเป็นศูนย์กลางมากกว่าการสอนในรูปแบบอื่น 
มีการใช้สื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีสารสนเทศทางการเรียนการสอนน้อย
 

                          ๒.๓.๒  นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ 

                          ๒.๓.๓  สาระการเรียนรู้ยังไม่สอดคล้องกับความสนใจ
ความถนัดและความต้องการของผู้เรียนและชุมชน

                        ๒.๓.๔ 
การระดมสรรพกำลังทางการศึกษายังมีน้อยและไม่เป็นรูปแบบที่ชัดเจน

                ๒.๔  ความต้องการที่จะแก้ไขปรับปรุงปัญหานั้น

                         ปรับปรุง พัฒนา 
และส่งเสริมระบบการบริหารจัดการสถานศึกษาตามแนวปฏิรูปการศึกษา

๓. 
การดำเนินงานเพื่อแก้ไขปรับปรุง

                ๓.๑  ความคิดในการแก้ไขปรับปรุง

                        ๓.๑.๑   จัดกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 
เป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามสภาพจริง  มีวิธีการเรียนรู้และมีทักษะในการแสวงหาความรู้
โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล 
ซึ่งมีวิธีการจัดการเรียนการสอนอยู่หลายวิธี 
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของครูที่จะต้องพิจารณานำมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนมากที่สุด

                        ๓.๑.๒ 
จัดทำสาระการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางและสอดคล้องกับความสนใจ
ความถนัด ความต้องการของผู้เรียนและชุมชน
เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนและชุมชนได้มีส่วนร่วมรับผิดชอบในการจัดการเรียนรู้ของตนเอง  โดยให้ผู้เรียนและชุมชนมีส่วนในการเลือกหัวข้อเรียนรู้ตามที่ตนสนใจ 
ร่วมออกแบบการเรียนรู้และร่วมกำหนดวัตถุประสงค์หรือผลสัมฤทธิ์ที่จะได้จากการเรียนรู้  การจัดทำสาระการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางและสอดคล้องกับความสนใจ
ความถนัด ความต้องการของผู้เรียนและชุมชน 
จึงเป็นสิ่งที่ต้องกระทำเพื่อให้การจัดการศึกษาบรรลุตามเป้าหมาย

                        ๓.๑.๓  จัดบรรยากาศ  สภาพแวดล้อม  และองค์ประกอบอื่น ๆ
ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
 
ไม่ว่าจะเป็นสถานที่  ห้องเรียน 
บุคลากร  นักเรียน  การเรียนการสอน  การจัดสภาพ

                การพัฒนาระบบการบริหารจัดการตามแนวปฏิรูปการศึกษา  

แวดล้อมทางวิชาการ 
เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยในการส่งเสริมการเรียนการสอนให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้
และสอดคล้องกับแนวทางการจัดกระบวนการเรียนการสอนตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา

                        ๓.๑.๔ 
จัดหาภาคีเครือข่ายและส่งเสริมให้บุคลากร
องค์กรและสถาบันในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
 
เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการจัดการศึกษาในปัจจุบัน  สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พุทธศักราช ๒๕๔๒  ที่เน้นให้บุคลากร  องค์กร 
และสถาบันท้องถิ่น  มีส่วนร่วมจัดการศึกษา 
เพื่อที่จะได้พัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้ทีมีคุณลักษณะตามมาตรฐาน 
อีกทั้งเป็นการประสานความสัมพันธ์ด้านการเรียนการสอนระหว่างโรงเรียนกับท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น

                        ๓.๑.๕ 
จัดทำวิจัยในชั้นเรียน
  ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒  มีสาระสำคัญที่เน้นการปฏิรูปการศึกษา  โดยเฉพาะการปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอน
กระทรวง  ศึกษาธิการ  จึงกำหนดแนวทางให้มีการวิจัยในชั้นเรียน   เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการพัฒนากระบวน    การเรียนการสอน  ดังนั้น 
ครูยุคใหม่จึงต้องทันต่อเหตุการณ์และมีความสามารถในการวิจัยเป็นและประโยชน์ของการวิจัยของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
การวิจัยในชั้นเรียนถือเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนากระบวนการเรียนการสอน 
การนำวิจัยเข้าไปช่วยให้การเรียนการสอนนำผู้เรียนไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายของโรงเรียนได้นั้นครูผู้ใช้หลักสูตรต้องสามารถวิจัยได้  และนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้ทันเวลาและถูกต้องกับสภาพปัญหาความเป็นจริง 

                        ๓.๑.๖  การประเมินผลตามสภาพจริง  เป็นกระบวนการพัฒนางานที่สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
เพราะมีการเก็บข้อมูลผลการปฏิบัติงานอย่างละเอียดจึงสามารถประเมินได้สอดคล้องกับความเป็นจริง
ตรงกับเครื่องมือที่ต้องการจะวัดและสามารถใช้เป็นข้อมูลย้อนกลับเพื่อแก้ไขปรับปรุงตัวนักเรียนและวิธีการสอนของครูได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

                        ๓.๑.๗  ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองจากแหล่งเรียนรู้ต่าง
  เป็นการสนองนโยบายการปฏิรูปการศึกษาที่เน้นการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญหากมีแหล่งเรียนรู้หลากหลายนักเรียนก็สามารถเรียนรู้ 
พัฒนาองค์ความรู้และสามารถสร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง

                         ๓.๑.๘ 
จัดระบบนิเทศการเรียนการสอน
 
เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยพัฒนาการเรียนการสอน 
อันจะนำไปสู่เป้าหมายสูงสุดของการจัดการศึกษา 
การนิเทศการเรียนการสอนภายในจะเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อครูผู้สอนในการพัฒนาตนเอง  รวมทั้งเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคลากร

                           ๓.๑.๙ 
จัดประชาสัมพันธ์รูปแบบการเรียนการสอนของสถานศึกษา
  มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะเผยแพร่ให้กับชุมชนได้รับรู้ถึงความก้าวหน้าของการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน 
ทั้งจะทำความเข้าใจกับชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการเรียนการสอนในปัจจุบัน 
ซึ่งการเรียนการสอนอาจจะเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต  การประชาสัมพันธ์รูปแบบการเรียนการสอนจะเป็นวิธีการสำคัญที่จะช่วยป้องกันความไม่เข้าใจที่อาจเกิดขึ้นได้

                ๓.๒
 หลักการหรือทฤษฎีที่ใช้เป็นแนวทางสนับสนุนความคิด

                       ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช ๒๕๔๐ และพระราชบัญญัติ

                การพัฒนาระบบการบริหารจัดการตามแนวปฏิรูปการศึกษา  

การศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ.๒๕๔๒ 
และที่แก้ไขเพิ่มเติม 
(ฉบับที่  ๒) พ.ศ.๒๕๔๕  ซึ่งมีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อ

พัฒนาผู้เรียน
ให้มีคุณภาพ 
และเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย 
จิตใจ  สติปัญญา  ความรู้และคุณธรรม  มีจริยธรรม 
และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข  จำเป็นต้องมีการปฏิรูปการศึกษา 
เพื่อให้เกิดระบบและปัจจัยที่มีคุณภาพที่ดีเอื้อต่อการจัดการ  และเพียงพอต่อการจัดการศึกษาให้บรรลุตามจุดมุ่งหมาย  (สำนักงานปฏิรูปการศึกษา, ๒๕๔๕
: ๗)

                          กระทรวงศึกษาธิการ (๒๕๔๒
: ๘) 
ได้กำหนดองค์ประกอบหลักของการปฏิรูปการศึกษา 
เพื่อให้การดำเนินการปฏิรูปการศึกษาประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายไว้   
ด้าน  คือ

                          ๑. 
การปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอน
 
โดยจัดการเรียนการสอนที่เน้นความสำคัญของผู้เรียนเป็นหลัก  ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองตามศักยภาพ  ประเมินผลการเรียนจากการปฏิบัติจริง 
ปรับบทบาทครูผู้สอนจากผู้ถ่ายทอดเป็นผู้ชี้แนวทางในการเรียนให้ชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนและการถ่ายทอดความรู้  และใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี แหล่งความรู้ต่าง ๆ
เพื่อการเรียนการสอน

                          ๒. 
การปฏิรูปหลักสูตร
 
โดยการพัฒนาหลักสูตรที่เน้นการตอบสนองความต้องการของผู้เรียนและชุมชน  มีกระบวนการและเนื้อหาที่ครอบคลุม  เชื่อมโยงและต่อเนื่องกันทุกระดับและประเภทการศึกษาทั้งด้านความรู้ความสามารถ
ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คุณธรรม จริยธรรม
เน้นการกระจายอำนาจให้สถานศึกษาจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น 
และให้แต่ละท้องถิ่นกำหนดมาตรฐานการศึกษาในระดับที่เหมาะสมกับตนเองได้  สำหรับส่วนกลางจะจัดทำหลักสูตรแกนกลางและมาตรฐานการศึกษาของชาติ

                         ๓. 
การปฏิรูปวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา
  โดยการปรับกระบวนการผลิต การใช้และพัฒนาครู
ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง 
ตลอดจนปรับปรุงสวัสดิการและค่าตอบแทนให้เหมาะสม  พัฒนามาตรฐานวิชาชีพครู ผู้บริหาร สถานศึกษา
ผู้บริหารการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา

                         ๔. 
การปฏิรูประบบบริหารและการจัดการ
 
จัดระบบบริหารและการจัดการให้มีเอกภาพและกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น 
โดยเน้นสถานศึกษาเป็นหน่วยวางแผนยุทธศาสตร์ของการจัดการศึกษา    ในท้องถิ่น 
เปิดโอกาสให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กร พัฒนาระบบการวางแผน  การระดมและจัดสรรทรัพยากร  การควบคุม 
กำกับ  ติดตาม 
ประเมินผลที่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพการจัดการศึกษา

                ๓.๓   กระบวนการดำเนินงาน
 (อธิบายรายละเอียดตามลำดับขั้นตอน)

                          ๓.๓.๑  ขั้นเตรียมความพร้อมและสร้างความเข้าใจ 
เป็นขั้นของการเตรียมการและสร้างความเข้าใจของโรงเรียนก่อนเริ่มดำเนินการพัฒนาระบบการบริหารจัดการแนวปฏิรูปการศึกษา
                                            

                        ๓.๓.๒  ขั้นตรวจสอบสถานภาพของโรงเรียน 
เป็นขั้นของการประเมินตนเองของโรงเรียนว่าอยู่   
จุดใดของการเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษา  ในอันที่จะยกระดับและพัฒนาในปัจจัยใดบ้าง  และก่อน
หลังอย่างไร  ทั้งนี้ 
ในการตรวจสอบสถานภาพของโรงเรียนจำเป็นต้อง

                การพัฒนาระบบการบริหารจัดการตามแนวปฏิรูปการศึกษา   

มีเครื่องมือและวิธีการรวบรวมข้อมูล  โดยแบ่งออกเป็น ๓ ขั้นตอน คือ

                                         ๑)   การกำหนดองค์ประกอบของโรงเรียนตามแนวปฏิรูปการศึกษา

                                      ๒)   ตรวจสอบสถานภาพของตนเองในแต่ละองค์ประกอบของการเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพตามแนวปฏิรูปการศึกษา

