บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ สาระประวัติศาสตร์ ส32104ภาคเรียนที่2/2553

รูปภาพของ nsspramote

คำถามท้าทายให้หาคำตอบ

1. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง

2. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการปกครอง

3. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ

4. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม

1. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศและเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภาอำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า อำนาจต่างๆ จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มีองค์กรอื่นเป็นผู้ใช้ เป็นต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง แต่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มหรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการผ่านทางองค์การต่างๆ นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้

 2. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการปกครอง สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ การสร้างเอกราช การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมากพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม

3. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ พระมหากษัตริย์ทรงได้บำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อความสุขของประชาชน ราชษฎรมากมาย ทรงคิดโครงการต่างๆ ที่ทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจมากมาย เช่น โครงการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทำการเกษตร โครงงานขุดคลองระบายน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีความเจริญก้วหน้า และดีขึ้นต่อไป หรือแม้กระทั่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต

4. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม พระมหากษัตริย์หลายพระองค์ได้ทรงทำนุบำรุพุทธศาสนา ส่งเสริมวัฒนธรรมมากมาย เช่น การแต่งบทกวี หนังสือ กาพย์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งทรงสนับสนุนการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย และทรงสนับสนุนการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นการสืบสานต่อไป

รูปภาพของ nss 37788

บทบาทเเละุหน้าที่ของพระมหากษัตริย์

1.  ตอบ บทบาทเเละหน้าที่ของพระกษัตริย์ด้านการเมือง ในทางทฤษฎีแล้ว  พระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ ตั้งเเต่ พระองค์เจ้าขึ้นไปมีบทบัญญัติทางกฎหมายให้อยู่เหนือการเมือง

2.ตอบ  บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการปกครองทรงเป็นประมุขของประเทศและจอมทัพไทย ในบทบาทหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับต่างๆก็ได้บัญญัติไว้

3.ตอบ บทบาทของพระมหากษัตริย์ด้านส่งเสริมเศรฐกิจนั้นมีบทบาทให้คำเเนะนำแก่รัฐบาล เช่น โครงการเศรฐกิจพอเพียง รํฐบาลได้ดำเนินนโยบายตามเเนวทางนี้

4. ตอบ บทบาทของพระมหากษัตริย์ด้านการทนุบำรุงส่งเสริม ศิลปะวัฒนธรรม นั้นได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มชนอาชีพต่างๆ ในรูปแบบของแสดงการยกย่องและให้เกียรติ เช่น  การเห่เรือ ก็ถือเป็นการทนุบำรุงรักษาศิลปะเเละวัฒธรรมของไทยอีกด้านหนึ่งเหมือนกัน หรือ การส่งเสริมพระพุทธศาสนาก็จะมีการสร้างอุโบสถหรือวิหาร โดยการเป็นองค์อุปถัมภ์ฺ ก็เป็นการส่งเสริมศิลปะเเละวัฒนธรรมที่เป็นวัตถุสิ่งปลูกสร้างให้มีเอกลักษณ์สืบต่อไป

1.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง                                      เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศและเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภาอำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล  การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า  อำนาจต่างๆ จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มีองค์กรอื่นเป็นผู้ใช้  เป็นต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง  แต่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มหรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการผ่านทางองค์การต่างๆ นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้              2.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการปกครอง            สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง  การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง  พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมากพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง  ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม       3.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ          พระมหากษัตริย์ทรงได้บำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อความสุขของประชาชน ราชษฎรมากมาย ทรงคิดโครงการต่างๆ ที่ทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจมากมาย เช่น โครงการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทำการเกษตร โครงงานขุดคลองระบายน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีความเจริญก้วหน้า และดีขึ้นต่อไป หรือแม้กระทั่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต        1.                       บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม                      พระมหากษัตริย์หลายพระองค์ได้ทรงทำนุบำรุพุทธศาสนา ส่งเสริมวัฒนธรรมมากมาย เช่น การแต่งบทกวี หนังสือ กาพย์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งทรงสนับสนุนการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย  และทรงสนับสนุนการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นการสืบสานต่อไป       

1.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง                                      เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศและเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภาอำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล  การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า  อำนาจต่างๆ จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มีองค์กรอื่นเป็นผู้ใช้  เป็นต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง  แต่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มหรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการผ่านทางองค์การต่างๆ นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้              2.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการปกครอง            สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง  การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง  พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมากพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง  ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม       3.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ          พระมหากษัตริย์ทรงได้บำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อความสุขของประชาชน ราชษฎรมากมาย ทรงคิดโครงการต่างๆ ที่ทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจมากมาย เช่น โครงการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทำการเกษตร โครงงานขุดคลองระบายน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีความเจริญก้วหน้า และดีขึ้นต่อไป หรือแม้กระทั่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต        1.                       บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม                      พระมหากษัตริย์หลายพระองค์ได้ทรงทำนุบำรุพุทธศาสนา ส่งเสริมวัฒนธรรมมากมาย เช่น การแต่งบทกวี หนังสือ กาพย์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งทรงสนับสนุนการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย  และทรงสนับสนุนการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นการสืบสานต่อไป       

รูปภาพของ nss37830

1. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง

ตอบ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้นำในด้านการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่างๆ
ด้วยการพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อกิจการสาธารณกุศลอยู่เป็นนิจ
  ได้แก่ พระราชทานทุนการศึกษา 
สงเคราะห์คนยากจน
  คนพิการ  เจ็บป่วย และชราเมื่อราษฎรประสบภัยธรรมชาติ  หรือความทุกข์ยาก 
พระองค์พระราชทานความช่วยเหลือ ทรงเป็นผู้นำทางด้านสังคมสงเคราะห์อย่างแท้จริง
 
นอกจากนั้นยังทรงมีพระราชดำริให้มีโครงการเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย
 
ได้แก่
  โครงการอีสานเขียว  โครงการปฏิรูปที่ดิน   โครงการ สหกรณ์แบบต่างๆ   
โครงการด้านการเกษตร
  โครงการฝนหลวง 
โครงการนาสาธิต
  โครงการแพทย์หลวง 
โครงการพัฒนาที่ดิน
  โครงการการศึกษา 
โรงเรียนร่มเกล้า
  โครงการแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานคร 
โครงการฝึกอาชีพต่างๆ
  เป็นต้น 
โครงการทั้งหลายนี้ล้วนได้รับการสนับสนุนจากราษฎร
  หน่วยราชการ  เกิดผลดีต่อประเทศชาติและประชาชน

 

2. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการปกครอง
 
ตอบ พระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง 
การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหา
กษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก
  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึก
ร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน
  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ
แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา
  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมาก
 


   3. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ
 ตอบ พระมหากษัตริย์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจทั้งปวงเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขและ
ความเจริญแก่สังคม
  ได้ทรงริเริ่มโครงการต่างๆ
ทำให้เกิดการพัฒนาขึ้นทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
   พระราชดำริและโครงการที่ทรงริเริ่มมีมากซึ่งล้วนแต่เป็นรากฐานในการพัฒนา ชาติทั้งสิ้นโครงการของพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันที่สำคัญ  ได้แก่ 
โครงการอีสานเขียว
  โครงการฝนหลวง 
โครงการปลูกป่า
  โครงการขุดคลองระบายน้ำ 
โครงการปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดในเมืองใหญ่
  โครงการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม  และอื่นๆ ทรงทำเป็นแบบอย่างที่ดีประชาชนและหน่วยราชการนำไปปฏิบัติก่อให้เกิดประโยชน์
ในทางการพัฒนาชาติขึ้นมาก
  นอกจากนี้ทรงทำให้เกิดความคิดในการดำรงชีวิตแบบใหม่
เช่น การประกอบอาชีพ
  การใช้วิทยาการมาช่วยทำให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

4. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ตอบ  ทรงมีแนวพระราชดำริว่ามีความสำคัญด้วยเป็นทั่งที่มาของความเจริญ
และเป็นสิ่งที่จะช่วยดำรงความเป็นไทยไว้ได้
ดังพระบรมราโชวาทที่พระราชทานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร
    มหาวิทยาลัยศิลปากร  
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2513
 
ความตอนหนึ่งว่า
  "งานด้านการศึกษา
ศิลปะและวัฒนธรรมนั้น
  คืองานสร้างสรรค์ความเจริญทางปัญญาและทางจิตใจ 
ซึ่งเป็นต้นเหตุ
  ทั้งองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ของความเจริญด้านอื่น
ๆ ทั้งหมด
  และเป็นปัจจัยที่ช่วยให้เรารักษาและดำรงความเป็นไทยไว้ได้สืบไป" 
(ทบวงมหาวิทยาลัย.2539 : 135)
ดังที่กล่าวแล้วว่าพระราชภารกิจอีกประการหนึ่งของพระมหากษัตริย์คือการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมนั้น  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นต่อศิลปวัฒนธรรมของชาติไทย 
ด้วยทรงตระหนักถึงแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงที่ประเทศไทยจะต้องพัฒนาให้ทัดเทียมกับนานาชาติ
 
ซึ่งมีทั้งการรับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
  เศรษฐกิจและการค้า  และสภาพความเป็นอยู่ของคนในชาติ 
โดยยังคงดำรงความเป็นไทย
  เป็นชาติที่มี
อารยธรรมเก่าแก่สืบทอดกันมานาน
  มีเอกลักษณ์อันเด่นชัดที่ก่อให้เกิดความสามัคคีในชาติ
ทรงมีพระราชดำริให้ศิลปวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวประชาชนคนไทยไว้ด้วยกันให้มีความเป็นเจ้าของร่วมกัน
และในที่สุดจะสามารถสืบทอดต่อไปสู่คนรุ่นหลัง
    ความลึกซึ้งในแนวพระราชดำริเกี่ยวกับวัฒนธรรมอันเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจของคนแต่ละชาติแต่ละภาษานั้น 
ทรงนำมาใช้เพื่อสร้างมิตรภาพได้แม้แต่ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหภาพพม่าซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่เคยทำสงครามกันมา
   
ศิลปะและวัฒนธรรมนั้นมีบริบทที่กว้างขวาง
แม้แยกเป็นประเด็นก็อาจจะมีความเกี่ยวเนื่องโยงใยถึงกัน
โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวกัน
เนื่องด้วยพระราชกรณียกิจเหล่านั้นล้วนเป็นผลมาจากแนวพระราชดำริที่ทรงมีต่อศิลปวัฒนธรรม
อย่างไรก็ดี
  ในที่นี้จะกล่าวถึงแนวพระราชดำริและพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมในฐานะที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ 
ผู้ทรงทำนุบำรุง
  ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของชาติ 
ได้แก่การฟื้นฟูขนบประเพณี
  ประวัติศาสตร์และการอนุรักษ์มรดกของชาติ 
และการอนุรักษ์ภาษาไทย
 

รูปภาพของ nss 40105

1.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง                                      เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศและเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภาอำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล  การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า  อำนาจต่างๆ จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มีองค์กรอื่นเป็นผู้ใช้  เป็นต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง  แต่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มหรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการผ่านทางองค์การต่างๆ นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้              2.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการปกครอง            สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง  การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง  พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมากพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง  ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม       3.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ          พระมหากษัตริย์ทรงได้บำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อความสุขของประชาชน ราชษฎรมากมาย ทรงคิดโครงการต่างๆ ที่ทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจมากมาย เช่น โครงการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทำการเกษตร โครงงานขุดคลองระบายน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีความเจริญก้วหน้า และดีขึ้นต่อไป หรือแม้กระทั่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต        1.                       บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม                      พระมหากษัตริย์หลายพระองค์ได้ทรงทำนุบำรุพุทธศาสนา ส่งเสริมวัฒนธรรมมากมาย เช่น การแต่งบทกวี หนังสือ กาพย์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งทรงสนับสนุนการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย  และทรงสนับสนุนการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นการสืบสานต่อไป       

1.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง    

เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศและเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภาอำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล  การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า  อำนาจต่างๆ จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มีองค์กรอื่นเป็นผู้ใช้  เป็นต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง  แต่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มหรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการผ่านทางองค์การต่างๆ นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้              2.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการปกครอง            สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง  การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง  พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมากพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง  ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม       3.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ          พระมหากษัตริย์ทรงได้บำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อความสุขของประชาชน ราชษฎรมากมาย ทรงคิดโครงการต่างๆ ที่ทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจมากมาย เช่น โครงการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทำการเกษตร โครงงานขุดคลองระบายน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีความเจริญก้วหน้า และดีขึ้นต่อไป หรือแม้กระทั่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต        1.                       บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม                      พระมหากษัตริย์หลายพระองค์ได้ทรงทำนุบำรุพุทธศาสนา ส่งเสริมวัฒนธรรมมากมาย เช่น การแต่งบทกวี หนังสือ กาพย์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งทรงสนับสนุนการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย  และทรงสนับสนุนการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นการสืบสานต่อไป       

