0204 เทพเจ้า 3 ตา

เทพเจ้า 3 ตา (เอ้อหลางเสิน)

 

 

   เป็นเทพองค์หนึ่งของจีนตามความเชื่อในศาสนาพุทธ เรื่องราวของเทพเอ้อหลางมีการเล่าผ่านเรื่องราวในนิยาย 2 เรื่องที่เป็นที่รู้สึกกันเป็นอย่างดีคือ “ไซอิ๋ว” กับ “พงสาวดารห้องสิน” อีกทั้งยังมีกล่าวแยกถึงประวัติของเทพเอ้อหลางใน “ทำเนียบรวมเทพ” อีกด้วย

   เรื่องราวความเป็นมาของเทพเอ้อหลางจึงมีมากมายจากหลายที่มา จึงขอเล่าเรื่องราวของเทพเอ้อหลางในแบบที่ชาวจีนเขาเล่าสืบต่อกันมาโดยกล่าวรวมๆ จากทุกที่มาที่กล่าวมาข้างต้นดังนี้


    เทพเอ้อหลางเป็นลูกชายคนที่สองของหลี่ปิงเสนาบดีแห่งราชวงศ์ฉิน ชื่อว่า เอ้อหลาง* (ในพงสาวดารห้องสินกล่าวว่า ชื่อเดิมของเทพเอ้อหลางคือ หยางเจี่ยน บิดาเป็นแซ่ หยาง) มารดาของเขาเป็นน้องสาวของเง็กเซียนฮ่องเต้ ผู้เป็นจักรพรรด์แห่งสวรรค์ นางได้หลบหนีสวรรค์ลงมาแต่งงานอยู่กินกับมนุษย์ที่โลกมนุษย์ เรื่องที่นางทำนั้นถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎของสวรรค์ นางจึงถูกจับตัวไปคุมขังที่เขาเถาซานดังนั้น เทพเอ้อหลาง จึงเป็นหลานของเง็กเซียนฮ่องเต้ เขาเติบโตมาโดยไม่ทราบเรื่องราวของมารดา แต่พอทราบว่ามารดาถูกจับตัวไปขังไว้จึงไปช่วยมารดาด้วยการผ่าเขาเถาซานออกเป็นสองซีก ครั้นเง็กเซียนฮ่องเต้ทราบเรื่องจึงให้ทหารสวรรค์จับตัวมาลงโทษ เจียงจื่อหยา (ในพงศาวดารห้องสินกล่าวถึง เจียงจื่อหยา ว่าเป็นเป็นเทพบนสวรรค์ แต่ลงไปทำงานในโลกมนุษย์ โดยมีอยู่ในโลกมนุษย์ในฐานะกุนซือของจีฟา อ๋องแห่งรัฐอู่ และเจียงจื่อหยาผู้นี้คือ อาจารย์ผู้สอนสั่งเทพเอ้อหลางมาตั้งแต่เด็กๆ ) ผู้เป็นอาจารย์ ได้ร้องขอต่อองค์เง็กเซียนให้ลดโทษเป็นการให้เทพเอ้อหลางทำความดีชดใช้ความผิด  เขาเพียรทำความดีนับแสนครั้ง เพื่อให้สวรรค์ปลดปล่อยมาดาของตนจากการคุมขัง ความดีครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งที่เขาทำคือ การช่วยบิดาปราบมังกรที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร ยังผลให้อุทกภัยที่เหล่ามนุษย์ได้ประสบอยู่นั้นทุเลาลง ผู้คนที่ทราบข่าวจึงพากันเคารพกราบไหว้เขาประดุจเทพ และเมื่อเขาได้ทำความดีหลายต่อหลายอย่างมากยิ่งขึ้น มนุษย์จึงเรียกขานเขาในนาม “เทพเอ้อหลาง” ครั้นเมื่อได้เป็นเซียนอยู่บนสวรรค์แล้ว เทพเอ้อหลางจึงได้รับตำแหน่งเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งสวรรค์ มีเซียนฝีมือดี 1,200 องค์ เป็นกองกำลัง มีอาวุธวิเศษคือ กระจกวิเศษส่องเห็นชาติกำเนิดเดิมและทวนสามแฉก อีกทั้งยังมีเห่าฟ้าซึ่งเป็นสุนัขสวรรค์เป็นสัตว์เลี้ยงคู่กาย ครั้งหนึ่งเกิดศึกใหญ่ของสวรรค์ก็ได้รับราชโองการจากองค์เง็กเซียนให้ไปปราบพญาลิงนาม “เห้งจีย” (“เห้งเจีย” ก็คือ ซุนหงอคง ลูกศิษย์ของพระถังซำจั๋งนั่นล่ะ) ทั้งสองมีฝีมือพอฟัดพอเหวียงกันมาก ดูแล้วเหมือนไม่ค่อยจะชอบหน้ากันเสียเท่าไหร่ด้วย เพราะฝ่ายหนึ่งเคร่งขรึมซื่อตรงตามกฏสวรรค์ อีกฝ่ายเอาแต่ใจไหลไปเรื่อย แต่ทั้งสองฝ่ายเหมือนสำนวนหนึ่งว่า "ไก่เห็นตีนงู-งูเห็นนมไก่"ดูได้จากการต่อสู้ครั้งหนึ่งที่ เห้งเจียไม่มีสมาธิ เหาะหนีหัวซุกหัวซุนโดยแปลงร่างเป็นนกบ้าง ปลาบ้าง เป็นศาลเจ้าบ้าง สารพัดจะแปลงตัวหลอกตาเทพเอ้อหลางที่ตามมาจับกุม แต่เทพเอ้อที่มีตาวิเศษก็ใช้ตาที่สามส่องหาจนเจอได้ทุกครั้งไป และไม่ว่าเห้งเจียจะแปลงเป็นตัวอะไรก็ตามได้หมด สุดท้ายของการตามจับตัวนั้น เทพเอ้อหลางก็จับเห้งเจียมารับการลงโทษได้ในที่สุด ว่ากันว่า เทพเอ้อหลางจะแพ้เห้งเจียก็ตรงที่เขาสามารถแปลงกายได้ 72 อย่าง ส่วนหงอคงเขาแปลงกายได้ 73 อย่าง ต่างกันไปจุดเดียวนี่เอง ส่วนเห้งเจียที่โดนจับก็ไม่ใช่ว่าฝีมือด้อยกว่าเทพเอ้อหลาง แต่เพราะนิสัยชอบทำเป็นเล่นมากไปหน่อยเลยประมาทระหว่างการต่อสู้ จึงถูกจับได้ในศึกครั้งนั้น


 
   *หลี่ คือแซ่ (ของบิดา) / เอ้อ แปลว่า สอง, ที่สอง / หลาง ในภาษาโบราณหมายถึง คุณชาย ----- ดังนั้น หลี่เอ้อหลาง จึงหมายถึง คุณชายรองแห่งตระกูลหลี่ (ข้อมูลจากตำนานพื้นบ้านจีน ที่เกี่ยวกับการสร้างเขื่อนตูเจียงเอี้ยนในเสฉวน)

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 91 คน กำลังออนไลน์