ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ ทัศนศิลป์

วัสดุ - อุปกรณ์ในการสร้างงาน 

 

 1.  ดินสอดำ  (Lead Pencils)

     ดินสอดำมีหลายเกรด และแต่ละเกรดมีความดำต่างกัน มีตั้งแต่ระดับอ่อนมากจนถึงระดับเข้มมาก  เช่น
     1.1  H – 6H เป็นดินสอความเข้มระดับอ่อน เหมาะกับงานเขียนแบบ
     1.2  HB เป็นดินสอที่เข้มปานกลาง เหมาะกับการเขียนทั่วไปและใช้ร่างภาพเพราะสามารถลบออกได้ง่าย
     1.3  B – 6B และ EE มีสีดำเข้มเหมาะกับภาพที่ต้องการแสงเงา

   2.  ถ่านชาร์โคล (Charcoal)

     ถ่านชาร์โคลมีลักษณะเป็นแท่งถ่าน ให้ความนุ่มและน้ำหนักเข้ม เขียนได้หลายวิธีโดยจะใช้ลูบหรือปาดป้ายก็ได้  แต่มักลบเลือนง่ายไม่คงทนเมื่อสร้างสรรค์ผลงานเสร็จแล้วจะต้องพ่นน้ำยากันลอกด้วย

   3.  ยางลบ

     ยางลบควรใช้ยางลบอ่อนสำหรับลบรอยดินสอ โดยเน้นที่คุณภาพดีลบแล้วกระดาษสะอาดและไม่ทำให้เนื้อกระดาษเป็นขุย แต่หากคุณภาพไม่ดีอาจทำให้บริเวณที่ลบยิ่งสกปรกขึ้นได้

   4.  กระดาษ

     กระดาษมีทั้งแบบเนื้อละเอียดและเนื้อหยาบ หรือแบบเรียบและแบบหยาบ กระดาษแต่ละชนิดจะให้ผลในการวาดภาพต่างกัน   โดยแบบเรียบเหมาะสำหรับใช้กับดินสอและสีไม้ ส่วนแบบหยาบนิยมใช้กับสีที่มีน้ำเป็นส่วนผสมการเก็บรักษากระดาษ ควรวางไว้บนพื้นระนาบเพื่อไม่ให้เกิดรอยยับ แลtรอยสกปรก รวมทั้งไม่ควรเก็บกระดาษด้วยการม้วนถ้าไม่จำเป็น เพราะจะทำให้กระดาษเสียรูปทรง

   5.  จานสี 

     จานสีมีหลายขนาดหลายแบบให้เลือก โดยทั่วไปจะมีสีขาวเพราะทำให้มองเห็นสีที่อยู่ในจานชัดเจน

   6.  พู่กัน   

     พู่กัน  มีทั้งชนิดกลมและชนิดแบนให้เลือกหลายขนาด พู่กันชนิดกลมจะมีขนแปรงอ่อนกว่าชนิดแบน ซึ่งจะเหมาะกับการใช้ระบายสีน้ำ สีโปสเตอร์ ส่วนชนิดแบนมักใช้กับสีอะคริลิก และสีน้ำมัน การเก็บรักษา ควรวางพู่กันให้ปลายพู่กันชี้ขึ้นหรือวางไว้ในกล่อง เพื่อไม่ให้ปลายพู่กันบิดงอ

   7.  สี 
สี  มีหลากหลายชนิด และแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติต่างกัน  ดังนี้

         7.1  สีเทียน  เป็นสีฝุ่นผงละเอียด ผสมกับไขมันสัตว์หรือขี้ผึ้ง แล้วนำมาอัดเป็นแท่ง สีเทียนมักไม่เกาะติดพื้นสามารถขูดสีออกได้และกันน้ำ
   7.2  สีชอล์ก  เป็นสีฝุ่นผงละเอียดบริสุทธิ์นำมาอัดเป็นแท่ง
   7.3  สีไม้หรือดินสอสี    เป็นสีผงละเอียดผสมกับขี้ผึ้งหรือไขสัตว์  นำมาอัดให้เป็นแท่งปัจจุบันมีการพัฒนาให้สามารถ
ละลายน้ำได้

   7.4  สีโปสเตอร์    เป็นสีชนิดสีฝุ่นที่ผสมกาวน้ำบรรจุเสร็จเป็นขวด  มีลักษณะทึบแสง สีโปสเตอร์ผสมสีขาวให้มีน้ำหนัก
อ่อนลง สามารถระบายสีทับกันได้ มักใช้ในการวาดภาพในงานออกแบบต่างๆ

