การสร้างหนังสือภาพสามมิติ
การสร้างหนังสือภาพสามมิติเพื่อใช้ประกอบการเล่านิทานเรื่อง “ผจญภัยเมืองขยะ”
ประกอบการสอนวิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
นายสุรพงษ์ แก่นอากาศ
ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีการศึกษา
มหาวิทยาลัยรามคำแหง
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (experimental) มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างหนังสือภาพสามมิติเรื่อง “ผจญภัยเมืองขยะ” ประกอบการสอนวิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต เรื่อง “ สิ่งที่อยู่รอบตัวเรา” ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเซนต์จอห์นเพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ด้วยวิธีการเล่านิทานประกอบหนังสือภาพสามมิติ กับการเรียนแบบเล่านิทานปกติและเพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีผลต่อการเรียนด้วยหนังสือภาพสามมิติที่ได้จากการสุ่มตัวอย่าง อย่างง่าย 2 ห้องเรียน จำนวน 60 คน และการสุ่มเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 คน กลุ่มทดลองเรียนด้วยวิธีการเรียนแบบเล่านิทานประกอบหนังสือภาพสามมิติส่วนกลุ่มควบคุมเรียนด้วยการเรียนการเล่านิทานปกติ กลุ่มที่ได้ฟังการเล่านิทานด้วยการใช้หนังสือภาพสามมิติจะมีคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบหลังเรียน สูงกว่า นักเรียนที่ได้ฟังการเล่านิทานแบบปกติ
ผลการวิจัยปรากฏว่าหนังสือภาพสามมิติที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.00 / 85.75 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ส่วนความพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วยหนังสือสามมิติ โดยค่าเฉลี่ยทั้งฉบับเท่ากับ 4.00 ค่าความแปรปรวนเท่ากับ 7.2 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดี และนักเรียนที่เรียนจากการเรียนด้วยวิธีการเรียนแบบเล่านิทานประกอบหนังสือภาพสามมิติ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น t =2.71 แสดงว่านักเรียนที่เรียนด้วยวิธีการเรียนแบบเล่านิทานประกอบภาพสามมิติ กับการเรียนแบบเล่านิทานปกติแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .05
ABSTRAT
This aim of this experimental research paper was to study the making of a three – dimensional pop-up book on “Adventures in Garbage City” as supplementary teaching material foe the subject Life Experience: “Things Around Us” at the Prathom Suksa 6 level of St. John’s School. Its aim is to study the learning achievement in the subject: Life Experience by studying the stories accompanied by the three dimensional, pop-up book and studying the stories only in order to evaluate the students’ opinion regarding studying with this material.
The research population consisted of 60 students chosen by simple random sampling from two classes. The subject were divided into two groups of 30 students each, the experimental group and control group. The experimental group studies the tales using the three-dimensional, pop-up book, while the control group studied the tales only. The former received a higher score on the test at the end of the project than latter.
The research results indicated that the three-dimensional, pop-up book had an efficiency ratio of 88.00 / 80.00 in accordance with the set standard. The students’ satisfaction with regard to studying with the three- dimensional book was at an average level of 4.00. This equaled 0.72 which was considered good. The students who had studied the tales together with the three- dimensional book demonstrated a high level of learning achievement of T. 2.71. In other words, the difference between the students studying from the three- dimensional pop-up book and those studying the stories only was at a statistically significant level of .05.
