0502 บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน สามัคคีเสวก(ต่อ)

บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน สามัคคีเสวก
| ประการหนึ่งพึงคิดในจิตมั่น | ว่าทรงธรรม์เหมือนบิดาบังเกิดหัว |
| ควรเคารพยำเยงและเกรงกลัว | ประโยชน์ตัวนึกน้อยหน่อยจะดี |
| ควรนึกว่าบรรดาข้าพระบาท | ล้วนเป็นราชบริพารพระทรงศรี |
| เหมือนลูกเรืออยู่ในกลางหว่างวารี | จำต้องมีมิตรจิตรสนิทกัน |
| แม้ลูกเรือเชื่อถือผู้เป็นนาย | ต้องมุ่งหมายช่วยแรงโดยแข็งขัน |
| คอยตั้งใจฟังบังคับกัปปิตัน | นาวานั้นจึงจะรอดตลอดทะเล |
| แม้ลูกเรืออวดดีมีทิฐิ | และเริ่มริเฉโกยุ่งโยเส |
| เมื่อคลื่นลมแรงจัดซัดโซเซ | เรือจะเหล่ระยำคว่ำไป |
| แม้ต่างคนต่างเถียงเกี่ยงแก่งแย่ง | นายเรือจะเอาแรงมาแต่ไหน |
| แม้ไม่ถือเคร่งคงตรงวินัย | เมื่อถึงคราวพายุใหญ่จะครวญคราง |
| นายจะสั่งสิ่งใดไม่เข้าจิต | จะต้องติดตันใจให้ขัดขวาง |
| จะยุ่งแล้วยุ่งเล่าไม่เข้าทาง | เรือก็คงอับปางกลางสาคร |
| ถึงเสวีที่เป็นข้าฝ่าพระบาท | ไม่ควรขาดความสมัครสโมสร |
| ในพระราชสำนักพระภูธร | เหมือนเรือแล่นสาครสมุทรไทย |
| เหล่าเสวกตกที่กะลาสี | ควรคิดถึงหน้าที่นั้นเป็นใหญ่ |
| รักษาตนเคร่งคงตรงวินัย | สมานใจจงรักพระจักรี |
| ไม่ควรเลือกที่รักมักที่ชัง | สามัคคีเป็นกำลังพลังศรี |
| ควรปรองดองในหมู่ราชเสวี | ให้สมที่ร่วมพระเจ้าเราองค์เดียว |
แหล่งอ้างอิง: http://www.st.ac.th/bhatips/tip49/samakki_saewog_m2_49.html







