กระเทียมกับความดันโลหิตสูง

กระเทียม        เมื่อพูดถึง "กระเทียม" หลายๆ คนคงคุ้นเคยกับกลิ่นของมันเป็นอย่างดี และคงมีหลายๆคนเช่นกันที่ไม่ชอบ เพราะกลิ่นที่รุนแรงของมันนี่เอง แต่เจ้ากระเทียมกลิ่นแรงนี้แหละที่มีสรรพคุณมากมาย จนเป็นที่ยอมรับในนาๆ ประเทศทั่วโลก

                                                     กระเทียม

                                                    ที่มาของภาพ : http://www.panyathai.or.th/wiki/images/Kkkkkkkkkk_2.jpg

 

                                                                   กระเทียม

                                           ที่มาของภาพ : http://herbal.muasua.com/wp-content/uploads/2010/08/Garlic2-246x300.jpg

 

       กระเทียม ถูกนำมาใช้เป็นยาตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณเรื่อยมา เข้ามาในยุโรป อินเดีย และเอเชียและเผยแพร่เข้าไปในอเมริกา ปัจจุบันมีการวิจัยพยายามศึกษาหาสารในกระเทียมว่า มีสารอะไรบ้าง ที่มีประโยชน์ในการรักษาโรค โรคที่ใช้รักษาได้คือ โรคหัวใจ, มะเร็ง, ภูมิคุ้มกันบกพร่อง, ใช้ต่อต้านอนุมูลอิสระก่อนที่จะทำลายเซลล์ดีๆ ของร่างกาย ฯลฯ

 

                                                       ต้นกระเทียม

                                                            ที่มาของภาพ : http://www.rakbankerd.com/kaset/Plant/1192_1.jpg

 

         เป็นพืชล้มลุกที่มีหัวอยู่ใต้ดิน แต่ละหัวประกอบด้วยกลีบเรียงซ้อนกันประมาณ 4-15 กลีบ บางพันธุ์จะมีเพียงกลีบเดียว เรียกว่า กระเทียมโทนแต่ละกลีบมีกาบเป็นเยื่อบางๆสีขาวอมชมพูหุ้มอยู่โดยรอบ กระเทียมมีรากไม่ยาวนัก ใบมีลักษณะยาวแบน ปลายใบแหลมแคบ โคนมีใบหุ้มซ้อนกัน ดอกออกเป็นช่อ มีสีขาวติดเป็นกระจุกที่ปลายก้านช่อ กระเทียมมีกลิ่นหอมฉุน รสชาติเผ็ดร้อน

 

 ต้นกระเทียม

 

       สารสำคัญที่ทำให้กระเทียมมีกลิ่นหอมฉุนเผ็ดร้อนคือเอนไซม์อัลลิเนส (Allinase) ที่เปลี่ยนสารอินทรีย์กำมะถันอัลลิอิน (Alliin) ให้เป็นน้ำมันหอมระเหยอัลลิซิน (Allicin) และเมื่อนำหัวกระเทียมสดมากลั่นด้วยไอน้ำจะได้น้ำมันกระเทียม (Garlic oil) นอกจากนี้ยังประกอบด้วยสารอาหาร น้ำ กรดไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล กรดอะมิโน เหล็ก แคลเซียม วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และวิตามินซี ฯลฯ

 

 

 

                                                                                     

                                                                                             ที่มาของภาพ : http://www.panyathai.or.th/wiki/images/Kkkkkkkkkk_1.jpg

ดยสรรพคุณต่างๆ ของกระเทียม มีดังนี้           

 1. ฆ่าเชื้อรา คือ กลาก เกลื้อน และเชื้อราที่เกิดตามเล็บ หนังศีรษะและผม           

 2. ฆ่าเชื้อยีสต์ชนิดที่ทำให้เกิดลิ้นขาวเป็นฝ้าในเด็กทารก และทำให้เกิดโรคมุตกิดระดูขาวที่มักจะเกิดในหญิงที่ตั้งครรภ์ หรือกินยาคุมกำเนิด ยาปฏิชีวนะหรือยาสเตียรอยด์เป็นเวลานานๆ           

