0501 มาร์ค ทเวน

 

                                                 มาร์ค ทเวน (Mark Twain) 

                                                       ค.ศ.1835-1910 

                เวลาเขาอยู่บ้าน เขาแทบทำให้ฉันเป็นบ้าตายด้วยความซน แต่เวลาเขาไม่อยู่บ้าน ฉันก็จะใจคอไม่ค่อยดีกลัวใครจะพาร่างที่ไร้วิญญาณมา 

            ชาวอเมริกันอีกผู้หนึ่งที่มีชื่อเสียงมากกว่า และเป็นที่รักมากกว่าอับราฮัม ลินคอล์น  แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยได้รับการศึกษาในโรงเรียนก็คือ มาร์ค ทเวน ผลงานสองเรื่องของเขาได้แก่ ทอมชอว์เยอร์ และฮักเคิลเบอร์รี่ ฟินน์ เป็นหนังสือที่ขายดีติดอันดับในอเมริกาตราบจนถึงทุกวันนี้ เขาเกิดเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ.1835 ในรัฐมีสซูรี่ ในชื่อจริงคือ แซมมวล ลังฮอร์น คลีเมนส์ เขาเป็นเด็กที่ไม่ค่อยอยู่นิ่ง(ในปัจจุบันอาจเรียกได้ว่าเป็นเด็กไฮเปอร์) มารดาของเขาเคยกล่าวว่า “....เวลาเขาอยู่บ้าน เขาแทบทำให้ฉันเป็นบ้าตายด้วยความซน แต่เวลาเขาไม่อยู่บ้าน ฉันก็จะใจคอไม่ค่อยดีกลัวใครจะพาร่างที่ไร้วิญญาณหรือบาดเจ็บสาหัสของเขากลับมาบ้าน...” 

            เมื่อเขาอายุได้ 5 ขวบ มารดาของเขาได้ส่งเขาเข้าเรียนในโรงเรียนประจำหมู่บ้านด้วยความโล่งอก และยังให้เงินค่าขนมติดกระเป๋าเขาอีกอาทิตละ 25 เซนต์ เขามักเล่นซุกวนและทำผิดกฎของโรงเรียนจนต้องถูกลงโทษอยู่เป็นนิตย์ แต่เขาก็ไม่เคยหลาบจำ เขาไม่ค่อยได้เรียนรู้อะไรในโรงเรียนได้มากนัก เนื่องจากโรงเรียนในสมัยนั้นจะเปิดเรียนในเฉพาะฤดูร้อน และเรียนเพียงแค่สองสามวันต่อสัปดาห์ 

            สถานะทางการเงินของครอบครัวเขาตกต่ำลงอย่างมาก เมื่อบิดาของเขาถึงแก่กรรมลงในขณะที่เขาอายุได้เพียง 12 ปี เขาจึงเลิกเรียนหนังสือ และเข้าไปฝึกงานด้าน 

การพิมพ์ที่หนังสือพิมพ์ “ฮันนิบาล คูเรียร์” เขาได้รับอาหารและเสื้อผ้า แต่ไม่ได้รับเงินค่าจ้างใดๆ เขากล่าวถึงช่วงชีวิตตอนี้ว่า 

            “....นายจ้างของข้าพเจ้าสัญญาว่าจะให้สูทสองชุดต่อปี ชุดหนึ่งนั้นอยู่ในหนังสือสัญญานั่นแหละ ส่วนอีกชุดหนึ่งเป้นของใช้แล้วของมีสเตอร์อาเมนต์ (นายจ้างของเขา) ซึ่งเขาไม่อยากโยนทิ้งไปเสียเปล่าๆ ข้าพเจ้าสูงเพียงครึ่งเดียวของมีสเตอร์อาเมนต์ พอใส่เสื้อของเขาแล้วข้าพเจ้ารู้สึกไม่สบายเนื้อตัวเลย ยังกับอยู่ในเต็นท์ละครสัตว์ยังไงยังงั้น ส่วนกางเกงนั่น ข้าพเจ้าจะสามารถสวมมันได้พอดี ก็ต่อเมื่อข้าพเจ้าดึงขอบกางเกงให้สูงขึ้นไปจนถึงหูแล้วเท่านั้น...” 

            ส่วนอาหารที่ได้รับนั้นก็แย่พอกัน “...รายการอาหารนั้นไม่ค่อยจะเปลี่ยนเลย พวกเราต้องกินซ้ำวากอย่างนั้นทุกวัน และปริมาณก็น้อยนิดแทบไม่พอยาไส้ พวกเราจึงต้องช่วยตัวเองให้รอดชีวิตด้วยการลักลอบเข้าไปในห้องเก็บอาหารในเวลากลางคืน แล้วขโมยมันฝรั่ง หอมใหญ่ และของกินได้อื่นๆเอามาแอบทำกินกันบนพื้นห้องพิมพ์...” 

            เขาทนฝึกงานอยู่ในโรงพิมพ์นี้ได้สองปี แล้วย้ายไปช่วยพี่ชายของเขาที่เพิ่งเปิดโรงพิมพ์ใหม่แต่ก็ล้มละลายไปในปีเดียว เขาจึงทดลองที่ฉีกแนวออกไปจากเดิม นั่นคือเป้นกลาสีเรอที่ขึ้นล่องตามลำน้ำมิซซีสซิบซิปปี้ ระหว่างเมืองเวนต์หลุยส์ และนิวออร์ลีนส์ ซึ่งเขาก็ทำอยู่หลายปี แม่น้ำช่วงนี้จะเต็มไปด้วยแก่งที่เป็นอันตรายต่อการเดินเรือ จึงต้องมีการวัดความลึกกันอยู่เสมอ และจากหน่วยที่ใช้วัดความลึกของร่องน้ำดังกล่าว จึงกลายมาเป็นนามปากกาของเขาคือ มาร์ค ทเวน เมื่อเขาเริ่มเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ และประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงไปก้องโลกอย่างรวดเร็วตั้งแต่นั้นมา
           

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 5 คน กำลังออนไลน์