หนูวิ่ง

รูปภาพของ pcc3159

ชื่อเรื่องโครงงาน ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อชนิดของเชือกและขนาดกะลาของหนูวิ่ง ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1
ประเภทของโครงงาน สิ่งประดิษฐ์ และ ทดลอง
คณะผู้จัดทำ
เด็กหญิง พุธิตา ศิริพัฒนานุกูลชัย ชั้น ม.1/4 เลขที่ 26
เด็กหญิง สภัทร์พร ทองเกตุ      ชั้น ม.1/4 เลขที่32
เด็กหญิง อัญชลี รัตนศฤงคาร    ชั้น ม.1/4 เลขที่36

อาจารย์ที่ปรึกษา นางรัชนี เขียวเงิน
โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก
ที่อยู่ 86 หมู่ 4 ตำบลมะขามสูง อำเภอเมือง จังหวัด พิษณุโลก 65000

บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง หนูวิ่ง
จุดมุ่งหมายการศึกษา เพื่อศึกษาชนิดของเชือกมีผลต่อระยะทางการเคลื่อนที่ของหนูวิ่งเพื่อศึกษาขนาดของกะลามีผลต่อระยะทางการเคลื่อนที่ของหนูวิ่ง วิธีการทดลอง
ตอนที่1
1.นำหนูวิ่งอันที่ 1 ปล่อยตัวออกจากจุดเริ่มต้น เมื่อหนูวิ่งหยุดวิ่งใช้ตลับเมตรวัดระยะทางที่หนูวิ่งวิ่งไป แล้วบันทึกผล
2.นำหนูวิ่งอันที่ 2 ปล่อยตัวออกจากจุดเริ่มต้น เมื่อหนูวิ่งหยุดวิ่งใช้ตลับเมตรวัดระยะทางที่หนูวิ่งวิ่งไป แล้วบันทึกผล
3.นำหนูวิ่งอันที่ 3 ปล่อยตัวออกจากจุดเริ่มต้น เมื่อหนูวิ่งหยุดวิ่งใช้ตลับเมตรวัดระยะทางที่หนูวิ่งวิ่งไป แล้วบันทึกผล
4.เปรียบเทียบระยะทางที่หนูวิ่งทั้ง 3 อัน วิ่งไปและบันทึกผล

ตอนที่2
1.นำหนูวิ่งอันที่ 1 ที่ทำด้วยเชือกปอ ปล่อยตัวออกจากจุดเริ่มต้น เมื่อหนูวิ่งหยุดวิ่งใช้ตลับเมตรวัดระยะทางที่สัตว์กะลาวิ่งไป แล้วบันทึกผล
2.นำหนูวิ่งอันที่ 2 ที่ทำด้วยเชือกไหมพรม ปล่อยตัวออกจากจุดเริ่มต้น เมื่อหนูวิ่งหยุดวิ่งใช้ตลับเมตรวัดระยะทางที่สัตว์กะลาวิ่งไป แล้วบันทึกผล
3.เปรียบเทียบระยะทางที่สัตว์กะลาทั้ง 2 อัน วิ่งไปและบันทึกผล

ผลการทดลอง
ตอนที่1
หนูวิ่งที่ใช้เชือกปอ ระยะทางที่ได้ 60เซนติเมตร
หนูวิ่งที่ใช้เชือกไหมพรม ระยะทางที่ได้ 120เซนติเมตร
ตอนที่2
หนูวิ่งที่ใช้กะลาที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง4นิ้ว ระยะทางที่ได้ 90เซนติเมตร
หนูวิ่งที่ใช้กะลาที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง5.5นิ้ว ระยะทางที่ได้ 42เซนติเมตร

สรุปผลการทดลอง
ตอนที่ 1
หนูวิ่งที่ใช้เชือกไหมพรม จะทำให้หนูวิ่งวิ่งไปได้ไกลที่สุด
ตอนที่2
หนูวิ่งที่ใช้กะลาขนาด4นิ้ว จะทำให้หนูวิ่งวิ่งไปได้ไกลที่สุด

กิตติกรรมประกาศในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่องสัตว์กะลาในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จไปได้ ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนการบุคคลต่อไปนี้ คือ ผู้อำนวยการโรงเรียน จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก นายธงชัย พงประพันธ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียน จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก ว่าที่ร้อยตรีสิทธิชัย พุ่มบ้านเซ่า
อาจารย์ที่ปรึกษา นางรัชนี เขียวเงิน ผู้ปกครองของสมาชิกในกลุ่มที่ให้คำปรึกษาและอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับสถานที่ในการทดลองและเพื่อนๆทุกคนที่ให้คำปรึกษา
คณะจัดทำขอขอบพระคุณทุกท่านที่กล่าวไว้ ณ ที่นี้ด้วย

