มะระ

ชื่อวิทยาศาสตร์     Momordica charantia Linn.
ชื่อสามัญ             Bitter cucumber-chinese
วงศ์                    CUCURBITACEAE
ชื่ออื่นๆ               ผักเหย, ผักไห, มะร้อยร,ู มะห่อย, มะไห,่ สุพะซ,ู สุพะเด
ลักษณะ :
ไม้เถา มีมือเกาะ ใบเป็นใบเดี่ยว รูปฝ่ามือ กว้างยาวประมาณ 4-7 เซนติเมตร ขอบใบหยักเป็นซี่ห่างๆ ใบเว้าเป็นแฉกลึก 5-7 แฉก ใบและลำต้นมีขนสากอยู่ทั่วไป ดอกสีเหลือง ออกเดี่ยวตามซอกใบ ดอกแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน รูปแตร ปลายกลีบดอกแยกเป็น 5 แฉก เมื่อบานเต็มที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-3 เซนติเมตร มะระมี 2 ชนิด คือ มะระไทยหรือมะระขี้นก และมะระจีน ซึ่งต่างกันที่ลักษณะและขนาดของผล ผลมะระขี้นก มีขนาดเล็กกว่า ยาว 3-5 เซนติเมตร ผลรูปกระสวย ผิวขรุขระ สีเขียวเข้ม เมื่อสุกมีสีเหลือง ส่วนมะระจีนมีขนาดใหญ่กว่า เส้นผ่าศูนย์กลาง 4-5 เซนติเมตร ยาว 12-30 เซนติเมตร รูปทรงกระบอก สีเขียวอ่อน ผิวขรุขระ ผลมะระทั้งสองชนิดมีรสขม
มะระที่ปลูกในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 4 ชนิดคือ
1. มะระพันธุ์ขี้นก มะระชนิดนี้เป็นพันธุ์ป่า มีผลที่เล็ก รูปร่างป้อมเรียว ผวไม่เรียบ ขรุขระเป็นหนามแหลม รสขมจัด เนื้อบาง ขึ้นตามชายรั้วบ้านหรือชายป่า
2.มะระพันธุ์จีน มะระชนิดนี้มีผลโต รูปร่างยาว ยาวประมาณ 15-30 เซนติเมตร ผิวสีเขียวอ่อน รสขมน้อย เนื้อหนาเป็นที่นิยมรับประทานกันมาก และนิยมปลูกกันมาก
3.มะระพันธุ์สองพี่น้อง มะระพันธุ์นี้เป็นมะระที่เก็บเมล็ดจากมะระจีน จึงกลายพันธุ์มา มะระสองพี่น้องมีผลโตน่ารับประทาน
4.มะระพันธุ์ย่างกุ้ง มะระพันธุ์นี้มีผลเล็ก แต่มีรูปร่างยาว ผิวขรุขระเป็นหนามแหลมปลายผลและหัวผลมีรสดีขมน้อย
คุณค่าทางอาหาร :
1.มะระขี้นก หรือมะระไทย มีผลเล็กๆ สั้นป้อม หัวแหลม ท้ายแหลม ผลยาวประมาณ 2-3 นิ้ว ผิวผลขรุขระ สีเขียวแก่ รสขมจัด มะระชนิดนี้เป็นพืชพันธุ์ของไทย และเป็นชนิดที่มีสรรพคุณตามตำรายาไทย ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา 1.ฤทธิ์การลดน้ำตาลในเลือด 2.ฤทธิ์การต้านเชื้อ HIV 3.ฤทธิ์ต้านมะเร็ง
สำหรับสรรพคุณในตำรายาไทย ช่วยเจริญอาหาร ใช้เนื้อของผลที่ยังไม่สุกเป็นอาหาร ผักจิ้ม ต้ม แกง รักษาเบาหวาน ใช้ผลโตเต็มที่หั่นเนื้อตากแห้ง ชงน้ำรับประทานต่างน้ำชา แก้ไข้ ผลต้มรับประทานแต่น้ำเป็นยาแก้ไข้ หรือดื่มน้ำคั้นจากผลแก้ปากเปื่อย ปากเป็นขุย น้ำคั้นจากผลใช้อม บำรุงระดู ดื่มน้ำคั้นจากผล ใช้ผลตำพอกฝี แก้บวม แก้ปวด
2.มะระจีน ผลยาวใหญ่สีขาวอมเขียว ผิวขรุขระ ร่องใหญ่ ผลยาวประมาณ 4-9 นิ้ว อาจยาวถึง 10-12 นิ้ว ส่วนที่ใช้ ยอดอ่อน ผลอ่อน ใบ ราก และเถา ส่วนประกอบ คาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ บี 1 บี 2 ซี มีสารรสขม และสารลดระดับน้ำตาลในเลือด ได้แก่ พี-อินซูลิน
ประโยชน์ :
