วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดสำคัญที่สุดของกรุงรัตนโกสินทร์


รูปภาพของ sss28309

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม 

วัดพระแก้วมรกต   วัดสำคัญที่สุดของกรุงรัตนโกสินทร์

 

 

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดพระแก้ว นั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดเกล้าฯ ให้

สร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ แล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๓๒๗

 

      เป็นวัดที่สร้างขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวัง  ตามแบบวัดพระศรีสรรเพชญ สมัยอยุธยา วัดนี้อยู่ในเขตพระราชฐานชั้น-

นอก   ทางทิศตะวันออก มีพระระเบียงล้อมรอบเป็นบริเวณ เป็นวัดคู่กรุงที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ใช้เป็นที่บวชนาคหลวง

และประชุมข้าทูลละอองพระบาทถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา

       รัชกาลที่ ๑  โปรดเกล้าให้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรหรือพระแก้วมรกต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง

ของไทย มา ประดิษฐาน ณ ที่นี้ วัดพระศรีรัตนศาสดารามนี้ ภายหลังจากการสถาปนาแล้ว  ก็ได้รับการปฏิสังขรณ์สืบต่อมา

ทุกรัชกาล เพราะเป็นวัดสำคัญ  จึงมีการปฏิสังขรณ์ใหญ่ทุก ๕๐ ปี   คือในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว -

ภูมิพลอดุลยเดช   รัชกาลปัจจุบัน

 

     เนื่องในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ  ๒๐๐ ปี  ในปี  พ.ศ. ๒๕๒๕ ที่ผ่านมา การบูรณปฏิสังขรณ์ที่ผ่านมา

มุ่งอนุรักษ์สถาปัตยกรรมและศิลปกรรมอันเป็นมรดกชิ้นเอกของชาติ ให้คงความงามและรักษาคุณค่าของช่างศิลปไทยไว้

อย่างดีที่สุด เพื่อให้วัดพระศรีรัตนศาสดารามนี้อยู่คู่กับกรุงรัตนโกสินทร์ตลอดไป

 

พระอุโบสถ

 

สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๑ เป็นพระอุโบสถขนาดใหญ่ หลังคาลด ๔ ระดับ ๓ ซ้อน มีช่อฟ้า ๓ ชั้น ปิดทองประดับกระจก ตัว

พระอุโบสถมี ระเบียงเดินได้โดยรอบ มีหลังคาเป็นพาไลคลุม รับด้วยเสานางรายปิดทองประดับกระจกทั้งต้น พนักระเบียง

รับเสานางราย ทำเป็นลูก ฟักประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีอย่างจีน ตัวพระอุโบสถมีฐานปัทม์รับอีกชั้นหนึ่ง ประดับครุฑยุด

นาคหล่อด้วยโลหะปิดทอง มีเสาราย เทียนหล่อด้วยทองแดงล้อมรอบทั้งสี่ด้าน 

 

ผนังพระอุโบสถ ในรัชกาลที่ ๑ เขียนลายรดน้ำบนพื้นชาดแดง รัชกาลที่ ๓ โปรดเล้าฯ ให้ปั้นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ปิดทอง

ประดับกระจก เพื่อให้เข้ากับผนังมณฑป ปิดทองประดับกระจก บานพระทวารและพระบัญชรประดับมุกทั้งหมด ฝีมือช่าง

สมัยรัชกาลที่ ๑ ที่เชิงบันไดมีสิงห์หล่อด้วยสำริดบันไดละคู่ รวม ๑๒ ตัว โดยได้แบบมาจากเขมรคู่หนึ่ง แล้วหล่อเพิ่ม

อีก ๑๐ ตัว 
 

พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร

ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร(พระแก้วมรกต) พระพุทธรูปปางสมาธิ ทำด้วยมณี

สีเขียวเนื้อเดียวกันทั้งองค์หน้าตักกว้าง ๔๘.๓ ซม. สูงตั้งแต่ฐานถึงยอดพระเศียร ๖๖ ซม. ประดิษฐานอยู่ในบุษบก

ทองคำ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร  พระบาทสมเด็จพระพุทธ-ยอดฟ้าจุฬาโลก มีพระราชศรัทธาสร้างเครื่องทรง

ถวายเป็นพุทธบูชา สำหรับฤดูร้อนและฤดูฝน

     เครื่องทรงสำหรับฤดูร้อน เป็นเครื่องต้นประกอบด้วยมงกุฎพาหุรัด ทองกร พระสังวาล เป็นทองลงยา ประดับ

มณีต่างๆจอมมงกุฎประดับด้วยเพชร

     เครื่องทรงสำหรับฤดูฝน เป็นทองคำ เป็นกาบหุ้มองค์พระอย่างห่มดอง จำหลักลายที่เรียกว่าลายพุ่มข้าวบิณฑ์ 

 พระเศียรใช้ทองคำเป็นกาบหุ้ม ตั้งแต่ไรพระศกถึงจอมเมาฬี เม็ดพระศกลงยาสีน้ำเงินแก่ พระลักษมีทำเวียนทักษิณาวรรต

ประดับมณีและลงยาให้เข้ากับเม็ดพระศก

     พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างเครื่องฤดูหนาวถวายอีกชุดหนึ่ง ทำด้วยทองเป็นหลอดลงยาร้อยด้วย

ลวดทองเกลียว ทำให้ไหวได้ตลอดเหมือนกับผ้า ใช้คลุมทั้งสองพาหาขององค์พระ

     บุษบกทองที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร สร้างด้วยไม้สลักหุ้มทองคำทั้งองค์  ฝังมณีมีค่าสีต่างๆ ทรวด-

ทรงงดงามมาก   เป็นฝีมือช่างรัชกาลที่  ๑   เดิมบุษบกนี้ตั้งอยู่บนฐานชุกชี   พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างพระเบญจาสามชั้น หุ้มด้วยทองคำ สลักลายวิจิตรหนุนองค์บุษบกให้สูงขึ้น บนฐานชุกชีด้านหน้า

ประดิษฐานพระสัมพุทธพรรณี   เป็นพระพุทธรูปที่คิดแบบขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ ๔   โดยไม่มีเมฬี   มีรัศมีอยู่กลาง

พระเศียร   จีวรที่ห่มคลุมองค์พระเป็นริ้ว   พระกรรณ เป็นแบบหูมนุษย์ธรรมดาโดยทั่วไป

     หน้าฐานชุกชีประดิษฐานพระพุทธปฏิมากรฉลองพระองค์รัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่  ๒  องค์ด้านเหนือพระนามว่า 

พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก องค์ด้านใต้พระนามว่า พระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระพุทธรูปทั้งสองพระองค์นี้ พระบาทสมเด็จ-

พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์สูง ๓ เมตร ทรงเครื่องแบบจักรพรรดิ์

หุ้มทองคำ เครื่องทรงเป็นทองคำลงยาสีประดับมณี

 

     


 

สร้างโดย: 
ด.ญ. ชลดา กทิศาสตร์ ม.3/8 โรงเรียนสคตรีศรีสุริโยทัย