ปู

ลักษณะทั่วไป
ปูเป็นสัตว์น้ำชนิดหนึ่งที่มีกระดองเป็นเปลือกแข็งหุ้มลำตัว ตามหลักชีววิทยาจัดเป็นสัตว์น้ำจำพวกที่มี 10 ขา นอกจากปูแล้วก็ยังมีกุ้งก้ามกราม จั๊กจั่นทะเล และแมงดาทะเล ปูจัดอยู่ในอันดับ "เดคคาโปดา" (Decapoda) ปูทั่วโลกมีมากกว่า 1,000 ชนิด ขนาดแตกต่างกัน ปูขนาดเล็กมีมักพบเห็นกันบ่อย ๆ คือปูถั่ว ซึ่งอาศัยอยู่ในเปลือกหอยนางรมลอย ปูถั่วจะมีกระดองกว้างไม่เกิน 2.5 ซ.ม. ปูขนาดใหญ่ คือ ปูแมงมุมของญี่ปุ่นซึ่งมีกระดองกว้างประมาณ 30 ซ.ม. ปูชนิดนี้ถ้าเหยียดขาออกแล้ว ปลายสุดของขาทั้งด้านซ้ายและขวามีความยาวถึง 3.60 เมตร ปูเกือบทุกชนิดอาศัยอยู่ในทะเล มีเพียงไม่กี่ชนิดที่อาศัยอยู่ในน้ำจืด ปูบางชนิดได้พัฒนาตัวเองขึ้นมาอาศัยอยู่บนบก แต่แม่ปูทุกชนิดต้องไปวางไข่ในน้ำ หรือใกล้น้ำ เพราะลูกปูต้องเจริญเติบโตในน้ำ ลักษณะทั่วไป ปูมีขาเป็นคู่รวม 5 คู่ คู่แรกเรียกกันว่า "ก้าม" หรือ "ก้ามปู" หรือ "ก้ามหนีบ" ขาคู่ที่สองถึงคู่ที่ห้า เรียกว่า "ขาเดิน" หรือ "ขาว่ายน้ำ" ขาแต่ละข้างมีรอยแยกหรือข้อต่อติดต่อกันเป็นส่วน ๆ แต่ละส่วนเรียกว่า "ปล้อง" ขาแต่ละข้างจะประกอบด้วยปล้อง ต่อกันรวม 7 ปล้อง ปล้องที่ 1 อยู่ติดกับลำตัว ข้อต่อของขาปล้องที่ 2 และที่ 3 จะติดต่อกันเหนียวแน่นไม่สามารถพับงอ ขยับเขยื้อนได้ เป็นเหตุให้ปูขยับขาเคลื่อนไหวเดินได้ไม่ตรงทิศทาง ปูมีขาเดิน 4 คู่ โดยปกติขาเดินทั้งซ้ายและขวาจะมีลักษณะเหมือนกัน ในบางครั้งจะพบว่าปูบางชนิดจะมีขาเดินอยู่เพียง 3 คู่ แท้จริงขาเดินคู่ที่ 4 มีขนาดเล็กและสั้นพับแนบติดกับกระดองด้านข้าง ลักษณะของปลายขาเดินคู่ที่ 4 ของปูบางจำพวก จะมีสัณฐานแยบคล้ายใบพายเพื่อใช้ทำหน้าที่ในการว่ายน้ำ เช่น พวกปูม้า และปูทะเล ปูมีจับปิ้งหรืออาจเรียกเป็นชื่ออื่น เช่น จะปิ้ง ตะปิ้ง หรือตับปิ้ง ลักษณะคล้ายแผ่นกระเบื้องเรียงต่อกันอยู่ 7 แผ่น จับปิ้งของปูเพศเมียมีขนาดกลมกว้างใหญ่เกือบเต็มส่วนอก จับปิ้งของปูนับเป็นอวัยวะ "ส่วนท้อง" สัตว์น้ำประเภทนี้ ปลายจับปิ้งหรือปล้องท้องแผ่นที่ 7 เป็น "รูก้น" ของปูเพื่อใช้ในการขับถ่าย เลือดของปูมีสีฟ้า มีส่วนประกอบของสารทองแดงปนอยู่ด้วยมาก เมื่อปูมีบาดแผลเลือดซึ่งมีลักษณะเป็นน้ำใส ๆ นี้จะไหลซึมออกมา เลือดของปูเมื่อถูกความร้อนจะตกตะกอนเป็นสีขาวขุ่นเหมือนไข่ขาวที่ต้มสุกแล้ว อวัยวะภายใน หัวใจ กระเพาะอาหาร ระบบประสาทและระบบสืบพันธุ์ภายในร่างกายของปูทุกชนิด จะมีกระดองปกคลุมอยู่ ปูฟอกเลือดโดยการรับออกซิเจนที่มีอยู่ในน้ำผ่านเข้าทางบริเวณเหงือก ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าก้ามหนีบ อวัยวะที่ใช้สำหรับระบายทางน้ำออก ส่วนมากอยู่บริเวณข้าง ๆ รยางค์ปาก เหงือกของปู คือส่วนที่เราเรียกว่า "นมปู" ปูสองกระดอง คือ ปูซึ่งอยู่ในสภาพพร้อมจะลอกคราบ ลอกกระดองอันเก่าทิ้งขอบหลังของเปลือกกระดองอันใหม่จะเผยออกมาให้เห็นได้ชัด กระดองใหม่ซึ่งถูกสร้างขึ้นในระยะแรก จะมีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อบาง ๆ ปูสองกระดองนี้จัดเป็นปูที่นับได้ว่ามีสภาพเจริญสมบูรณ์เต็มที่มีเนื้อแน่นนิยมนำมาปรุงเป็นอาหารพอ ๆ กับไข่ปู ในประเทศสหรัฐอเมริกานิยมน้ำปูกระดองนิ่มหรือปูลอกคราบใหม่ ๆ มาปรุงเป็นอาหาร เพราะสามารถรับประทานได้ทั้งตัว ไม่ต้องเกรงว่าจะเคี้ยวถูกเปลือกหรือหนามแหลมทิ่มตำปูสองกระดองชนิดที่เป็นที่นิยมของนักบริโภค ได้แก่ ปูม้า ปูทะเล ส่วนปูแสม ปูจาก นิยมนำมาคลุกเกลือหมักดองเป็นปูเค็ม เนื้อปูซึ่งนักโภชนาการนำมาปรุงเป็นอาหาร ต้องเป็นปูสดหรือขณะจับมาได้ใหม่ ๆ เพราะปูที่จับมากักขังไว้นาน ๆ หรือตายแล้ว เรียกว่า "ปูโพรก" เพราะมีเนื้อน้อย เนื้อไม่แน่น น้ำหนักตัวเบา รับประทานไม่อร่อย ปูเกือบทุกชนิดกินเนื้อสตว์ที่เน่าเปื่อยและสัตว์ที่มีชีวิตที่เล็กกว่า เช่น กุ้ง ไส้เดือน หนอนทะเล และพวกปูพวกเดียวกันเอง มีปูบางชนิดกินพวกสาหร่ายสีเขียว เช่น ปูก้ามดาบ

สร้างโดย: 
นางสาวรัตนา สถิตานนท์ นางสาวสุจิตรา เบญจะมาศ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 47 คน กำลังออนไลน์