                                      
๓) 
สรุปการตรวจสอบสถานภาพการเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพตามแนวปฏิรูปการศึกษา

                            ๓.๓.๓  ขั้นกำหนดเป้าประสงค์ของการพัฒนา  เป็นการกำหนดจุดหมาย  วัตถุประสงค์ 
และระดับความสำเร็จที่เป็นเป้าหมายของการพัฒนาร่วมกัน 
การพัฒนาโรงเรียนโรงเรียนที่มีคุณภาพตามแนวปฏิรูปการศึกษา
  จึงเป็นการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาในภาพรวมว่าจะเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพได้อย่างไร  จะเน้นพัฒนาองค์ประกอบด้านใดก่อน หลัง  เมื่อใด 
และจะกำหนดระดับความสำเร็จในแต่ละปัจจัยหลัก 
ความสำเร็จตามดัชนีชี้วัดที่เป็นเป้าหมายของการพัฒนาแต่ละองค์ประกอบในระดับใด

                             ๓.๓.๔  ขั้นกำหนดแผนปฏิบัติการยกระดับ   เป็นขั้นของการจัดทำแผนปฏิบัติการยกระดับของโรงเรียน 
โดยมุ่งให้โรงเรียนสามารถพัฒนาตนเองตามศักยภาพ  ความพร้อม 
และความเป็นไปได้ในบริบทของโรงเรียนที่แตกต่างกัน  โดยได้ดำเนินการดังนี้

                                       ๑)  ศึกษา 
วิเคราะห์องค์ประกอบ และปัจจัยหลักความสำเร็จของโรงเรียนที่มีคุณภาพตามแนวปฏิรูปการศึกษา  แล้วนำผลการศึกษา  วิเคราะห์ผลการตรวจสอบสถานภาพของโรงเรียน  ตลอดจนเป้าประสงค์ของการพัฒนาโรงเรียนมาพิจารณากำหนดยุทธศาสตร์

                                       ๒)  กำหนดยุทธศาสตร์ของการพัฒนา  ทั้งด้านปัจจัย  กระบวนการ 
และบริบท  ประกอบด้วย  การจัดกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ,  การจัดทำสาระการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางและสอดคล้องกับความสนใจ
ความถนัด ความต้องการของผู้เรียนและชุมชน
,  การจัดบรรยากาศ  สภาพแวดล้อม 
และองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง,  การจัดหาภาคีเครือข่ายและส่งเสริมให้บุคลากร
องค์กรและสถาบันในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน,  การจัดทำวิจัยในชั้นเรียน,  การประเมินผลตามสภาพจริง,  การส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองจากแหล่งเรียนรู้ต่าง
ๆ,  การจัดระบบนิเทศการเรียนการสอน  และการจัดประชาสัมพันธ์รูปแบบการเรียนการสอนของสถานศึกษา

                             ๓.๓.๕  ขั้นดำเนินการยกระดับสู่ความเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพตามแนวปฏิรูปการศึกษา  โดยได้ดำเนินการ  ดังนี้

                                          ๑) 
จัดให้มีการประชาสัมพันธ์แผนปฏิบัติการของโรงเรียน  เพื่อให้ครู 
บุคลากรทางการศึกษา  ผู้บริหาร  นักเรียน 
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 
และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรับทราบภารกิจที่โรงเรียนจะต้องดำเนินการ  มีความเข้าใจ 
ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (วิธีคิด 
วิธีทำงาน  และวิธีการบริหารจัดการ)
ของตนเอง 
และมีส่วนร่วมในการยกระดับคุณภาพของโรงเรียน

 

                การพัฒนาระบบการบริหารจัดการตามแนวปฏิรูปการศึกษา  

                                        ๒)  กำหนดกลไกและภารกิจ  กำหนดองค์คณะบุคคลรับผิดชอบในการดำเนินการ  ติดตาม 
ประเมินผล และจัดทำรายงาน 
โดยเน้นการระดมสรรพกำลังและสร้างจิตสำนึกของ

การเป็นเจ้าของ  กำหนดพันธกิจที่ชัดเจน  มอบกมายงานต่าง ๆ ให้ผู้เกี่ยวข้องทุกคน 
ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งโรงเรียนในระยะเวลาอันรวดเร็ว

                                            ๓)  ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ  ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ทั้ง ๙ ด้าน
โดยดำเนินการตามสภาพของโรงเรียนและช่วงระยะเวลาที่กำหนดในแผนปฏิบัติการ  รวมทั้งกระตุ้นและเสริมแรงให้ครู  บุคลากรทางการศึกษา  ผู้บริหาร
และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ

                                  ๓.๓.๖ 
ขั้นประเมินความเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพตามแนวปฏิรูปการศึกษา
 
เมื่อโรงเรียนได้ดำเนินการพัฒนาตามแนวทางในขั้นตอนที่ผ่านมาระยะหนึ่งแล้ว 
โรงเรียนได้จัดให้มีการประเมินคุณภาพของตนเอง  เพื่อทบทวนหรือตรวจสอบการพัฒนาที่ผ่านมาว่ามีการพัฒนาตามองค์ประกอบ 
และปัจจัยหลักความสำเร็จของความเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพตามแนวปฏิรูปการศึกษามากน้อยเพียงใด  ทั้งนี้ 
ในการประเมินตนเองนับเป็นการประเมินภายในของโรงเรียนโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อทราบผลการพัฒนาของตนเอง  แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น  กำหนดเป้าหมายการพัฒนา  และเตรียมการพัฒนาในปีต่อ ๆ ไป 
ซึ่งจะทำให้โรงเรียนมีการพัฒนาตนเองให้มีคุณภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

                                ๓.๓.๗ 
ขั้นสร้างความยั่งยืนในการเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพตามแนวปฏิรูปการศึกษา 
เป็นขั้นท้ายของการพัฒนาแต่ไม่ใช่ขั้นสุดท้ายแล้วจบการพัฒนา 
เพราะขั้นนี้จะเป็นจุดเชื่อมสุ่การพัฒนารอบใหม่  หรือการพัฒนาต่อเนื่องต่อไปอย่างเหมาะสม  และในขั้นตอนนี้โรงเรียน 
และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะมีบทบาทเสริมกันและกันที่จะผดุงการพัฒนาให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืนตลอดไป

                ๓.๔  บทบาทการดำเนินงานในส่วนของผู้บริหาร ครู
กรรมการสถานศึกษา ผู้เรียน ผู้ปกครอง

                       ๓.๔.๑ 
ผู้บริหาร 
ต้องศึกษาแนวคิดในการปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้เกิดแนวคิดในการพัฒนาแบบองค์รวม 
รับฟังความคิดเห็นเบื้องต้นของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของสถานศึกษา 
รวมทั้งพิจารณาตัดสินใจประกาศนโยบายในการพัฒนาโรงเรียน

                          ๓.๔.๒ 
ครู  บุคลากรทางการศึกษา  และผู้เกี่ยวข้อง  
ผู้บริหารจะต้องดำเนินการให้ครู
บุคลากรทางการศึกษาและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในโรงเรียนได้ศึกษาและสร้างความเข้าใจในการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนตามแนวปฏิรูปการศึกษา 
ตระหนักถึงความจำเป็นของการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนตามแนวปฏิรูปการศึกษา 
เปิดโอกาสให้ครูในโรงเรียนได้แสดงความคิดเห็นและสร้างค่านิยมร่วมในการพัฒนา

                          ๓.๔.๓ 
ผู้รับผิดชอบดำเนินการ
 
ผู้บริหารจะต้องจัดให้มีผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน 
ซึ่งจัดตั้งในรูปของคณะกรรมการและคณะทำงานเพื่อรับผิดชอบในการกำหนดแนวทาง  ประสานการพัฒนา  ตรวจสอบติดตาม 
ประเมินผลการดำเนินการพัฒนาโรงเรียน 
รวมทั้งสร้างความเข้าใจและมอบหมายให้ผู้รับผิดชอบมีการเตรียมการเพื่อดำเนินการพัฒนา

 

                การพัฒนาระบบการบริหารจัดการตามแนวปฏิรูปการศึกษา  

                          ๓.๔.๔ 
ข้อมูล
ผู้บริหารจะต้องจัดให้มีการเตรียมข้อมูลในภาพรวมของโรงเรียน
โดยเฉพาะข้อมูลตามตัวชี้วัด
(Key Performance Indicators : KPI) ของโรงเรียนรวมทั้งจัดให้มีการเตรียมการนำเสนอข้อมูลเพื่อการตัดสินใจอย่างเป็นรูปธรรม

                ๓.๕  ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับใช้

                          ๓.๕.๑  ควรส่งเสริมพัฒนาผู้บริหาร  ครู 
บุคลากรทางการศึกษา 
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้เกี่ยวข้อง 
มีความรู้ความสามารถในกระบวนการเรียนการสอนตามแนวปฏิรูปการศึกษาให้มากขึ้น  อันจะนำไปสู่การปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                          ๓.๕.๒ 
ควรมีการกำกับ 
ติดตามผลการจัดกระบวนการเรียนการสอนตามแนวปฏิรูปการศึกษาหลังจากมีการพัฒนาครูผู้สอนทุกระยะ 
เพื่อให้ครูผู้สอนสามารถนำความรู้ไปปรับปรุงพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
และเพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนาต่อไป

                          ๓.๕.๓ 
ควรจัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
และศึกษากระบวนการบริหารจัดการของโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จตามแนวปฏิรูปการศึกษา  โดยการใช้วิธีเทียบเคียงมาตรฐานและการวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ

                           ๓.๕.๔  ผู้บริหารโรงเรียน  ควรมอบหมายการปฏิบัติการสอนให้กับครูผู้สอน
โดยคำนึงถึงความสามารถ 
ความถนัดและความสนใจ 
ทั้งนี้ต้องอยูบนพื้นฐานของความยุตธรรมแก่ทุกคน

๔. 
บทสรุป

                ๔.๑ 
ผลที่เกิดขึ้นจากความสำเร็จของผู้บริหารในการดำเนินงาน

                      ๔.๑.๑  ผู้บริหารสามารถพัฒนางานได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ  มีการบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนา  และเป็นตามหลักธรรมาภิบาล  ยึดระเบียบ 
กฎหมาย  คุณธรรม  ความโปร่งใส 
การมีส่วนร่วม  ความรับผิดชอบ  และความคุ้มค่า

                     ๔.๑.๒ 
ครูมีความสามารถจัดการเรียนการสอนตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครู  และได้รับการพัฒนาตรงตามความต้องการ  สอดคล้องกับภาวะหน้าที่  ความรับผิดชอบ

                        ๔.๑.๓ 
มีสื่อ อุปกรณ์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการเรียนการสอนและการบริหารจัดการ

                        ๔.๑.๔ 
มีหลักสูตรสถานศึกษาที่สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนและท้องถิ่น   

