ก.พ.คัดมอบ Imperial College London 5 ทุน
เขียนโดย ryo เมื่อ ศุกร์, 05/02/2008 - 17:21.
สำนักงาน ก.พ. ได้รับแจ้งจาก
มหาวิทยาลัย
4.คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครคัดเลือก
(1) ปริญญาตรีและโททางวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยได้คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรปริญญาโทไม่ต่ำกว่า 3.50 (ในระบบการวัดผลที่คิดคะแนนให้ A = 4, B =
(2) ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต โดยได้คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า 2.75 (ในระบบการวัดผลที่คิดคะแนนให้ A = 4, B =
-ให้ยื่นใบสมัครคัดเลือกทาง E-mail ไปยังศูนย์สรรหาและเลือกสรร สำนักงาน ก.พ. ที่ imperial@ocsc.go.th โดยระบุใน Subject ว่า “สมัครทุน
5.4 เอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ที่จะต้อง E-mail พร้อมใบสมัคร
(2) ใบสมัครคัดเลือกของ
สำนักงาน ก.พ. ได้รับแจ้งจาก Imperial College London ว่า ในปีการศึกษา 2551
มหาวิทยาลัย Imperial College London ประสงค์จะร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการให้ทุนการศึกษา จำนวน 5 ทุน เพื่อไปศึกษาในระดับปริญญาเอก สาขาวิชา Biomedical Engineering รับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2551 ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้
1.ทุนที่รับสมัครสอบ จำนวน 5 ทุน ในสาขาวิชา Biomedical Engineering เพื่อไป
ศึกษาในระดับปริญญาเอก (4 ปี)
2.ข้อผูกพันในการรับทุน
2.1 ผู้ได้รับทุนที่สำเร็จการศึกษาตามที่กำหนด จะต้องกลับมาปฏิบัติราชการในส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐที่ก.พ.กำหนด เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของระยะเวลาที่ได้รับทุน ในกรณีที่ผู้ได้รับทุนเป็นข้าราชการ หรือพนักงานของมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการให้ปฏิบัติราชการชดใช้ทุน ณ ส่วนราชการที่เป็นต้นสังกัดเดิม
2.2 กรณีผู้ได้รับทุนไม่กลับมาปฏิบัติราชการชดใช้ทุนให้แก่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ที่ก.พ.กำหนด หรือไม่กลับมาปฏิบัติราชการชดใช้ทุนให้แก่ส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐที่เป็นต้นสังกัดเดิม จะต้องชดใช้เงินทุนที่ก.พ.ได้จ่ายไปแล้ว และชดใช้เงินอีก 2 เท่าของจำนวนเงินทุนดังกล่าวให้เป็นเบี้ยปรับอีกด้วย
3.การแต่งตั้งคณะกรรมการเกี่ยวกับการคัดเลือก
3.1 ก.พ.จะแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการคัดเลือก
3.2 ให้คณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกกำหนดวัน เวลา สถานที่คัดเลือก วางระเบียบ และวิธีการคัดเลือก ตัดสินปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครและปัญหาอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในการดำเนินการคัดเลือกที่ไม่ขัดกับประกาศรับสมัคร และพิจารณาผู้ได้รับทุนแทน รวมทั้งแต่งตั้งกรรมการประเมินความเหมาะสมของบุคคลเพื่อรับทุน
3.3 ให้คณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกประกาศรายชื่อผู้สมัครที่มีสิทธิ์เข้ารับการประเมินความเหมาะสมของบุคคลเพื่อรับทุน ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ได้รับทุนและประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ได้รับทุนแทน โดยให้ประธานกรรมการดำเนินการคัดเลือก หรือกรรมการที่ประธานฯ มอบหมายเป็นผู้ประกาศให้ผู้สมัครคัดเลือกทราบ