นิยมนำมะระมาปรุงอาหารอย่างง่าย ๆ คือ เอามาลวกหรือต้มจนสุก จิ้มน้ำพริก หลาย ๆ แห่งใช้มะระขี้นกเผาไฟ ส่วนมะระจีนนำมาต้มกับน้ำซุปกระดูกหมู หรือแกงจืดยัดไส้หมูสับ บ้างพลิกแพลง นำมะระมาหั่นเป็นแว่นบาง ๆ ชุบไข่ทอด แบบชะอมหรือมะเขือยาว นิยมจิ้มกับน้ำพริกทำให้เจริญอาหารดีนัก มะระผัดไข่ก็นิยมรับประทานกันมากมีอาการป่วยไข้ ให้นำมะระทั้ง 5 คือ ดอก ผล ใบ ราก และเถาอย่างละ 1 กำมือใส่น้ำให้ท่วมแล้วต้มจนเดือด กินครั้งละ 1 แก้ว ก่อนอาหาร วันละ 3 - 4 ครั้งติดต่อกันเพียง 3-4 วันก็จะหายไข้มะระมีรสขมเย็น แต่มีสรรพคุณมากมายเพราะสามารถใช้รักษาได้ทั้งไข้ร้อนและไข้เย็น นอกจากจะช่วยแก้ไข้แล้วมะระยังช่วยลดเสมหะ ลดน้ำมูก และบรรเทาอาการไอได้อีกด้วยมีอาการคอแหบแห้ง เสียงไม่มี เนื่องจากโรคหวัด นำผลมะระต้มกินเป็นอาหารช่วยรักษาให้ทุเลาจนถึงหายขาดได้แก้ท้องผูก นำมะระทั้ง 5 มาต้มกิน ทำให้อุจจาระอ่อน ขับถ่ายสะดวกใช้เป็นยาระบายได้ดี แม้ท้องผูกยามเป็นไข้ (หรือไข้เกิดจากท้องผูก) ใช้มะระต้มดื่มวันละ 1 ครั้ง 1 แก้ว ตอนบ่ายหรือตอนเย็น เพราะมะระมีสรรพคุณถ่ายพิษไข้ได้เป็นอย่างดี
อีกตำรับหนึ่ง ให้นำมะระจีนหรือมะระขี้นกใกล้สุก มาหั่นทั้งเนื้อและเม็ดแล้วนำไปตากแดดให้แห้ง คั่วจนหอมแล้วตำให้ละเอียดผสมน้ำผึ้ง ปั้นเป็นยาลูกกลอนขนาดหัวแม่มือกินครั้งละ 1 เม็ดก่อนนอน อาการท้องผูกจะหายไป
บำรุงสายตา ให้นำผลมะระและยอดอ่อนมาปรุงอาหารตามใจชอบ ควรกินวันเว้นวันสม่ำเสมอ สายตาจะดีขึ้น
บำรุงเลือด ใช้ตำรับเดียวกับบำรุงสายตา
บำรุงกำลัง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ให้นำเม็ดมะระจีนแก่จัดมาตากแห้งแล้วแกะเปลือกนอกออก ใช้เนื้อในบดจนละเอียด ละลายน้ำร้อนกินครั้งละ 1 ช้อนกาแฟวันละ 1 ครั้งก่อนนอน ติดต่อกัน 2 อาทิตย์ เว้น 2 อาทิตย์ กินอีก 2 อาทิตย์ จะทำให้เจริญอาหาร มีกำลังวังชาขึ้น ยาขนานนี้ยังช่วยขับพยาธิตัวเล็กได้อีกด้วย
ข้อควรระวัง :
 มะระมีความเย็นจัด จึงไม่ควรกินติดต่อกันทุกวัน หรือเป็นเวลานาน ๆ ถ้าใครกินมะระแล้วอาเจียนหรือปวดท้องหรือท้องเสีย เกิดจากอาการแพ้ มะระต้องหยุดกิน
สรรพคุณทางยา :
สรรพคุณและวิธีใช้ ใบ ต้มดื่ม แก้ไข้หวัด บำรุงน้ำดี ดับพิษฝี แก้ปากเปื่อย แก้ตับม้ามพิการ แก้อักเสบ ฟกช้ำบวม ใช้ทาภายนอก แก้ผิวแห้ง ลดอาการระคายเคือง อักเสบ ผลสุก มีซาโปนิน ไม่ควรกิน จะทำให้คลื่นไส้อาเจียนได้ โดยรวมมะระ มีสรรพคุณเป็นยารสเย็น บรรเทาอาการร้อนใน แก้อักเสบ เจ็บคอ สำหรับคนที่เป็นงูสวัด คั้นน้ำมะระผสมน้ำส้มสายชูทาบริเวณที่เป็นอาการจะดีขึ้น ถ้ากินป็นระยะเวลานานอย่างต่อเนื่องจะสามารถลดอาการเบาหวานได้ เมล็ดรสขมจัด ขับพยาธิตัวกลม รากก็ขมให้ต้มดื่ม แก้ไข้ รักษาโรคริดสีดวงทวารวิธีการลดความขมให้นำไปแช่น้ำเกลือประมาณ 15-30 นาที หรือนำไปเคล้ากับเกลือ ทิ้งไว้ 10-20 นาที แล้วบีบน้ำให้แห้ง ลวกกับน้ำเดือด หรือต้มในน้ำเดือดพล่าน ปิดฝาให้สนิท ให้เดือดสัก 10 นาทีค่อยเปิดฝาหม้อ แต่ทั้งนี้การต้มนานๆ จะทำให้วิตามินซีลดลงไปด้วย
การศึกษาพบว่าน้ำคั้นจากผลมะระมีผลทำให้น้ำตาลในเลือดลดลง ถามว่าน้ำมะระต้มเป็นยาระบายหรือไม คำตอบจาก ดร.ฉัตรชัย อธิบายว่ามะระมีฤทธิ์เป็นยาระบาย แต่ถึงขั้นช่วยควบคุมน้ำหนักได้ ยังไม่มีงานวิจัยยืนยัน งานวิจัยที่มีอยู่ในปัจจุบันสรุปตรงกันเพียงว่ามะระทั้ง 2 ชนิดเป็นสมุนไพรช่วยเจริญอาหาร
 

 

ขอขอบคุณรูปภาพจาก.. .
http://star-agritech.com/images/Gourd_BitterGourdYardfar_B.jpg

สร้างโดย: 
นางสาวรัตนา สถิตานนท์ นางสาวสุจิตรา เบญจะมาศ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 18 คน กำลังออนไลน์