                        ๔.๑.๕ 
โรงเรียนมีอาคารสถานที่และบริเวณโรงเรียนถูกสุขลักษณะ ปลอดภัย
ร่มรื่นสวยงามเอื้อต่อการเรียนรู้

                      ๔.๑.๖  ชุมชนโดยรวมมีความเข้มแข็ง มีความสัมพันธ์อันดี
ให้การสนับสนุนและร่วมมือกับโรงเรียน รวมทั้งมีวิทยากร 
ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หลากหลายเอื้อต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียน

                      ๔.๑.๗ 
โรงเรียนมีระบบการประกันคุณภาพภายในที่ชัดเจน  ครบวงจร
                      

 

 

 

                การพัฒนาระบบการบริหารจัดการตามแนวปฏิรูปการศึกษา  

                ๔.๒  ผลที่ครู
นักเรียนได้รับ

                        ๔.๒.๑ 
ครูมีขวัญและกำลังใจในการประกอบวิชาชีพครู 
สามารถจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้

พัฒนาเต็มตามศักยภาพ

                      ๔.๒.๒  ครูได้รับการพัฒนาให้เป็นครูมืออาชีพ 
พร้อมที่จะจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  และเป็นแบบอย่างที่ดี

                      ๔.๒.๒  นักเรียนมีส่วนร่วมในการกำหนดจุดมุ่งหมาย  กิจกรรม 
วิธีการเรียนรู้ 
และวิธีการประเมินผลการเรียนรู้ 
รู้จักคิดเองและปฏิบัติจริง

                        ๔.๒.๓  
ครู 
นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับ ดีมาก

                ๔.๓  ปัจจัยที่ทำให้เกิดความสำเร็จ

                       ๔.๓.๑  นโยบายปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ  และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช
๒๕๔๒ 
ส่งผลให้ครูต้องมีการปฏิรูปการเรียนการสอน

                         ๔.๓.๒ 
การนิเทศ  กำกับ  ติดตาม 
ส่งเสริม และสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน

                         ๔.๓.๓ 
การศึกษาดูงานโรงเรียนที่มีคุณภาพ

                         ๔.๓.๔ 
งบประมาณ
 

                ๔.๔  ความรู้ใหม่ที่ได้จากการดำเนินงานครั้งนี้

                      ๔.๔.๑  เอกสารแนวทางการบริหารและการพัฒนาสถานศึกษาสู่โรงเรียนคุณภาพ  ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา  กระทรวงศึกษาธิการ  สรุปได้ดังนี้

                                  
”โรงเรียนคุณภาพ” 
เกิดจากความต้องการที่จะพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นระบบ  โดยมุ่งหวังให้บังเกิดความเสมอภาคของการให้บริการทางการศึกษาแก่เด็กไทยทุกคนมีความเท่าเทียมกันในคุณภาพของการจัดการศึกษาในโรงเรียน 
และลดความความเหลื่อมล้ำในคุณภาพของผลผลิตซึ่งหมายถึงคุณภาพของผู้เรียน  ความสำเร็จของการมี “โรงเรียนคุณภาพ”  จะส่งผลให้บรรลุตามมาตรา  ๔๓ 
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 
พุทธศักราช ๒๕๔๐  ที่บัญญัติไว้ว่า  “บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ...”        

                       ๔.๔.๒  เอกสารมาตรฐานการบริหารและการจัดการศึกษาโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน 
ของสำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สรุปได้ดังนี้

                                       “การบริหารและการจัดการศึกษาโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน” 
เป็นการนำโรงเรียนไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษา  เพราะการเรียนรู้และพัฒนาทุก ๆ
ด้านของผู้เรียนเกิดขึ้นในห้องเรียนและสภาพแวดล้อมของโรงเรียน  และเป็นรูปแบบที่สอดคล้องกับแนวทางการบริหารตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม  (ฉบับที่
๒) พ.ศ.๒๕๔๕  มาตรา ๓๙

 

 

 

                การพัฒนาระบบการบริหารจัดการตามแนวปฏิรูปการศึกษา  ๑๐

 

รายงานผลแสดงการเรียนรู้
(รายบุคคล)

โครงการส่งเสริมเครือข่ายการบริหารจัดการศึกษา

ด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา  ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

เรื่อง  การการสอนเพศศึกษาในโรงเรียน

 

 

 

 

 

 

นางอำภา  เหมวัชรสุวรรณ

ครูชำนาญการ 

โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฏ์  อำเภอโคกโพธิ์ 
จังหวัดปัตตานี

 

 

 

 

 

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี  เขต ๒

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

กระทรวงศึกษาธิการ

 

 

 

Best Practice

การจัดทำรายงานผลการจัดการเรียนรู้(รายบุคคล)

โรงการส่งเสริมเครือข่ายการบริหารจัดการศึกษาด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

ในสามจังหวัดชายแดนใต้

 

1. เรื่อง  "การสอนเพศศึกษาในโรงเรียน"

2. บทนำ

                ข้าพเจ้าชื่อนางอำภา เหมวัชรสุวรรณ
เลขประจำตัวประชาชน
3-9402-00203-74-2  เกิดวันที่ 16 กรกฎาคม 2499  อายุ  53 ปี เริ่มรับราชการตำแหน่งครู2 ขั้น 1,375 บาท  ณ โรงเรียนร่มเกล้า
อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส สังกัดกองการมัธยม กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
ย้ายมาปฏิบัติราชการ         ในตำแหน่งครู โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฏ์
อำเภอโคกโพธิ์จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่
1 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 ปัจจุบันเป็นหัวหน้าครูกลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา
วุฒิปริญญาตรีวิชาเอกสุขศึกษา จากสถาบันวิทยาลัยครูยะลา(ราชภัฏยะลา)

                โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฏ์เป็นโรงเรียนแบบสหศึกษา
นักเรียนชายและนักเรียนหญิงเรียนร่วมกัน มีจำนวน
357 คน
มีครูประจำการ จำนวน
33 คน ลูกจ้าง 5 คน นักการภารโรง จำนวน 2
คน โดยมี         นายยุทธิเวชช์
ประทุมสุวรรณ เป็นผู้อำนวยการ

                นักเรียนโรงเรียนราชมุนีรังสฤษฏ์เปิดสอนระดับ
มัธยมศึกษาปีที่
1
– 6 นักเรียนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ มีผู้ปกครองส่วนใหญ่
มีอาชีพรับจ้าง เกษตรกร และค้าขาย ซึ่งร้อยละ
95 มีความยากจน
แต่ก็สนับสนุนทางการศึกษาเป็นอย่างดีในกรณีที่โรงเรียนขอความร่วมมือ

                ปัญหาการเรียนการสอนที่พบมาก คือ

                1. นักเรียนไม่ให้ความสำคัญในการศึกษาเท่าที่ควรจึงขาดความรับผิดชอบในการร่วมกิจกรรมการเรียนการสอน

2. นักเรียนขาดแคลนทุนทรัพย์บางคนต้องออกจากโรงเรียนเพราะต้องช่วยทำงานเลี้ยงครอบครัว

3. มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในการดำรงตนให้มีความสุขจึงมีการย้ายโรงเรียนบ่อย
จึงเกิดช่องว่างขณะเรียน และปรับตัวช้าทางกลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษามีความเชื่อว่า
หากเด็กนักเรียนเหล่านี้ได้แสดงออกทางด้านกิจกรรม
แทนการคิดคำนวณน่าจะส่งผลให้มีทักษะการดำรงชีวิตที่ดีขึ้นได้และได้พัฒนาศักยภาพทางการศึกษาได้ด้วย

 

 

 

2

3. การดำเนินงานการจัดการเรียนรู้

ลักษณะเด่นของการจัดการเรียนรู้

                การจัดการเรียนรู้ของนักเรียน  จะต้องจัดแบบเล่นปนเรียนซึ่งวัยรุ่นในปัจจุบันจะต้องให้มีการเรียนรู้เพื่อป้องกันการดำเนินชีวิตอย่างปลอดภัยและป้องกันการตั้งครรภ์อันไม่พึงประสงค์

แนวคิดสำคัญ

                เพศศึกษาเป็นวิชาที่ว่าด้วยการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน
แต่การที่จะดำเนินชีวิตให้ถูกต้องเหมาะสมและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงได้ทุกอย่างนั้นต้องปฏิบัติตนอย่างไร

ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้

                -  แจ้งผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

                -
 ร่วมสนทนาเรื่องพฤติกรรมทางเพศ

                -  แบ่งกลุ่มศึกษาหาความรู้โดยคละชาย-หญิง

                -
ผู้สอนแจกชุดการเรียนการสอนคนละ
1 ชุด

                -
จับคู่คนที่นั่งใกล้ตามเข็มนาฬิกาแล้วศึกษาบัตรคำที่แจกให้แล้ววิเคราะห์

                -
เปลี่ยนจับคู่คนที่นั่งใกล้ทวนเข็มนาฬิกา
แล้วศึกษาบัตรคำและร่วมกันวิเคราะห์ประเด็นคำถามที่สำคัญ

                -
ทุกคู่สรุปความคิดเห็นลงในใบกิจกรรมที่ผู้สอนแจกให้ และส่งตัวแทนนำเสนอหน้าห้อง

กลุ่มละไม่เกิน 3 นาที

                -
นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน

บทบาทของผู้สอนในการจัดการเรียนรู้

                ครูคอยให้คำปรึกษาเมื่อนักเรียนมีปัญหาแต่ให้นักเรียนเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมเอง

บทบาทของผู้เรียน

                ผู้เรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยตัวเอง

ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับใช้

                การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ชุดการสอนนี้ผู้สอนต้องจัดทำชุดการเรียนการสอนให้เพียงพอกับจำนวนนักเรียน
และต้องควบคุมเวลาให้เป็นไปตามกำหนดในชุดการเรียนการสอน

บรรณานุกรม

                หนังสือสุขศึกษาสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพาณิชย์

 

 

 

3

 

4. ตัวอย่างการจัดการเรียนรู้

 

แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง
พฤติกรรมทางเพศ

1. 
มาตรฐานการเรียนรู้

                มาตรฐาน  2.1    มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นที่  4   2.1   ข้อ  1 
เข้าใจอิทธิพลของครอบครัว 
เพื่อน 
สังคมและวัฒนธรรมที่มีต่อพฤติกรรมทางเพศและการดำเนินชีวิต

2. สาระสำคัญ

                ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมทางเพศของมนุษย์ที่อาจจะทำให้เกิดพฤติกรรมทางเพศที่ดีและไม่ดี
คือ ครอบครัว  เพื่อน  สังคม 
และวัฒนธรรม 
ซึ่งพฤติกรรมทางเพศเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างยิ่งของสังคมไทย

3. จุดประสงค์การเรียนรู้

                      1.รู้และเข้าใจถึงปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมทางเพศ
และสามารถปฏิบัติตนเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศอย่างถูกต้องเหมาะสม

