ชนิดของข้อต่อกับการเคลื่อนไหว

รูปภาพของ msw7280.
 
 

 
 

*-*...ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่สื่อออนไลน์ชีววิทยา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง ชนิดข้อต่อกับการเคลื่อนไหว...

 

 

ข้อต่อ (Joint)


             ข้อต่อ หมายถึง จุดหรือบริเวณที่กระดูกตั้งแต่ 2  หรือมากกว่า 2 ชิ้นขึ้นไปมาต่อกัน  ซึ่งมีทั้งข้อต่อชนิดที่เคลื่อนไหวไม่ได้  (immovable  joint)   เช่น กะโหลกศีรษะ  และข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้ (movable  joint) เช่น ข้อมือ ข้อเท้า ข้อศอก ต้นแขนกับสะบัก และต้นแขนกับเชิงกราน ข้อต่อที่เคลื่อนไหวไม่ได้ (immovable  joint) ได้แก่ ข้อต่อของกระดูกกะโหลกศีรษะ เรียกว่า suture เป็นข้อต่อที่เคลื่อนไหวไม่ได้  และมีความแข็งแรงมาก การต่อของกระดูกนี้คล้ายกับการเข้าไม้ในการต่อตู้และเตียงของ ช่างไม้  โดยมีขอบร่องสำหรับให้ลิ้นเสียบเข้าได้พอดีข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้  (movable  joint) เป็นข้อต่อของกระดูกที่เคลื่อนไหวได้เป็นอิสระ  อาจจะเคลื่อนไหวได้เพียงเล็กน้อย หรือเคลื่อนไหวได้รอบตัว สุดแท้แต่ชนิดของข้อต่อ มีหลายชนิด คือ         


     1. ข้อต่อแบบสไลด์ (gliding joint) ได้แก่ ข้อต่อของกระดูกข้อมือ  ข้อเท้าและกระดูกสันหลังเป็นข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้บ้างแต่ไม่มากนัก  คล้ายกับงูเลื้อย          


     2. ข้อต่อแบบบานพับ (hinge joint) ได้แก่ ข้อต่อที่เข่า ข้อต่อที่ข้อศอกระหว่างปลายกระดูกต้นแขนกับโคนกระดูก ulna ซึ่งเป็นข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้มากกว่าชนิดแรกและเคลื่อนไหวได้ในแนวเดียวคล้ายบานพับ                             


     3. ข้อต่อแบบเดือย (privot  joint) ได้แก่ ข้อต่อของ axis  และ atlas เป็นข้อต่อที่มีการเคลื่อนไหวทำให้ศีรษะหมุนจากข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่งได้ (หันซ้ายไปขวา หันขวาไปซ้ายได้) และข้อต่อระหว่างหัวของกระดูก radius กับปลายกระดูกต้นแขน     


     4. ข้อต่อแบบลูกกลมในเบ้า (ball and shocket joint)  ได้แก่ ข้อต่อระหว่างหัวของกระดูกต้นแขนกับกระดูกสะบัก และระหว่างหัวของกระดูกต้นขากับกระดูกเชิงกราน  ซึ่งเป็นข้อต่อที่มีการเคลื่อนไหวได้หลายทิศทางและเคลื่อนที่ได้คล่องมาก  เพราะหัวของกระดูกต้นแขน  ต้นขามีลักษณะกลมอยู่ภายในแอ่ง จึงหมุนได้สะดวก

 ข้อต่อ ( joint  ) คือบริเวณที่กระดูก 2 ชิ้นมาเชื่อมต่อกัน

      เมื่อจำแนกข้อต่อตามลักษณะการเคลื่อนไหว สามารถแบ่งได้เป็น  3  แบบ  คือ

      1.  ข้อต่อที่เคลื่อนไหวไม่ได้  ( fibrous  joint  )  ได้แก่ ข้อต่อของกระโหลกศีรษะ

      2.  ข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้เล็กน้อย  ( cartilagenous  joint  )  เป็นข้อต่อที่ประกอบด้วยกระดูกอ่อนอยู่ระหว่างปลาย

กระดูกทั้งสองที่มาต่อกัน สามารถเคลื่อนไหวได้เล็กน้อย เรียกว่าข้อต่อกระดูกอ่อน ได้แก่ ข้อต่อกระดูกสันหลัง  ข้อต่อกระดูก

เชิงกราน

     3.  ข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้มาก  ( sylnovial  joint  )  เป็นข้อต่อที่มีช่องว่างอยู่ภายใน และภายในโพรงนี้จะมีเยื่อบุที่ทำ