 3. ลดความดันโลหิตสูง           

 4. ลดไขมันและคอเลสเตอรอล           

 5. ป้องกันผนังหลอดเลือดหนาและแข็งตัว           

 6. ลดน้ำตาลในเลือด           

 7. ฆ่าหรือยับยั้งเชื้อแบคทีเรียแทบทุกชนิด กล่าวคือ มีสารอัลลิซิน ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่มักทำให้เกิดโรคได้ถึง 15 ชนิด โดยเฉพาะยับยั้งเชื้อพวกที่ดื้อยาเพนนิซิลินได้ดีกว่าเชื้อพวกที่ไม่ดื้อยาอีกด้วย นอกจากนี้ ยังฆ่าเชื้อบิดมีตัวที่มีพิษต่อลำไส้ได้ดี โดยมีสารที่สำคัญคือกาลิซิน รวมทั้งสามารถยับยั้งเชื้อบิดเทียม ซึ่งไม่รบกวนแบคทีเรียตัวอื่นที่มีประโยชน์ต่อลำไส้           

 8. ยับยั้งเชื้อต่างๆ เช่น เชื้อที่ทำให้เกิดฝีหนอง และใช้รักษาแผลสด แผลที่เป็นหนอง คออักเสบ ทอนซิลอักเสบ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ เชื้อวัณโรค และเชื้อปอดบวม           

 9. รักษาไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่           

 10. เป็นยาขับเสมหะและมีฤทธิ์ขับเหงื่อและขับปัสสาวะ           

 11. รักษาโรคไอกรน           

 12. แก้หืดและโรคหลอดลม           

 13. แก้ธาตุพิการอาหารไม่ย่อย           

  14. ควบคุมโรคกระเพาะ คือมีสารเอเอส 1 ช่วยยับยั้งไม่ให้น้ำย่อยอาหารมาย่อยแผลในกระเพาะ และยังช่วยรักษาโรคตับอ่อนอักเสบชนิดรุนแรงได้ด้วย          

 15. ขับพยาธิต่างๆ ได้หลายชนิด ได้แก่ พยาธิเข็มหมุด พยาธิแส้ม้า พยาธิเส้นด้าย และมีรายงานทดสอบจากอินเดียว่า กระเทียมมีสารไดอัลลิลไดซัลไฟด์ มีฤทธิ์ใช้ฆ่าพยาธิไส้เดือนได้ดี           

 16. แก้เคล็ดขัดยอกและเท้าแพลง เพราะมีสารอัลลิซินเป็นตัวช่วยทำให้เลือดไหลเวียนมายังบริเวณที่ทาถูนวดยาได้ดีมากขึ้น           

 17. แก้ปวดข้อและปวดเมื่อย           

 18. ต่อต้านเนื้องอก           

  19. กำจัดพิษตะกั่ว           

 20. บำรุงร่างกาย ประเทศญี่ปุ่นได้ค้นพบสารในกระเทียมชื่อสคอร์ดินิน ไม่มีกลิ่น แต่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง รวมทั้งช่วยให้เนื้อเยื่อเจริญเติบโตและช่วยลดไขมันในร่างกาย           

                ยังมีผู้พบว่าในกระเทียมมีธาตุเจอร์เมเนียมค่อนข้างสูง ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันการเกิดมะเร็ง โรคหืด โรคไต โรคตับอ่อนและอาการท้องผูก รวมถึงมีสารชักนำวิตามินบี 1 เข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้นเท่าตัว โดยรวมเป็นสารอัลลิลไทอะมิน ทำให้วิตามินบี 1 ออกฤทธิ์ได้ดีขึ้นถึง 20 เท่า

   

                                                          กระเทียม

 ที่มาของภาพ : http://3.bp.blogspot.com/_EbIsW_dad5E/RsvTOsEXUZI/AAAAAAAAAFg/BZy_1q9Dhvg/s320/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1.gif

       