                      2.รู้และเข้าใจถึงอิทธิพลของครอบครัวที่มีผลต่อพฤติกรรมทางเพศได้

                      3.รู้และเข้าใจถึงอิทธิพลของเพื่อน
สังคมและวัฒนธรรมที่มีต่อพฤติกรรมทางเพศได้

4.  สาระการเรียนรู้

                      3.1.  ความหมายและความสำคัญของวัยรุ่นกับพฤติกรรมทางเพศ

                      3.2    อิทธิพลของครอบครัวที่มีต่อพฤติกรรมทางเพศ

                      3.3    อิทธิพลของเพื่อนที่มีต่อพฤติกรรมทางเพศ

                      3.4    อิทธิพลของสังคมและวัฒนธรรมที่มีต่อพฤติกรรมทางเพศ

5. กิจกรรมการเรียนรู้

 

ชั่วโมงที่

กิจกรรมการเรียนรู้ / สื่อการเรียนรู้

1

     1. 
แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบว่า  เมื่อเรียนจบแผนการเรียนรู้นี้แล้ว  นักเรียนจะสามารถ  

          - 
อธิบายความหมายและความสำคัญของวัยรุ่นกับพฤติกรรมทางเพศได้

          - 
บอกปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมทางเพศได้

     2. 
ทบทวนความรู้เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารและแหล่งการเรียนรู้ทางสุขภาพ
โดยใช้การถาม
- ตอบ

 

5

 

ชั่วโมงที่

กิจกรรมการเรียนรู้ / สื่อการเรียนรู้

 

    
3.  ผู้สอนสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของนักเรียนกับครอบครัว
กับเพื่อน กับคนบ้านใกล้กัน

     4. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มโดยคละเพศ กลุ่มละ 4-6 คน

     5. แจกชุดการสอนวิชาสุขศึกษา กลุ่มละ 2 -3 ชุด

     6. ให้นักเรียนจับคู่คนที่นั่งใกล้กัน
ตามเข็มนาฬิกาให้แต่ละคู่ศึกษาบัตรสาระ แล้วให้ช่วยกันคิด วิเคราะห์ บัตรคำถาม
(คู่ละ 5 นาที)

     7. หลังจากที่ได้ร่วมคิดกับคู่ที่นั่งติดกันในลักษณะตามเข็มนาฬิกาแล้วให้ทุกกลุ่มสลับคู่คิดแบบทวนเข็มนาฬิกาและร่วมกันคิดวิเคราะห์ประเด็นคำถามเดิม
(คู่ละ 5 นาที)

     8.
ให้ทุกคู่สรุปความคิดเห็นลงในใบกิจกรรมที่ผู้สอนแจกให้เป็นผลงานของกลุ่ม กลุ่มละ
1 ชุด และส่งตัวแทนนำเสนอต่อชั้นเรียน กลุ่มละ ไม่เกิน 3 นาที

    9. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน (5 นาที)

 

 

6. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้

                                1.
ชุดการสอนวิชาสุขศึกษา

                                2.
ใบสรุปผลการจัดการเรียนรู้

                                3.
หนังสือเรียนวิชาสุขศึกษา

7.  หลักฐานการเรียนรู้

                                1. แบบสรุปผลการเรียนรู้ 

8. การวัดและประเมินผล

                                          1. สังเกตจากการตอบคำถาม

                              2.
สังเกตจากการร่วมกิจกรรม

                              3.
ประเมินจากแบบสรุปผลการเรียนรู้

9.
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้
      

                                การจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดการสอนวิชาสุขศึกษาชุดนี้
ผู้เรียนมีความสนใจและตั้งใจเรียนมาก เนื้อหา เข้าใจง่าย และสนุกสนานเพราะทุกคนได้แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระอีกทั้งยังตั้งใจศึกษาและสรุปกิจกรรมเพื่อสนับสนุนงานของกลุ่มให้มีคุณภาพ

 

 

6

 

                ปัญหาที่พบ  มีนักเรียนประมาณ 4-5 คน
ที่ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น
ตอนพักกลางวันผู้สอนเรียกมาชวนสนทนาและให้พูดคุยเป็นกันเองสม่ำเสมอจนกระทั่งกล้าพูดกล้าแสดงความคิดเห็น
เป็นที่พอใจของผู้สอนมาก นักเรียน
34 คน สามารถทำกิจกรรม
ด้วยความสนใจและสนุกสนาน

5. บทสรุป

ผลที่เกิดจากความสำเร็จของตนเอง

                ผลจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบนี้เป็นการกระตุ้นให้นักเรียนที่ไม่กล้าแสดงออกได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นของตนเอง
และกล้าแสดงออกเพราะวิเคราะห์เป็นกลุ่มย่อยก่อนที่จะนำมาสรุปหน้าชั้นเรียนเพราะผ่านการร่วมคิดวิเคราะห์

ปัจจัยที่ทำให้เกิดความสำเร็จ

                เอกสารชุดการเรียนการสอนที่นักเรียนมีครบทุกคนและการสลับคู่คิดในการร่วมกันคิดวิเคราะห์จึงทำให้การจัดการเรียนการสอนที่มีนักเรียนเป็นศูนย์กลางประสบผลสำเร็จและสามารถแก้ปัญหานักเรียนไม่ให้ความสำคัญในการเรียนได้เป็นอย่างดี

ความรู้ใหม่ที่ได้จากการดำเนินงานครั้งนี้

                กิจกรรมการเรียนรู้สาระสุขศึกษาและพลศึกษาบางเรื่อง
ผู้สอนไม่สามารถที่จะนำเสนอและยกตัวอย่างที่ทำให้ผู้เรียนเข้าใจและมองเห็นจนสามารถวิเคราะห์ได้นั้น
หากใช้ชุดการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนศึกษาและวิเคราะห์ด้วยตนเองสามารถสรุปได้อย่างถูกต้องและชัดเจนจึงพูดได้ว่าการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษาสามารถช่วยพัฒนาการเรียนการสอนให้มีผลสัมฤทธิ์ดีขึ้นได้

 

 
                                                                        ลงชื่อ
…………………………………ครูผู้สอน

                                                                                         
(  นางอำภา
เหมวัชรสุวรรณ )

               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รายงานผลแสดงการเรียนรู้
(รายบุคคล)

โครงการส่งเสริมเครือข่ายการบริหารจัดการศึกษา

ด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา  ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

เรื่อง  ประวัติพุทธสาวก พุทธสาวิกาและชาดก

วิชาพระพุทธศาสนา ส
๔๐๒๐๑  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔

 

 

 

 

 

นางอภิษา  กาลวิบูลย์

ครูชำนาญการ 

โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฏ์  อำเภอโคกโพธิ์ 
จังหวัดปัตตานี

 

 

 

 

 

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี  เขต ๒

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

กระทรวงศึกษาธิการ

 

 

 

 

 

รายงานผลการจัดการเรียนรู้

โครงการส่งเสริมเครือข่ายการบริหารจัดการศึกษาด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

...................................................................................................................................

1.  ชื่อเรื่อง  การพัฒนาการเรียนรู้
เรื่องประวัติพุทธสาวก  พุทธสาวิกา
และชาดก  วิชาพระพุทธศาสนา ส
40201   สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  4  โดยใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

2.  บทนำ

                ข้อมูลส่วนตัว

                ชื่อ      นางอภิษา    กาลวิบูลย์          อายุ  47   ปี         
อายุราชการ  
24   ปี

                วุฒิการศึกษา   กศ.บ   
วิชาเอก  สังคมศึกษา   จากสถาบันการศึกษา   มหาวิทยาลัยศรีนครินทร-วิโรฒ  สงขลา
   ตำแหน่ง   
ครู    วิทยฐานะ   ครูชำนาญการ

                ข้อมูลโรงเรียน   

                โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฏ์   ตั้งอยู่เลขที่    188  หมู่ที่ 
1   ตำบลนาประดู่   อำเภอโคกโพธิ์  จังหวัดปัตตานี จัดการเรียนการสอน  ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 6   
ครู 
32  คน  ผู้บริหาร 
  2    คน  ลูกจ้างชั่วคราว    5     คน    
ลูกจ้างประจำ    
2      คน     
  ครูสอนศาสนา      1     คน

                จำนวนนักเรียน 357  คน   เป็นนักเรียนชายจำนวน    182    คน  นักเรียนหญิง 
จำนวน
175  คน
นับถือศาสนาพุทธ    
324     คน      นับถือศาสนาอิสลาม      33      คน

                อาชีพผู้ปกครอง  ส่วนใหญ่ทำสวนยางพารา  สวนผลไม้ 
ทำนา  รับจ้างทั่ว ๆ ไป ฐานะผู้ปกครอง  ส่วนใหญ่ค่อนข้างยากจน 

                ความร่วมมือของผู้ปกครองในเรื่องการศึกษาของบุตร  ค่อนข้างดี มีความสนใจกับการศึกษาของ

บุตรหลาน  ให้ความร่วมมือกับโรงเรียนเป็นอย่างดี

                ปัญหาการเรียนการสอน

                1. 
นักเรียนส่วนใหญ่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนค่อนข้างต่ำ

                2.  นักเรียนขาดความกระตือรือร้นต่อการเรียน 

                3.  ขาดแคลนสื่อการเรียนการสอน

                สิ่งที่ต้องการจะปรับปรุงแก้ไข

                1.  ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน

                2.  ผลิตสื่อการเรียนการสอนที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับเนื้อหา

                3.  เพิ่มคุณภาพนักเรียนทั้งด้านความรู้  ทักษะกระบวนการ คุณธรรมจริยธรรม

 

 

2

 

3.  การดำเนินงานการจัดการเรียนรู้

                ลักษณะเด่นของการจัดการเรียนรู้

                1.  จัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการกลุ่ม

                2.  ใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เป็นสื่อการเรียน
ซึ่งนักเรียนมีส่วนร่วมในการผลิตสื่อ

                3.  วัดผลประเมินผลตามสภาพจริง

                แนวคิดสำคัญ

                ปัจจุบันวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีสารสนเทศก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว 
มีการนำเครื่องคอมพิวเตอร์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการเรียนการสอนมากขึ้น 
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เป็นสื่อคอมพิวเตอร์ที่มีการผสมสื่อหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน  เก็บข้อมูลได้จำนวนมาก  สามารถเชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ต  สามารถอ่านพร้อม ๆ กันได้ครั้งละหลายคน  สะดวกในการใช้และพกพา
เป็นสื่อการเรียนการสอนที่จะทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และเข้าใจเนื้อหาวิชาได้เร็วขึ้น  ทั้งยังทำให้นักเรียนมีความกระตือรือร้น
มีความสุขและความพึงพอใจในการเรียนอีกด้วย
ซึ่งจะเป็นผลให้นักเรียนมีพัฒนาการในการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี

                วิธีการ

                1. 
ศึกษาวิเคราะห์หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน    มาตรฐานการเรียนรู้วิชาพระพุทธศาสนา 

สาระการเรียนรู้  คำอธิบายรายวิชา  ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง   หน่วยการเรียนรู้

                2.  วิเคราะห์ข้อมูล  สภาพปัญหา 
ความสำคัญของของปัญหา

                3.  ศึกษาเอกสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา    เอกสารการสร้างสื่อ