   7.5  สีน้ำ    สีน้ำเป็นสีโปร่งแสง การระบายสีน้ำจะใช้น้ำเป็นส่วนผสม และทำละลายให้เจือจาง  การใช้สีน้ำไม่นิยมใช้สีขาวผสมเพื่อให้มีน้ำหนักอ่อนลง และไม่นิยมใช้สีดำผสมให้มีน้ำหนักเข้มขึ้น เพราะจะทำให้เกิดน้ำหนักมืดเกินไปและผู้ที่ใช้สีน้ำต้องมีความชำนาญสูง เพราะหากผิดพลาดแล้วจะแก้ไขยาก 
   7.6  สีฝุ่นเป็นสีเริ่มแรกของมนุษย์ ได้มาจากธรรมชาติ ดิน หิน แร่ธาตุ พืช สัตว์ นำมาทำให้ละเอียดเป็นผง
ปัจจุบันไม่ต้องผสมกาว การใช้งานเหมือนกับสีโปสเตอร์ 
   7.7  สีอะคริลิกเป็นสีที่มีส่วนผสมของสารพลาสติก เวลาจะใช้นำมาผสมกับน้ำ เมื่อแห้งแล้ว จะมีคุณสมบัติกันน้ำได้
และเป็นสีที่ติดแน่นทนนาน  และราคาค่อนข้างแพง 

   7.8  สีน้ำมัน    สีน้ำมันเป็นสีทึบแสง มักเขียนลงบนผ้าใบ  มีความคงทนมากและกันน้ำ สีน้ำมันแห้งช้ามาก มีราคา
สูงต่ำขึ้นอยู่กับคุณภาพ  การใช้งานจะผสมด้วยน้ำมันลินสีดหรือน้ำมันสน 
    8.  ปากกา   

     ปากกาที่ใช้วาดภาพมีหลายแบบ เช่น ปากกาปลายแหลม ปากกาลูกลื่น ปากกาหมึกซึม ปากกาเมจิก ปากกาสีน้ำ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดให้ผลงานที่แตกต่างกัน

   9.  กระดานรอง

     กระดานรองทำด้วยไม้อัดหรือวัสดุแผ่นบางๆ เพื่อให้มีน้ำหนักเบาสามารถนำติดตัวไปวาดภาพนอกสถานที่ได้ง่าย

   10.  อุปกรณ์อื่นๆ

     เช่น ฟองน้ำ ผ้า ถังน้ำ เทปกาว ทิชชู่ ขาหยั่ง ที่หนีบกระดาษ น้ำ และอื่นๆ

   


จุด (Dot)

จุด  หมายถึง  รอยหรือแต้มที่มีลักษณะกลมๆ ปรากฏที่ผิวพื้น ไม่มีขนาด ความกว้าง ความยาว ความหนา เป็นสิ่งที่เล็กที่สุดและเป็นธาตุเริ่มแรกที่ทำให้เกิดธาตุอื่น ๆ ขึ้น 
เส้น (Line)
เส้น คือ จุดหลาย ๆ จุดต่อกันเป็นสาย เป็นแถวแนวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเป็นทางยาวหรือจุดที่เคลื่อนที่ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งด้วยแรงผลักดัน หรือรอยขูดขีดเขียนของวัตถุเป็นรอยยาว เส้นแบ่งเป็นลักษณะใหญ่ ๆ
2 ลักษณะ ดังนี้
 1. เส้นตรง
 2. เส้นโค้ง
ซึ่งเส้นแต่ละลักษณะจะมีความหมายในตัว เช่น

เส้นตรง
     1. เส้นดิ่ง คือ เส้นตรงที่ตั้งฉากกับพื้นระดับให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรง สง่า รุ่งเรือง สมดุล พุ่งขึ้น
     2. เส้นนอน คือ เส้นตรงที่นอนราบไปกับพื้นระดับ ให้ความรู้สึกกว้างขวาง สงบเงียบ เยือกเย็น ผ่อนคลาย
     3. เส้นเฉียง คือ เส้นตรงเอนไม่ตั้งฉากกับพื้นระดับให้ความรู้สึกไม่มั่นคง เคลื่อนไหว แปรปรวน ไม่สมบูรณ์
     4. เส้นฟันปลา คือ เส้นตรงหลายเส้นต่อกันสลับขึ้นลงระยะเท่ากัน ให้ความรู้สึกรุนแรง กระแทก ตื่นเต้น อันตราย ขัดแย้ง
     5. เส้นประ คือ เส้นตรงที่ขาดเป็นช่วง ๆ มีระยะเท่ากัน ให้ความรู้สึกต่อเนื่องขาดระยะใจหาย ไม่แน่นอน

