,, {{ การล่าเหยื่อ / Predation }} ,,

Relationship

 

 


Organism & Environment Ecosystem Organism Relationship Type of Organism Energy Transfer Ecological Pyramid

การล่าเหยื่อ

 

 

ที่มารูปภาพ : http://susty.com/image/male-lion-cub-eating-ox-bloody-carcass-ribs-mane-...

 

เป็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตโดยฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ล่า (Predator) อีกฝ่ายหนึ่งเป็นเหยื่อ (Prey) โดยทั่วไปการล่าเหยื่อจะหมายถึง การล่าระหว่างสัตว์ หรือสัตว์กินสัคว์เท่านัน แต่นักชีววิทยาบางท่านให้ความหมายของการล่าเหยื่อไว้กว้างมากโดยจัดว่าการกินพืชของสัตว์เป็นการล่าเหยื่อด้วย สิ่งมีชีวิตทุกชนิดสามารถเป็นได้ทั้งผู้ล่าปละเหยื่อแล้วแต่สถานะการณ์ ในภาวะการล่าเหยื่อนั้น ทั้งผู้ล่าและเหยื่อต่างให้เหมาะสมกับทรัพยากรลอลงเกิดการขาดแคลนอาหาร ประชากรของผู้ล่าก็จะลดลงด้วย ดังนั้นการล่าเหยื่อในหารทองนิเวศวิทยาของประชากร จะเกิดประโยชน์แก่ทั้ง 2 ฝ่าย การล่าเหยือจึงเป็นปัจจัยซึ่งคอยควบคุมขนาดประชากรของทั้งผู้ล่าและเหยื่อให้เหมาะสมกับทรัะยากรและสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ และนอกเหนือจากนั้นเรายังพบอยู่เสมอว่า การล่าเหยื่ออาจเป็นผลดีต่อประชากรเหยื่อ เพราะผู้ล่าจะช่วยขจัดตัวท่ไม่เหมาะสมอ่อนแอออกจากกลุ่ม ทำให้ประชากรเหยื่อมีวิวัฒนาการไปในทางท่อยู่รอดได้มากขึ้น เพราะตัวที่เหมาะสมแข็งแรงอยู่รอด สืบพันธุ์ให้ลูกหลานท่ดีขึ้นเรื่อย ๆ

การล่าเหยื่อ (predation) ในชีวิตประจำวัน คำว่า สังคม ดูจะมีความอ่อนโยนละมุนละม่อมเป็นการช่วยเหลือกันอย่างอบอุ่น เรียกว่า community spirit ในทางกลับกัน ความเป็นจริงแบบดาร์วิน (Darwinian Realities) ของการแก่งแย่งและผู้ล่า ซึ่งสิ่งมีชีวิตหนึ่งจะกินสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างชนิดกัน เรียกว่า ผู้ล่า(predator) และชนิดที่เป็นอาหาร เรียกว่าเหยื่อ(prey) พืชที่ถูกสัตว์กินเป็นอาหาร และการแทะเล็มหญ้าถึงแม้จะไม่ถูกทำลายทั้งต้นก็จัดเป็นเหยื่อเช่นกัน ลักษณะของผู้ล่าและเหยื่อเป็นองค์ประกอบทางวิวัฒนาการที่จำเป็นต้องอยู่รอด การคัดเลือกโดยธรรมชาติเป็นตัวกลั่นกรองการปรับตัวทั้งของเหยื่อและผู้ล่า เช่นลักษณะการมีอุ้งเล็บ ฟันและ เขี้ยวที่แหลมคม มีเหล็กไนที่มีสารพิษ หรือมีต่อมพิษ ที่สามารถทำให้เหยื่อสยบลงได้ บางชนิดมีการพรางตัวเพื่อใช้ล่อเหยื่อให้หลงผิดหรือตายใจ

การป้องกันตัวของพืชต่อสิ่งมีชีวิตกินพืช (herbivore) เพราะพืชไม่อาจจะวิ่งหนีได้ จึงต้องมีโครงสร้างที่เป็นหนามและขนแข็ง พืชบางชนิดสร้างสารนิโคตินและสารมอร์ฟีน บ้างก็ผลิตสารเคมีเลียนแบบฮอร์โมนสัตว์ ทำให้สัตว์ที่หลงมากินได้รับอันตรายและเกิดอาการผิดปกติขึ้นในพัฒนาการของร่างกาย หรืออาจถึงแก่ชีวิตได้

 

ที่มาวีดีโอ : http://www.youtube.com/watch?v=RJW7oZ2b4XA

 

สัตว์จะใช้วิธีการหลายอย่างในการป้องกันตัวเองจากผู้ล่า อาทิ เช่น การหลบหนี การซ่อนตัว การหนีเอาตัวรอดเป็นพฤติกรรมการตอบสนองต่อผู้ล่าอย่างปกติ นอกจากนี้ยังมีการใช้เสียงเตือน การเลียนแบบ การเสแสร้งเพื่อหลอกให้เหยื่อตามไป รวมทั้งการรวมกลุ่มเพื่อต่อสู้กับผู้ล่าเป็นต้น

 

 

credit

 

สร้างโดย: 
นางสาวณัฐพร สภานนท์ และอาจารย์ธนพล กลิ่นเมือง

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 18 คน กำลังออนไลน์