                4.  จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้  สร้างแบบทดสอบ

                5.  จัดสร้างสื่อ โดยเรียบเรียงเนื้อหา
ลำดับเหตุการณ์ของพุทธสาวก 
พุทธสาวิกาและชาดก ใหม่

                6.  ประชุมชี้แจงนักเรียนที่สอน  วาดภาพประกอบเนื้อหาโดยแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม

                7.  ผลิตหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ จำนวน  5  เรื่องคือ 
พระอัสสชิเถระ 
พระกีสาโคตมีเถรี 

พระนางมัลลิกา  หมอชีวกโกมารภัจจ์  พระเวสสันดรชาดก  โดยโปรแกรม Flip 
Album  6.0  Pro    และสร้างแบบวัดความพึงพอใจ

                8.  ผู้เชี่ยวชาญ 
จำนวน  
5    คน 
ตรวจสอบคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ 
แบบทดสอบ  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
  และแบบวัดความพึงพอใจ

                9.  ปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้  แบบทดสอบ 
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์  และแบบวัดความ      พึงพอใจตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ

                10.  ทดลองใช้สื่อกับกลุ่มทดลอง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
4 /2 
จำนวน 
3   คน 
ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง

 

3

 

                11. 
ดำเนินการใช้แผนการจัดการเรียนรู้และใช้สื่อกับกลุ่มทดลอง
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
 4 /2  
จำนวน    
12  คน โดยคัดเลือกนักเรียนที่มีผลการเรียนอยู่ในระดับเก่ง   4  คน 
ปานกลาง 
4  คน 
อ่อน 
4   คน
เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน
  และหาประสิทธิภาพของสื่อ  พบว่าหลังเรียนโดยหนังสืออิเล็กทรอนิกส์นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์สูงกว่าก่อนเรียน
และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เรื่องประวัติพุทธสาวก 
พุทธสาวิกา  และชาดก
มีประสิทธิภาพ 
82.50/81.00 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน  80/80

                12. 
ดำเนินการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้  โดยใช้สื่อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์กับ
  นักเรียน          กลุ่มตัวอย่างคือ
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 
4/1 จำนวน  24  คน  พบว่า 1) 
นักเรียนที่เรียนโดยใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เรื่องประวัติพุทธสาวก  พุทธสาวิกา 
และชาดก มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
.
01     2)  ประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์  เรื่องประวัติพุทธสาวก            พุทธสาวิกา 
และชาดก เท่ากับ
86.83 /83.85  สูงกว่าเกณฑ์  80/80        3)  ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550
 อยู่ในระดับมาก

                บทบาทของผู้สอนในการจัดการเรียนรู้

                1. 
วางแผนจัดสร้างสื่อที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับเนื้อหา 
โดยนำภาพวาดประกอบเนื้อหาเรื่องพระอัสสชิเถระ  พระกีสาโคตมีเถรี  พระนางมัลลิกา 
หมอชีวกโกมารภัจจ์ 
และพระเวสสันดรชาดก 
โดยนักเรียน 
มาพัฒนาเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

                2.  แนะนำให้ความรู้
วิธีการเรียนรู้โดยกระบวนการกลุ่ม

                3.  เตรียมห้องเรียน และให้ความรู้วิธีการใช้สื่อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์

                4.  ประเมินผลพฤติกรรมการทำงานของนักเรียน  และผลงาน 
ตามสภาพจริง

                บทบาทของผู้เรียน

                1.  ร่วมสร้างสื่อการเรียนการสอน
ในระยะสัปดาห์แรกของการเปิดเรียน โดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่
4/1 และ 4/2  แบ่งกลุ่มตามความสมัครใจ  กลุ่มละ 3- 5  คน ได้ ห้องละ  5  กลุ่มได้รับหัวข้อเรื่องที่ต่างกัน คือ  พระอัสสชิเถระ พระกีสาโคตมีเถรี  พระนางมัลลิกา 
หมอชีวกโกมารภัจจ์ 
และพระเวสสันดรชาดก  
ให้แต่ละกลุ่มศึกษาจากเอกสารที่ครูได้เรียงลำดับเนื้อหาไว้แล้วและกำหนดให้นักเรียนวาดภาพตามลำดับเหตุการณ์  และส่งครูในสัปดาห์ต่อไป

                2. 
เรียนรู้เนื้อหาสาระสำคัญจากหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ด้วยตัวเองโดยครูเป็นผู้แนะนำ

                3.  นำทักษะกระบวนการกลุ่มมาใช้ในการเรียนรู้  และจัดทำผลงาน

                4.  ประเมินพฤติกรรมการทำงานเพื่อนร่วมกลุ่ม

                ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับใช้

                1.  ควรมีการพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ให้ดียิ่งขึ้น
คือเพิ่มเสียงพากษ์ประกอบ

                2. 
ควรให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเลือกหัวข้อเรื่อง  จัดทำ 
ร่วมคิด ร่วมประเมิน นวัตกรรมอื่น ๆที่พัฒนาขึ้น
เพื่อนักเรียนได้แสดงความสามารถและเกิดความภาคภูมิใจ

4

 

                3.  นำแนวทางการศึกษานี้ไปใช้ในงานศึกษาในวิชาอื่น
ๆ ที่มีลักษณะเหมือนกัน

                4. 
ควรศึกษาความคงทนของความรู้ที่ได้จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

                5. 
ควรศึกษาหารูปแบบของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมกับการเรียนการสอนในระดับชั้นต่าง
 เพราะนักเรียนแต่ละวัยจะมีความแตกต่างกันหลายด้าน    
จึงควรหารูปแบบที่เหมาะสมเพื่อรองรับการเรียน  การสอน 
แต่ละระดับชั้น

4.  ตัวอย่างการจัดการเรียนรู้ 

รายวิชา พระพุทธศาสนา  40201         กลุ่มสาระการเรียนรู้  สังคมศึกษา  ศาสนา  และวัฒนธรรม

หน่วยการเรียนรู้  ประวัติพุทธสาวก  พุทธสาวิกา และชาดก                          เรื่อง    พระอัสสชิเถระ

ชั้น มัธยมศึกษาปีที่  4                             ช่วงชั้นที่ 
4                                      เวลา     2     ชั่วโมง

โปรแกรมของคุณอาจไม่สนับสนุนการแสดงรูปภาพนี้

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สาระที่
1    ศาสนา  ศีลธรรม  จริยธรรม

มาตรฐานการเรียนรู้         


1.1 :      เข้าใจประวัติ ความสำคัญ  
หลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถืออยู่

                 และสามารถนำหลักธรรมของศาสนา มาเป็นหลักปฏิบัติในการอยู่ร่วมกัน


1.2 :      ยึดมั่นในศีลธรรม  การกระทำความดี 
มีค่านิยมที่ดีงาม และศรัทธาในพระพุทธศาสนา

                 หรือศาสนาที่ตนนับถือ


1.3
:
     
ประพฤติ 
ปฎิบัติตนตามหลักธรรมและศาสนพิธีของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตน

                   นับถือ 
ค่านิยมที่ดีงาม และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาตน  บำเพ็ญประโยชน์

                   ต่อสังคม 
สิ่งแวดล้อม 
เพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข

มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น

1.1.1 :  เข้าใจ  และวิเคราะห์เกี่ยวกับ  ประวัติ  ความเป็นมา  องค์ประกอบของศาสนาต่างๆ 

                ในเรี่อง 
ศาสดา หลักธรรม  สาวก  ผู้สืบทอดศาสนา  ศาสนสถาน  ศาสนพิธี  และ

                 เป้าหมายสูงสุดของชีวิต


1.2.2 :   เห็นความสำคัญของค่านิยมและจริยธรรมทางสังคมที่เป็นตัวกำหนดความเชื่อ 
และ

                 พฤติกรรมที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล    เพื่อขจัดความขัดแย้ง และนำไปสู่การอยู่

                 ร่วมกันได้อย่างสันติสุข


1.3.1

:  
รู้และปฏิบัติตามหลักศีลธรรม  จริยธรรม 
ค่านิยมที่ดีงาม หลักธรรมทางศาสนาที่ตน

  
นับถืออย่างมีเหตุผล 
โดยนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาตน  สังคมและสิ่งแวดล้อม

  
ในสังคมไทย  สังคมโลก  เพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข

โปรแกรมของคุณอาจไม่สนับสนุนการแสดงรูปภาพนี้

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

5

 

1.
สาระสำคัญ

  พุทธสาวก  พุทธสาวิกา 
และชาดก  เป็นเรื่องราวของบุคคลซึ่งมีจริยวัตรอันงดงาม 
คุณความดี  ที่ปรากฏ 
เป็นสิ่งที่มีคุณค่า  ควรแก่การนำมาเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตนของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป

2.
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

                มีความรู้  ความเข้าใจ 
ประวัติของพุทธสาวก 
พุทธสาวิกา 
และการเสวยพระชาติของพระพุทธเจ้า 
ตระหนักถึงคุณค่าในคุณธรรมที่ท่านปฏิบัติ 
และสามารถนำหลักคุณธรรมมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต

3.
จุดประสงค์นำทาง

1.
 อธิบายประวัติและผลงานของพระอัสสชิเถระได้ 

              2. วิเคราะห์คุณธรรมที่ควรยึดถือเป็นแบบอย่างของพระอัสสชิเถระได้

3.
 เห็นคุณค่าและนำแนวปฏิบัติอันดีงามของพระอัสสชิมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตของตนได้

4.
สาระการเรียนรู้

ประวัติและผลงานของพระอัสสชิเถระ

พระอัสสชิเถระเป็นหนึ่งในปัญจวัคคีย์       เป็นบุตรของพราหมณ์คนหนึ่งซึ่งเคยทำนาย  พระลักษณะของเจ้าชายสิทธัตถะ 
เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะทรงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วเสด็จไปไปโปรดปัญจวัคคีย์ 
ด้วยการแสดงพระธรรมเทศนาชื่อว่า  ธัมมจักกัปปวัตนสูตร 
เป็นปฐมเทศนาแก่ปัญจวัคคีย์จนขออุปสมบท  และเมื่อได้ฟังพระธรรมเทศนา 
ชื่อว่า  อนันตลักขณสูตร  ปัญจวัคคีย์จึงได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์

พระอัสสชิ   นับเป็นพระสาวกรุ่นแรกของพระพุทธเจ้า      
เป็นกำลังสำคัญท่านหนึ่งที่ช่วยประกาศศาสนา ท่านเป็นผู้ฉลาด รู้จักประมาณตน ไม่โอ้อวดหรือเย่อหยิ่ง   และยังมีกริยามารยาทเรียบร้อยน่าเลื่อมใส และสมถะ