หน้าที่ขับของเหลวซึ่งมีลักษณะคล้ายไข่ขาว เรียกว่า น้ำไขข้อ ( sylnovial  fluid )  ช่วยให้ข้อต่อเคลื่อนที่ได้สะดวก ไม่เสียดสี

กัน  แบ่งออกเป็น

          3.1  ข้อต่อแบบบานพับ ( hinge  joint )  การเคลื่อนไหวจะจำกัดได้เพียงทิศทางเดียว ได้แก่ ข้อต่อบริเวณข้อศอก

หัวเข่า นิ้วมือ นิ้วเท้า ( ยกเว้นนิ้วหัวแม่มือ )

          3.2  ข้อต่อแบบบอลล์ แอนด์ ซอกเคท ( ball and socket joint ) ข้อต่อแบบนี้เกิดจากหัวกระดูกชิ้นหนึ่งมีลักษณะเป็น

ทรงกลม สวมเข้าไปในเบ้าซี่งมีลักษณะทรงกลมของกระดูกอีกชิ้นหนึ่ง ทำให้สามารถเคลื่อนไหวได้อิสระหลายทิศทาง ได้แก่

ข้อต่อหัวไหล่ ข้อต่อบริเวณกระดูกโคนขากับกระดูกเชิงกราน

          3.3  ข้อต่อแบบอานม้า ( saddle joint )  คล้ายแบบบานพับ แต่สามารถเคลื่อนไหวได้ 2 แนว ได้แก่ ข้อต่อโคนนิ้ว

หัวแม่มือ

          3.4  ข้อต่อแบบเดือย ( pivot  joint ) เป็นข้อต่อที่ทำให้กระดูกชิ้นหนึ่งเคลื่อนที่ไปรอบๆแกนของกระดูกอีกชิ้นหนึ่ง

ได้แก่ ข้อต่อที่ต้นคอกับฐานของกะโหลกศีรษะ

          3.5  ข้อต่อแบบไกลดิง ( gliding  joint )  เป็นข้อต่อที่มีลักษณะแบนราบ ได้แก่ ข้อต่อของข้อมือ ข้อเท้า

 
ที่มาของภาพ http://www.thaigoodview.com/node/32910 
ก. ข้อต่อแบบบานพับ   พบได้ที่บริเวณข้อศอกเคลื่อนไหวได้แค่งอและเหยียดคล้ายกับบานพับประตู
ข. ข้อต่อแบบจุดหมุน  ทำให้อวัยวะบางส่วนของร่างกายเคลื่อนไหวรอบจุดศูนย์กลางได้พบได้ที่บริเวณคอทำให้เราหัน
ศีรษะไปทางซ้ายหรือขวาได้                 
ค. ข้อต่อแบบเบ้าสวม  หมุนได้เกือบทุกทิศทาง  พบได้ที่บริเวณสะโพกและหัวไหล่                        
ง. ข้อต่อแบบอานม้า   ปลายกระดูกที่มาประกอบเป็นข้อต่อแบบอานม้า  จะเคลื่อนไปมาคล้าย  ๆ  กับการเคลื่อนไหวบนอานม้า 
พบได้ที่บริเวณฐานนิ้วหัวแม่มือ
จ. ข้อต่อแบบเลื่อน จะมีผิวแบนเรียบ เลื่อนไปซ้อนกันได้เล็กน้อยในทุกทิศทาง พบได้ที่บริเวณระหว่างข้อกระดูกสันหลัง และที่บริเวณข้อมือ-ข้อเท้า แผ่นกระดูกอ่อน ที่ทำหน้าที่รองและเชื่อมกระดูกสันหลังแต่ละข้อ เรียกว่า  หมอนรองกระดูก  ถ้าเสื่อมไปจะไม่สามารถเอี้ยวและบิดตัวได้             
             ธนาคารกระดูกและเนื้อเยื่อ  ตั้งขึ้นเพื่อเก็บกระดูกจากคนหรือสัตว์ที่เสียชีวิตใหม่ๆ ภายใต้อุณหภูมิ – 70 องศาเซลเซียส บางกรณีอาจถึง – 196 องศาเซลเซียส   เพื่อลดปฏิกิริยาของกระดูกที่จะกระตุ้นให้ร่างกายต่อต้าน เช่น ที่ศูนย์เนื้อเยื่อชีวภาพ  กรุงเทพฯ  โรงพยาบาลศิริราช

 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 63 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • honosho