วิเคราะห์ลักษณะนิสัยตัวละคร บทเสภาขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิดพลายงาม

 เนื้อหา

เนื้อหาต้นเรื่อง

เสภาขุนช้างขุนแผน ภายหลังเมื่อพลายแก้วกับนางพิมแต่งงานกันแล้วเกิดเหตุการณ์อีกหลายตอนจึงถึงตอนพลายงามพบพ่อ เรื่องย่อมีดังนี้ เมื่อพลายแก้วแต่งงานกับนางพิมแล้วไม่นานเกิดเหตุการณ์ทางเมืองเชียงทอง ซึ่งขึ้นกับกรุงศรีอยุธยาเนื่องจากเมืองเชียงอินทร์หรือเชียงใหม่ยกทัพมาตีเมืองเชียงทอง เจ้าเมืองเชียงทองเห็นเหลือกำลังต้านทานยอมอ่อนน้อมต่อทัพเชียงใหม่ สมเด็จพระพันวษาทรงปรึกษากับข้าราชการหาผู้อาสาเป็นแม่ทัพไปปราบทัพเชียงใหม่ และทรงปรารภถึงขุนไกรซึ่งเคยรับหน้าที่การศึกมาตลอด ขุนช้างสบโอกาสที่จะหาช่องทางให้ได้นางพิม จึงทูลว่าขุนไกรยังมีบุตรชายชื่อพลายแวซึ่งมีเวทมนต์อาคมขลังและกล้าหาญชาญชัย สมเด็จพระพันวษารับสั่งให้ขุนช้างนำพลายแก้วมาเฝ้าแล้วทรงตั้งพลายแก้วเป็นแม่ทัพไปทำศึก พลายแก้วสามารถตีทัพเชียงใหม่แตกพ่ายได้เมืองเชียงทองกลับคืนมา เสร็จศึกแล้วนายบ้านจอมทอง แขวงเมืองเชียงทองยกลูกสาวชื่อลาวทองให้แก่พลายแก้ว เพื่อตอบแทนบุญคุณที่พลายแก้วกำชับไพร่พลมิให้ทำความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านจอมทอง

ระหว่างพลายแก้วไปทัพนางพิมเกิดป่วยหนัก หลวงตาจูวัดป่าเลไลย เปลี่ยนชื่อให้ใหม่เป็นวันทอง อาการป่วยของนางพิมหรือวันทองก็ทุเลาลงจนหายป่วยเป็นปกติ ขุนช้างพยายามใช้เล่ห์เพทุบายกุข่าวและสร้างประจักษ์พยานเท็จว่าพลายแก้วแตกทัพและเสียชีวิตในที่รบ นางศรีประจันรู้เห็นเป็นใจบังคับนางวันทองให้เข้าพิธีแต่งงานกับขุนช้างโดยที่นางวันทองไม่ยอมเข้าหอเพิ่อหน่วงเหนี่ยงเวลารอพลายแก้ว

ฝ่ายพลายแก้วชนะศึกกลับมาแล้วสมเด็จพระพันวษาโปรดให้เป็นขุนแผนสะท้าน มีหน้าที่รักษาด่านชายแดนกาญจนบุรี ขุนแผนรับกลับไปบ้านสุพรรณบุรีพร้อมกับนางลาวทอง ทราบเรื่องขุ่นเคืองทั้งหมดที่ขุนช้างก่อขึ้นก็เดือดดาลสั่งบ่าวไพร่จะให้ไปทำร้ายขุนช้าง นางลาวทองเห็นเรื่องจะลุกลามต่อไปใหญ่โตจึงกล่าวห้ามขุนแผนและกระทบกระเทียบถึงนางวันทอง ทั้งสองคนมีปากเสียงกัยด้วยแรงหึง ถึงแก่จะลงไม้ลงมือทำร้ายกัน ขุนแผนพยายามวางตัวเป็นกลางขอร้องให้สองฝ่ายลดราความรุนแรง นางวันทองไม่อาจจะระงับอารามณ์โกรธได้ กล่าวพาดพิงล่วงเกินถึงขุนแผน ทำให้ขุนแผนเคืองแค้นกล่าวเสียดสีตัดอาลัยรักนางวันทอง แล้วพานางลาวทองไปอยู่บ้านนางทองประศรีผู้มารดาที่กาญจนบุรี