4.คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครคัดเลือก
4.1 เป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551
4.2 มีอายุไม่เกิน 40 ปี นับถึงวันปิดรับสมัคร (15 พฤษภาคม 2551)
4.3 เป็นผู้ได้รับปริญญาดังต่อไปนี้
(1) ปริญญาตรีและโททางวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยได้คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรปริญญาโทไม่ต่ำกว่า 3.50 (ในระบบการวัดผลที่คิดคะแนนให้ A = 4, B = 3, C = 2, D= 1, E หรือ F = 0) หรือร้อยละ 85.00 หรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ หรือ
(2) ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต โดยได้คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า 2.75 (ในระบบการวัดผลที่คิดคะแนนให้ A = 4, B = 3, C = 2, D= 1, E หรือ F = 0) หรือร้อยละ 70.00 หรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้
4.4 ได้คะแนนภาษาอังกฤษ TOEFL ไม่น้อยกว่า 79 (Internet–based) หรือ 213 (Computer-based) หรือ 550 (Paper–based) หรือได้คะแนนภาษาอังกฤษ IELTS ไม่น้อยกว่า 6.0 ทั้งนี้ ผลคะแนนภาษาอังกฤษต้องสามารถใช้ได้ถึงเดือนกันยายน 2551 สำหรับผู้ที่ได้คะแนนภาษาอังกฤษ TOEFL 79-89 (Internet–based) 213-247 (Computer-based) หรือ 550–597 (Paper–based) หรือคะแนนภาษาอังกฤษ IELTS 6.0
หากได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับทุนภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ประกาศว่าเป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับทุน จะต้องได้คะแนนภาษาอังกฤษ TOEFL ไม่น้อยกว่า 90 (Internet–based) หรือ 250 (Computer-based) หรือ 600 (Paper–based) หรือได้คะแนนภาษาอังกฤษ IELTS ไม่น้อยกว่า 6.5 มิฉะนั้นจะถูกเพิกถอนการให้ทุน
5.การรับสมัครคัดเลือก
5.1 ผู้ประสงค์จะสมัครคัดเลือก ดูรายละเอียดได้ที่ ศูนย์ข่าวสำนักงาน ก.พ. ถนนติวานนท์ ซอย 4 อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ศูนย์ข่าวการสอบ ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร และทาง Website ของ สำนักงาน ก.พ. ที่ www.ocsc.go.th
5.2 การขอรับใบสมัคร
ผู้ประสงค์จะสมัครให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
5.2.1 Download ใบสมัครของสำนักงาน ก.พ.ได้จาก Website ของสำนักงาน ก.พ. ที่ www.ocsc.go.th
5.2.2 Download ใบสมัครของ Imperial College London ที่ www.ocsc.go.th
โดยดูรายละเอียดประกอบการสมัครได้ที่http://www3.imperial.ac.uk/pgprospectus/applicationforms
5.3 กำหนดการและวิธีการยื่นใบสมัครคัดเลือก
-ให้ยื่นใบสมัครคัดเลือกทาง E-mail ไปยังศูนย์สรรหาและเลือกสรร สำนักงาน ก.พ. ที่ imperial@ocsc.go.th โดยระบุใน Subject ว่า “สมัครทุน Imperial College
London ” โดยผู้สมัครจะต้องกรอกรายละเอียดในใบสมัครคัดเลือกให้ครบถ้วนและถูกต้อง และจัดส่ง
ใบสมัครต้นฉบับ ซึ่งลงลายมือชื่อด้วยตนเอง พร้อมเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ตามข้อ 5.4
พร้อมทั้งวงเล็บมุมซองว่า “สมัครทุน Imperial College London” โดยส่งมาที่ สำนักงาน ก.พ.