เช้าวันหนึ่งพระอัสสชิ  ออกบิณฑบาตในเมืองราชคฤห์    
อุปติสสะได้พบเห็นเข้าก็เกิดความประทับใจในอิริยาบถของพระอัสสชิเถระขอให้ท่านแสดงธรรมให้ฟัง     เมื่อได้ฟังธรรมอันเป็นแก่นของอริยสัจ
อุปติสสะเกิดดวงตาเห็นธรรม(บรรลุโสดาบัน) 
แล้วจึงไปชักชวนโกลิตะผู้เป็นเพื่อนไปพบพระอัสสชิ  พระอัสสชิได้ชักนำให้ทั้งสองไปเฝ้าพระพุทธเจ้า       
เมื่อได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าทั้งสองท่านได้ขอบรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา
โดยอุปติสสะมีนามว่า
    “ สารีบุตร”  
และโกลิตะมีนามว่าโมคคัลลานะ”  
ซึ่งต่อมาได้รับการยกย่องเป็น พระอัครสาวกเบื้องขวา    และพระอัครสาวกเบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้า

นับว่าพระอัสสชิเถระเป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา   และได้ศิษย์ที่มีความสำคัญมากองค์หนึ่งในพระพุทธศาสนา     ท่านได้ดำรงอายุสังขารพอสมควรแก่กาลแล้วก็ดับขันธ์ปรินิพพาน

6

 

5.
กิจกรรมการเรียนรู้
 

 ( ชั่วโมงที่ 1 )

ขั้นนำ   

1.  นักเรียนสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย 
และนั่งสมาธิประมาณ   5  นาที

2.  ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้

3.  ครูตั้งคำถามในประเด็นต่อไปนี้

     
นักเรียนคิดว่าพระพุทธศาสนาสามารถเผยแผ่ไปได้ทั่วโลก  ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญใดบ้าง

                   -  บุคคลสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่นักเรียนรู้จักในปัจจุบัน
มีใครบ้าง

                  
บุคคลที่นักเรียนเอ่ยถึงมีบทบาทสำคัญอย่างไร

                 - 
พุทธสาวก  พุทธสาวิกา  หมายถึงอะไร

                                 นักเรียนรู้จักพุทธสาวก 
พุทธสาวิกาในสมัยพุทธกาลท่านใดบ้าง

                 - 
พุทธสาวก  พุทธสาวิกาท่านนั้นสำคัญอย่างไรในพระพุทธศาสนา

  
ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนอภิปรายร่วมกันโดยครูเป็นผู้กระตุ้นให้นักเรียนเห็นความสำคัญของ

พุทธสาวก  พุทธสาวิกา

ขั้นสอน

                1.  นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 – 5  คน  โดยคละความสามารถ มี คนเก่ง  ปานกลาง  และอ่อน  (วิเคราะห์นักเรียนจากผลการเรียนในหน่วยการเรียนรู้ที่ผ่านมา )    นักเรียนเลือกหัวหน้ากลุ่ม    เลขา ตัวแทนกลุ่ม    และครูแนะนำให้ความรู้ ในการเรียนรู้ด้วยการสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิกในกลุ่ม

 ให้ช่วยกันทำงานโดยระดมพลังสมองร่วมกันอย่างมีเหตุผล      รู้จักยอมรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน

              2.  ครูและนักเรียนร่วมกันศึกษาวิธีการใช้  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์  เรื่อง 
พระอัสสชิเถระ

              3.  นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษา   ประวัติและผลงานของพระอัสสชิเถระจากหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
   ( 
20  นาที )

              4.  หัวหน้ากลุ่มรับใบงานที่
1  เรื่อง 
ค้นหาคำตอบจากตาราง  และแบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
นักเรียนทุกคนทำใบงานที่
  1 โดยช่วยกันคิดหาคำตอบในกลุ่มของตน
  ( 15 
นาที )

5.  นักเรียนเปลี่ยนกันตรวจใบงานระหว่างกลุ่ม 
ตามคำเฉลยของครู  แล้วส่งคืนครู

              6.  ครูแจ้งคะแนนให้นักเรียนทราบ ชมเชยนักเรียนที่ตอบคำถามได้ถูกต้องและให้กำลังใจแก่นักเรียนที่ทำผิด 

(
ชั่วโมงที่ 2  )

               7. 
 นักเรียนสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย 
และนั่งสมาธิประมาณ  5  นาที

8.  ร่วมกันทบทวน เรื่อง  พระอัสสชิเถระ สั้นๆ   

9. 
 ครูให้หัวหน้ากลุ่มรับใบงานที่
  2  เรื่อง คุณธรรมนำไปประยุกต์  

7

 

            10.  นักเรียนกลุ่มเดิมทำใบงานที่
2  โดยให้ร่วมกันระดมพลังสมอง  คิดวิเคราะห์หาคำตอบ ครูต้องคอยสังเกตการณ์ทำงานของแต่ละกลุ่ม
และบันทึกพฤติกรรมการทำงานของนักเรียนทุกคน 
 ( 15  นาที )

                11.  แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลงานต่อชั้นเรียน
ประมาณกลุ่มละ 3
5  นาที  ครูชมเชยกลุ่มที่มีการวิเคราะห์คุณธรรมของพระอัสสชิเถระ
และยกตัวอย่างการนำหลักธรรมของท่านมาประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ดีและถูกต้อง 
  และให้คำแนะนำแก่กลุ่มที่ยังมีข้อบกพร่องอยู่

           12. 
หัวหน้ากลุ่มส่งแบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่มของตนแก่ครู

ขั้นสรุป

1.   ครูและนักเรียนร่วมกันสรุป เรื่อง ประวัติ ผลงาน และคุณธรรมอันเป็นแบบอย่างของ

พระอัสสชิเถระ
อีกครั้งหนึ่ง
 

                2.  ครูแนะนำให้นักเรียนไปศึกษาเพิ่มเติมในเอกสาร/หนังสือพุทธสาวกที่เกี่ยวข้องกับพระอัสสชิเถระจากห้องสมุดและอินเทอร์เน็ต

 

6.  สื่อ/ แหล่งการเรียนรู้

                 สื่อ

1.  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
เรื่อง พระอัสสชิเถระ

              2.  ใบงานที่   1  เรื่อง  ค้นหาคำตอบจากตาราง 

              3.   แบบเฉลยใบงานที่  

4.  ใบงานที่  2  เรื่อง  คุณธรรมนำไปประยุกต์ใช้

                 แหล่งการเรียนรู้พิ่มเติม

                1.  ห้องสมุดในโรงเรียนและในชุมชน

                2.  อินเทอร์เน็ต 

                      www.geocities.com/./images/manu/neanir.gif 

                      www.mahathep.com/imagesimahadae

7.
การวัดและประเมินผล

                การวัดผล

 

การวัดผล  3 
ด้าน

น้ำหนักคะแนน

วิธีวัด

เครื่องมือวัด

1.  ด้านความรู้

10

-  ตรวจใบงานที่  1

   เรื่อง ค้นหาคำตอบ

   จากตาราง

-  ใบงานที่ 
1  เรื่อง

    ค้นหาคำตอบจากตาราง

8

 

การวัดผล  3 
ด้าน

น้ำหนักคะแนน

วิธีวัด

เครื่องมือวัด

2.  ด้านทักษะกระบวนการ

5

-  ประเมินผลงานกลุ่ม

   ในใบงานที่ 
2  เรื่อง 

    คุณธรรมนำไปประยุกต์  

   และการนำเสนอผลงาน

-  แบบประเมินผลงาน

   และทักษะกระบวนการ

3.  ด้านคุณธรรม 
จริยธรรม

5

-  สังเกตพฤติกรรม

    การทำงาน โดยหัวหน้า
    กลุ่ม
 และครูผู้สอน

-  แบบสังเกตพฤติกรรม

   การทำงาน

รวม

      20

 

 

การประเมินผล
     1  ประเมินผลตามสภาพจริงโดยใช้เกณฑ์การให้คะแนน (Rubrics) 

                                           2.  คะแนนรวมทั้ง 3  ด้าน 100 % 

                               -  ด้านความรู้   
50  %               

                                        -  ด้านทักษะกระบวนการ  25 
%

                                        -  ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์  25 
%

                                 นักเรียนต้องได้คะแนนรวมทั้ง
3 ด้านร้อยละ50 ขึ้นไปถึงจะผ่านเกณฑ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

9

 

ใบงานที่ 1

เรื่อง  ค้นหาคำตอบจากตาราง

ชื่อ....................................................................................ชั้น..................................เลขที่..............

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คำชี้แจง  ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและค้นหาคำตอบจากตารางแล้ววงคำตอบไว้

 ( ข้อละ 
1  คะแนน )

 

1. 
พระอัสสชิเกิดในวรรณะใด   

     (...........................................................)

2. 
ปัญจวัคคีย์มีผู้ใดเป็นหัวหน้ากลุ่ม   

    (...........................................................)

3. 
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมใดเป็นปฐมเทศนาแก่ปัญจวัคคีย์   

     (...........................................................)

4. 
พระอัสสชิได้บวชเป็นพระภิกษุด้วยวิธีใด  

    (...........................................................)

5. 
พระอัสสชิบรรลุเป็นพระอรหันต์เป็นเพราะได้ฟังพระธรรมเทศนาใด     

    (...........................................................)

6. 
อุปติสสะได้พบเห็นพระอัสสชิที่เมืองใด  

     (...........................................................)

7. 
ธรรมอันใดที่พระอัสสชิแสดงแก่อุปติสสะ 

     (...........................................................)

8. 
ผู้เป็นสหายของอุปติสสะคือผู้ใด   

     (...........................................................)

9. 
เมื่ออุปสมบทแลัวอุปติสสะมีนามว่าอะไร  

     (...........................................................)

10. 
พระอรหันต์รูปใดที่พระสารีบุตรถือเป็นครูของท่าน 

     (...........................................................)

 

 

 

 

 

 

10

 

ตาราง

 

ลิ

วั

ย์

อิ

ธิ

รี

อิ

ษี

ณ์

บุ

หิ

ภิ

ขุ

อุ

สั

ลา

ทุ

รั

รู้

อั

กิ

นิ

ริ

วั

มิ

งิ

จึ

ฑั

สั

ระ

อั

ชิ

สุ

ห์

สุ

สี่

อุ

วั

ธั

จั

กั

วั

สู

ชี

กั

วั

ศู

นั

ลั

สู

จั

ขุ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

11

 

กลุ่มที่.....................................................................................................ชั้น...................................................

สมาชิกในกลุ่ม1..........................................................2...........................................3.............................................

                4.........................................................5.............................................6..............................................