ต่อมาสมเด็จพระพันวษามีรับสั่งให้ขุนแผนกับขุนช้างเข้ามาฝึกหัดราชการที่กรุงศรีอยุธยา นางลาวทองล้มเจ็บหนัก ขุนแผนทราบข่าว ฝากเวรราชการไว้กับขุนช้างเพื่อไปเยี่ยมนางลาวทอง ขุนช้างยังอาฆาตจองเวรขุนแผนต่อไป แสร้งทูลกล่าวร้ายว่าขุนแผนหนีราชการปีนกำแพงวังไปหานางลาวทอง สมเด็จพระพันวษากริ้วขุนแผน รับสั่งลงโทษให้ขุนแผนออกไปตระเวนด่านตามเดิมและให้นำนางลาวทองมากักตัวไว้ในวัง ระหว่างนี้ขุนแผนแสวงหาของสำคัญ ๓ อย่าง คือ กุมารทอง ดาบฟ้าฟื้น และม้าสีหมอก

ขุนแผนยังตัดอาลัยนางวันทองไม่ขาด หวนกลับมาหานางวันทองในคืนหนึ่ง ขุนแผนสะกดผู้คนให้หลับกันหมด ขึ้นไปบนเรือนขุนช้าง หลงเข้าไปในห้องนางแก้วกิริยาและได้นางเป็นภรรยา นางแก้วกิริยาเป็นบุตรสาวพระยาสุโขทัยเจ้าเมืองสุโขทัย พระยาสุโขทัยขาดเงินส่งแก่ทางการจำต้องกู้ยืมเงินขุนช้างไปใช้หนี้หลวง และมอบนางแก้วกิริยาไว้เป็นประกัน ขุนแผนให้เงินแก่นางแก้วกิริยาสำหรับไถ่ตัวจากขุนช้าง

เมื่อขุนแผนไปถึงห้องขุนช้างกับนางวันทอง ได้สะกดขุนช้างให้หลับและถากผมประจานบังคับให้นางวันทองหนีขุนช้างไปกับตน

ขุนช้างนำพรรคพวกออกติดตามขุนแผน สู้กองกำลังหุ่นหญ้าของขุนแผนไม่ได้ ขุนช้างบาดเจ็บและผู้คนล้มตาย ขุนช้างกราบทูลใส่ร้ายว่าขุนแผนเป็นกบฏ สมเด็จพระพันวษามีพระบัญชาให้พระจมื่นศรีเสาวรักษ์ คุมกองทัพไปนำตัวขุนแผนมาไต่สวนคดี เกิดการต่อสู้กัน กองทัพหลวงแตกพ่ายแก่กองกำลังหุ่นหญ้าของขุนแผนเสียรี้พลเป็นอันมาก สมเด็จพระพันวษาทรงพิโรธรับสั่งให้มีท้องตราไปทุกหัวเมืองเพื่อกักด่านจับขุนแผนส่งมายังกรุงศรีอยุธยา

ขุนแผนกับนางวันทองรอนแรมอยู่ในป่าหลายเดือนจนนางวันทองมีครรภ์แก่ ขุนแผนกับนางวันทองเข้ามอบตัวแก่พระพิจิตรเจ้าเมืองพิจิตร เมื่อมาถึงกรุงศรีอยธยา มีการไต่สวนมูลฟ้อง ขุนแผนชนะคดีขุนช้างต้องดทษปรับและประหารชีวิต ขุนแผนขอพระราชทานอภัยโทษประหารแก่ขุนช้างเพราะเห็นแก่ความเป็นเพื่อน ขุนแผนอาศัยอยู่บ้านพระหมื่อศรีชั่วคราวกับนางวันทองและนางแก้วกิริยา ขุนแผนคิดถึงนางลาวทองซึ่งต้องโทษอยู่ในวังจึงขอพระราชทานมาอยู่ด้วย สมเด็จพระพันวษาทรงเข้าพระทัยว่าขุนแผนกำเริบ ทรงพิโรธจัดมีพระบัญชาให้จำคุกขุนแผนไว้โดยไม่มีกำหนด ขุนช้างไม่วายคิดจะได้นางวันทองกลับคืน วันหนึ่งส่งคนไปแดนางวันทองมาอยู่กับตนที่สุพรรณบุรี ผู้คุมจองจำขุนแผนเต็มอัตราโทษ แต่ขุนแผนสามารถใช้เวทมนตร์สะเดาะโซ่ตรวนออกได้หมด ร้อนถึงพระยายมราชจำต้องให้ขุนแผนสาบานว่าจะไม่หนีแล้วอนุญาตให้ขุนแผนอยู่ที่หับเผยในคุกได้อย่างอิสระ มีนางแก้วกิริยาคอยปรนนิบัติรับใช้