บทที่1
บทนำ
แนวคิด ที่มาและความสำคัญ
        ของเล่นพื้นบ้านเป็นของเล่นไทยตั้งแต่สมัยโบราณ คนโบราณจึงนำทรัพยากรธรรมชาติมาประดิษฐ์ของเล่นต่างๆไว้ให้เด็กเล่น
        หนูวิ่งก็เป็นอีกหนึ่งของเล่นที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เมื่อมีคนโบราณ บ้านมีงานที่ต้องทำอาหารหรือทำอาหารเย็น เพื่อไม่ให้เด็กมาวุ่นวายหรือกวน ผู้เป็นพ่อหรือลุงก็จะทำของเล่นให้เล่น เช่น เล่นเฮียนน้อย(ภาษาอีสานเป็นการเล่นทำอาหารหรือขายของโดยมี หม้อดิน ครก สาก เป็นต้น)มีม้าก้านกล้วย และ ว่าว
        ของเล่นพื้นบ้านเป็นภมิปัญญาไทยสมัยโบราณ เราผู้เป็นลูกหลานควรจะอนุรักษ์วัฒนธรรมการปรธดิษฐ์”การเล่นของเล่นไทยสืบต่อไป”

จุดมุ่งหมายของการศึกษา
เพื่อศึกษาชนิดของเชือกมีผลต่อระยะทางการเคลื่อนที่ของหนูวิ่งเพื่อศึกษาขนาดของกะลามีผลต่อระยะทางการเคลื่อนที่ของหนูวิ่ง การตั้งสมมติฐาน
ชนิดของเชือกและขนาดของกะลาน่าจะมีผลต่อระยะทางการเคลื่อนที่ของหนูวิ่ง
 การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ
1.ชนิดของเชือก หมายถึง ผู้ทดลองได้ใช้เชือกปอ และ เชือกไหมพรม
2.ขนาดของกะลา หมายถึง ผู้ทดลองได้ใช้กะลาขนาด 4 นิ้ว และ กะลาขนาด 5.5 นิ้ว 3.ระยะทางการเคลื่อนที่ของหนูวิ่ง หมายถึง ผู้ทดลองดึงเชือกเมื่อหนูวิ่งแล้วจึงวัดความยาวที่หนูวิ่ง ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงปลายทาง                                                                             การกำหนดตัวแปร
ตัวแปรต้น      ชนิดของเชือก และ ขนาดของกะลา    
ตัวแปรตาม     ระยะทางการเคลื่อนที่ของหนูวิ่ง
ตัวแปรควบคุม  ชนิดของเชือก ขนาดของกะลา สถานที่
 
ระยะเวลาในการศึกษา
เดือนพฤศจิกายน 2553- ธันวาคม 2553
 สถานที่ในการศึกษา
โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก
  บทที่2
บทเอกสารที่เกี่ยวข้อง
หนูวิ่งเป็นของเล่นพื้นบ้านชนิดหนึ่ง เป็นของเล่นที่มีกลไก หนูวิ่ง
มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สัตว์กะลา หนูวิ่งสร้างจากกะลามะพร้าว
รูปทรงต่างๆ ผสมกับจินตนาการออกมาเป็นหนูวิ่งหรือสัตว์ต่างๆ
อีกมากมาย

ขั้นตอนการทำ
1.นำกะลามะพร้าวลูกแก่มาแกะเปลือกออก ควรจะใช้มะพร้าวที่แห้งและไม่มีน้ำข้างใน เพื่อที่จะง่ายในการเอาเนื้อข้างในออก ไม่ใช้มะพร้าวดิบเพราะจะทำให้เกิดเชื้อรา ไม่แข็งแรงทนทาน และสีสันไม่สวยงาม นำกะลามาผ่าครึ่งเป็น 2 ซีกตามแนวตั้ง
ซีกที่มี 2 ตาจะนำไปทำกระต่ายหรือหนู ส่วนซีกที่มี 1 ตา จะนำไปทำเต่า เพราะใช้ส่วนของ 1 ตาเจาะรูใส่หัวเต่า
2.นำกะลามาขัดแต่งให้สะอาด แล้วเจาะรูตรงกลางและบากร่อง สองร่องทั้งสองข้างของกะลาเพื่อร้อยยางยืด
3.ทำล้อโดยใช้เศษไม้มาเหลาเป็นลักษณะกลมและคอดตรงส่วนกลางไม้ให้คล้อยหลอดด้ายรูปล้อรถ โดยต้องมีขนาดเล็กกว่ากะลา แล้วบากหัวท้ายทั้งสองฝั่งเล็กน้อยพอยางรัดใส่ได้
4.แต่งกะลาเป็นรูปหนู โดยการติดตาด้วยเม็ดพืช เช่น เมล็ดมะแคระ
5.นำกะลากับล้อมาประกอบกัน โดยใส่ยางรัดที่ลูกล้อ แล้วใช้เชือกมัดลูกล้อไว้ แล้วพันเชือกตามลูกล้อไปทางด้านหัวนำปลายเชือกอีกข้างหนึ่งไปสอดออกทางกะลาด้านบนที่เจาะรูไว้ นำปลายเชือกมัดติดไว้กับไม้ท่อนเล็กๆ ไว้ดึง

วิธีการเล่น
ดึงเชือกบนกะลาแล้วปล่อย หนูวิ่งก็จะวิ่งไปข้างหน้า

หลักการทางวิทยาศาสตร์
หนูวิ่งเคลื่อนที่โดยอาศัย เพลาล้อ และแรงที่กระทำต่อวัตถุ รวมทั้งความยืดหยุ่นที่ทำให้เกิดการดึงเชือกกลับ

คุณค่า
1.การส่งเสร