ประวัติสถานที่ “วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ”

 

           
        

 
วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหารในปัจจุบัน
ที่มา : http://variety.teenee.com/foodforbrain/img7/76530.jpg
http://www.thailandholidayclub.com/uncledeng/Bangkok/Attraction/9_Temples/33.jpg

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

     เป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่ปากคลองบางกอกใหญ่ แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี ชื่อวัดแปลว่า มิตรที่ดี มีความหมายถึง เจ้าพระยานิกรบดินทร์ มหินทรมหากัลยาณมิตร (โต กัลยาณมิตร) ขุนนางคนสำคัญในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นผู้สร้างวัดนี้
     เจ้าพระยานิกรบดินทร์ นามเดิมว่า โต เป็นบุตรพระพิชัยวารี (มัน แซ่อึ๋ง) ถวายตัวเป็นข้าหลวงเดิมในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวแต่ครั้งยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจาฎาบดินทร์ ตลอดเวลาที่ได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณนั้น เจ้าพระยานิกรบดินทร์ได้เป็นกำลังสำคัญในการค้าสำเภาไปเมืองจีน โดยทำหน้าที่ดูแลรักษาและเพิ่มพูนผลประโยชน์ในพระองค์ จนการค้ารุ่งเรือง เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย ถึงกับทรงออกพระโอษฐ์ดำรัสว่า เจ้าสัวโตเป็นมิตรที่ดีคนหนึ่งของพระองค์ ดังจะเห็นได้จากความหมายของนามบรรดาศักดิ์ที่โปรดพระราชทานให้เจ้าสัวโต คือ เจ้าพระยานิกรบดินทร์ มหินทรมหากัลยาณมิตร
     เจ้าพระยานิกรบดินทร์เป็นผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ได้อุทิศบ้านและที่ดินบริเวณใกล้เคียงซึ่งเดิมเรียกว่าหมู่บ้านกุฎีจีน สร้างขึ้นเป็นวัดตามพระราชนิยม เมื่อสำเร็จแล้วถวายเป็นพระอารามหลวง  พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดพระราชทานนามให้มีความหมายเกี่ยวข้องระหว่างพระองค์ที่ทรงมีต่อเจ้าพระยานิกรบดินทร์ผู้สร้างวัด และเพื่อเป็นอนุสรณ์ยืนยันถึงน้ำพระทัยของพระองค์ที่ทรงมีต่อเจ้าพระยานิกรบดินทร์ซึ่งทรงถือว่าเป็นมิตรที่ดีคนหนึ่งของพระองค์ว่า “วัดกัลยาณมิตร” 

 


พระพุทธไตรรัตนนายก (หลวงพ่อซำปอกง)

   และพระองค์ยังได้ทรงสร้างพระราชทานทั้งพระวิหารหลวงและพระประธานสำหรับพระวิหารหลวง คือ หลวงพ่อโตหรือพระพุทธไตรรัตนนายก โดยทรงมีพระราชประสงค์ให้เป็นพระพุทธรูปใหญ่อยู่ริมแม่น้ำแบบเดียวกันกับที่วัดพนัญเชิง กรุงเก่า หลวงพ่อโตเป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงโดยเฉพาะในหมู่ชาวจีน เรียกชื่อแบบจีนว่า ซำปอฮุดกง หรือ ซำปอกง ภายในพระอุโบสถซึ่งมีขนาดเล็กกว่าพระวิหาร มีจิตรกรรมฝาผนังเรื่อง พุทธประวัติที่แทรกเรื่องราวชีวิตชาวบ้านชาวเมืองสมัยรัชกาลที่ ๓ ซึ่งนอกจากจะมีคุณค่าทางวัฒนธรรมแล้ว ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สังคมอย่างยิ่งอีกด้วย 
    นอกจากนั้นยังมี หอมณเฑียรธรรมเถลิงพระเกียรติ เป็นที่เก็บประไตรปิฎกสมัยรัชกาลที่ ๔ หน้าพระวิหารหลวงยังมีหอระฆังฝีมือคนรุ่นใหม่ สำหรับไว้ระฆังยักษ์ มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทางเข้าวัดมีเจดีย์หิน ทำมาจากเมืองจีน เรียกว่า ถะ เป็นศิลปะจีนที่งดงามมาก

 

สร้างโดย: 
นางมาลัยวรรณ จันทร และ นางสาวนิรชา ชินพันธ์ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 20 คน กำลังออนไลน์