ศูนย์สรรหาและเลือกสรร ถนนติวานนท์ ซอย 4 อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 ทั้งนี้จะถือวันที่ที่ส่ง E-mail ต้นทางเป็นสำคัญ E-mail ที่ส่งภายหลังวันที่ 15 พฤษภาคม 2551 จะไม่รับพิจารณา
อนึ่ง สำนักงาน ก.พ.จะตอบรับการสมัครทาง E-mail ภายใน 2 วันทำการ หลังจากวันสมัคร กรณีที่ไม่ได้รับการตอบรับภายในกำหนด ขอให้ติดต่อโดยตรงทางโทรศัพท์ 0-2547-1948 หรือ 0-2547-1944
5.4 เอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ที่จะต้อง E-mail พร้อมใบสมัคร
(1) ใบสมัครคัดเลือกของสำนักงาน ก.พ.พร้อมติดรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวกและไม่สวมแว่นตาดำขนาด 1x1.5 นิ้ว จำนวน 1 รูป ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี นับถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2551
(2) ใบสมัครคัดเลือกของ Imperial College London
(3) ประวัติส่วนตัวเป็นภาษาอังกฤษ (curriculum vitae)
(4) Essay ระบุเหตุผลที่สนใจในการสมัครรับทุนปริญญาเอกในสาขา Biomedical Engineering เป็นภาษาอังกฤษ (ประมาณ 1 หน้า)
(5) หนังสือรับรองการศึกษา/ประสบการณ์ทำงานเป็นภาษาอังกฤษ 2 ฉบับ
(6) สำเนาปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตร พร้อมสำเนาระเบียนแสดงผลการเรียนตลอดหลักสูตร (Transcript of Records) ในระดับปริญญาตรีและโท (ภาษาอังกฤษ)
กรณีที่ไม่สามารถนำหลักฐานการศึกษาดังกล่าวมายื่นพร้อมกับใบสมัครสอบได้ ให้ใช้หนังสือรับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษาออกให้มายื่นแทน (หนังสือรับรองต้องระบุสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษาและวันที่ที่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ทั้งนี้วันที่ที่สำเร็จการศึกษาต้องภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2551)
(7) สำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
(8) สำเนาคะแนนผลสอบภาษาอังกฤษตามข้อ 4.4
(9) หนังสืออนุญาตและรับรองความเหมาะสมในการสมัครคัดเลือกเพื่อรับทุนจากหัวหน้าส่วนราชการเจ้าสังกัด โดยใช้แบบฟอร์ม สนง.กพ.5 (ในกรณีที่ผู้สมัครเป็นข้าราชการหรือพนักงานของมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการ)
สำเนาหลักฐานทุกฉบับให้ผู้สมัครคัดเลือกเขียนรับรองว่า สำเนาถูกต้องและลงชื่อกำกับไว้ด้วย
5.5 ในการสมัครคัดเลือก ผู้สมัครคัดเลือกจะต้องตรวจสอบและรับรองตนเองว่ามีคุณสมบัติตรงตามประกาศรับสมัครจริง หากปรากฏภายหลังว่าผู้ใดมีคุณสมบัติไม่ตรงตามประกาศรับสมัคร จะถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ขาดคุณสมบัติทันที
6.วิธีคัดเลือกผู้ได้รับทุน
สำนักงาน ก.พ.จะประเมินความเหมาะสมของบุคคลเพื่อรับทุน ดังนี้
6.1 การกลั่นกรองเอกสารการสมัคร จะพิจารณาจากใบสมัคร ประวัติการศึกษา ประวัติส่วนตัวของผู้สมัคร สถานภาพการศึกษาในปัจจุบัน หนังสือรับรองจากอาจารย์ที่ปรึกษา หรืออาจารย์ผู้เคยสอน และผลงานอื่น ๆ (ถ้ามี) ซึ่งเป็นผลงานทางวิชาการ หรือกิจกรรมทางการศึกษา ซึ่งแสดงถึงความรู้ความสามารถของผู้สมัคร และผลภาษาอังกฤษที่ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดของ Imperial College London