คำชี้แจง  ให้แต่ละกลุ่มวิเคราะห์คุณธรรมที่ควรยึดถือเป็นแบบอย่างของพระอัสสชิเถระและนักเรียนนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้  โดยเขียนเป็นแผนที่ความคิด  พร้อมทั้งตกแต่งให้สวยงาม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

12

 

แบบประเมินผลงานกลุ่มและทักษะกระบวนการ(P)

 

 

 

กลุ่มที่

 

 

ชื่อกลุ่ม

รายการประเมิน/ระดับคุณภาพ

คะแนนที่ได้

คะแนน

เต็ม  5

คะแนน

คุณธรรมถูกต้อง

การนำไปประยุกต์ใช้

ทักษะการนำเสนอ

ความสำเร็จของงาน

คะแนนที่ได้

4

3

2

1

4

3

2

1

4

3

2

1

4

3

2

1

16

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมายเหตุ
:  คะแนนผลงาน 
25
%  เทียบคะแนนดังนี้

                ระดับคุณภาพ  4  =   ปฏิบัติได้ 
15  -  16 
คะแนน 
=  5  คะแนน       

                ระดับคุณภาพ  3  =
  ปฏิบัติได้  12 
-  14  คะแนน 
=  4  คะแนน

              ระดับคุณภาพ  2 
 =  ปฏิบัติได้  10 
-  11  คะแนน 
=   3  คะแนน

              ระดับคุณภาพ 
1 
=  ปฏิบัติได้    4 
-  9    คะแนน 
=   2  คะแนน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

13

 

เกณฑ์การประเมินผลงานกลุ่ม  (Rubrics)

 

รายการ

ประเมิน

ระดับคุณภาพ

4

3

2

1

คุณธรรมถูกต้อง

เขียนคุณธรรมถูกต้องตาม

ลักษณะพุทธสาวก       พุทธสาวิกา  80% 
ขึ้นไป

เขียนคุณธรรมถูกต้อง  70 79 %

เขียนคุณธรรม

ถูกต้อง
60-69%

ข้อมูลถูกต้องต่ำกว่า
60%

การนำไป

ประยุกต์ใช้

แนวปฏิบัติสอดคล้องกับคุณธรรมทุกข้อ  ปฏิบัติได้จริง

แนวปฏิบัติสอดคล้องกับคุณธรรม
เกือบทุกข้อ ปฏิบัติได้จริง

แนวปฏิบัติสอดคล้องกับคุณธรรมน้อย  ปฏิบัติได้จริงเป็นส่วนน้อย

แนวปฏิบัติไม่สอดคล้องกับคุณธรรม  ไม่สามารถปฏิบัติ

ได้จริง

ทักษะการนำเสนอ

การนำเสนอผลงานกลุ่มมีความ

-  แม่นยำ

-  ถูกต้อง

-  น่าสนใจ

-  มีความมั่นใจ

การนำเสนอผลงานกลุ่มได้ตาม

เกณฑ์  3 
ใน  4  ข้อ

การนำเสนอผลงานกลุ่มได้ตามเกณฑ์  2 
ใน  4  ข้อ

การนำเสนอผลงานกลุ่มได้ตามเกณฑ์เพียง  1 
ใน  4  ข้อ

ความสำเร็จของงาน

ผลงานมีความสมบูรณ์
ละเอียด ประณีต สวยงาม

ชัดเจนน่าสนใจเป็นตัวอย่างได้

ผลงานมีความสมบูรณ์เป็นส่วนใหญ่   ค่อนข้างสวยงามน่าสนใจ

ผลงานมีข้อบกพร่อง  ไม่น่าสนใจ

ผลงานมีข้อบกพร่องมากต้องอาศัยกำลังใจและคำแนะนำจากครูและเพื่อน

 

 

 

 

 

14

 

แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
(
A)

 

เลขที่

ชื่อ-สกุล

รายการประเมิน/ระดับคุณภาพ

คะแนนที่ได้

คะแนน

เต็ม  5

คะแนน

การรู้จักบทบาทตนเองในกลุ่ม

การอภิปรายแสดงความคิดเห็นในกลุ่ม

ความใฝ่รู้

ใฝ่เรียน

ความรับผิดชอบในหน้าที่

คะแนนที่ได้

4

3

2

1

4

3

2

1

4

3

2

1

4

3

2

1

16

 

1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

3

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

4

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

5

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

6

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

7

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

8

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

9

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

10

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมายเหตุ
:  คะแนนผลงาน 
25
%  เทียบคะแนนดังนี้

                ระดับคุณภาพ  4    =    ปฏิบัติได้  15 
-  16  คะแนน 
=  5  คะแนน   

                ระดับคุณภาพ  3    =    ปฏิบัติได้ 
12  -  14 
คะแนน 
=  4  คะแนน

              ระดับคุณภาพ  2 
 =    ปฏิบัติได้  10  - 
11  คะแนน   
=  3  คะแนน

              ระดับคุณภาพ 
1   
=    ปฏิบัติได้    4  - 
9    คะแนน   
=  2  คะแนน

 

 

 

 

 

15

 

เกณฑ์การประเมินการสังเกตพฤติกรรม  (Rubrics)

 

รายการ

ประเมิน

ระดับคุณภาพ

4

3

2

1

การรู้จักบทบาทของตนในกลุ่ม

-  ปฏิบัติหน้าที่เป็น

    ผู้นำหรือผู้ตามที่ดี

-  มีมารยาทในการฟัง

-  มีมารยาทในการพูด

-  ตรงต่อเวลา

ปฏิบัติได้ตามเกณฑ์  3 ใน 4 
ข้อ

ปฏิบัติได้ตามเกณฑ์  2 ใน 
4 ข้อ

ปฏิบัติได้ตามเกณฑ์
เพียง 1  ใน  4 
ข้อ

การอภิปรายแสดงความเห็นในกลุ่ม

-  กล้าแสดงออก

-  อภิปรายได้หลาก

   หลาย

-  ยอมรับความเห็น

   ของผู้อื่น

-  ใช้เหตุผลในการ

    อภิปราย

ปฏิบัติได้ตามเกณฑ์  3 ใน 4 
ข้อ

ปฏิบัติได้ตามเกณฑ์  2 ใน 
4 ข้อ

ปฏิบัติได้ตามเกณฑ์
เพียง 1  ใน  4 
ข้อ

ความใฝ่รู้
ใฝ่เรียน

-  กระตือรือร้น

-  มีความตั้งใจทำงาน

-  มีความเพียรพยายาม

-  ศึกษาค้นคว้าด้วย

   ตนเองเพิ่มเติม

ปฏิบัติได้ตามเกณฑ์  3 ใน 4 
ข้อ

ปฏิบัติได้ตามเกณฑ์  2 ใน 
4 ข้อ

ปฏิบัติได้ตามเกณฑ์
เพียง 1  ใน  4 
ข้อ

ความรับผิดชอบในหน้าที่

-  ให้ความร่วมมือใน

    กลุ่ม

-  ทำงานตามที่กลุ่ม

   มอบหมาย

-  ทำงานทันเวลา

-  เอาใจใส่งานที่ได้รับ

   มอบหมายจากกลุ่ม

ปฏิบัติได้ตามเกณฑ์  3 ใน 4 
ข้อ

ปฏิบัติได้ตามเกณฑ์  2 ใน 
4 ข้อ

ปฏิบัติได้ตามเกณฑ์
เพียง 1  ใน  4 
ข้อ

 

 

 

16

 

7.  บันทึกหลังสอน

                นักเรียนให้ความร่วมมือในการปฏิบัติกิจกรรมเป็นอย่างดีมีความตั้งใจศึกษาวิธีการใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์และเนื้อหาจากหนังสืออิเล็กทรอนิกส์อย่างกระตือรือร้นสนุกสนาน  มีความภาคภูมิใจในผลงานของกลุ่มตนเอง 
สามารถทำแบบทดสอบได้ผ่านเกณฑ์การประเมินที่ตั้งไว้ทุกกลุ่ม

 

5.  บทสรุป

                ผลที่เกิดขึ้นจากความสำเร็จของตนเอง

                1.  ได้สื่อการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ  และมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
80/80

                2. 
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในหน่วยการเรียนรู้ เรื่อง  ประวัติพุทธสาวก  พุทธสาวิกา

และชาดก  วิชาพระพุทธศาสนา    40201  สูงขึ้น

                3.  การจัดการเรียนการสอนโดยกระบวนการกลุ่ม
ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ที่ดีขึ้นในกลุ่มนักเรียน และผลงานของนักเรียนเป็นที่น่าพอใจ

                ปัจจัยที่ทำให้เกิดความสำเร็จ

                1.  ความร่วมมือและความตั้งใจของครูผู้สอน  และนักเรียน

                2.  ความสามารถในการวาดภาพประกอบเนื้อหาของนักเรียน

                ความรู้ใหม่ที่ได้รับจากการดำเนินงานครั้งนี้

                1.  ครูเห็นความสำคัญในการสอนโดยใช้นวัตกรรมและคิดสร้างนวัตกรรม

                2. 
เป็นแนวทางในการจัดทำผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะให้สูงขึ้น

 

.................................................................................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รายงานผลแสดงการเรียนรู้
(รายบุคคล)

โครงการส่งเสริมเครือข่ายการบริหารจัดการศึกษา

ด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา  ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

เรื่อง  การถอดบทเรียนในรายวิชาฟิสิกส์
ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย สายการเรียนวิทยาศาสตร์

 

 

 

 

 

 

นางจารุณี  จิตสุภานันท์

ครูชำนาญการ 

โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฏ์  อำเภอโคกโพธิ์ 
จังหวัดปัตตานี

 

 

 

 

 

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี  เขต ๒

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

กระทรวงศึกษาธิการ

 

 

 

 

รายงานผลการจัดการเรียนรู้ที่เป็นเลิศ

(Best  Practice)

1. ชื่อเรื่อง  การถอดบทเรียนในรายวิชาฟิสิกส์
ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย สายการเรียนวิทยาศาสตร์

 

2.  บทนำ

      2.1 ข้อมูลส่วนบุคคล

ชื่อ
สกุล     นางจารุณี  จิตสุภานันท์                         อายุ 
31
ปี             อายุราชการ  8   ปี

คุณวุฒิสูงสุด           ปริญญาโท ( ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต)      วิชาเอก 
การบริหารการศึกษา 

จากสถาบันการศึกษา   มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ตำแหน่ง         ครู                วิทยฐานะ             -                 ตำแหน่งเลขที่         20942 
           .

สถานศึกษา โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฏ์   อำเภอโคกโพธิ์  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี

 เขต 2  
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  
.  

                สอนในกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์         สาขา/สาขาวิชา   วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์)     

                e-mail :
Akedilog_tang@hotmail.com        เบอร์โทร  086-2980657                  .     