       กระเทียมแทบจะเป็นผักสารพัดประโยชน์เพราะใช้ทั้งป้องกันและรักษาได้หลายโรค เรื่องของกระเทียมกับความดันโลหิตสูงมีระบุไว้ในตำรับยาจีนโบราณ ส่วนในสมัยนี้ชายเยอรมันซึ่งโดยเฉลี่ยมีการศึกษาสูงนิยมรับประทานกระเทียมเพื่อช่วยลดความดันโลหิต ในประเทศเยอรมนีเคยมีการศึกษาทางการแพทย์ที่น่าสนใจกล่าวถึงการรับประทานกระเทียมเป็นประจำวันละ 2 กลีบโต ๆ ว่าสามารถลดความดันโลหิตโดยเฉลี่ยจาก 171/102 เหลือ 152/89 ได้ ในการทดลองเดียวกันกลุ่มที่ได้ยาหลอก (placebo) จะพบว่าความดันโลหิตไม่เปลี่ยนแปลงเท่าใด นัก

       เชื่อกันว่ากระเทียมลดความดันได้เพราะมีสารพฤกษาเคมีชื่อ แอดีโนซีน (adenosine) เป็นองค์ประกอบในปริมาณค่อนข้างสูง สารนี้ช่วยทำให้กล้ามเนื้อเรียบที่เป็นกล้ามเนื้อของหลอดเลือดคลายตัวมากกว่าปกติในหัวหอมก็มีสารนี้พอสมควร และยังพบว่ามีสารพรอสทาแกลนดิน A1 ชนิดนี้เป็นสารกึ่งฮอร์โมนที่ช่วยให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัวได้ มีฝรั่งจำนวนไม่น้อยที่ไม่รับประทานกระเทียม โชคดีของคนไทยที่ไม่ใคร่กลิ่นเรื่องกลิ่นกระเทียม ชอบรับประทานทั้งแบบสดและปรุง อันที่จริงกระเทียมทุกรูปแบบให้คุณค่าไม่ต่างกันนัก เพียงแต่กระเทียมสดอาจมีฤทธิ์มากกว่า  

       อาจารย์คาริน รีด แห่งคณะแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป ได้พบว่า สารสกัดจากหัวกระเทียม แก่มีสรรพคุณลดความดันโลหิตลงได้ โดยเฉพาะจะใช้บำบัดรักษา ชาวเมืองจิงโจ้ที่เป็นโรคนี้กันอยู่มากถึง 3,700,000 คน จากการทดลองกับผู้ป่วย 50 ราย เป็นเวลา 3 เดือน ได้รู้ว่า ควรให้มันเป็นตัวช่วยของยารักษาโรคนี้ปกติได้ดีเพราะยังมีคนไข้คิด เป็นสัดส่วนใหญ่ ที่ยังกินยาประจำอยู่   และบางรายที่ใช้ยารักษาขนานต่างๆกันอีก  4  ขนาน  แต่ความดันก็ยังไม่อาจควบคุมได้   ครั้นเมื่อเราให้กินสารสกัดของกระเทียมเสริม   ปรากฏว่าลดความดันให้กลับมาอยู่ในระดับปลอดภัยได้  ดังนั้น  กระเทียมจึงอาจเป็นวิธีการบำบัดให้เติมเต็ม   ของการควบคุมความดันโลหิตที่ดีอย่างหนึ่งคณะนักวิจัยได้พบว่า ผู้ที่มีความดันเลือดตัวบนเกิน 140 เมื่อให้กินแคปซูลสารสกัดกระเทียม วันละ 4 หลอด ทุกวัน ความดันจะลดได้โดยเฉลี่ย 10.2 มม.อย่างไรก็ดี กระเทียมดิบ หรือกระเทียมที่ปรุงสุกแล้วและกระเทียมผง หามีสรรพคุณเท่าสารสกัดจากหัวกระเทียมแก่ไม่


  กระเทียม

                       ที่มาของภาพ : http://www.nbrchannel.com/picture/backend/picture_gallery_item/33_big%5B608%5D.jpg

สร้างโดย: 
นางสาวสุมาลีย์ ทองคำ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 19 คน กำลังออนไลน์