เนื้อหาตอนที่เรียน 

นางวันทองจำใจอยุ่กับขุนช้างมาจนมีครรภ์ครบ ๑๐ เดือน คลอดลูกเป็นชาย ตอนแรกขุนช้างหลงรักใคร่เข้าใจว่าเป็นลูกของตน ต่อเมื่อนางวันทองตั้งชื่อลูกชายว่าพลายงาม ตามสกุลวงศ์ของขุนแผนที่ใช้คำว่า พลาย เป็นคำต้นของชื่อ และเมื่อพลายงามเริ่มดตขึ้นมีหน้าตาประพิมพ์ประพายคล้ายขุนแผน ขุนช้างเชื่อแน่ว่าพลายงามเป็นลูกของขุนแผนไม่ใช่ลูกของตนก็คิดปองร้าย วันหนึ่งสบโอกาสเหมาะลวงพลายงามไปฆ่าในป่า ผีพรายของขุนแผนช่วยชีวิตพลายงามไว้ แล้วไปเข้าฝันนางวันทองให้ออกตามหาพลายงาม นางวันทองพบพลายงามและทราบเรื่องที่ขุนช้างทำร้ายจึงยอมบอกความจริงว่าพ่อที่แท้จริงของพลายงามคือขุนแผนซึ่งต้องดทษอยู่ในคุก นางวันทองขอให้พลายงามเดินทางไปอยู่เสียกับย่าทองประศรีที่กาญจบุรี เพื่อปิดเป็นความลับไว้มิให้ขุนช้างรู้ นางวันทองพาพลายงามไปฝากขรัวนาค สมภารวัดเขา ขอค้างคืนอยู่ที่วัดรุ่งเช้าจะได้ออกเดินทาง พระเณรและศิษย์วัดเขาช่วยกันพยาบาลแผลฟกช้ำของพลายงามที่ถูกขุนช้างทุบตี พลายงามนอนฝันถึงแม่ รุ่งเช้านางวันทองพาพลายงามมาที่ทางเกวียนออกปากสั่งสอนแล้วอันเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองให้พ้นภัยประสบแต่ความสวัสดี สองแม่ลูกแข็งใจแยกทางกันเดิน เหลียวแลดูกันด้วยความอาลัยรักจนลับตา

พลายงามเดินทางตามลำพังผ่านบ้านต่างๆ คือ โคกฆ้อง หนองสะพาน บ้านกะเหรี่ยง จวนพลบค่ำได้ยินเสียงสุนัขจิ้งจอกเห่าหอนอยู่บนเขา แรมคืนอยู่ในวัดร้างแห่งหนึ่งในเขตเมืองกาญจนบุรี รุ่งเช้าออกเดินทางต่อไป ผ่านบ้านกร่าง ถามเด็กเลี้ยงควายถึงบ้านนางทองประศรี ได้ความว่าอยู่ในบริเวณไร่ ข้างหน้าบ้านมีมะยมหวานต้นใหญ่ พลายงามขอร้องให้เด็กเหล่านั้นช่วยพาไป โดยรับอาสาปีนเก็บมะยมให้เป็นการตอบแทน

นางทองประศรีได้ยินเสียงมะยมหล่น ถือไม้ตะบองออกมาไล่ตี เด็กเลี้ยงควายพากันหลบหนีไปหมด นางทองประศรีโกรธจัดตีถูกพลายงามผู้ซึ่งลงมากราบที่เท้าหลายที ต่อพลายงามแนะนำตัวว่าเป็นหลานอยู่เป็นนานจึงได้หยุดตี นึกเคืองแค้นตัวเองที่ทุบตีหลานเสียจนบอบช้ำ รีบเรียกบ่าวไพร่มาช่วยกันประคบประหงมบาดแผลพลายงามเป็นการใหญ่

เนื้อหาหลังเรียน

ตกเย็นพวกข้าทาสกลับจากไร่นาพร้อมกันแล้ว นางทองประศรีได้ประกอบพิธีรับขวัญพลายงาม โดยตนเองกล่าวบททำขวัญเป็นภาษาไทย และจัดให้ว่าเป็นทำขวัญเป็นภาษามอญและภาษาลาวอีกด้วย

ต่อมาพลายงามปรารภใคร่ได้พบขุนแผนผู้บิดา นางทองประศรีจึงสั่งให้ผูกช้างออกเดินทาง ประมาณสองวันครึ่งก็ถึงอยุธยาไปเยี่ยมขุนแผนยังหับเผยในคุก ขุนแผนสั่งสอนพลายงามให้ตั้งใจเรียนวิชาความรู้จากตำรา ทั้งที่เป็นของขุนแผนเองและของครูของขุนแผนซึ่งเก็บไว้ในตู้ โดยให้นางทองประศรีช่วยเป็นครูแนะนำและมอบลูกประคำเครื่องรางอยู่ยงคงกระพันไว้ป้องกันตัว สองพ่อลูกมีโอกาสได้พบกันเป็นครั้งแรกภายหลังที่ขุนแผนติดคุกและพลายงามมีอายุได้ ๑๐ ปี