  เส้นโค้ง
     1. เส้นโค้งลง คือ เส้นที่เป็นท้องกระทะคล้ายเชือกหย่อน ให้ความรู้สึกอ่อนโยน เคลื่อนไหวไม่แข็งแรง
     2. เส้นโค้งขึ้น คือ เส้นที่โค้งเป็นหลังเต่าคล้ายคันธนูให้ความรู้สึกแข็งแรง เชื่อมั่น เคลื่อนไหว
     3. เส้นคด คือ เส้นโค้งขึ้นโค้งลงต่อเนื่องกันคล้ายคลื่นในทะเล ให้ความรู้สึกเลื่อนไหล ต่อเนื่อง อ่อนช้อยนุ่มนวล
     4. เส้นก้นหอย คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันวนเข้าเล็กลงเป็นจุดคล้ายก้นหอย ให้ความรู้สึกอึดอัด เคลื่อนไหวคลี่คลาย
     5. เส้นโค้งอิสระ คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันไปไม่มีทิศทาง คล้ายเชือกพันกัน ให้ความรู้สึกวุ่นวาย ยุ่งเหยิง ไม่เป็นระเบียบ

รูปร่างและรูปทรง  (Shape and Form)
รูปร่าง
  (Shape) หมายถึง  เส้นรอบนอกของวัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 2 มิติ (กว้าง ยาว)
     รูปทรง  (Form)  หมายถึง  โครงสร้างของรูปวัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 3 มิติ  (กว้างยาว ลึก)
รูปร่างและรูปทรง มี 3 ลักษณะ ดังนี้

     1.

รูปร่างรูปทรงเรขาคณิต  หมายถึง  รูปร่าง  รูปทรงที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมีโครงสร้างที่แน่นอน  เช่น  วงกลม 
          
รูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม หรือรูปหลายเหลี่ยม  เป็นต้น  รูปเรขาคณิตเป็นพื้นฐานในการสร้างงานศิลปะได้หลายรูปแบบ


2.
รูปร่างรูปทรงอิสระ  หมายถึง  รูปร่างที่ถูกดัดแปลงจากธรรมชาติหรือมนุษย์คิดสร้างขึ้น ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอนและยากที่จะคำนวนหาพื้นที่ ดังภาพตัวอย่าง

สี  (Colour)
สี  หมายถึง  ลักษณะของแสงสว่าง  ปรากฏแก่ตาให้เห็นเป็นสีขาว  ดำ  แดง  เขียว  น้ำเงิน  เหลือง  เป็นต้น ถ้าไม่มีแสงจะมองไม่เห็นสี  ซึ่งสีมี 2 ชนิด  ดังนี้
    
1. สีที่เป็นวัตถุ (Pigment)  สีที่เป็นรงควัตถุสีผงหรือธาตุในร่างกายที่ทำให้คนมีสีต่าง ๆ สีที่เกิดจากวัตถุธาตุ  เช่น จากพืช สัตว์  แร่ธาตุ  เป็นต้น ซึ่งเป็นสีที่ใช้ในงานศิลปะ
    
2. สีที่เป็นแสง (Spectrum)  สีที่เกิดจากการหักเหของแสง  แสงส่องผ่านแท่งแก้ว  แสงแดดส่องผ่านละอองน้ำในอากาศจะเกิดการหักเหของแสงเป็นสีรุ้ง 7 สี  ได้แก่  สีแดง  ส้ม  เหลือง  เขียว  น้ำเงิน  คราม  ม่วง

วงจรสีธรรมชาติ

    

วงจรสี เกิดจากการนำเอาแม่สีที่เป็นวัตถุมาผสมกันเป็นสีขั้นที่ 2 มี 12 สี คือ  สีเหลือง  เหลืองเขียว  เขียว  เขียวน้ำเงิน  น้ำเงิน  น้ำเงินม่วง  ม่วง  ม่วงแดง  แดง  แดงส้ม  ส้ม  เหลืองส้ม  หรือเรียกว่า  วงล้อของสี
    
แม่สีขั้นที่ 1 (Primary Colours)  ได้แก่  สีเหลือง  แดง  น้ำเงิน  ทั้ง
3 สีนี้  สามารถผสมเป็นสีขั้นที่ 2 ได้