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
ปัญหาขยะมูลฝอยที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน สาเหตุเพราะจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น ผลการปฏิวัติอุตสาหกรรมทำให้ขยะมูลฝอยเพิ่มมากขึ้นก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงหลายด้าน
การจะแก้ปัญหาขยะต้องอาศัยความร่วมมือความรับผิดชอบและการปลูกจิตสำนึกในการกำจัดขยะมูลฝอย แต่คงกระทำได้ยาก เนื่องจากเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน จำเป็นต้องอาศัยรูปแบบ วิธีการ ทฤษฎี รวมทั้งสื่อต่างๆ ที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดสิ่งจูงใจให้ผู้เรียนต้องการที่จะเรียน และปฏิบัติตามในสิ่งที่ดีงามที่สมควรปฏิบัติ จะผลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศชาติในอนาคต
หนังสือภาพสามมิติเป็นสื่อการเรียนการสอนที่เร้าความสนใจให้เด็กเกิดความสนุกสนานไปกับการเรียน กระทรวงศึกษาธิการ (2530, หน้า 35) ที่ได้สำรวจความสนใจของเด็กระดับประถมศึกษาต่อหนังสือภาพปรากฏว่า ชอบอ่านหนังสือภาพถึงร้อยละ 94.48 และเด็กในวัย 8-14 ปีสนใจอ่านหนังสือภาพร้อยละ 90
การใช้นิทานเป็นเครื่องมือในการปลูกสร้างจิตสำนึกให้แก่เด็กในประเทศไทยมานานนิทานช่วยให้เด็กเพลินเพลิดสนุกสนานยังสอดแทรกคุณธรรมความรู้ เด็กได้ซึมซับเข้าไปโดยไม่รู้ตัว มีคุณค่าต่อการพัฒนาทางด้านภาษา ปลูกฝั่งให้เด็กมีนิสัยรักการอ่าน
การวิจัยทดลองใช้หนังสือภาพสามมิติเรื่อง “ผจญภัยเมืองขยะ” ประกอบการเล่านิทาน ในการเรียนการสอนวิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตสำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อศึกษาเปรียบเทียบกับการเล่านิทานแบบปกติ และผลของการวิจัยจะเป็นแนวทางในการพัฒนาสื่อสามารถประยุกต์ใช้ในการศึกษาวิชาต่างๆ ต่อไป
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
เพื่อสร้างหนังสือภาพสามมิติเรื่อง “ผจญภัยเมืองขยะ” ประกอบการสอนวิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ด้วยวิธีการเรียนแบบเล่านิทานประกอบหนังสือภาพสามมิติ กับการเรียนแบบเล่านิทานปกติ และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีผลต่อการเรียนด้วยหนังสือภาพสามมิติ
สมมติฐานของการวิจัย
1. หนังสือภาพสามมิติ ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2. นักเรียนกลุ่มที่ได้ฟังการเล่านิทานด้วยการใช้หนังสือภาพสามมิติจะมีคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบความรู้หลังเรียน สูงกว่า นักเรียนที่ได้ฟังการเล่านิทานแบบปกติ
3. นักเรียนมีความพึงพอใจกับรูปแบบการเรียนด้วยการใช้หนังสือภาพสามมิติ
วิธีดำเนินการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเพื่อสร้างและทดลองใช้หนังสือภาพสามมิติเพื่อสร้างและทดลองใช้หนังสือภาพสามมิติเรื่อง “ผจญภัยเมืองขยะ” ประกอบการเรียนการสอนวิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงทดลอง (experimental research) รูปแบบ Control– Group Posttest-Only Design (ล้วน สายยศและอังคนา สายยศ, 2538 หน้า 249)
ประชากรกลุ่มตัวอย่าง
ผู้วิจัยได้ใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่6 โรงเรียนเซนต์จอห์น ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2547 จำนวน 5 ห้องเรียน 155 คนโดยใช้วิธีสุ่มอย่างง่าย (simple random sampling) มา 2ห้องจำนวน 60 คนแล้วแบ่งนักเรียนทั้งหมดออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองกลุ่มละ 30 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย
1. หนังสือภาพสามมิติเรื่อง “ผจญภัยเมืองขยะ”
2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจำนวน 10 ข้อ เป็นข้อสอบแบบเลือกตอบ (multiple choice) ชนิด 4 ตัวเลือก
3. แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเล่านิทานโดยใช้หนังสือภาพสามมิติ
4. แบบประเมินสื่อ
การเก็บรวบรวมข้อมูล
ผู้วิจัยได้ดำเนินการทดลองแบ่งนักเรียนออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละ 30 คนแล้วใช้วิธีจับฉลาก กลุ่มทดลอง ให้ครูผู้สอนเล่านิทานประกอบหนังสือภาพสามมิติ กลุ่มควบคุมเล่านิทานแบบปกติ จากนั้นให้นักเรียนทั้งสองกลุ่มทำแบบฝึกหัดวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใช้เวลา 10 นาที่ นักเรียนที่เรียนโดยครูผู้สอนเล่านิทานประกอบหนังสือภาพสามมิติตอบแบบสอบถามความพอใจของนักเรียนกับรูปแบบการเรียนด้วยหนังสือภาพสามมิติ ผู้วิจัยดำเนินการนำคะแนนที่ได้มาประเมิน โดยใช้สถิติต่างๆตามที่กำหมด
การวิเคราะห์ข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูลนั้น ผู้วิจัยใช้วิธีดังนี้
ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของหนังสือภาพสามมิติ
ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม
ตอนที่ 3 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเล่านิทานโดยใช้หนังสือภาพสามมิติ
ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของหนังสือภาพสามมิติ
ผลการวิจัย
ผลจากการศึกษาวิจัย เรื่องการสร้างหนังสือภาพสามมิติเพื่อใช้ประกอบการเล่านิทานเรื่อง “ผจญภัยเมืองขยะ” ประกอบการสอนวิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2547
1.หนังสือภาพสามมิติ ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 88.00/80.00 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้
2.นักเรียนกลุ่มที่ได้ฟังการเล่านิทานด้วยการใช้หนังสือภาพสามมิติมีคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบความรู้หลังเรียน สูงกว่า นักเรียนที่ได้ฟังการเล่านิทานปกติ
3.นักเรียนมีความพึงพอใจกับรูปแบบการเล่านิทานด้วยการใช้หนังสือภาพสามมิติ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดี
ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัย
1.ควรเลือกวัสดุที่สามารถใช้ได้นานๆ
2.เพิ่มจำนวนหนังสือให้มากขึ้น โดยทำเล่มให้เล็กลงจะพกพาได้สะดวก
3.การนำเสนอโดยครูใช้ประกอบการสอน อาจเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้ในรูปแบบอื่นเช่นสื่อการเรียนการสอนเป็นรายบุคคล
4.ควรสร้างภาพสามมิติในเนื้อหาวิชาอื่นๆเพื่อนำมาศึกษาข้อดีข้อเสียหรือข้อจำกัดในการนำสื่อนี้มาใช้ในการเรียนการสอน
5.ควรนำหนังสือภาพสามมิติไปศึกษาเปรียบเทียบสื่ออื่นๆแล้วศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนว่าแตกต่างกันหรือไม่
กิตติกรรมประกาศ
การศึกษาวิจัยการสร้างหนังสือภาพสามมิติเพื่อใช้ประกอบการเล่านิทานเรื่อง “ผจญภัยเมืองขยะ”ประกอบการสอนวิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต สำเร็จด้วยดี ด้วยความอนุเคราะห์ของรองศาสตราจารย์ศุภนิมิต อารีหทัยรัตน์ กรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศุภชัย ตันศิริ กรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ รองศาสตราจารย์ศศิธร แม้นสงวน กรรมการสอบวิทยานิพนธ์และอาจารย์ไพศาล สุวรรณเศรษฐ์ ที่ได้กรุณาให้คำปรึกษาและตรวจแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆให้วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ถูกต้องสมบูรณ์ผู้วิจัยขอกราบขอบพระคุณ
ขอกราบขอบพระคุณ คณาจารย์และนักเรียนโรงเรียนเซนต์จอห์น ที่ให้ความอนุเคราะห์ใช้สถานที่ในการวิจัย ตรวจเนื้อหาและประเมินสื่อหนังสือภาพสามมิติ ในการทำวิจัย
ขอกราบขอบพระคุณคุณพ่อคุณแม่ที่คอยห่วงใยและให้กำลังใจในการทำวิจัย และขอบคุณวราภรณ์ เจียมเรือน คุณปิยนันท์ สัตยาวุฒิพงศ์ จนประสบผลสำเร็จเป็นวิทยานิพนธ์