รูปภาพของ nss37858

1. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง

ตอบ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้นำในด้านการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่างๆ
ด้วยการพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อกิจการสาธารณกุศลอยู่เป็นนิจ
  ได้แก่ พระราชทานทุนการศึกษา 
สงเคราะห์คนยากจน  คนพิการ  เจ็บป่วย และชราเมื่อราษฎรประสบภัยธรรมชาติ  หรือความทุกข์ยาก 
พระองค์พระราชทานความช่วยเหลือ ทรงเป็นผู้นำทางด้านสังคมสงเคราะห์อย่างแท้จริง 
นอกจากนั้นยังทรงมีพระราชดำริให้มีโครงการเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย 
ได้แก่  โครงการอีสานเขียว  โครงการปฏิรูปที่ดิน   โครงการ สหกรณ์แบบต่างๆ   
โครงการด้านการเกษตร  โครงการฝนหลวง 
โครงการนาสาธิต  โครงการแพทย์หลวง 
โครงการพัฒนาที่ดิน  โครงการการศึกษา 
โรงเรียนร่มเกล้า  โครงการแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานคร 
โครงการฝึกอาชีพต่างๆ  เป็นต้น 
โครงการทั้งหลายนี้ล้วนได้รับการสนับสนุนจากราษฎร  หน่วยราชการ  เกิดผลดีต่อประเทศชาติและประชาชน

2. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการปกครอง

ตอบ พระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง 
การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหา
กษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก
  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึก
ร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน
  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ
แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา
  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมาก
 

3. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ
 ตอบ พระมหากษัตริย์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจทั้งปวงเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขและ
ความเจริญแก่สังคม
  ได้ทรงริเริ่มโครงการต่างๆ
ทำให้เกิดการพัฒนาขึ้นทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
   พระราชดำริและโครงการที่ทรงริเริ่มมีมากซึ่งล้วนแต่เป็นรากฐานในการพัฒนา ชาติทั้งสิ้นโครงการของพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันที่สำคัญ  ได้แก่ 
โครงการอีสานเขียว  โครงการฝนหลวง 
โครงการปลูกป่า  โครงการขุดคลองระบายน้ำ 
โครงการปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดในเมืองใหญ่  โครงการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม  และอื่นๆ ทรงทำเป็นแบบอย่างที่ดีประชาชนและหน่วยราชการนำไปปฏิบัติก่อให้เกิดประโยชน์
ในทางการพัฒนาชาติขึ้นมาก
  นอกจากนี้ทรงทำให้เกิดความคิดในการดำรงชีวิตแบบใหม่
เช่น การประกอบอาชีพ
  การใช้วิทยาการมาช่วยทำให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

4. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม

ตอบ  ทรงมีแนวพระราชดำริว่ามีความสำคัญด้วยเป็นทั่งที่มาของความเจริญ
และเป็นสิ่งที่จะช่วยดำรงความเป็นไทยไว้ได้
ดังพระบรมราโชวาทที่พระราชทานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร
    มหาวิทยาลัยศิลปากร  
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2513 
ความตอนหนึ่งว่า  "งานด้านการศึกษา
ศิลปะและวัฒนธรรมนั้น
  คืองานสร้างสรรค์ความเจริญทางปัญญาและทางจิตใจ 
ซึ่งเป็นต้นเหตุ  ทั้งองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ของความเจริญด้านอื่น
ๆ ทั้งหมด
  และเป็นปัจจัยที่ช่วยให้เรารักษาและดำรงความเป็นไทยไว้ได้สืบไป
(ทบวงมหาวิทยาลัย.2539 : 135)

ดังที่กล่าวแล้วว่าพระราชภารกิจอีกประการหนึ่งของพระมหากษัตริย์คือการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมนั้น  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นต่อศิลปวัฒนธรรมของชาติไทย 
ด้วยทรงตระหนักถึงแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงที่ประเทศไทยจะต้องพัฒนาให้ทัดเทียมกับนานาชาติ 
ซึ่งมีทั้งการรับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี  เศรษฐกิจและการค้า  และสภาพความเป็นอยู่ของคนในชาติ 
โดยยังคงดำรงความเป็นไทย  เป็นชาติที่มี
อารยธรรมเก่าแก่สืบทอดกันมานาน
  มีเอกลักษณ์อันเด่นชัดที่ก่อให้เกิดความสามัคคีในชาติ
ทรงมีพระราชดำริให้ศิลปวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวประชาชนคนไทยไว้ด้วยกันให้มีความเป็นเจ้าของร่วมกัน
และในที่สุดจะสามารถสืบทอดต่อไปสู่คนรุ่นหลัง
    ความลึกซึ้งในแนวพระราชดำริเกี่ยวกับวัฒนธรรมอันเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจของคนแต่ละชาติแต่ละภาษานั้น 
ทรงนำมาใช้เพื่อสร้างมิตรภาพได้แม้แต่ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหภาพพม่าซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่เคยทำสงครามกันมา   

ศิลปะและวัฒนธรรมนั้นมีบริบทที่กว้างขวาง
แม้แยกเป็นประเด็นก็อาจจะมีความเกี่ยวเนื่องโยงใยถึงกัน
โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวกัน
เนื่องด้วยพระราชกรณียกิจเหล่านั้นล้วนเป็นผลมาจากแนวพระราชดำริที่ทรงมีต่อศิลปวัฒนธรรม
อย่างไรก็ดี
  ในที่นี้จะกล่าวถึงแนวพระราชดำริและพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมในฐานะที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ 
ผู้ทรงทำนุบำรุง  ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของชาติ 
ได้แก่การฟื้นฟูขนบประเพณี  ประวัติศาสตร์และการอนุรักษ์มรดกของชาติ 
และการอนุรักษ์ภาษาไทย

รูปภาพของ ns37751

1.บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง   

  เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศและเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภาอำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล  การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า  อำนาจต่างๆ จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มีองค์กรอื่นเป็นผู้ใช้  เป็นต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง  แต่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มหรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการผ่านทางองค์การต่างๆ นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้               2.บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการปกครอง            สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง  การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง  พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมากพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง  ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม        3.บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจ          พระมหากษัตริย์ทรงได้บำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อความสุขของประชาชน ราชษฎรมากมาย ทรงคิดโครงการต่างๆ ที่ทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจมากมาย เช่น โครงการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทำการเกษตร โครงงานขุดคลองระบายน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีความเจริญก้วหน้า และดีขึ้นต่อไป หรือแม้กระทั่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต        4.บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม  พระมหากษัตริย์หลายพระองค์ได้ทรงทำนุบำรุพุทธศาสนา ส่งเสริมวัฒนธรรมมากมาย เช่น การแต่งบทกวี หนังสือ กาพย์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งทรงสนับสนุนการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย  และทรงสนับสนุนการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นการสืบสานต่อไป       

น.ส ปรีญากมล ปาสาโก

รูปภาพของ nss 37940

1. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง

ตอบ พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง มิต้องรับผิดชอบในกิจกรรมการเมืองต่างๆ เพราะกิจกรรมที่ทำโดยพระปรมาภิไธยของพระองค์มีผู้รับสนองพระบรมราชโองการเป็นผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว ทางวางพระองค์เป็นกลางทางการเมือง ไม่ทรงฝักใฝ่กับกลุ่มหรือพรรคการเมืองใด ไม่ทรงลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้แทนราษฎรไม่ทรงเกี่ยวข้องผูกพันกับกลุ่มผลประโยชน์ใดๆ โดยเฉพาะทรงวางพระองค์เป็นกลาง โดยยึดถือประโยชน์ส่วนรวมของชาติเป็นหลักในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ

2. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการปกครอง

ตอบ สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ การสร้างเอกราช การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมาก

พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ที่ว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม

3. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ

ตอบ การสร้างงานและสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมไทยและสังคมโลก

การพัฒนางานอาชีพให้ก้าวหน้า

พัฒนาอาชีพให้แก่ประชาชนและประเทศชาติให้มีความเจริญสูงสุด

4. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม

ตอบ ศิลปวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญของคน ในชาติ โดยเฉพาะในความเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจดีงาม มีความคิดทางสังคมที่เป็นระเบียบ แบบแผน และมีความสามารถในเชิงช่างที่สร้างสรรค์ศิลปกรรมแขนงต่าง ๆ ส่วนสถาบัน พระมหากษัตริย์เป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้นำ ทำนุบำรุงและปกป้องศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเครื่องแสดงความเป็นชาติไว้ให้สืบทอดต่อไปถึงคนรุ่นหลัง ด้วยเหตุนี้บูรพกษัตริย์ของไทยในอดีตจึงทรงมีพระราชกรณียกิจทางศิลปวัฒนธรรมที่เป็นทิศทางเดียวกันคือ การอนุรักษ์ของเก่าที่มีอยู่ การฟื้นฟูสิ่งที่กำลังจะสูญหาย และการสร้างสรรค์ของใหม่ที่พัฒนาขึ้นจากรากฐานที่มั่นคง

บทบาทของพระมหากษัตริย์นั้นอธิบายได้ยาก เพราะย่อมมีต่าง ๆ กันออกไปตามสถานการณ์ แต่โดยพื้นฐานแล้วการเป็นพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยก็คือ การเป็นประมุขของรัฐ…ผู้เป็นประมุขเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของชาติ ไม่ว่าประมุขนั้นจะมีอำนาจหรือไม่ก็ตาม ดังนั้นพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย จึงมีบทบาท อันดับแรกคือ เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ และหากทำได้เป็นผลสำเร็จก็จะเป็นเสมือน เสมือนสัญลักษณ์ที่มีชีวิตของประเทศนั้น พระมหากษัตริย์จะต้องเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับประเทศชาติ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องคงความเป็นสาระของชาติไว้ด้วยพระมหากษัตริย์ทรงเป็นตัวแทนของสิ่งต่าง ๆ ในประเทศหรือเป็นวิญญาณของประเทศชาติอาจมีต่าง ๆ กัน แต่ลักษณะสามัญพื้นฐานเหล่านั้นต้องมีอยู่ในองค์พระผู้เป็นประมุข การพัฒนาประเทศ การพัฒนาคุณภาพของประชากร และการธำรงรักษาความเป็นไทยไว้สืบไป

ที่มา

http://www.kr.ac.th/ebook/savalee/b1.htm
http://www.swu.ac.th/royal/book7/b7c1t7.html

รูปภาพของ nss37974

1.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง   เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศและเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภาอำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล  การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า  อำนาจต่างๆ จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มีองค์กรอื่นเป็นผู้ใช้  เป็นต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง  แต่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มหรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการผ่านทางองค์การต่างๆ นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้              2.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการปกครอง            สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง  การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง  พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมากพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง  ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม       3.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ          พระมหากษัตริย์ทรงได้บำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อความสุขของประชาชน ราชษฎรมากมาย ทรงคิดโครงการต่างๆ ที่ทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจมากมาย เช่น โครงการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทำการเกษตร โครงงานขุดคลองระบายน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีความเจริญก้วหน้า และดีขึ้นต่อไป หรือแม้กระทั่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต        1.                     บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม                      พระมหากษัตริย์หลายพระองค์ได้ทรงทำนุบำรุพุทธศาสนา ส่งเสริมวัฒนธรรมมากมาย เช่น การแต่งบทกวี หนังสือ กาพย์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งทรงสนับสนุนการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย  และทรงสนับสนุนการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นการสืบสานต่อไป       

รูปภาพของ nss37803

1.บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง                

**เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศและเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภาอำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล  การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า  อำนาจต่างๆ จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มีองค์กรอื่นเป็นผู้ใช้  เป็นต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง  แต่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มหรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการผ่านทางองค์การต่างๆ นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้              

2.บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการปกครอง           

**  สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง  การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง  พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมากพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง  ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม       

3.บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจ         

**พระมหากษัตริย์ทรงได้บำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อความสุขของประชาชน ราชษฎรมากมาย ทรงคิดโครงการต่างๆ ที่ทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจมากมาย เช่น โครงการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทำการเกษตร โครงงานขุดคลองระบายน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีความเจริญก้วหน้า และดีขึ้นต่อไป หรือแม้กระทั่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต      

 4.บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม 

**พระมหากษัตริย์หลายพระองค์ได้ทรงทำนุบำรุพุทธศาสนา ส่งเสริมวัฒนธรรมมากมาย เช่น การแต่งบทกวี หนังสือ กาพย์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งทรงสนับสนุนการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย  และทรงสนับสนุนการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นการสืบสานต่อไป     

รูปภาพของ nss37479

1. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง

ตอบ  ในฐานะองค์พระประมุขของประเทศ
พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชภารกิจที่ต้องทรงปฏิบัติมาก
เพราะพระองค์เท่ากับเป็นตัวแทนหรือสัญลักษณ์ของประเทศ
และเป็นผู้นำแบบอย่างของทวยราษฎร์
  อาจจำแนกพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ออกได้เป็น
4 ด้าน คือ