6.2 การสัมภาษณ์ จะสัมภาษณ์เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เช่น พื้นความรู้ที่จำเป็นสำหรับการศึกษาต่อในสาขาวิชาที่สมัคร ความสามารถทางภาษาอังกฤษ ความตั้งใจจริง ทัศนคติในการรับทุนและการกลับมารับราชการ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ การปรับตัวเข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อม เชาวน์ปัญ ญา และบุคลิกภาพอย่างอื่น เป็นต้น
7.กำหนดการเดินทางไปศึกษา
ผู้มีสิทธิ์ได้รับทุนจะเดินทางไปศึกษาต่อ ณ Imperial College London ประมาณเดือนกันยายน 2551
8.เกณฑ์การตัดสิน
8.1 ผู้มีสิทธิ์เข้ารับการสัมภาษณ์ คือ ผู้ที่ได้ลำดับคะแนนการกลั่นกรองเอกสารการสมัครสูงสุดลงมาตามลำดับจำนวนไม่เกิน 2 เท่าของจำนวนทุน
8.2 ผู้มีสิทธิ์ได้รับทุน คือ ผู้ได้คะแนนสัมภาษณ์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 โดยได้คะแนนสูงสุดเรียงลงมาตามลำดับเท่าจำนวนทุน และได้รับการตอบรับให้เข้าศึกษา ณ Imperial College London
8.3 จะประกาศรายชื่อเฉพาะผู้มีสิทธิ์ได้รับทุนเท่านั้น
9.การรายงานตัวและการอบรม
ผู้มีสิทธิ์ได้รับทุนจะต้องไปรายงานตัวและเข้ารับการอบรมตามที่สำนักงาน ก.พ.กำหนด
10.การตรวจสุขภาพและอนามัย
ผู้มีสิทธิ์ได้รับทุนต้องไปรับการตรวจสุขภาพและอนามัยจากคณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ.ตามวัน เวลา และสถานที่ที่สำนักงาน ก.พ.กำหนด และผลการตรวจสุขภาพและอนามัยจากคณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ.ในที่นี้ให้ถือเป็นที่สุด โดยผู้เข้ารับการตรวจสุขภาพและอนามัยจะไม่มีสิทธิ์ขอให้ทบทวนแต่ประการใด
11.การรับเงินทุน
ผู้ได้รับทุนจะได้รับเงินทุนเมื่อทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว และมีผลการตรวจสุขภาพและอนามัยจากคณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ.ที่ระบุว่าพร้อมที่จะไปศึกษาต่อต่างประเทศได้ โดยจะได้รับค่าใช้จ่าย เช่น ค่าบัตรโดยสารเครื่องบินไป-กลับ ค่าใช้จ่ายเตรียมตัวก่อนเดินทาง ค่าใช้จ่ายประจำเดือน ค่าเล่าเรียน ค่าหนังสือและอุปกรณ์การศึกษา ค่าคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
12.การเพิกถอนการให้ทุน
ก.พ.จะพิจารณาเพิกถอนการให้ทุนแก่ผู้ได้รับทุน หากเข้ากรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้
12.1 ไม่ผ่านการตรวจสุขภาพและอนามัยจากคณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ.
12.2 ไม่มีหนังสืออนุญาตและรับรองความเหมาะสมในการสมัครคัดเลือกเพื่อรับทุนจากหัวหน้าส่วนราชการเจ้าสังกัด
12.3 หลีกเลี่ยง ละเลยการรายงานตัว การอบรม และการทำสัญญาตามที่สำนักงาน ก.พ.กำหนด
12.4 เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย
12.5 กรณีที่ผู้ได้รับทุนขาดการติดต่อกับเจ้าหน้าที่เกิน 1 ปี
12.6 หลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงกำหนดการเดินทางไปศึกษาต่อเมื่อสถานศึกษาตอบรับแล้ว
12.7 ภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ประกาศว่าเป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับทุน มีผลคะแนนภาษาอังกฤษ TOEFL น้อยกว่า 90 (Internet–based) หรือน้อยกว่า 250 (Computer-based) หรือน้อยกว่า 600 (Paper–based) หรือมีผลคะแนน IELTS น้อยกว่า 6.5
(ดาวน์โหลดข้อความพิมพ์ 60104210 แล้วส่ง SMS มาที่ 42644)
ข้อมูล : คอลัมน์ “ทุนใหม่ล่าสุด”นิตยสารการศึกษาวันนี้ ฉบับที่ 383 http://www.elearneasy.com
»
- แสดงความคิดเห็น
- อ่าน 254 ครั้ง









