:: ป้องกันริดสีดวงทวาร ด้วยอาหารชีวจิต ::


 

  

          

 

ป้องกันริดสีดวงทวาร ด้วยอาหารชีวจิต

 

เมื่อริดสีดวงทวารออกอาการให้เห็น :

     โรคริดสีดวงทวารหนัก เกิดจากการที่หลอดเลือดดำ ในช่องทวารหนักขอดและโป่งพอง ซึ่งโรคนี้จะมีระดับความรุนแรงต่างๆ กัน สาเหตุส่วนใหญ่มาจากท้องผูก ซึ่งจะทำให้เยื่อบุช่องทวารหนัก ถูกอุจจาระแข็งๆ ขูดเป็นแผล จนทำให้เลือดไหล และหลอดเลือดดำโผล่ออกมา กลายเป็นโรคริดสีดวงทวารในที่สุด ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งคือ การที่เลือดบริเวณช่องทวารหนักไหลเวียนได้ช้า โดยเฉพาะในสตรีมีครรภ์

อาการโรคริดสีดวงทวาร :

     ส่วนมากจะมีอาการเลือดออกทางทวารหนัก เป็นเลือดแดงสด เกิดขึ้นขณะถ่ายอุจจาระ อาจสังเกตมีเลือดเปื้อนกระดาษชำระ หรือมีเลือดไหลเป็นหยด โดยไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างไร บางคนอาจรู้สึกเจ็บที่ทวารหนัก และถ่ายอุจจาระลำบาก หรืออาจมีอาการคันก้น ถ้าริดสีดวงอักเสบหรือหลุดออกมาข้างนอก อาจทำให้รู้สึกปวดรุนแรงจนถึงกับนั่ง ยืนหรือเดินไม่สะดวก ถ้ามีเลือดออกมากหรือเรื้อรัง อาจทำให้เป็นโรคโลหิตจางได้
โรคริดสีดวงทวารแบ่งออกเป็นริดสีดวงทวารภายนอกกับริดสีดวงทวารภายใน หากหัวริดสีดวงอยู่ภายในช่องทวารหนัก เรียกว่า โรคริดสีดวงแบบภายใน แต่หากอยู่ต่ำลงมา หรือโผล่ออกมานอกทวาร เรียกว่า โรคริดสีดวงทวารแบบภายนอก ซึ่งหัวริดสีดวงทวารแบบภายนอก มักหดกลับเข้าไปในช่องทวารหนักได้เองในช่วงแรก แต่เมื่อเป็นนานเข้าก็อาจต้องใช้มือช่วยดันกลับเข้าไป และหากเป็นหนักๆ ก็อาจดันกลับเข้าไปไม่ได้เลย

แนวทางการรักษา :

     โรคนี้อาจไม่ต้องรักษาก็ได้ ยกเว้นกรณีที่เป็นโรคริดสีดวงทวารแบบภายนอก หรือแบบที่ทำให้เกิดการระคายเคืองในช่องทวารหนัก มีการอักเสบและมีเลือดหรือเมือกปนมากับอุจจาระ สำหรับคนอายุน้อยๆ การกินอาหารที่มีเส้นใยมากขึ้น จะช่วยแก้อาการท้องผูก และอาจทำให้หลอดเลือดดำกลับเป็นปรกติได้ ส่วนการใช้ยาขี้ผึ้งและยาเหน็บช่องทวารชนิดต่างๆ จะช่วยให้ถ่ายอุจจาระได้สะดวกขึ้น แต่ไม่ใช่ยาสำหรับรักษาโดยตรง
หากจำเป็นต้องรักษา วิธีที่ใช้กันมากคือ การฉีดยาเข้าไปในหัวริดสีดวง เพื่อให้เนื้อเยื่อของริดสีดวงแข็งตัวและหดเล็กลง ส่วนอีกวิธีหนึ่งคือ การใช้ยางรัดหัวริดสีดวง เพื่อตัดทางเดินเลือด ซึ่งทั้งสองวิธีอาจทำให้รู้สึกไม่สบาย และมีเลือดออกบ้าง แต่อาการต่างๆ จะหายไปเองภายในเวลาไม่กี่วัน ส่วนผู้ที่เป็นโรคริดสีดวงทวารชนิดรุนแรง อาจต้องผ่าตัดเอาหัวริดสีดวงออก

ทำอย่างไรท้องจึงไม่ผูก?? :

     วิธีที่ง่ายที่สุดในการทำให้ระบบขับถ่ายสามารถขับถ่ายได้เป็นปรกติก็คือ การปรับเปลี่ยนอาหาร โดยเปลี่ยนจากการรับประทานข้าวขาว มาเป็นธัญพืชครบส่วน เช่น ข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ รับประทานผักผลไม้สดมากๆ เพื่อให้ได้เส้นใย หรือพืชจำพวกที่มีคาร์โบไฮเดรต และโปรตีนร่วมกัน อย่างเผือก มันเทศ มันฝรั่ง ฟักทอง หรือกลอย ซึ่งพืชเหล่านี้จะย่อยง่าย มีกากมากและมีน้ำมันหล่อลื่น ช่วยให้ขับถ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมทั้งดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละหนึ่งลิตร

     นอกจากนั้นควรสร้าง สุขนิสัยในการขับถ่าย เมื่อปวดก็อย่าอั้นไว้ ควรถ่ายทันที หากกิจวัตรในการขับถ่ายของเราต่างจากคนอื่น ก็ไม่ต้องกังวล เช่น บางคนก็ถ่ายไม่บ่อย หรือถ่ายวันแล้วเว้นไปสองวัน เพราะแต่ละคนย่อมมีข้อแตกต่างปลีกย่อยมากมายในชีวิต
หากดูแลตัวเอง ด้วยวิธีง่ายๆ ข้างต้นแล้ว อาการท้องผูกยังไม่ทุเลาลง หรือหากกิจวัตรในการถ่ายอุจจาระเปลี่ยนไป โดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะคนที่อายุ 40 ปีขึ้นไป ควรปรึกษาแพทย์ เนื่องจากอาการท้องผูกที่เกิดร่วมกับอาการปวดท้อง น้ำหนักตัวลด หรืออุจจาระมีเลือดปน อาจเกิดจากสาเหตุร้ายแรง เช่น ลำไส้อักเสบ หรือมีเนื้องอกในลำไส้

อ้างอิงที่มาของรูปภาพจาก : http://www.moomthai.com/images/healty/32.jpg 

อ้างอิงที่มาของเนื้อหาจาก : http://healthy.moomthai.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95/detail38-2.html

 

  กลับด้านบน

 

สร้างโดย: 
คุณครูนิโลบล พิพัฒวรรณกุล และนางสาวสุภาดา โค้ววัฒนา โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย ปีการศึกษา 2553

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 35 คน กำลังออนไลน์