           
1. พิธีการและศาสนา
พระ
มหากษัตริย์ทรงเป็นองค์ประธานในพิธีการต่างๆ
ที่สำคัญของชาติมากมาย ได้แก่ การเปิดและปิดสมัยประชุมรัฐสภา
  ทรงเป็นผู้แทนทางการทูตของประเทศในการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ 
และทรงต้อนรับแขกเมือง
พระราชทานปริญญาบัตรและพระบรมราโชวาทแก่บัณฑิตของมหาวิทยาลัยต่างๆ
ในทางศาสนาพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะและองค์อัครศาสนูปถัมภก
พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจทางศาสนาเกี่ยวกับภารกิจด้านพระราชกุศลและ
พิธีต่างๆ และทรงมีพระบรมราชานุเคราะห์เพื่อความมั่นคงแห่งสถาบันศาสนาต่างๆ
ทั้งพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ

2. สงเคราะห์ประชาชน
พระ
มหากษัตริย์ทรงเป็นผู้นำในด้านการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่างๆ
ด้วยการพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อกิจการสาธารณกุศลอยู่เป็นนิจ
  ได้แก่ พระราชทานทุนการศึกษา 
สงเคราะห์คนยากจน  คนพิการ  เจ็บป่วย และชราเมื่อราษฎรประสบภัยธรรมชาติ  หรือความทุกข์ยาก 
พระองค์พระราชทานความช่วยเหลือ
ทรงเป็นผู้นำทางด้านสังคมสงเคราะห์อย่างแท้จริง
 
นอกจากนั้นยังทรงมีพระราชดำริให้มีโครงการเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย 
ได้แก่  โครงการอีสานเขียว  โครงการปฏิรูปที่ดิน   โครงการ
สหกรณ์แบบต่างๆ
   
โครงการด้านการเกษตร  โครงการฝนหลวง 
โครงการนาสาธิต  โครงการแพทย์หลวง 
โครงการพัฒนาที่ดิน  โครงการการศึกษา 
โรงเรียนร่มเกล้า  โครงการแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานคร 
โครงการฝึกอาชีพต่างๆ  เป็นต้น 
โครงการทั้งหลายนี้ล้วนได้รับการสนับสนุนจากราษฎร  หน่วยราชการ  เกิดผลดีต่อประเทศชาติและประชาชน

3. พัฒนาสังคม
พระ
มหากษัตริย์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจทั้งปวงเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขและความ
เจริญแก่สังคม
  ได้ทรงริเริ่มโครงการต่างๆ
ทำให้เกิดการพัฒนาขึ้นทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
   พระราชดำริและโครงการที่ทรงริเริ่มมีมากซึ่งล้วนแต่เป็นรากฐานในการพัฒนา
ชาติทั้งสิ้น
โครงการของพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันที่สำคัญ
  ได้แก่ 
โครงการอีสานเขียว  โครงการฝนหลวง 
โครงการปลูกป่า  โครงการขุดคลองระบายน้ำ 
โครงการปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดในเมืองใหญ่  โครงการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม  และอื่นๆ
ทรงทำเป็นแบบอย่างที่ดีประชาชนและหน่วยราชการนำไปปฏิบัติก่อให้เกิดประโยชน์
ในทางการพัฒนาชาติขึ้นมาก
  นอกจากนี้ทรงทำให้เกิดความคิดในการดำรงชีวิตแบบใหม่
เช่น การประกอบอาชีพ
  การใช้วิทยาการมาช่วยทำให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

4. การเมืองการปกครอง
สถาบัน
พระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ
  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง
การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง
 
การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหา
กษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก
  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึก
ร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน
  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ
แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา
  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง 
พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมาก

พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น 
แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี
เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า
ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง
 
ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน
  ที่ว่า 
เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม   เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม

2. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการปกครอง

ตอบ  การ ปกครองเริ่มตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
เป็นต้นมา
  หลังจากที่ได้ผนวกเอาอาณาจักรสุโขทัยมาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยา    
โดยมีลักษณะสำคัญ 2 ประการคือ

1. จัดการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง

2. แยกกิจการฝ่ายพลเรือนกับฝ่ายทหารออกจากกัน

การปกครองส่วนกลาง

สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
โปรดฯให้มีตำแหน่งสมุหกลาโหมรับผิดชอบด้านการทหาร
นอกจากนี้ยังได้ทรงตั้งหน่วยงานเพิ่มขึ้นมา อีก
2 กรม คือ

กรมมหาดไทย มีพระยาจักรีศรีองครักษ์เป็นสมุหนายก
มีฐานะเป็นอัครมหาเสนาบดี
มีหน้าที่ควบคุมกิจการพลเรือนทั่วประเทศ

กรมกลาโหม มีพระยามหาเสนาเป็นสมุหพระกลาโหม
มีฐานะเป็นอัครมหาเสนาบดี
มีหน้าที่ควบคุมกิจการทหารทั่วประเทศ

นอกจากนี้ใน 4 กรมจตุสดมภ์ที่มีอยู่แล้ว
ทรงให้มีการปรับปรุงเสียใหม่ โดยตั้งเสนาบดีขึ้นมาควบคุมและรับผิดชอบในแต่ละกรมคือ

กรมเมือง (เวียง)    
มีพระนครบาลเป็นเสนาบดี

กรมวัง                  
มีพระธรรมาธิกรณ์เป็นเสนาบดี

กรมคลัง                
มีพระโกษาธิบดีเป็นเสนาบดี

กรมนา                  
มีพระเกษตราธิการเป็นเสนาบดี

การปกครองส่วนภูมิภาค

สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงยกเลิกการปกครองแบบเดิมทั้งหมด
แล้วจัดระบบใหม่ดังนี้

1 .)
หัวเมืองชั้นใน
ยกเลิกเมืองหน้าด่านแล้วเปลี่ยนเป็นเมืองชั้นใน
มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ผู้ปกครองเมืองเหล่านี้เรียกว่า ผู้รั้ง พระมหากษัตริย์จะเป็นผู้แต่งตั้งขุนนางในกรุงศรีอยุธยา
ทำหน้าที่ผู้รั้งเมือง
ต้องรับคำสั่งจากในราชธานีไปปฏิบัติเท่านั้นไม่มีอำนาจในการปกครองโดยตรง

2) หัวเมืองชั้นนอก (เมืองพระยามหานคร)
เป็นหัวเมืองที่อยู่ภายนอกราชธานีออกไป
จัดเป็นหัวเมืองชั้นตรี โท เอก ตามขนาดและความสำคัญของหัวเมืองนั้น
เมืองเหล่านี้มีฐานะเดียวกันกับหัวเมืองชั้นใน
คือขึ้นอยู่ในการปกครองจากราชธานีเท่านั้น

3) หัวเมืองประเทศราช
ยังให้มีการปกครองเหมือนเดิม มีแบบแผนขนบธรรมเนียมเป็นของตนเอง
มีเจ้าเมืองเป็นคนในท้องถิ่นนั้น ส่วนกลางจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในด้านการปกครอง
แต่ต้องส่งเครื่องราชบรรณาการมาถวาย


การปกครองส่วนท้องถิ่น แบ่งการปกครองเป็นหน่วยย่อย โดยแบ่งเป็น

1) บ้าน หรือหมู่บ้าน
มีผู้ใหญ่บ้าน
มีผู้ว่าราชการเมืองเป็นหัวหน้า
       
จากการเลือกตั้งจากหลายบ้าน

2) ตำบล เกิดจากหลายๆ
หมู่บ้านรวมกันมีกำนันเป็นหัวหน้ามีบรรดาศักดิ์เป็น พัน


3) แขวง เกิดจากหลายๆ
ตำบลรวมกัน มีหมื่นแขวงเป็นผู้ปกครอง

4) เมือง เกิดจากหลายๆ แขวงรวมกัน
มีผู้รั้งหรือพระยามหานครเป็นผู้ปกครอง

ต่อมาในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ได้มีการปรับปรุงระเบียบการปกครองทางด้านการทหาร
ได้แก่


1. การจัดทำสารบัญชี (หรือสารบาญชี)
เพื่อให้ทราบว่ามีกำลังไพร่พลมากน้อยเพียงใด

2. สร้างตำราพิชัยสงคราม ซึ่งเป็นตำราที่ว่าด้วยการจัดทัพ     
การเดินทัพ การตั้งค่าย การจู่โจมและการตั้งรับ
ส่วนหนึ่งของตำราได้มาจากทหารอาสาชาวโปรตุเกส

3. การทำพิธีทุกหัวเมือง
ซักซ้อมความพร้อมเพรียงเพื่อสำรวจจำนวนไพร่พล
(คล้ายกับพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพลในปัจจุบัน)

 

3. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์
ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ

 

ตอบ  พระราชสถานะและพระราชอำนาจที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับยืนยันความเป็นประมุขสูงสุด
ของพระมหากษัตริย์
โดยบัญญัติว่า
องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิ
ได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้ หมายความว่า
ผู้ใดจะหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพระมหากษัตริย์ไม่ได้
ผู้ละเมิดต่อพระมหากษัตริย์ถือว่าเป็นการกระทำความผิดอย่างร้ายแรง
รัฐธรรมนูญบางฉบับถึงกับไม่ยอมให้มีการนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการล้มล้าง
สถาบันพระมหากษัตริย์

การปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทย
รัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติให้พระมหากษัตริย์ได้รับการเชิดชูให้อยู่เหนือการ เมือง
และกำหนดให้มีผู้รับสนองพระบรมราชโองการในการดำเนินการทางการเมืองการปกครอง
รัฐธรรมนูญได้กำหนดพระราชอำนาจของ

พระมหากษัตริย์ ดังนี้
1. ทรงใช้อำนาจอธิปไตย
พระมหากษัตริย์ใช้อำนาจอธิปไตย เช่น อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ
ดังนี้

ทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติทางรัฐสภา
หมายความว่า พระมหากษัตริย์ทางใช้อำนาจในการออกกฎหมาย คำแนะนำ และยินยอมของรัฐสภา
เมื่อรัฐสภาร่างกฎหมายขึ้นแล้วจะทูลเกล้าฯ
ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้เป็นกฎหมายตามขั้นตอนของ

รัฐธรรมนูญ
ทรงใช้อำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี
หมายความว่า การบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งนายกรัฐมนตรี

พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีดำเนินการไปนั้น
ถือว่ากระทำไปในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์
ทั้งนี้เพราะบรรดาพระราชบัญญัติพระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา พระราชหัตถเลขา
และพระบรมราชโองการอันเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน
คณะรัฐมนตรีเป็นผู้ปฏิบัติและรับผิดชอบทั้งสิ้น
โดยนายกรัฐมนตรีจะต้องกราบบังคมทูลและลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
พระราชอำนาจทางด้านบริหารของพระมหากษัตริย์ดังกล่าวได้แก่
การตราพระราชกฤษฎีกาไม่ขัดต่อกฎหมาย
การประกาศใช้และยกเลิกใช้กฎอัยการศึก การประกาศสงคราม
เมื่อได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา การทำสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก
หรือสนธิสัญญาอื่นกับนานาประเทศ หรือกับองค์การระหว่างประเทศ
และการพระราชทานอภัยโทษ

ทรงใช้อำนาจตุลาการทางศาล
หมายถึง ศาลเป็นผู้พิจารณาพิพากษาอรรถคดีต่าง ๆ ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและตามกฎหมายในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์
พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแต่งตั้งและการพ้นจาก
ตำแหน่งของผู้พิพากษาและตุลาการก่อนเข้ารับหน้าที่
ผู้พิพากษาและตุลาการจะต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์

2. ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้
หมายความว่า
พระมหากษัตริย์ไทยทรงอยู่ภายใต้กฎหมายก็เพียงเฉพาะกฎหมายรัฐธรรมนูญเท่านั้น
แต่ทรงอยู่เหนือกฎหมายอื่น ๆ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องตามกฎหมายใด ๆ มิได้
ทั้งนี้ก็เพราะต้องการเทิดทูนองค์พระประมุขของชาติ พระมหากษัตริย์ไม่ทรงกระทำผิด (
The
King can do no wrong) หมายความว่า
พระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระ
ปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายบกพร่องเกิดขึ้น
ผู้ลงนามรับสนองพระราชโองการจะต้องรับผิดชอบ
เพราะในทางปฏิบัตินั้น พระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่ม หรือดำเนินข้อราชการต่าง ๆ
ด้วยพระองค์เอง
จะต้องมีเจ้าหน้าที่หรืองค์กรหนึ่งองค์กรใดเป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้น
มา จะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้

3. ทรงเป็นุพุทธมามกะและทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก
นั่นก็คือทรงเป็นผู้ทรงศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาขณะเดียวกันก็ทรงเป็น
อัครศาสนูปถัมภก
คือ ทรงทำนุบำรุงอุปถัมภ์ศาสนาทั้งปวงในขอบขันฑสีมาด้วย
โดยไม่เลือกแบ่งแยกว่าเป็นศาสนาใด
สถาบันพระมหากษัตริย์กับศาสนาจึงเป็นสัญลักษณ์พิเศษอย่างหนึ่งของชาติ ไทย
  รัฐธรรมนูญบัญญัติให้พระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นพุทธมามกะและเป็นองค์ อุปถัมภ์ค้ำชูศาสนาอื่น
ๆ อย่างเสมอหน้ากัน

4. ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย
คำว่า พระมหากษัตริย์ หมายถึง นักรบผู้ยิ่งใหญ่
ด้วยเหตุนี้พระมหากษัตริย์ในอดีตจึงต้องทรงนำทัพออกศึกด้วยพระองค์เอง
ปัจจุบันแม้การรบจะไม่เกิดมีขึ้นแล้วก็ตาม แต่พระมหากษัตริย์ก็ยังทรงเป็นมั่งขวัญของเหล่าทหารหาญ
และเหนือสิ่งอื่นใดทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย
ตามที่รัฐธรรมนูญได้ถวายพระเกียรติยศไว้เป็นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญแห่งราช
อาณาจักรสยาม พุทธศักราช
2475 ว่า พระมหากษัตริย์
ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพสยาม และนับแต่วาระนั้นเป็นต้นมา
รัฐธรรมนูญที่ตราขึ้นภายหลังก็ได้มีบทบัญญัติทำนองเดียวกันนี้ปรากฏอยู่ทุก
ฉบับ พระราชสถานะ จอมทัพไทย
ตามรัฐธรรมนูญนี้ได้จำหลักลงในสำนึกของทหารไทยทุกคนเริ่มตั้งแต่ธงไชยเฉลิม
พลประจำกองทหารนั้น ก็เป็นมงคลสูงสุดสำหรับหน่วย
ด้วยเหตุว่าเป็นของที่ได้รับพระราชทานและได้บรรจุเส้นพระเจ้า(เส้นผม)
ไว้ในพระกรัณฑ์(ตลับ) บนยอดปลายสุดของธง ดังนั้นเมื่อ
กองทหารและธงไชยเฉลิมพลไปปรากฏอยู่
ณ ที่ใด
ก็เสมือนหนึ่งว่าพระมหากษัตริย์ได้เสด็จพระราชดำเนินร่วมไปด้วยในกองทัพนั้น
ทหารไทยจึงมีขวัญมั่นคงเพราะต่างทราบดีว่าตนปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยเพื่อ
ประโยชน์สูงสุดของชาติเช่นเดียวกับพระประมุขของตนนั่นเอง

5. ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะสถาปนาฐานันดรศักดิ์และพระราชทานเครื่องราช
อิสริยาภรณ์ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขของชาติ
ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะพระราชทานเกียรติยศแก่ชนทุกชั้นไม่ว่าจะเป็น
ฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ สมณศักดิ์ (ฐานันดรศักดิ์ของพระภิกษุสงฆ์)
และบรรดาศักดิ์
(ฐานันดรศักดิ์ของขุนนาง ข้าราชการ)
และทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะพระราชทานและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ทุกตระกูลทุกลำดับชั้นด้วย
การที่จะทรงสถาปนาฐานันดรศักดิ์หรือพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้น
ในสมัยราชาธิปไตยพระราชอำนาจเหล่านี้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัยสุดแต่จะทรงพระ
กรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
แต่เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองมาสู่ระบอบประชาธิปไตยตามบทบัญญัติของรัฐ ธรรมนูญแล้ว
การสถาปนาและถอดถอนฐานันดรศักดิ์

การพระราชทานและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ต้องมีนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีรับสนองพระบรมราชโองการ

อย่างไรก็ตาม
ปัจจุบันยังคงมีธรรมเนียมที่จะทรงสถาปนาฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์และพระ
ราชทานสมณศักดิ์อยู่
แต่สำหรับบรรดาศักดิ์ขุนนางหรือข้าราชการนั้น ปัจจุบันได้ยกเลิกไปแล้ว

6. ทรงเลือกและแต่งตั้งองคมนตรี
คณะองคมนตรี คือ คณะที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์
มีหน้าที่ถวายความเห็นต่อองค์พระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระ
มหากษัตริย์ทรงปรึกษา องคมนตรีประกอบด้วยผู้มทรงคุณวุฒิต่าง ๆ
โดยมีประธานองคมนตรีคนหนึ่งกับองคมนตรีอื่นอีกไม่เกิน
18 คน การเลือก การแต่งตั้ง
และการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย
เพียงแต่ประธานรัฐสภาลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งหรือพ้นจากตำแหน่ง
ขององค์มนตรีอื่น ๆ ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการทั้งสิ้น

7. ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หมายถึง ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน พระมหากษัตริย์
เมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักรหรือทรงบริหารพระราชภาระ
ไม่ได้ เช่น ประชวร ทรงผนวช ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะ หรือเมื่อราชบัลลังก์ว่างลง
ปกติแล้วเมื่อพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งผู้ใดด้วยความเห็นชอบของรัฐสภา
ผู้นั้นก็เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แต่ถ้ามิได้ทรงแต่งตั้งไว้
ให้คณะองคมนตรีเสนอชื่อผู้ใดผู้หนึ่งที่สมควรต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ
และในบางกรณีเช่น เมื่อราชบัลลังก์ว่างลง
หรือระหว่างที่ยังไม่มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไปพลางก่อนได้

ในรัชกาลปัจจุบันมีการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หลายคราว
เช่น เมื่อเสด็จไปทรงศึกษาในต่างประเทศช่วงต้นรัชกาล เมื่อทรงผนวช หรือเมื่อเสด็จฯ
ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในต่างประเทศ

8. ทรงแก้ไขกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์
กฎมณเฑียรบาลหมายถึง
กฎหมายที่พระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้นใช้บังคับในกิจการส่วนพระองค์
เช่น พระราชพิธีต่าง ๆ กิจการที่เกี่ยวกับสมาชิกแห่งพระราชวงศ์
หรือกิจการที่เกี่ยวกับราชสำนักหรือภายในเขตพระราชฐาน
โดยไม่เกี่ยวกับราษฎรอื่น ๆ

การสืบราชสมบัติ
หมายถึง การขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์
ซึ่งนับต่อเนื่องจากพระมหากษัตริย์พระองค์ก่อนมิให้ขาดตอนกัน
อันเป็นธรรมเนียมนานาประเทศ

การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์
เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะ เมื่อมีพระราชดำริประการใดให้คณะองคมนตรีจัดทำร่างกฎมณเฑียรบาลแก้ไขเพิ่ม
เติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อมีพระบรมราชวินิจฉัย
เมื่อทรงเห็นชอบและทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว
ให้ประธานองคมนตรีแจ้งประธานรัฐสภาเพื่อให้ประธานรัฐสภาแจ้งให้รัฐสภาทราบ

9. ทรงทำหนังสือสัญญา
ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก และสัญญาอื่นๆ
กับนานาประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ
นอกจากนี้หนังสือสัญญาได้มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตอำนาจแห่งรัฐ
หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้เป็นไปตามสัญญา ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา

10. ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
รัฐมนตรี ผู้พิพากษา ข้าราชการในพระองค์ และข้าราชการระดับสูง

11. พระราชทานอภัยโทษ
พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจที่จะอภัยโทษแก่ผู้ต้องโทษโดยมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พระราชสถานะและพระราชอำนาจที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
พระราชอำนาจตามประเพณีของพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยของไทย
ซึ่งไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์อาจทรงใช้พระราชอำนาจต่อไปนี้
เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

1. พระราชอำนาจที่จะทรงได้รับรู้เรื่องราวต่าง
ๆ ในฐานที่ทรงดำรงตำแหน่งประมุขของประเทศ เป็นสิทธิของพระมหากษัตริย์

ที่จะทรงได้รับการถวายรายงานให้ทรงทราบถึงสถานการณ์หรือเรื่องราวของบ้าน
เมืองเสมอ
การที่พระองค์จำเป็นต้องทรงทราบถึงเรื่องราวสำคัญก็เพื่อที่จะทรงให้คำแนะนำ
ตักเตือน เพื่อประกอบการพิจารณาของรัฐบาลหรือผู้ทราบรับผิดชอบเรื่องนั้น ๆ

2. พระราชอำนาจที่จะพระราชทานคำปรึกษาหารือ
ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีปัญหาเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน
อาจนำปัญหาขึ้นทูลเกล้าฯ
เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยได้

3. พระราชอำนาจที่จะพระราชทานคำแนะนำตักเตือน
พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะให้คำแนะนำ ตักเตือนในบางเรื่อง บางกรณีแก่รัฐสภา
รัฐบาลและศาล หรือองค์กรอื่น ๆ
ที่ทรงเห็นว่าถ้ากระทำไปแล้วจะเกิดผลเสียหายแก่บ้านเมือง

4. พระราชอำนาจที่จะพระราชทานการสนับสนุน
พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะพระราชทาน
  หรือให้การสนับสนุนการ
กระทำ
  หรือกิจการใดๆ ของรัฐหรือเอกชนได้ เช่น
โครงการหมู่บ้านสหกรณ์ โครงการฝนหลวง โครงการอีสานเขียว โครงการสร้างเขื่อน
การที่พระองค์ทรงมีพระราชดำริและให้การสนับสนุนโครงการต่าง
ๆ ย่อมเป็นขวัญและกำลังใจสำหรับผู้ที่ดำเนินการนั้น ๆ

 

 

3.บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์
ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิ

ตอบ  พระมหา
กษัตริย์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจทั้งปวงเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขและความ
เจริญแก่สังคมได้ทรงริเริ่มโครงการต่างๆทำให้เกิดการพัฒนาขึ้นทั้งในด้าน
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
พระราชดำริและโครงการที่ทรงริเริ่มมีมากซึ่งล้วนแต่เป็นรากฐานในการพัฒนา
ชาติทั้งสิ้นโครงการของพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันที่สำคัญ
ได้แก่โครงการอีสานเขียว  โครงการฝนหลวง
โครงการปลูกป่าโครงการขุดคลองระบายน้ำ
โครงการปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดในเมืองใหญ่โครงการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวด
ล้อม
และอื่นๆทรงทำเป็นแบบอย่างที่ดีประชาชนและหน่วยราชการนำไปปฏิบัติก่อให้
เกิดประโยชน์ในทางการพัฒนาชาติขึ้นมากนอกจากนี้ทรงทำให้เกิดความคิดในการ
ดำรงชีวิตแบบใหม่ เช่น
การประกอบอาชีพการใช้วิทยาการมาช่วยทำให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี
ขึ้น

 

 

 

 

4. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์
ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม

ตอบ  การพัฒนาและ
การปฏิรูปที่สำคัญๆของชาติส่วนใหญ่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้นำพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปูพื้นฐานประชาธิปไตยโดยการจัดตั้งกระทรวง
ต่างๆ
ทรงส่งเสริมการศึกษาและเลิกทาสปัจจุบันพระมหากษัตริย์ทรงเกื้อหนุนวิทยาการ
สาขาต่างๆ
ทรงสนับสนุนการศึกษาและศิลปวัฒนาธรรมทรงริเริ่มกิจการอันเป็นการแก้ปัญหา
หลักทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยจะเห็นว่าโครงการตามพระราชดำริส่วนใหญ่
มุ่งแก้ปัญหาหลักทางเกษตรกรรมเพื่อชาวนาชาวไร่
และประชาชนผู้ยากไร้และด้อยโอกาสอันเป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศ
เช่นโครงการฝนหลวง  ชลประทาน พัฒนาที่ดิน  พัฒนาชาวเขา  เป็นต้น

 

1.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง                                      เนื่อง จากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศ และเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้ อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภา อำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล  การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า  อำนาจต่างๆ จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มี องค์กรอื่นเป็นผู้ใช้  เป็น ต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมาย ความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง  แต่ ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตาม กฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยใน พระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่ม หรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายก รัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติ ว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการ ผ่านทางองค์การต่างๆ นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่ องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระ ปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับ สนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิ ได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่ หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลง พระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับ ผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้              2.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการปกครอง            สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง  การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง  พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมากพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง  ทรง เสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อ ประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม       3.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ          พระ มหากษัตริย์ทรงได้บำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อความสุขของประชาชน ราชษฎรมากมาย ทรงคิดโครงการต่างๆ ที่ทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจมากมาย เช่น โครงการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทำการเกษตร โครงงานขุดคลองระบายน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีความเจริญก้วหน้า และดีขึ้นต่อไป หรือแม้กระทั่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต        4.        บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม                      พระ มหากษัตริย์หลายพระองค์ได้ทรงทำนุบำรุพุทธศาสนา ส่งเสริมวัฒนธรรมมากมาย เช่น การแต่งบทกวี หนังสือ กาพย์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งทรงสนับสนุนการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย  และทรงสนับสนุนการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย

รูปภาพของ nss37479

1. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง

ตอบ  ในฐานะองค์พระประมุขของประเทศ
พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชภารกิจที่ต้องทรงปฏิบัติมาก เพราะพระองค์เท่ากับเป็นตัวแทนหรือสัญลักษณ์ของประเทศ
และเป็นผู้นำแบบอย่างของทวยราษฎร์
  อาจจำแนกพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ออกได้เป็น
4 ด้าน คือ


           
1. พิธีการและศาสนา
พระ มหากษัตริย์ทรงเป็นองค์ประธานในพิธีการต่างๆ
ที่สำคัญของชาติมากมาย ได้แก่ การเปิดและปิดสมัยประชุมรัฐสภา
  ทรงเป็นผู้แทนทางการทูตของประเทศในการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ 
และทรงต้อนรับแขกเมือง พระราชทานปริญญาบัตรและพระบรมราโชวาทแก่บัณฑิตของมหาวิทยาลัยต่างๆ
ในทางศาสนาพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะและองค์อัครศาสนูปถัมภก พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจทางศาสนาเกี่ยวกับภารกิจด้านพระราชกุศลและ
พิธีต่างๆ และทรงมีพระบรมราชานุเคราะห์เพื่อความมั่นคงแห่งสถาบันศาสนาต่างๆ ทั้งพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ

2. สงเคราะห์ประชาชน พระ มหากษัตริย์ทรงเป็นผู้นำในด้านการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่างๆ
ด้วยการพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อกิจการสาธารณกุศลอยู่เป็นนิจ
  ได้แก่ พระราชทานทุนการศึกษา 
สงเคราะห์คนยากจน  คนพิการ  เจ็บป่วย และชราเมื่อราษฎรประสบภัยธรรมชาติ  หรือความทุกข์ยาก 
พระองค์พระราชทานความช่วยเหลือ ทรงเป็นผู้นำทางด้านสังคมสงเคราะห์อย่างแท้จริง 
นอกจากนั้นยังทรงมีพระราชดำริให้มีโครงการเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย 
ได้แก่  โครงการอีสานเขียว  โครงการปฏิรูปที่ดิน   โครงการ สหกรณ์แบบต่างๆ   
โครงการด้านการเกษตร  โครงการฝนหลวง 
โครงการนาสาธิต  โครงการแพทย์หลวง 
โครงการพัฒนาที่ดิน  โครงการการศึกษา 
โรงเรียนร่มเกล้า  โครงการแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานคร 
โครงการฝึกอาชีพต่างๆ  เป็นต้น 
โครงการทั้งหลายนี้ล้วนได้รับการสนับสนุนจากราษฎร  หน่วยราชการ  เกิดผลดีต่อประเทศชาติและประชาชน

3. พัฒนาสังคม พระ มหากษัตริย์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจทั้งปวงเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขและความ
เจริญแก่สังคม
  ได้ทรงริเริ่มโครงการต่างๆ
ทำให้เกิดการพัฒนาขึ้นทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
   พระราชดำริและโครงการที่ทรงริเริ่มมีมากซึ่งล้วนแต่เป็นรากฐานในการพัฒนา ชาติทั้งสิ้น
โครงการของพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันที่สำคัญ
  ได้แก่ 
โครงการอีสานเขียว  โครงการฝนหลวง 
โครงการปลูกป่า  โครงการขุดคลองระบายน้ำ 
โครงการปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดในเมืองใหญ่  โครงการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม  และอื่นๆ ทรงทำเป็นแบบอย่างที่ดีประชาชนและหน่วยราชการนำไปปฏิบัติก่อให้เกิดประโยชน์
ในทางการพัฒนาชาติขึ้นมาก
  นอกจากนี้ทรงทำให้เกิดความคิดในการดำรงชีวิตแบบใหม่
เช่น การประกอบอาชีพ
  การใช้วิทยาการมาช่วยทำให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

4. การเมืองการปกครอง สถาบัน พระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง 
การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหา
กษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก
  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึก
ร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน
  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ
แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา
  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง 
พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมาก

พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น 
แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี
เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง
 
ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน
  ที่ว่า 
เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม   เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม

2. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการปกครอง

ตอบ  การ ปกครองเริ่มตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
เป็นต้นมา
  หลังจากที่ได้ผนวกเอาอาณาจักรสุโขทัยมาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยา    
โดยมีลักษณะสำคัญ 2 ประการคือ

1. จัดการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง

2. แยกกิจการฝ่ายพลเรือนกับฝ่ายทหารออกจากกัน

การปกครองส่วนกลาง

สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
โปรดฯให้มีตำแหน่งสมุหกลาโหมรับผิดชอบด้านการทหาร
นอกจากนี้ยังได้ทรงตั้งหน่วยงานเพิ่มขึ้นมา อีก
2 กรม คือ

กรมมหาดไทย มีพระยาจักรีศรีองครักษ์เป็นสมุหนายก มีฐานะเป็นอัครมหาเสนาบดี
มีหน้าที่ควบคุมกิจการพลเรือนทั่วประเทศ

กรมกลาโหม มีพระยามหาเสนาเป็นสมุหพระกลาโหม มีฐานะเป็นอัครมหาเสนาบดี
มีหน้าที่ควบคุมกิจการทหารทั่วประเทศ

นอกจากนี้ใน 4 กรมจตุสดมภ์ที่มีอยู่แล้ว
ทรงให้มีการปรับปรุงเสียใหม่ โดยตั้งเสนาบดีขึ้นมาควบคุมและรับผิดชอบในแต่ละกรมคือ

กรมเมือง (เวียง)    
มีพระนครบาลเป็นเสนาบดี

กรมวัง                  
มีพระธรรมาธิกรณ์เป็นเสนาบดี

กรมคลัง                
มีพระโกษาธิบดีเป็นเสนาบดี

กรมนา                  
มีพระเกษตราธิการเป็นเสนาบดี

การปกครองส่วนภูมิภาค

สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงยกเลิกการปกครองแบบเดิมทั้งหมด แล้วจัดระบบใหม่ดังนี้

1 .)
หัวเมืองชั้นใน ยกเลิกเมืองหน้าด่านแล้วเปลี่ยนเป็นเมืองชั้นใน
มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ผู้ปกครองเมืองเหล่านี้เรียกว่า ผู้รั้ง พระมหากษัตริย์จะเป็นผู้แต่งตั้งขุนนางในกรุงศรีอยุธยา
ทำหน้าที่ผู้รั้งเมือง ต้องรับคำสั่งจากในราชธานีไปปฏิบัติเท่านั้นไม่มีอำนาจในการปกครองโดยตรง

2) หัวเมืองชั้นนอก (เมืองพระยามหานคร) เป็นหัวเมืองที่อยู่ภายนอกราชธานีออกไป
จัดเป็นหัวเมืองชั้นตรี โท เอก ตามขนาดและความสำคัญของหัวเมืองนั้น เมืองเหล่านี้มีฐานะเดียวกันกับหัวเมืองชั้นใน
คือขึ้นอยู่ในการปกครองจากราชธานีเท่านั้น

3) หัวเมืองประเทศราช ยังให้มีการปกครองเหมือนเดิม มีแบบแผนขนบธรรมเนียมเป็นของตนเอง
มีเจ้าเมืองเป็นคนในท้องถิ่นนั้น ส่วนกลางจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในด้านการปกครอง แต่ต้องส่งเครื่องราชบรรณาการมาถวาย


การปกครองส่วนท้องถิ่น แบ่งการปกครองเป็นหน่วยย่อย โดยแบ่งเป็น

1) บ้าน หรือหมู่บ้าน มีผู้ใหญ่บ้าน
มีผู้ว่าราชการเมืองเป็นหัวหน้า
       
จากการเลือกตั้งจากหลายบ้าน

2) ตำบล เกิดจากหลายๆ
หมู่บ้านรวมกันมีกำนันเป็นหัวหน้ามีบรรดาศักดิ์เป็น พัน


3) แขวง เกิดจากหลายๆ
ตำบลรวมกัน มีหมื่นแขวงเป็นผู้ปกครอง

4) เมือง เกิดจากหลายๆ แขวงรวมกัน
มีผู้รั้งหรือพระยามหานครเป็นผู้ปกครอง

ต่อมาในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ได้มีการปรับปรุงระเบียบการปกครองทางด้านการทหาร ได้แก่


1. การจัดทำสารบัญชี (หรือสารบาญชี)
เพื่อให้ทราบว่ามีกำลังไพร่พลมากน้อยเพียงใด

2. สร้างตำราพิชัยสงคราม ซึ่งเป็นตำราที่ว่าด้วยการจัดทัพ     
การเดินทัพ การตั้งค่าย การจู่โจมและการตั้งรับ ส่วนหนึ่งของตำราได้มาจากทหารอาสาชาวโปรตุเกส

3. การทำพิธีทุกหัวเมือง ซักซ้อมความพร้อมเพรียงเพื่อสำรวจจำนวนไพร่พล
(คล้ายกับพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพลในปัจจุบัน)

 

3. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ

 

ตอบ  พระราชสถานะและพระราชอำนาจที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับยืนยันความเป็นประมุขสูงสุด ของพระมหากษัตริย์
โดยบัญญัติว่า องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิ
ได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้ หมายความว่า ผู้ใดจะหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพระมหากษัตริย์ไม่ได้
ผู้ละเมิดต่อพระมหากษัตริย์ถือว่าเป็นการกระทำความผิดอย่างร้ายแรง รัฐธรรมนูญบางฉบับถึงกับไม่ยอมให้มีการนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการล้มล้าง
สถาบันพระมหากษัตริย์

การปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทย
รัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติให้พระมหากษัตริย์ได้รับการเชิดชูให้อยู่เหนือการ เมือง และกำหนดให้มีผู้รับสนองพระบรมราชโองการในการดำเนินการทางการเมืองการปกครอง
รัฐธรรมนูญได้กำหนดพระราชอำนาจของ

พระมหากษัตริย์ ดังนี้
1. ทรงใช้อำนาจอธิปไตย
พระมหากษัตริย์ใช้อำนาจอธิปไตย เช่น อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ
ดังนี้

ทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติทางรัฐสภา
หมายความว่า พระมหากษัตริย์ทางใช้อำนาจในการออกกฎหมาย คำแนะนำ และยินยอมของรัฐสภา เมื่อรัฐสภาร่างกฎหมายขึ้นแล้วจะทูลเกล้าฯ
ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้เป็นกฎหมายตามขั้นตอนของ

รัฐธรรมนูญ
ทรงใช้อำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี
หมายความว่า การบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งนายกรัฐมนตรี

พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีดำเนินการไปนั้น ถือว่ากระทำไปในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์
ทั้งนี้เพราะบรรดาพระราชบัญญัติพระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการอันเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน
คณะรัฐมนตรีเป็นผู้ปฏิบัติและรับผิดชอบทั้งสิ้น โดยนายกรัฐมนตรีจะต้องกราบบังคมทูลและลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
พระราชอำนาจทางด้านบริหารของพระมหากษัตริย์ดังกล่าวได้แก่ การตราพระราชกฤษฎีกาไม่ขัดต่อกฎหมาย
การประกาศใช้และยกเลิกใช้กฎอัยการศึก การประกาศสงคราม
เมื่อได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา การทำสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก
หรือสนธิสัญญาอื่นกับนานาประเทศ หรือกับองค์การระหว่างประเทศ และการพระราชทานอภัยโทษ

ทรงใช้อำนาจตุลาการทางศาล
หมายถึง ศาลเป็นผู้พิจารณาพิพากษาอรรถคดีต่าง ๆ ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและตามกฎหมายในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์
พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแต่งตั้งและการพ้นจาก ตำแหน่งของผู้พิพากษาและตุลาการก่อนเข้ารับหน้าที่
ผู้พิพากษาและตุลาการจะต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์

2. ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้
หมายความว่า พระมหากษัตริย์ไทยทรงอยู่ภายใต้กฎหมายก็เพียงเฉพาะกฎหมายรัฐธรรมนูญเท่านั้น
แต่ทรงอยู่เหนือกฎหมายอื่น ๆ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องตามกฎหมายใด ๆ มิได้
ทั้งนี้ก็เพราะต้องการเทิดทูนองค์พระประมุขของชาติ พระมหากษัตริย์ไม่ทรงกระทำผิด (
The
King can do no wrong) หมายความว่า พระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระ
ปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายบกพร่องเกิดขึ้น ผู้ลงนามรับสนองพระราชโองการจะต้องรับผิดชอบ
เพราะในทางปฏิบัตินั้น พระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่ม หรือดำเนินข้อราชการต่าง ๆ
ด้วยพระองค์เอง จะต้องมีเจ้าหน้าที่หรืองค์กรหนึ่งองค์กรใดเป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้น
มา จะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้

3. ทรงเป็นุพุทธมามกะและทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก
นั่นก็คือทรงเป็นผู้ทรงศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาขณะเดียวกันก็ทรงเป็น อัครศาสนูปถัมภก
คือ ทรงทำนุบำรุงอุปถัมภ์ศาสนาทั้งปวงในขอบขันฑสีมาด้วย โดยไม่เลือกแบ่งแยกว่าเป็นศาสนาใด
สถาบันพระมหากษัตริย์กับศาสนาจึงเป็นสัญลักษณ์พิเศษอย่างหนึ่งของชาติ ไทย
  รัฐธรรมนูญบัญญัติให้พระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นพุทธมามกะและเป็นองค์ อุปถัมภ์ค้ำชูศาสนาอื่น
ๆ อย่างเสมอหน้ากัน

4. ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย
คำว่า พระมหากษัตริย์ หมายถึง นักรบผู้ยิ่งใหญ่ ด้วยเหตุนี้พระมหากษัตริย์ในอดีตจึงต้องทรงนำทัพออกศึกด้วยพระองค์เอง
ปัจจุบันแม้การรบจะไม่เกิดมีขึ้นแล้วก็ตาม แต่พระมหากษัตริย์ก็ยังทรงเป็นมั่งขวัญของเหล่าทหารหาญ
และเหนือสิ่งอื่นใดทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย ตามที่รัฐธรรมนูญได้ถวายพระเกียรติยศไว้เป็นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญแห่งราช
อาณาจักรสยาม พุทธศักราช
2475 ว่า พระมหากษัตริย์
ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพสยาม และนับแต่วาระนั้นเป็นต้นมา รัฐธรรมนูญที่ตราขึ้นภายหลังก็ได้มีบทบัญญัติทำนองเดียวกันนี้ปรากฏอยู่ทุก
ฉบับ พระราชสถานะ จอมทัพไทย ตามรัฐธรรมนูญนี้ได้จำหลักลงในสำนึกของทหารไทยทุกคนเริ่มตั้งแต่ธงไชยเฉลิม
พลประจำกองทหารนั้น ก็เป็นมงคลสูงสุดสำหรับหน่วย ด้วยเหตุว่าเป็นของที่ได้รับพระราชทานและได้บรรจุเส้นพระเจ้า(เส้นผม)
ไว้ในพระกรัณฑ์(ตลับ) บนยอดปลายสุดของธง ดังนั้นเมื่อ กองทหารและธงไชยเฉลิมพลไปปรากฏอยู่
ณ ที่ใด ก็เสมือนหนึ่งว่าพระมหากษัตริย์ได้เสด็จพระราชดำเนินร่วมไปด้วยในกองทัพนั้น
ทหารไทยจึงมีขวัญมั่นคงเพราะต่างทราบดีว่าตนปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยเพื่อ ประโยชน์สูงสุดของชาติเช่นเดียวกับพระประมุขของตนนั่นเอง

5. ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะสถาปนาฐานันดรศักดิ์และพระราชทานเครื่องราช
อิสริยาภรณ์ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขของชาติ ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะพระราชทานเกียรติยศแก่ชนทุกชั้นไม่ว่าจะเป็น
ฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ สมณศักดิ์ (ฐานันดรศักดิ์ของพระภิกษุสงฆ์) และบรรดาศักดิ์
(ฐานันดรศักดิ์ของขุนนาง ข้าราชการ) และทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะพระราชทานและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ทุกตระกูลทุกลำดับชั้นด้วย การที่จะทรงสถาปนาฐานันดรศักดิ์หรือพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้น
ในสมัยราชาธิปไตยพระราชอำนาจเหล่านี้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัยสุดแต่จะทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
แต่เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองมาสู่ระบอบประชาธิปไตยตามบทบัญญัติของรัฐ ธรรมนูญแล้ว
การสถาปนาและถอดถอนฐานันดรศักดิ์

การพระราชทานและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ต้องมีนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีรับสนองพระบรมราชโองการ

อย่างไรก็ตาม
ปัจจุบันยังคงมีธรรมเนียมที่จะทรงสถาปนาฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์และพระ ราชทานสมณศักดิ์อยู่
แต่สำหรับบรรดาศักดิ์ขุนนางหรือข้าราชการนั้น ปัจจุบันได้ยกเลิกไปแล้ว

6. ทรงเลือกและแต่งตั้งองคมนตรี
คณะองคมนตรี คือ คณะที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ มีหน้าที่ถวายความเห็นต่อองค์พระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระ
มหากษัตริย์ทรงปรึกษา องคมนตรีประกอบด้วยผู้มทรงคุณวุฒิต่าง ๆ โดยมีประธานองคมนตรีคนหนึ่งกับองคมนตรีอื่นอีกไม่เกิน
18 คน การเลือก การแต่งตั้ง
และการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย เพียงแต่ประธานรัฐสภาลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งหรือพ้นจากตำแหน่ง
ขององค์มนตรีอื่น ๆ ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการทั้งสิ้น

7. ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หมายถึง ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน พระมหากษัตริย์ เมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักรหรือทรงบริหารพระราชภาระ
ไม่ได้ เช่น ประชวร ทรงผนวช ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะ หรือเมื่อราชบัลลังก์ว่างลง ปกติแล้วเมื่อพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งผู้ใดด้วยความเห็นชอบของรัฐสภา
ผู้นั้นก็เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แต่ถ้ามิได้ทรงแต่งตั้งไว้ ให้คณะองคมนตรีเสนอชื่อผู้ใดผู้หนึ่งที่สมควรต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ
และในบางกรณีเช่น เมื่อราชบัลลังก์ว่างลง หรือระหว่างที่ยังไม่มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไปพลางก่อนได้

ในรัชกาลปัจจุบันมีการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หลายคราว
เช่น เมื่อเสด็จไปทรงศึกษาในต่างประเทศช่วงต้นรัชกาล เมื่อทรงผนวช หรือเมื่อเสด็จฯ
ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในต่างประเทศ

8. ทรงแก้ไขกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์
กฎมณเฑียรบาลหมายถึง กฎหมายที่พระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้นใช้บังคับในกิจการส่วนพระองค์
เช่น พระราชพิธีต่าง ๆ กิจการที่เกี่ยวกับสมาชิกแห่งพระราชวงศ์ หรือกิจการที่เกี่ยวกับราชสำนักหรือภายในเขตพระราชฐาน
โดยไม่เกี่ยวกับราษฎรอื่น ๆ

การสืบราชสมบัติ
หมายถึง การขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ ซึ่งนับต่อเนื่องจากพระมหากษัตริย์พระองค์ก่อนมิให้ขาดตอนกัน
อันเป็นธรรมเนียมนานาประเทศ

การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์
เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะ เมื่อมีพระราชดำริประการใดให้คณะองคมนตรีจัดทำร่างกฎมณเฑียรบาลแก้ไขเพิ่ม
เติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อมีพระบรมราชวินิจฉัย เมื่อทรงเห็นชอบและทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว
ให้ประธานองคมนตรีแจ้งประธานรัฐสภาเพื่อให้ประธานรัฐสภาแจ้งให้รัฐสภาทราบ

9. ทรงทำหนังสือสัญญา
ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก และสัญญาอื่นๆ
กับนานาประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ นอกจากนี้หนังสือสัญญาได้มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตอำนาจแห่งรัฐ
หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้เป็นไปตามสัญญา ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา

10. ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
รัฐมนตรี ผู้พิพากษา ข้าราชการในพระองค์ และข้าราชการระดับสูง

11. พระราชทานอภัยโทษ
พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจที่จะอภัยโทษแก่ผู้ต้องโทษโดยมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พระราชสถานะและพระราชอำนาจที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
พระราชอำนาจตามประเพณีของพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยของไทย
ซึ่งไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์อาจทรงใช้พระราชอำนาจต่อไปนี้ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

1. พระราชอำนาจที่จะทรงได้รับรู้เรื่องราวต่าง
ๆ ในฐานที่ทรงดำรงตำแหน่งประมุขของประเทศ เป็นสิทธิของพระมหากษัตริย์

ที่จะทรงได้รับการถวายรายงานให้ทรงทราบถึงสถานการณ์หรือเรื่องราวของบ้าน
เมืองเสมอ การที่พระองค์จำเป็นต้องทรงทราบถึงเรื่องราวสำคัญก็เพื่อที่จะทรงให้คำแนะนำ
ตักเตือน เพื่อประกอบการพิจารณาของรัฐบาลหรือผู้ทราบรับผิดชอบเรื่องนั้น ๆ

2. พระราชอำนาจที่จะพระราชทานคำปรึกษาหารือ
ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีปัญหาเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน อาจนำปัญหาขึ้นทูลเกล้าฯ
เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยได้

3. พระราชอำนาจที่จะพระราชทานคำแนะนำตักเตือน
พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะให้คำแนะนำ ตักเตือนในบางเรื่อง บางกรณีแก่รัฐสภา
รัฐบาลและศาล หรือองค์กรอื่น ๆ ที่ทรงเห็นว่าถ้ากระทำไปแล้วจะเกิดผลเสียหายแก่บ้านเมือง

4. พระราชอำนาจที่จะพระราชทานการสนับสนุน
พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะพระราชทาน
  หรือให้การสนับสนุนการ
กระทำ
  หรือกิจการใดๆ ของรัฐหรือเอกชนได้ เช่น
โครงการหมู่บ้านสหกรณ์ โครงการฝนหลวง โครงการอีสานเขียว โครงการสร้างเขื่อน การที่พระองค์ทรงมีพระราชดำริและให้การสนับสนุนโครงการต่าง
ๆ ย่อมเป็นขวัญและกำลังใจสำหรับผู้ที่ดำเนินการนั้น ๆ

 

 

3.บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์
ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิ

ตอบ  พระมหา
กษัตริย์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจทั้งปวงเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขและความ
เจริญแก่สังคมได้ทรงริเริ่มโครงการต่างๆทำให้เกิดการพัฒนาขึ้นทั้งในด้าน
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
พระราชดำริและโครงการที่ทรงริเริ่มมีมากซึ่งล้วนแต่เป็นรากฐานในการพัฒนา
ชาติทั้งสิ้นโครงการของพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันที่สำคัญ
ได้แก่โครงการอีสานเขียว  โครงการฝนหลวง
โครงการปลูกป่าโครงการขุดคลองระบายน้ำ
โครงการปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดในเมืองใหญ่โครงการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวด
ล้อม
และอื่นๆทรงทำเป็นแบบอย่างที่ดีประชาชนและหน่วยราชการนำไปปฏิบัติก่อให้
เกิดประโยชน์ในทางการพัฒนาชาติขึ้นมากนอกจากนี้ทรงทำให้เกิดความคิดในการ
ดำรงชีวิตแบบใหม่ เช่น
การประกอบอาชีพการใช้วิทยาการมาช่วยทำให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี
ขึ้น

 

 

 

 

4. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม

ตอบ - การพัฒนาและ
การปฏิรูปที่สำคัญๆของชาติส่วนใหญ่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้นำพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปูพื้นฐานประชาธิปไตยโดยการจัดตั้งกระทรวง
ต่างๆ
ทรงส่งเสริมการศึกษาและเลิกทาสปัจจุบันพระมหากษัตริย์ทรงเกื้อหนุนวิทยาการ
สาขาต่างๆ
ทรงสนับสนุนการศึกษาและศิลปวัฒนาธรรมทรงริเริ่มกิจการอันเป็นการแก้ปัญหา
หลักทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยจะเห็นว่าโครงการตามพระราชดำริส่วนใหญ่
มุ่งแก้ปัญหาหลักทางเกษตรกรรมเพื่อชาวนาชาวไร่
และประชาชนผู้ยากไร้และด้อยโอกาสอันเป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศ
เช่นโครงการฝนหลวง  ชลประทาน พัฒนาที่ดิน  พัฒนาชาวเขา  เป็นต้น

 

 

 

 

รูปภาพของ nss37937

1.                         
บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง                                      เนื่อง
จากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศ
และเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้
อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภา
อำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล
 การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า  อำนาจต่างๆ
จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มี
องค์กรอื่นเป็นผู้ใช้
 เป็น
ต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมาย
ความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง
 แต่
ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตาม
กฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยใน
พระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่ม
หรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายก
รัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติ
ว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการ
ผ่านทางองค์การต่างๆ
นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่
องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ
ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระ
ปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับ
สนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิ
ได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่
หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลง
พระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับ
ผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้
              2.                         
บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการปกครอง           
สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ
  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง  การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง  พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมากพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น
แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก
  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง  ทรง
เสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อ
ประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม
       3.                         
บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์
ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ
          พระ มหากษัตริย์ทรงได้บำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อความสุขของประชาชน
ราชษฎรมากมาย ทรงคิดโครงการต่างๆ ที่ทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจมากมาย เช่น
โครงการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทำการเกษตร โครงงานขุดคลองระบายน้ำ
และอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีความเจริญก้วหน้า และดีขึ้นต่อไป
 หรือแม้กระทั่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต        4.        บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม                      พระ มหากษัตริย์หลายพระองค์ได้ทรงทำนุบำรุพุทธศาสนา
ส่งเสริมวัฒนธรรมมากมาย เช่น การแต่งบทกวี หนังสือ กาพย์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งทรงสนับสนุนการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย
  และทรงสนับสนุนการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย

 

รูปภาพของ nss37544

1. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง                              

                   

               เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศและเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภาอำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล  การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า  อำนาจต่างๆ จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มีองค์กรอื่นเป็นผู้ใช้  เป็นต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง  แต่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มหรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการผ่านทางองค์การต่างๆ นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้   

 

2. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการปกครอง

        สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง  การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง  พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมาก       พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น  แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง  ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน  ที่ว่า  เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม   เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม

3. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ 

              พระมหากษัตริย์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจทั้งปวงเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขและความเจริญแก่สังคม  ได้ทรงริเริ่มโครงการต่างๆ ทำให้เกิดการพัฒนาขึ้นทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ   พระราชดำริและโครงการที่ทรงริเริ่มมีมากซึ่งล้วนแต่เป็นรากฐานในการพัฒนาชาติทั้งสิ้น โครงการของพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันที่สำคัญ  ได้แก่  โครงการอีสานเขียว  โครงการฝนหลวง  โครงการปลูกป่า  โครงการขุดคลองระบายน้ำ โครงการปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดในเมืองใหญ่  โครงการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม  และอื่นๆ ทรงทำเป็นแบบอย่างที่ดีประชาชนและหน่วยราชการนำไปปฏิบัติก่อให้เกิดประโยชน์ในทางการพัฒนาชาติขึ้นมาก นอกจากนี้ทรงทำให้เกิดความคิดในการดำรงชีวิตแบบใหม่ เช่น การประกอบอาชีพ  การใช้วิทยาการมาช่วยทำให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น            การพัฒนาและการปฏิรูปที่สำคัญๆ ของชาติส่วนใหญ่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้นำ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปูพื้นฐานประชาธิปไตย โดยการจัดตั้งกระทรวงต่างๆ ทรงส่งเสริมการศึกษาและเลิกทาส ปัจจุบันพระมหากษัตริย์ทรงเกื้อหนุนวิทยาการสาขาต่างๆ ทรงสนับสนุนการศึกษาและศิลปวัฒนาธรรม ทรงริเริ่มกิจการอันเป็นการแก้ปัญหาหลักทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยจะเห็นว่าโครงการตามพระราชดำริส่วนใหญ่มุ่งแก้ปัญหาหลักทางเกษตรกรรมเพื่อชาวนา  ชาวไร่ และประชาชนผู้ยากไร้และด้อยโอกาสอันเป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศ  เช่น  โครงการฝนหลวง  ชลประทาน พัฒนาที่ดิน  พัฒนาชาวเขา

4. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม

  

            การพัฒนาและการปฏิรูปที่สำคัญๆของชาติส่วนใหญ่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้นำพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปูพื้นฐานประชาธิปไตยโดยการจัดตั้งกระทรวงต่างๆ ทรงส่งเสริมการศึกษาและเลิกทาสปัจจุบันพระมหากษัตริย์ทรงเกื้อหนุนวิทยาการสาขาต่างๆ ทรงสนับสนุนการศึกษาและศิลปวัฒนาธรรมทรงริเริ่มกิจการอันเป็นการแก้ปัญหาหลักทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยจะเห็นว่าโครงการตามพระราชดำริส่วนใหญ่มุ่งแก้ปัญหาหลักทางเกษตรกรรมเพื่อชาวนาชาวไร่ และประชาชนผู้ยากไร้และด้อยโอกาสอันเป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศ  เช่นโครงการฝนหลวง  ชลประทาน พัฒนาที่ดิน  พัฒนาชาวเขา  เป็นต้น

ที่มา

http://www.bbc07politics.ob.tc/117.htm   

รูปภาพของ nss37544

....

รูปภาพของ nss37544

...

รูปภาพของ wasana nonsila

1.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง                                      เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศและเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภาอำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล  การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า  อำนาจต่างๆ จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มีองค์กรอื่นเป็นผู้ใช้  เป็นต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง  แต่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มหรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการผ่านทางองค์การต่างๆ นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้              2.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการปกครอง            สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง  การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง  พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมากพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง  ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม       

3.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมด้าเศรษฐกิจ        

 พระมหากษัตริย์ทรงได้บำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อความสุขของประชาชน ราชษฎรมากมาย ทรงคิดโครงการต่างๆ ที่ทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจมากมาย เช่น โครงการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทำการเกษตร โครงงานขุดคลองระบายน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีความเจริญก้วหน้า และดีขึ้นต่อไป หรือแม้กระทั่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต        1.                       บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ได้ทรงทำนุบำรุพุทธศาสนา ส่งเสริมวัฒนธรรมมากมาย เช่น การแต่งบทกวี หนังสือ กาพย์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งทรงสนับสนุนการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย  และทรงสนับสนุนการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นการสืบสานต่อไป       

รูปภาพของ ns37880

1.บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง                

**เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศและเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภาอำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล  การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า  อำนาจต่างๆ จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มีองค์กรอื่นเป็นผู้ใช้  เป็นต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง  แต่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มหรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการผ่านทางองค์การต่างๆ นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้              

2.บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการปกครอง           

**  สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง  การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง  พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมากพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง  ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม       

3.บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจ         

**พระมหากษัตริย์ทรงได้บำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อความสุขของประชาชน ราชษฎรมากมาย ทรงคิดโครงการต่างๆ ที่ทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจมากมาย เช่น โครงการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทำการเกษตร โครงงานขุดคลองระบายน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีความเจริญก้วหน้า และดีขึ้นต่อไป หรือแม้กระทั่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต      

 4.บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม 

**พระมหากษัตริย์หลายพระองค์ได้ทรงทำนุบำรุพุทธศาสนา ส่งเสริมวัฒนธรรมมากมาย เช่น การแต่งบทกวี หนังสือ กาพย์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งทรงสนับสนุนการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย  และทรงสนับสนุนการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นการสืบสานต่อไป       

นางสาว กัญญารัตน์ ทองเพ็ง ม.5/2 เลขที่ 28

รูปภาพของ tanyhang

 

น.ส.   ตันหยง      พวงพี่     ม.5/2     เลขที่  35  ( User Tanyhang ) 37949 1. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง ตอบ เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศและเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภาอำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล  การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า  อำนาจต่างๆ จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มีองค์กรอื่นเป็นผู้ใช้  เป็นต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง  แต่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มหรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการผ่านทางองค์การต่างๆ นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้ 2. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการปกครอง ตอบ การเมืองการปกครองสถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติการสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครองการสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครองการปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมากคนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกันการเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดารหรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดีมีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้งพระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมาก 3. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ  ตอบ พระมหากษัตริย์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจทั้งปวงเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขและความเจริญแก่สังคมได้ทรงริเริ่มโครงการต่างๆทำให้เกิดการพัฒนาขึ้นทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  พระราชดำริและโครงการที่ทรงริเริ่มมีมากซึ่งล้วนแต่เป็นรากฐานในการพัฒนาชาติทั้งสิ้นโครงการของพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันที่สำคัญ  ได้แก่โครงการอีสานเขียว  โครงการฝนหลวง  โครงการปลูกป่าโครงการขุดคลองระบายน้ำ  โครงการปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดในเมืองใหญ่โครงการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม  และอื่นๆทรงทำเป็นแบบอย่างที่ดีประชาชนและหน่วยราชการนำไปปฏิบัติก่อให้เกิดประโยชน์ในทางการพัฒนาชาติขึ้นมากนอกจากนี้ทรงทำให้เกิดความคิดในการดำรงชีวิตแบบใหม่ เช่น การประกอบอาชีพการใช้วิทยาการมาช่วยทำให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น 4. บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ตอบ  การพัฒนาและการปฏิรูปที่สำคัญๆของชาติส่วนใหญ่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้นำพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปูพื้นฐานประชาธิปไตยโดยการจัดตั้งกระทรวงต่างๆ ทรงส่งเสริมการศึกษาและเลิกทาสปัจจุบันพระมหากษัตริย์ทรงเกื้อหนุนวิทยาการสาขาต่างๆ ทรงสนับสนุนการศึกษาและศิลปวัฒนาธรรมทรงริเริ่มกิจการอันเป็นการแก้ปัญหาหลักทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยจะเห็นว่าโครงการตามพระราชดำริส่วนใหญ่มุ่งแก้ปัญหาหลักทางเกษตรกรรมเพื่อชาวนาชาวไร่ และประชาชนผู้ยากไร้และด้อยโอกาสอันเป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศ  เช่นโครงการฝนหลวง  ชลประทาน พัฒนาที่ดิน  พัฒนาชาวเขา  เป็นต้น         

อ้างอิง http://www.bbc07politics.ob.tc/117.htm

รูปภาพของ pornpawee

1.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง                                      เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศและเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภาอำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล  การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า  อำนาจต่างๆ จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มีองค์กรอื่นเป็นผู้ใช้  เป็นต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง  แต่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มหรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการผ่านทางองค์การต่างๆ นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้              2.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการปกครอง            สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง  การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง  พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมากพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง  ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม       

3.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมด้าเศรษฐกิจ        

 พระมหากษัตริย์ทรงได้บำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อความสุขของประชาชน ราชษฎรมากมาย ทรงคิดโครงการต่างๆ ที่ทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจมากมาย เช่น โครงการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทำการเกษตร โครงงานขุดคลองระบายน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีความเจริญก้วหน้า และดีขึ้นต่อไป หรือแม้กระทั่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต        1.                       บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ได้ทรงทำนุบำรุพุทธศาสนา ส่งเสริมวัฒนธรรมมากมาย เช่น การแต่งบทกวี หนังสือ กาพย์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งทรงสนับสนุนการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย  และทรงสนับสนุนการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นการสืบสานต่อไป       

รูปภาพของ suangsuda40107

 น.ส.สรวงสุดา สุโพธิ์ ม.5/2 เลขที่45

1.บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมืองตอบ บทบาท  หมายถึง  การปฏิบัติตามสิทธิ  หน้าที่อันเนื่องมาจากสถานภาพของบุคคล  เนื่องจากบุคคลมีหลายสถานภาพในคนคนเดียว  ฉะนั้นบทบาทของบุคคลจึงต้องปฏิบัติไปตามสถานภาพในสถานการณ์ตามสถานภาพนั้น ๆหน้าที่  หมายถึง  ภาระรับผิดชอบของบุคคลที่จะต้องปฏิบัติ  เช่น  หน้าที่ของบิดาที่มีต่อบุตร  เป็นต้นด้านการเมืองการปกครอง  ได้แก่(1)    การเคารพกฎหมาย(2)    การรับฟังข้อคิดเห็นของทุกคนโดยอดทนต่อความขัดแย้งที่เกิดขึ้น(3)    การยอมรับในเหตุผลที่ดีกว่า(4)    การซื่อสัตย์ต่อหน้าที่โดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน(5)    การกล้าเสนอความคิดเห็นต่อส่วนรวม  กล้าเสนอตนเองในการทำหน้าที่        สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  หรือสมาชิกวุฒิสภา(6)    การทำงานอย่างเต็มความสามารถ  เต็มเวลาเนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศและเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภาอำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล  การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า  อำนาจต่างๆ จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มีองค์กรอื่นเป็นผู้ใช้  เป็นต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง  แต่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มหรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการผ่านทางองค์การต่างๆ นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้  

2.บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการปกครอง

ตอบ การเมืองการปกครอง สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง  การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง  พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมาก  พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น  แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง  ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน  ที่ว่า  เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม   เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม    

3.บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ

ตอบ พระมหากษัตริย์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจทั้งปวงเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขและความเจริญแก่สังคม  ได้ทรงริเริ่มโครงการต่างๆ ทำให้เกิดการพัฒนาขึ้นทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ   พระราชดำริและโครงการที่ทรงริเริ่มมีมากซึ่งล้วนแต่เป็นรากฐานในการพัฒนาชาติทั้งสิ้น โครงการของพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันที่สำคัญ  ได้แก่  โครงการอีสานเขียว  โครงการฝนหลวง  โครงการปลูกป่า  โครงการขุดคลองระบายน้ำ โครงการปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดในเมืองใหญ่  โครงการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม  และอื่นๆ ทรงทำเป็นแบบอย่างที่ดีประชาชนและหน่วยราชการนำไปปฏิบัติก่อให้เกิดประโยชน์ในทางการพัฒนาชาติขึ้นมาก นอกจากนี้ทรงทำให้เกิดความคิดในการดำรงชีวิตแบบใหม่ เช่น การประกอบอาชีพ  การใช้วิทยาการมาช่วยทำให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น   การพัฒนาและการปฏิรูปที่สำคัญๆ ของชาติส่วนใหญ่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้นำ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปูพื้นฐานประชาธิปไตย โดยการจัดตั้งกระทรวงต่างๆ ทรงส่งเสริมการศึกษาและเลิกทาส ปัจจุบันพระมหากษัตริย์ทรงเกื้อหนุนวิทยาการสาขาต่างๆ ทรงสนับสนุนการศึกษาและศิลปวัฒนาธรรม ทรงริเริ่มกิจการอันเป็นการแก้ปัญหาหลักทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยจะเห็นว่าโครงการตามพระราชดำริส่วนใหญ่มุ่งแก้ปัญหาหลักทางเกษตรกรรมเพื่อชาวนา  ชาวไร่ และประชาชนผู้ยากไร้และด้อยโอกาสอันเป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศ  เช่น  โครงการฝนหลวง  ชลประทาน พัฒนาที่ดิน  พัฒนาชาวเขา     

4.    บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม

ตอบ การพัฒนาและการปฏิรูปที่สำคัญๆของชาติส่วนใหญ่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้นำพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปูพื้นฐานประชาธิปไตยโดยการจัดตั้งกระทรวงต่างๆ ทรงส่งเสริมการศึกษาและเลิกทาสปัจจุบันพระมหากษัตริย์ทรงเกื้อหนุนวิทยาการสาขาต่างๆ ทรงสนับสนุนการศึกษาและศิลปวัฒนาธรรมทรงริเริ่มกิจการอันเป็นการแก้ปัญหาหลักทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยจะเห็นว่าโครงการตามพระราชดำริส่วนใหญ่มุ่งแก้ปัญหาหลักทางเกษตรกรรมเพื่อชาวนาชาวไร่ และประชาชนผู้ยากไร้และด้อยโอกาสอันเป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศ  เช่นโครงการฝนหลวง  ชลประทาน พัฒนาที่ดิน  พัฒนาชาวเขา  เป็นต้นแหล่งอ้างอิง   