    
สีขั้นที่ 2 (Secondary Colours)  การนำเอาแม่สี 3 สี มาผสมกันทีละคู่  จะได้สีเพิ่มขึ้นอีก 3 สี  รวมกับแม่สีเป็น 6 สี  คือ
                   
สีส้ม  เขียว  ม่วง  เรียงตามวงสี  ดังนี้  สีเหลือง  เขียว  น้ำเงิน  ม่วง  แดง  ส้ม
     สีขั้นที่ 3 (Tertiory  Colours) 
การนำเอาสีขั้นที่ 2 มาผสมกันทีละคู่ที่อยู่ติดกัน  จะได้สีเพิ่มขึ้นอีก 6 สี  รวมกับสีขั้นที่ 2
                    เป็น
12 สีคือ  เหลือง  เขียวเหลือง  เขียว  น้ำเงินเขียว น้ำเงิน ม่วงน้ำเงิน  ม่วง  ม่วงแดง  แดง  แดงส้ม  ส้มเหลือง

      แม่สีขั้นที่ 1        สีขั้นที่ 2           สีขั้นที่ 3

สีอุ่น - สีเย็น  (Warm Tone - Cool Tone)
 
สีอุ่น - สีเย็น คือ  การแบ่งวงจรสีออกเป็นสองซีก  ซีกซ้ายกับซีกขวา 
     1.
สีอุ่น  ซีกซ้ายเริ่มจากสีเหลืองย้อนวนซ้ายไปทางสีเหลืองส้ม  ส้ม  แดง  ม่วงแดง  ม่วง
 
     2.
สีเย็น  ซีกขวาเริ่มจากสีเหลือง  เหลืองเขียว  เขียว  น้ำเงิน  ม่วงน้ำเงิน  ม่วง

     3.
สีกลาง คือ สีเหลืองกับสีม่วงซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งสีอุ่นและสีเย็น 

หลักการใช้สี
สีในวงจรสีธรรมชาติ  แบ่งเป็น 2 ลักษณะ  คือ สีตัดกันและสีกลมกลืนกันและแบ่งเป็น 2 ซีก  คือ  สีอุ่น  สีเย็น 
การใช้สีตัดกันจะทำให้เกิดความขัดแย้งวุ่นวาย  แต่ถ้าใช้สีกลมกลืนกันจะเกิดความน่าเบื่อ จืดชืดไป  ถ้าใช้สีอุ่นมากไป

ทำให้บรรยากาศร้อน  อบอ้าว  ถ้าใช้สีวรรณะเย็นมากไปก็จะทำให้บรรยากาศเยือกเย็น  จืดชืดว่างเปล่า  เราจึงควรเลือกใช้สี
ให้พอเหมาะกับงานแต่ละอย่างตามจุดหมายที่วางไว้ การใช้สีสื่อความหมายต่าง ๆ ทำได้ดังนี้ ความหมายของสี

              สีแดง = ตื่นเต้น เร้าใจ อันตราย พลัง อำนาจ รัก สีส้ม = ตื่นตัว ตื่นเต้น เร้าใจ สนุกสนาน

สีเหลือง = สดใส ร่าเริง ฉลาด เปรี้ยว
สีเขียวอ่อน = สดชื่น ร่าเริง เบิกบาน
สีเขียวแก่ = สะอาด ปลอดภัย สดชื่น ธรรมชาติ ชรา
สีน้ำเงิน = สุภาพ เชื่อมั่น หนักแน่น ถ่อมตัว ผู้ชาย
สีฟ้า = ราบรื่น สว่าง วัยรุ่น ทันสมัย สีม่วง = ฟุ่มเฟือย ลึกลับ ขี้เหงา
สีชมพู = ความรัก ผู้หญิง อ่อนหวาน นุ่มนวล หอม
สีขาว = ความบริสุทธิ์ สะอาด ปลอดภัย เด็กทารก
สีดำ = ทุกข์ ลึกลับ สืบสวน หนักแน่น
สีเทา = สุภาพ ขรึม
สีน้ำตาล = อนุรักษ์ โบราณ ธรรมชาติ
รูปร่างและรูปทรง  (Shape and Form)
รูปร่าง  (Shape) หมายถึง  เส้นรอบนอกของวัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 2 มิติ (กว้าง ยาว)
    
รูปทรง  (Form)  หมายถึง  โครงสร้างของรูปวัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 3 มิติ  (กว้าง ยาว ลึก)

                

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 26 คน กำลังออนไลน์