ประโยชน์ 4

 เมื่อพิจารณาประโยชน์ของสมุนไพรในประเทศที่พัฒนาแล้ว จะเห็นว่าสมุนไพรมีประโยชน์คือ
          1. เป็นวัตถุดิบในการผลิตตัวยาสำคัญ  เช่น ซิงโคนาใช้ผลิตควินิน ดูบอยเซีย (duboisia) ใช้ผลิตอะโทรปีน (atropine) เป็นต้น

          2. เป็นวัตถุดิบในการผลิตสารตั้งต้นในการสังเคราะห์ยา  เช่น พืชสกุลกลอย เป็นวัตถุดิบในการผลิตไดออสเจนิน (diosgenin) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาประเภทสเตียรอยด์ (steroid)หรือน้ำมันพืชเป็นวัตถุดิบในการผลิตบีตาซิโตสเตียรอล (beta sitosterol) ซึ่งใช้ผลิตยาสเตียรอยด์เป็นต้น
          3. เป็นแบบอย่างในการสังเคราะห์ยา  ยาส่วนใหญ่ที่ใช้ในปัจจุบันมีต้นกำเนิดจากธรรมชาติแทบทั้งสิ้น เมื่อค้นพบตัวยาสำคัญจากธรรมชาติแล้วจึงมีการสังเคราะห์เลียนแบบขึ้น การศึกษาหายาใหม่ๆ จากพืชจึงยังคงดำเนินอยู่ต่อไป
          4. เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อบำรุงสุขภาพ  ในช่วงเวลา  4-5 ปีที่ผ่านมานี้ชาวตะวันตกได้หันมานิยมใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากยิ่งขึ้น  เนื่องจากกลัวความเป็นพิษรุนแรงจากยาสังเคราะห์และสารตกค้างจากกระบวนการสังเคราะห์ นอกจากนี้ยังเนื่องมาจากความเชื่อที่ว่าในพืชและสัตว์มีระบบการป้องกันตัวเองที่คล้ายคลึงกัน  เช่นระบบเอนไซม์ เป็นต้น จึงเชื่อว่าผลิตภัณฑ์จากพืชและสัตว์น่าจะปลอดภัยกับคนด้วย ตัวอย่างเช่น โสม นมผึ้ง และเกสรผึ้ง เป็นต้น
          จะเห็นว่าแม้แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วก็ยังตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของสมุนไพรสำหรับประเทศไทยนั้นเรื่องการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรได้ถูกละเลยกันไประยะหนึ่ง   การที่จะพัฒนานำมาใช้ใหม่อีกครั้งจึงจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจึงได้ตั้งคณะทำงานเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาสมุนไพรในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ฉบับที่  5 (พ.ศ.2525-2529) โดยได้สรุปแนวทางที่สำคัญไว้ 4ประการ คือ

          1. การพัฒนาเพื่อการส่งออก
          2. การพัฒนาเพื่ออุตสาหกรรมยา
                    2.1 อุตสาหกรรมยาแผนโบราณ
                    2.2 อุตสาหกรรมยาแผนปัจจุบัน
          3. การพัฒนาเพื่อใช้ในการสาธารณสุขมูลฐาน
          4. การพัฒนาเพื่อยุทธปัจจัย

 

          ต่อมาในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ฉบับที่  6  คณะกรรมการพัฒนาสมุนไพรได้พิจารณาเห็นว่ารายชื่อยาที่ใช้เป็นยุทธปัจจัยสอดคล้องกับรายชื่อยาในอุตสาหกรรมยาแผนปัจจุบันจึงรวมเข้าเป็นหัวข้อเดียวกับการพัฒนาเพื่ออุตสาหกรรมยา
          โดยทั่วไปประชาชนไทยมีพฤติกรรมการรักษาอาการเจ็บไข้ของตนเองและครอบครัวเป็น 3 แบบ คือ
           1. ใช้บริการจากสถานบริการของรัฐ  ซึ่งเป็นการให้บริการในรูปของการแพทย์แผนตะวันตก
          2. พึ่งพาแพทย์พื้นบ้าน
          3. รักษาตนเอง
          จะเห็นได้ว่าการรักษาตนเอง  และการพึ่งพาแพทย์พื้นบ้านนั้นยังมีความสำคัญต่อคนไทยเป็นจำนวนมาก  โดยเฉพาะในชนบทที่ห่างไกลจากสถานบริการของรัฐ การรักษาตนเองมีข้อดีที่เป็นการรักษาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นก่อนอาการจะกำเริบมากขึ้นและเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายแต่ก็จะต้องจำกัดอยู่เฉพาะโรคที่สามารถวินิจฉัยและรักษาตนเองได้เท่านั้น  การส่งเสริมการใช้สมุนไพรจึงจำเป็นต้องพิจารณาขีดความรู้และความสามารถของประชาชนโดยเฉพาะชาวชนบทเป็นสำคัญ
                                                                                                                                     
     

สร้างโดย: 
วรัญญา สุจีรกุลกิจ และ คุณครู นิโลบล พิพัฒวรรณกุล

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 25 คน กำลังออนไลน์