สุโขทัย

 
SUKHOTHAI

 แบบแผนการปกครอง

การจัดแบบแผนการปกครองในราชอาณาเขตของอาณาจักรสุโขทัย
อาณาจักรสุโขทัยโดยเฉพาะสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช มีการจัดแบบแผน การปกครองในลักษณะกระจายอำนาจ จากราชธานีออกสู่หัวเมืองต่างๆโดย แต่งตั้งให้เจ้าเมืองไปปกครองดูแล ตามแต่ละหัวเมืองและได้จัดลำดับความ สำคัญ ของเมือง ดังนี้

๑. เมืองราชธานีหรือเมืองหลวง ตั้งอยู่ที่กรุงสุโขทัย เป็นเมืองที่ประทับของ พระมหากษัตริย์ มีพระราชวัง และวัดวาอาราม ที่ใหญ่โตเป็นจำนวนมาก ตลอดจนเป็นศูนย์รวมด้านการปกครอง ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม พระมหากษัตริย ์เป็นผู้บัญชาการและเป็นผู้ปกครอง

๒. หัวเมืองชั้นใน(เมืองลูกหลวงหรือเมืองหน้าด่าน) เป็นเมืองที่มีความสำคัญ รองมาจากราชธานี พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งให้ พระราชโอรส หรือบุคคล ในราชวงศ์ไปปกครองดูแลต่างพระเนตรพระกรรณ เมืองลูกหลวงมีความสำคัญ ด้านยุทธศาสตร์ แต่ละเมืองตั้งอยู่รายรอบราชธานีทั้ง ๔ ทิศ และมีระยะทาง ห่างจากราชธานีประมาณ ๒ วัน ได้แก่
ทิศเหนือ ศรีสัชนาลัย

ทิศใต้ สระหลวง

ทิศตะวันออก สองแคว

ทิศตะวันตก นครชุม

๓. หัวเมืองชั้นนอก (เมืองพระยามหานคร) เมืองนี้มีที่ตั้งอยู่ห่างจากเมือง ลูกหลวงไปอีกชั้นหนึ่ง พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งชนชั้นเจ้านายและ ขุนนาง ไปปกครองดูแล เจ้าเมืองจะมีตำแหน่งเป็นขุนมีอำนาจเด็ดขาดในการปกครอง ตนเอง แต่ต้องเตรียมกำลังคน และเสบียงอาหารมาช่วยในยามมีศึกสงคราม เมืองพระยามหานคร ได้แก่ เมืองนครสวรค์ เมืองกาญจนบุรี เมืองเชียงทอง เมืองชัยนาท

๔. เมืองประเทศราช (เมืองขึ้น) เป็นเมืองที่อยู่ห่างไกลจนถึงชายพระราช อาณาเขตถูกรวมเข้ากับอาณาจักรสุโขทัยด้วยการทำสงคราม ชาวเมืองมีทั้งคน ไทยและคนต่างชาติต่างภาษา เจ้าเมืองเดิมมีสิทธิ์ขาดในการปกครองของตน เช่นเดิม เมื่อยามสงบ เมืองประเทศราช ต้องส่งเครื่องราชบรรณาการมายัง กรุงสุโขทัยตามกำหนด ๓ ปีต่อครั้ง หากเมืองขึ้นถูกรุกราน กรุงสุโขทัยจะส่ง กองทัพไปช่วยเหลือ หากมีข้าศึกยกมาตีกรุงสุโขทัย บรรดาเมืองประเทศราช ต้องส่งกำลังมาช่วยรบ เมืองประเทศราช ได้แก่ เมืองเวียงจันทร์ เมืองหลวง พระบาง เมืองหงสาวดี

 


SUKHOTHAI


คือช่วงตั้งแต่สมัยพญาเลอไท ไปจนถึงสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล)

การเมืองการปกครอง

หลังสมัยพ่อขุน รามคำแหงมหาราช มีการจัดรูปแบบการปกครองใหม่ ในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 ทรงยึดหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเป็นข้อปฏิบัติ คือ “หลักทศพิธราชธรรม” อันกล่าวถึงลักษณะของกษัตริย์ที่เรียกว่า “ธรรมราชา” หรือ พระราชาผู้ประพฤติธรรม โดยพระองค์ทรงมุ่งใช้หลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนาให้เกิดประโยชน์ในการ ปกครองบ้านเมืองซึ่งลักษณะธรรมราชานี้ปรากฏอยู่ใน “ไตรภูมิพระร่วง”คือ วรรณกรรมที่ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นใน พ.ศ. 1888

อาณาเขตการปกครองของ สุโขทัยตอนปลาย

หลังสมัยพ่อขุนราม คำแหงมหาราช อาณาจักรสุโขทัยเริ่มเกิดความไม่มั่นคงทางการเมือง ขณะเดียวกันอาณาจักรอยุธยาเริ่มเข้มแข็ง บรรดาหัวเมืองต่าง ๆ ก็ตั้งตนเป็นอิสระ อาณาจักรสุโขทัยจึงมีอาณาเขตลดน้อยลง

แบบแผนการปกครองของ สุโขทัยตอนปลาย

ยังคงปกครองบ้าน เมืองแบบเดิม แต่ได้นำเอาคติธรรมราชามาใช้ในการปกครองบ้านเมืองด้วย ซึ่งทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข มีความสัมพันธ์อย่างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ระหว่างกษัตริย์กับราษฎร และหลักธรรมทางศาสนาและหลักธรรมทางศาสนาที่นำมาใช้ได้แก่ ทศพิธราชธรรม จักรวรรดิวัตร และราชจรรยานุวัตร


สร้างโดย: 
นางสาวอภัสรา มูลมณี นางมาลัยวรรณ จันทร

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 19 คน กำลังออนไลน์