เมื่อกลับจากมาเยี่ยมบิดาแล้วพลายงามเริ่มต้นศึกษาวิชาการต่าง ๆ จากตำรา มีนางทองประศรีคอยแนะนำอธิบายให้ตลอดเวลา วิชาที่พลายงามศึกษาในระยะนี้คือหนังสือไทยและขอม คาถาทางพุทธศาสนาซึ่งทำให้คนรักใคร่เมตา ล่องหนหายตัว กำบังกาย อยู่ยงคงกระพัน สะเดาะโซ่ตรวน สะกดคนให้จังงัง เมฆฉาย กรรมฐาน นิพพทนสูตร การบังคับภูตพราย ตลอดจนการผูกพยนต์

ครั้นพลายงามมีอายุ ๑๓ ปี ก็เรียนวิชาดังกล่าวจนจบ นางทองประศรีจัดประกอบพิธีโกนจุก โดยนิมนต์ขรัวเกิด สมภารวัดเขาชนไก่ ซึ่งเคยเป็นอาจารย์ของขุนแผนมาเป็นประธานเจริญพระพุทธมนต์และซัดนำมนต์ให้พลายงามและทุกคนในพิธี ขรัวเกิดทำนายชะตาของพลายงามว่าจะได้เป็นขุนนางเมื่ออายุ ๑๘ ปี แต่จะได้ความทุกข์เพราะหลงใหลในภรรยาร่างขาวสาวสกุลสูงชาวเมืองเหนือ (หญิงผู้นี้คือนางสร้อยฟ้า ราชธิดาพระเจ้าเชียงใหม่) ส่วนขุนแผนจะพ้นโทษ เริ่มต้นสุชสบายในปลายเดือนยี่ ปีกุน ปีเดียวกับพลายงามจะได้เป็นขุนนาง เมื่อพระสงฆ์กลับวัดแล้ว มีการขับเสภาฉลอง รุ่งเช้าลงมือโกนจุก เมื่อผมยาวแล้วพลายงามไว้ทรงมหาดไทย ตั้งใจจะเข้าถวายตัวรับราชการ

พลายงามไปฝากตัวอยู่กับพระหมื่อศรี ซึ่งแนะนำให้พลายงามศึกษาวิชาสำหรับราชการโดยตรงเพิ่มเติม และจัดให้สังเกตการเสด็จออกว่าราชการ พอถึงโอกาสเหมาะพระหมื่อศรีก็เบิกตัวพลายงามถวายตัวเป็นมหาดเล็ก

ต่อมาเกิดศึกเมืองเชียงใหม่อีกครั้งหนึ่ง พลายงามกราบทูลอาสาไปทำศึก ขอพระราชทานอภัยโทษขุนแผนเพื่อเป็นที่ปรึกษา สมเด็จพระพันวษาโปรดให้ขุนแผนพ้นโทษและไปทัพร่วมกับพลายงาม นอกจากนี้ยังทรงอนุญาตให้นางลาวทองได้ออกจากวังมาอยู่กับขุนแผน ในวันประชุมพลยกกองทัพ นางแก้วกิริยาคลอดลูกชายได้ชื่อว่า  พลายชุมพล

เมื่อเสร็จศึกมีชัยชนะแล้วขุนแผนได้เป็นพระกาญจนบุรี รั้งเมืองกาญจนบุรี มีนางแก้วกิริยาและนางลาวทองไปอยู่ด้วย พลายงามได้เป็นจมื่นไวยวรนาถ อยู่บ้านพระราชทานกับนางทองประศรีและพลายชุมพล จมื่นไวยวรนาถหรือพระไวยแต่งงานกับนางศรีมาลา บุตรสาวพระพิจืตร และสมเด็จพระพันวษายังดปรดพระราชทานนางสร้อยฟ้า ราชธิดาพระเจ้าเชียงใหม่ให้เป็นภรรยาอีกด้วย นางสร้อยฟ้าเป็นผู้ที่ขุนแผนกับพลายงามนำมาถวายสมเด็จพระพันวษาเมื่อสิ้นศึกเชียงใหม่ นางสร้อยฟ้ามีเรื่องวิวาทกับนางศรีมาลา ทำเสน่ห์ให้พระไวยหลงใหล เกิดเรื่องเดือดร้อนร้ายแรงถึงแก่รับสั่งให้พิจารณาคดีด้วยการลุยไฟ นางศรีมาลาชนะความ นางสร้อยฟ้าส่งกลับไปเชียงใหม่

สร้างโดย: 
ครูกัญญาสิริ ศรีแก้วพันธุ์ และเด็กหญิงเพ็ญศิริ เกล็ดประทุม

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 23 คน และ ผู้เยี่ยมชม 209 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • shp8323
  • sss30939
  • sss30940
  • sss29483
  • sss29447