2.2  ข้อมูลโรงเรียน

 โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฏ์  ตั้งอยู่ที่เลขที่ 188  หมู่ที่ 1  ถนนเพชรเกษม   ตำบลนาประดู่ 
 อำเภอโคกโพธิ์  จังหวัดปัตตานี รหัสไปรษณีย์
94180  โทรศัพท์/โทรสาร
0-7341-5151 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี เขต 2  เปิดสอนตั้งแต่ระดับ   ช่วงชั้นที่ 3 (.1 – .3) 
ถึงระดับช่วงชั้นที่ 4 (.4 – .6)

2.3  ความเป็นมาของปัญหา

การเรียนรู้ในส่วนของวิชาฟิสิกส์นั้น  จะใช้ในการอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ
ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นผ่านการทดลองทางวิทยาศาสตร์แล้วสรุปเป็นกฎ  ทฤษฎีและสมการ   ความสัมพันธ์
และเน้นการแก้ปัญหาโจทย์ซึ่งต้องใช้การคำนวณเป็นหลัก  
จึงได้มีความพยายามในการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย  และพยายามแก้ปัญหาการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นเสมอ   
ปัญหาที่มักพบก็คือนักเรียนไม่สามารถเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ
ในภาคทฤษฎีและภาคคำนวณของวิชาฟิสิกส์ได้ 
จึงได้ทดลองใช้วิธีการถอดบทเรียนในแต่ละหน่วยการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนได้สรุปความรู้ออกมาเป็นหน่วย  เพื่อที่จะเชื่องโยงความรู้ของนักเรียนให้มีความต่อเนื่องกัน
 

 

3.  การดำเนินงานการจัดการเรียนรู้

3.1  ลักษณะเด่นของการจัดการเรียนรู้

                การถอดบทเรียน
เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 
เนื่องจากผู้เรียนจะต้องเชื่อมโยงความรู้เดิมและความรู้ใหม่เข้าด้วยกัน  อีกทั้งเป็นการประมวลความรู้ของผู้เรียนในเนื้อหาที่เรียนนั้น

 

2

 

การจัดกิจกรรมการเรียนเน้นการพัฒนานักเรียนให้มีทักษะการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองเกิดทักษะกระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์

3.2  แนวคิดสำคัญ

        ในที่นี้การถอดบทเรียน คือ วิธีการ่สำเร็จหรือล้มเหลวเพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงการปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายรปฏิบัติงานลุ่มเป้าหมายที่ต้องการการทบทวนหรือสรุปความรู้ในแต่ละเนื้อหาของฟิสิกส์ 
เพื่อให้เห็นถึงรายละเอียดของเนื้อหาในแต่ละหน่วยการเรียนรู้   โดยใช้วิธีการสกัดความรู้  การสืบค้นข้อมูลและประสบการณ์ของนักเรียน   พร้อมทั้งบันทึกรายละเอียดความรู้ใหม่ๆที่เกิดขึ้นระหว่างการศึกษาเรียนรู้ได้

3.3  ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้

        3.3.1  ชี้แจงแนวปฏิบัติในการถอดบทเรียนให้แก่นักเรียน

3.3.2  จัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ในเนื้อหาของวิชาฟิสิกส์
ซึ่งแบ่งเป็นหน่วยการเรียนรู้ต่างๆ จนครบ
1 ภาคเรียน  ซึ่งนักเรียนสามารถค้นหาความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ
ได้

3.3.3 
นักเรียนถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ
ลงในแบบฟอร์มการถอดบทเรียน

3.4 
บทบาทของผู้สอนในการจัดการเรียนรู้

3.4.1  ชี้แจงวิธีการเรียนและบทบาทของนักเรียนในการศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง

3.4.2  อำนวยความสะดวกต่างๆ   และเป็นที่ปรึกษาในการค้นคว้าหาความรู้

3.4.3  กระตุ้นยั่วยุ  ให้นักเรียนเกิดความกระตือรือร้น  อยากรู้อยากเห็น  อยากเรียนรู้และส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์

3.4.4  ประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้การถอดบทเรียนของนักเรียนแต่ละคน

3.5  บทบาทของผู้เรียน

        3.5.1 
ศึกษาค้นคว้าความรู้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ 
โดยใช้การเรียนในห้องเรียนและการศึกษาค้นคว้านอกห้องเรียนจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ

        3.5.2  ดำเนินการถอดบทเรียน 
ถ่ายทอดความรู้โดยการสรุปรวมความรู้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ลงในสมุดเพื่อส่งครูผู้สอน

3.6  ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับใช้

        3.6.1  ควรชี้แจงในปฏิบัติในการถอดบทเรียนให้นักเรียนเข้าใจอย่างชัดเจน

        3.6.2 
มีตัวอย่างการถอดบทเรียนในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้ศึกษา

4.  ตัวอย่างการจัดการเรียนรู้

                แบบฟอร์มการถอดบทเรียนมีหัวข้อดังนี้

1.  หน่วยการเรียนรู้ที่                                         2.  เรื่อง

3.  วิธีการเรียนรู้                                                  4.  ภาคทฤษฎี

5.  ภาคคำนวณ                                                    6.  การนำไปใช้

7.  ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง                                        8.  ความเข้าใจในการถอดบทเรียนเรื่องนี้

                และขอนำเสนอตัวอย่างแบบสรุปการถอดบทเรียนดังนี้

3

 

การถอดบทเรียน

รายวิชาฟิสิกส์

หน่วยการเรียนรู้ที่
11  คลื่นกล
(ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
5)

เรื่อง  ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับคลื่น

วิธีการเรียนรู้  จากใบความรู้และการสืบค้นทางอินเตอร์เนต

ภาคทฤษฎี

คลื่น  คือ 
กระบวนการในการถ่ายเทพลังงานจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งหรือเป็นการถ่ายเทพลังงานจากแหล่งกำเนิดออกไปยังบริเวณโดยรอบ

การเกิดคลื่น Þ
เกิดจากการรบกวน  จุดที่รบกวน  เราเรียกว่า 
จุดกำเนิดคลื่น  หรือ  แหล่งกำเนิดคลื่น    พลังงานที่ได้จากการรบกวน  จะถ่ายโอนให้กับอนุภาคตัวกลาง 
และอนุภาคตัวกลางจะถ่ายโอนพลังงานที่ได้ให้แก่กัน   ต่อเนื่องกันไป  จนเกิดการเคลื่อนที่แบบคลื่น 
ในขณะที่คลื่นเคลื่อนที่ผ่านอนุภาคตัวกลางใดๆ 
จะทำให้อนุภาคตัวกลางนั้นสั่นอยู่กับที่ไม่ได้เคลื่อนที่ตามคลื่นไปด้วย

การจำแนกประเภทของคลื่น

1.  การจำแนกคลื่นตามการใช้ตัวกลางในการเคลื่อนที่

                1.1  คลื่นกล  (Machanical  wave) เป็นคลื่นที่ต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่  เช่น 
คลื่นเสียง      คลื่นน้ำ
  คลื่นในเส้นเชือก  เป็นต้น

                1.2  คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic  wave) เป็นคลื่นที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่  เช่น 
คลื่นแสง  คลื่นวิทยุ
   รังสีต่าง ๆ เป็นต้น

2.  การจำแนกคลื่นตามลักษณะการสั่นของอนุภาคตัวกลาง

                2.1  คลื่นตามขวาง  (Transverse  waves) คือ  คลื่นที่เกิดขึ้น  เมื่อเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางใดๆ 
จะทำให้อนุภาคตัวกลางสั่นในทิศที่ตั้งฉากกับทิศทางการเคลื่อนที่ของคลื่น  เช่น 
คลื่นในเส้นเชือก  คลื่นผิวน้ำ

@

 

 

               

 

 

2.2  คลื่นตามยาว (Longitudinal   waves)  คือ 
คลื่นที่เกิดขึ้น 
เมื่ออนุภาคตัวกลางสั่นในทิศทางเดียวกับการเคลื่อนที่ของคลื่น  และจะทำให้เกิดช่วงอัด  ช่วงขยายในอนุภาคตัวกลางนั้น  เช่น 
คลื่นเสียง 

 

 

 

 

 

 

4

 

                U          ····      ·   ·   ·   ·    ····     ·   ·   ·   ·  O

 

                ส่วนอัด       
ส่วนขยาย          ส่วนอัด        
ส่วนขยาย

 

 

 

 

 

3.  การจำแนกคลื่นตามช่วงเวลาที่เกิดคลื่นU

                3.1  คลื่นดล (Pulse  wave)  เป็นคลื่นที่เกิดขึ้นเพียงลูก 
สองลูก  ก็หายไป  เช่น 
คลื่นที่เกิดจากการสบัดลวดสปริง
 1 ครั้ง

                3.2  คลื่นต่อเนื่อง (Continuous  wave)  เป็นคลื่นที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันไป 
โดยมีจำนวนลูกคลื่นที่ออกจากแหล่งกำเนิดใน
1
หน่วยเวลาคงที่เสมอ  เช่น 
คลื่นที่เกิดจากน้ำหยดลงบนผิวน้ำในอัตราที่คงที่

 

ปริมาณที่เกี่ยวข้องกับคลื่น

 

 

 


 

        l                                                                                   แกนสมดุล

 

 

 


สันคลื่น  คือ 
ส่วนที่สูงที่สุดหรือส่วนนูนของคลื่นแต่ละลูก

ท้องคลื่น  คือ 
ส่วนเว้าหรือส่วนที่ต่ำสุดของคลื่นแต่ละลูก

ความยาวคลื่น  คือ 
ระยะห่างจากสันคลื่นไปยังสันคลื่นที่อยู่ติดกันหรือจากท้องคลื่นไปยังท้องคลื่นที่อยู่ติดกัน  หรือ ระยะที่คลื่นเดินทางได้
1 ลูก  หรือ  คลื่น 1 ลูก

ความถี่คลื่น (frequency
:  f ) คือ  จำนวนลูกคลื่นที่ออกจากแหล่งกำเนิดคลื่นใน 1 หน่วยเวลา  มีหน่วยเป็นรอบ /
วินาที
      

                คาบ (period :
T) คือ 
เวลาที่คลื่นหรืออนุภาคในคลื่นสั่นครบ
1 รอบ
มีหน่วยเป็น  วินาที/รอบ

                แอมพลิจูด (amplitude
: A) คือ 
ระยะที่ลากจากสันคลื่น หรือท้องคลื่น 
มาตั้งฉากกับแกนสมดุล ได้ระยะที่มีค่ามากที่สุด

 

ภาคคำนวณ

                                  

                   v=fl

 

 

5

 

การนำไปใช้

                สามารถทราบการเกิดคลื่น  ประเภทของคลื่น  และการคำนวณหาปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวกับ      คลื่นกลได้

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง

คลื่นความถี่  100 Hz  เดินทางด้วยอัตราเร็ว  10 เมตรต่อวินาที  จะมีความยาวคลื่นเท่าไร

                                                v=fl

                               

ความเข้าใจในการถอดบทเรียนเรื่องนี้

þ  มาก                                 c  ปานกลาง                                       c
น้อย

 

 

5.  บทสรุป

5.1  ผลสำเร็จที่เกิดขึ้น

        นักเรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ของตนเองในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ได้ 
ทำให้มีความต่อเนื่องในการรับรู้เนื้อหาในเรื่องถัดไปได้ง่ายขึ้น 
อีกทั้งนักเรียนได้ฝึกทักษะในการศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองมากขึ้น

5.2  ปัจจัยที่ทำให้เกิดความสำเร็จ

        นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการหาความรู้มากขึ้นจากวิธีการให้ถอดบทเรียน 
เนื่องจากต้องการการถอดบทเรียนทุกครั้งในการเรียนในแต่ละหน่วยการเรียนรู้

5.3 
ความรู้ใหม่ที่ได้รับจากการดำเนินงานครั้งนี้

                สามารถนำแนวทางการถอดบทเรียนครั้งนี้ 
ไปปรับใช้เพื่อพัฒนารูปแบบของการเรียนรู้ของนักเรียนให้มีการพัฒนามากขึ้น   และนำไปปรับใช้ในการดำเนินโครงการต่างๆ
ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 162 คน กำลังออนไลน์