รูปภาพของ pornpimon-pornpimon

nss37838 พรพิมล ศรีสว่าง

1.บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมืองตอบ บทบาท  หมายถึง  การปฏิบัติตามสิทธิ  หน้าที่อันเนื่องมาจากสถานภาพของบุคคล  เนื่องจากบุคคลมีหลายสถานภาพในคนคนเดียว  ฉะนั้นบทบาทของบุคคลจึงต้องปฏิบัติไปตามสถานภาพในสถานการณ์ตามสถานภาพนั้น ๆหน้าที่  หมายถึง  ภาระรับผิดชอบของบุคคลที่จะต้องปฏิบัติ  เช่น  หน้าที่ของบิดาที่มีต่อบุตร  เป็นต้นด้านการเมืองการปกครอง  ได้แก่(1)    การเคารพกฎหมาย(2)    การรับฟังข้อคิดเห็นของทุกคนโดยอดทนต่อความขัดแย้งที่เกิดขึ้น(3)    การยอมรับในเหตุผลที่ดีกว่า(4)    การซื่อสัตย์ต่อหน้าที่โดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน(5)    การกล้าเสนอความคิดเห็นต่อส่วนรวม  กล้าเสนอตนเองในการทำหน้าที่        สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  หรือสมาชิกวุฒิสภา(6)    การทำงานอย่างเต็มความสามารถ  เต็มเวลาเนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศและเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภาอำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล  การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า  อำนาจต่างๆ จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มีองค์กรอื่นเป็นผู้ใช้  เป็นต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง  แต่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มหรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการผ่านทางองค์การต่างๆ นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้   2.บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการปกครองตอบ การเมืองการปกครอง สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง  การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง  พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมาก  พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น  แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง  ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน  ที่ว่า  เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม   เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม     3.บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจตอบ พระมหากษัตริย์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจทั้งปวงเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขและความเจริญแก่สังคม  ได้ทรงริเริ่มโครงการต่างๆ ทำให้เกิดการพัฒนาขึ้นทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ   พระราชดำริและโครงการที่ทรงริเริ่มมีมากซึ่งล้วนแต่เป็นรากฐานในการพัฒนาชาติทั้งสิ้น โครงการของพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันที่สำคัญ  ได้แก่  โครงการอีสานเขียว  โครงการฝนหลวง  โครงการปลูกป่า  โครงการขุดคลองระบายน้ำ โครงการปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดในเมืองใหญ่  โครงการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม  และอื่นๆ ทรงทำเป็นแบบอย่างที่ดีประชาชนและหน่วยราชการนำไปปฏิบัติก่อให้เกิดประโยชน์ในทางการพัฒนาชาติขึ้นมาก นอกจากนี้ทรงทำให้เกิดความคิดในการดำรงชีวิตแบบใหม่ เช่น การประกอบอาชีพ  การใช้วิทยาการมาช่วยทำให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น   การพัฒนาและการปฏิรูปที่สำคัญๆ ของชาติส่วนใหญ่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้นำ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปูพื้นฐานประชาธิปไตย โดยการจัดตั้งกระทรวงต่างๆ ทรงส่งเสริมการศึกษาและเลิกทาส ปัจจุบันพระมหากษัตริย์ทรงเกื้อหนุนวิทยาการสาขาต่างๆ ทรงสนับสนุนการศึกษาและศิลปวัฒนาธรรม ทรงริเริ่มกิจการอันเป็นการแก้ปัญหาหลักทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยจะเห็นว่าโครงการตามพระราชดำริส่วนใหญ่มุ่งแก้ปัญหาหลักทางเกษตรกรรมเพื่อชาวนา  ชาวไร่ และประชาชนผู้ยากไร้และด้อยโอกาสอันเป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศ  เช่น  โครงการฝนหลวง  ชลประทาน พัฒนาที่ดิน  พัฒนาชาวเขา     4.    บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมตอบ การพัฒนาและการปฏิรูปที่สำคัญๆของชาติส่วนใหญ่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้นำพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปูพื้นฐานประชาธิปไตยโดยการจัดตั้งกระทรวงต่างๆ ทรงส่งเสริมการศึกษาและเลิกทาสปัจจุบันพระมหากษัตริย์ทรงเกื้อหนุนวิทยาการสาขาต่างๆ ทรงสนับสนุนการศึกษาและศิลปวัฒนาธรรมทรงริเริ่มกิจการอันเป็นการแก้ปัญหาหลักทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยจะเห็นว่าโครงการตามพระราชดำริส่วนใหญ่มุ่งแก้ปัญหาหลักทางเกษตรกรรมเพื่อชาวนาชาวไร่ และประชาชนผู้ยากไร้และด้อยโอกาสอันเป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศ  เช่นโครงการฝนหลวง  ชลประทาน พัฒนาที่ดิน  พัฒนาชาวเขา  เป็นต้นแหล่งอ้างอิง   

 

รูปภาพของ nss40108

1.   บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง

เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศและเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภาอำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล  การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า  อำนาจต่างๆ จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มีองค์กรอื่นเป็นผู้ใช้  เป็นต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง  แต่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มหรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการผ่านทางองค์การต่างๆ นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้

   2.  บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการปกครอง

  สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง  การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง  พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมากพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพราะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง  ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม       

3.   บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ         

 พระมหากษัตริย์ทรงได้บำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อความสุขของประชาชน ราชษฎรมากมาย ทรงคิดโครงการต่างๆ ที่ทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจมากมาย เช่น โครงการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทำการเกษตร โครงงานขุดคลองระบายน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีความเจริญก้วหน้า และดีขึ้นต่อไป หรือแม้กระทั่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต 

1.      บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม                      พระมหากษัตริย์หลายพระองค์ได้ทรงทำนุบำรุพุทธศาสนา ส่งเสริมวัฒนธรรมมากมาย เช่น การแต่งบทกวี หนังสือ กาพย์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งทรงสนับสนุนการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย  และทรงสนับสนุนการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นการสืบสานต่อไป

รูปภาพของ nss 37647

1.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง                                      เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศและเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภาอำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล  การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า  อำนาจต่างๆ จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มีองค์กรอื่นเป็นผู้ใช้  เป็นต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง  แต่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มหรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการผ่านทางองค์การต่างๆ นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้              2.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการปกครอง            สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง  การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง  พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมากพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง  ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม       3.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ          พระมหากษัตริย์ทรงได้บำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อความสุขของประชาชน ราชษฎรมากมาย ทรงคิดโครงการต่างๆ ที่ทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจมากมาย เช่น โครงการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทำการเกษตร โครงงานขุดคลองระบายน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีความเจริญก้วหน้า และดีขึ้นต่อไป หรือแม้กระทั่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต        1.                       บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม                      พระมหากษัตริย์หลายพระองค์ได้ทรงทำนุบำรุพุทธศาสนา ส่งเสริมวัฒนธรรมมากมาย เช่น การแต่งบทกวี หนังสือ กาพย์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งทรงสนับสนุนการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย  และทรงสนับสนุนการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นการสืบสานต่อไป       

1.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง                                      เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศและเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภาอำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล  การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า  อำนาจต่างๆ จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มีองค์กรอื่นเป็นผู้ใช้  เป็นต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง  แต่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มหรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการผ่านทางองค์การต่างๆ นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้              2.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการปกครอง            สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง  การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง  พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมากพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง  ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม       3.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ          พระมหากษัตริย์ทรงได้บำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อความสุขของประชาชน ราชษฎรมากมาย ทรงคิดโครงการต่างๆ ที่ทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจมากมาย เช่น โครงการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทำการเกษตร โครงงานขุดคลองระบายน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีความเจริญก้วหน้า และดีขึ้นต่อไป หรือแม้กระทั่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต        1.                       บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม                      พระมหากษัตริย์หลายพระองค์ได้ทรงทำนุบำรุพุทธศาสนา ส่งเสริมวัฒนธรรมมากมาย เช่น การแต่งบทกวี หนังสือ กาพย์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งทรงสนับสนุนการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย  และทรงสนับสนุนการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นการสืบสานต่อไป       

1.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง                                      เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศและเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภาอำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล  การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า  อำนาจต่างๆ จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มีองค์กรอื่นเป็นผู้ใช้  เป็นต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง  แต่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มหรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการผ่านทางองค์การต่างๆ นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้              2.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการปกครอง            สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง  การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง  พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมากพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง  ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม       3.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ          พระมหากษัตริย์ทรงได้บำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อความสุขของประชาชน ราชษฎรมากมาย ทรงคิดโครงการต่างๆ ที่ทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจมากมาย เช่น โครงการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทำการเกษตร โครงงานขุดคลองระบายน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีความเจริญก้วหน้า และดีขึ้นต่อไป หรือแม้กระทั่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต        1.                     บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม                      พระมหากษัตริย์หลายพระองค์ได้ทรงทำนุบำรุพุทธศาสนา ส่งเสริมวัฒนธรรมมากมาย เช่น การแต่งบทกวี หนังสือ กาพย์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งทรงสนับสนุนการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย  และทรงสนับสนุนการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นการสืบสานต่อไป       

รูปภาพของ nss 37680

1.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการเมือง                                      เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศและเพื่อเป็นการเทิดพระบารมีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชนโดยทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภาอำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการทางศาล  การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า  อำนาจต่างๆ จะใช้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งในความเป็นจริงอำนาจเหล่านี้มีองค์กรอื่นเป็นผู้ใช้  เป็นต้นว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจะต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแต่มิได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีเอง  แต่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้สรรหาหรือคัดเลือกมาทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือการที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติก็มิได้หมายความว่าพระราชบัญญัตินั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มหรือสั่งการให้บัญญัติขึ้นแต่รัฐสภาเป็นองค์กรพิจารณาอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยเพราะฉะนั้นการที่บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการผ่านทางองค์การต่างๆ นั้นจึงเป็นการใช้พระราชอำนาจแต่โดยพระปรมาภิไธยแต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่องค์กรที่เป็นผู้พิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในพระบรมราชโองการหรือการกระทำในพระปรมาภิไธยของพระองค์ในกรณีที่มีความเสียหายหรือบกพร่องเกิดขึ้นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องรับผิดชอบเพราะในทางปฏิบัตินั้นพระมหากษัตริย์มิได้ทรงริเริ่มหรือดำเนินข้อราชการต่างๆด้วยพระองค์เองจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือองค์กรหนึ่งองค์กรได้เป็นฝ่ายดำเนินการและกราบทูลขึ้นมาและเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับไปปฏิบัติและรับผิดชอบเองจะไปละเมิดกล่าวโทษพระมหากษัตริย์มิได้              2.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ด้านการปกครอง            สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มีบทบาทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองการรวมชาติ  การสร้างเอกราช  การวางรากฐานการเมืองการปกครอง การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง  การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งแต่อดีตสืบต่อมาตลอดปัจจุบันบทบาทของพระมหากษัตริย์มีส่วนช่วยสร้างเอกภาพของประเทศเป็นอย่างมาก  คนไทยทุกกลุ่มไม่ว่าศาสนาใดมีขนบธรรมเนียมแตกต่างกันอย่างไรก็มีความรู้สึกร่วมในการมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน  การเสด็จออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ แม้ท้องถิ่นทุรกันดาร หรือมากด้วยภยันตรายอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ราษฎรมีขวัญและกำลังใจดี  มีความรู้สึกผูกพันกับชาติว่ามิได้ถูกทอดทิ้ง  พระราชกรณียกิจดังกล่าวของพระองค์มีส่วนช่วยในการปกครองเป็นอย่างมากพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์นั้นมีมาก  และล้วนก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมทั้งสิ้น แม้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะเป็นพระราชภาระอันหนัก  แต่ก็ได้ทรงกระทำอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ จนกระทั่งสามารถที่จะผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดี เพาะตระหนักถึงน้ำพระทัยของพระองค์ว่า ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของส่วนรวมมากกว่าพระองค์เอง  ทรงเสียสละยอมทุกข์ยากเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม       3.                          บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ          พระมหากษัตริย์ทรงได้บำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อความสุขของประชาชน ราชษฎรมากมาย ทรงคิดโครงการต่างๆ ที่ทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจมากมาย เช่น โครงการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทำการเกษตร โครงงานขุดคลองระบายน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีความเจริญก้วหน้า และดีขึ้นต่อไป หรือแม้กระทั่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต        1.                     บทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ ด้านการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม                      พระมหากษัตริย์หลายพระองค์ได้ทรงทำนุบำรุพุทธศาสนา ส่งเสริมวัฒนธรรมมากมาย เช่น การแต่งบทกวี หนังสือ กาพย์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งทรงสนับสนุนการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย  และทรงสนับสนุนการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นการสืบสานต่อไป       

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 59 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • sss28969_1