สัญลักษณ์วันคริสต์มาส

รูปภาพของ sss27046

สัญลักษณ์วันคริสต์มาส

       สัญลักษณ์คริสต์มาสต่างๆ ที่น่าดึงดูดใจมีความเป็นสากลเท่าๆ กับที่มีความสวยงาม โดยรวมแล้วสัญลักษณ์เหล่านี้สื่อถึงความสงบสุขและจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับวันคริสต์มาสซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองคริสตสมภพ คริสต์มาสเป็นช่วงเวลาแห่งการให้ เป็นช่วงเวลาที่จิตใจของทุกคนเปล่งประกายไปด้วยความสงบสุขและความปรารถนาดี ผู้ที่ฉลองเทศกาลคริสต์มาสจะแขวนสัญลักษณ์เหล่านี้ไว้กับต้นคริสต์มาส  ที่ประดับประดาด้วยไฟกระพริบ ของประดับที่เป็นประกายต่างๆ ริบบิ้นเส้นยาว และหิมะปลอมเพื่อเลียนแบบฤดูหนาว สัญลักษณ์เหล่านี้หลายชิ้นเป็นสิ่งแทนความรู้สึกที่เป็นมงคลอย่างวิเศษ ฉบับนี้เราได้นำความหมายที่อยู่เบื้องหลังสัญลักษณ์เหล่านี้มาบอกต่อ เพื่อให้การตกแต่งต้นคริสต์มาสของคุณในปีนี้เป็นกิจกรรมที่มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น


นกพิราบคาบกิ่งมะกอก
นกพิราบเป็นสัญลักษณ์สากลแห่งความสงบ และเมื่อมาพร้อมกับกิ่งมะกอกก็จะหมายถึง “การขอให้ยกโทษให้” หรือ “การยอมให้” เบื้องหลังของสัญลักษณ์นี้มีความหมายที่สวยงามทีเดียว เพราะมันสื่อถึงการที่เราแสดงความนอบน้อมเพื่อให้เกิดความสงบสุขและความปรารถนาดีระหว่างมนุษย์ ด้วยเหตุนี้นกพิราบจึงเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงจิตวิญญาณแห่งคริสต์มาสซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมิตรภาพและคุณงามความดีได้อย่างทรงพลัง

พอยน์เซ็ทเทียส์
พอยน์เซ็ทเทียส์ (Poinsettias) หรือที่คนไทยเรียกว่า “ต้นคริสต์มาส” เป็นพืชท้องถิ่นของเม็กซิโกที่ตั้งตามชื่อของ โจแอล พอยน์เซ็ทท์ผู้เป็นทูตคนแรกของอเมริกาที่ไปประจำการที่ประเทศเม็กซิโก และเป็นผู้นำต้นไม้ชนิดนี้มายังอเมริกาในปี 1828 ชาวเม็กซิกันมองว่าพืชชนิดนี้เป็นสัญลักษณ์ของ “ดาวแห่งเบธเลเฮม” ดังนั้นพอยน์เซ็ทเทียจึงเข้ามามีความเกี่ยวพันกับฤดูกาลคริสต์มาส ดอกจริงๆ ของต้นพอยน์เซ็ทเทียจะมีขนาดเล็กและมีสีเหลือง แต่ส่วนที่อยู่ล้อมรอบดอกเป็นใบสีแดงสดใสขนาดใหญ่ซึ่งมักถูกเข้าใจว่าเป็นกลีบดอก

ต้นคริสต์มาส
ต้นคริสต์มาสถือกำเนิดขึ้นในประเทศเยอรมันในศตวรรษที่ 16 และชาวเยอรมันก็ตกแต่งต้นสนเฟอร์ของพวกเขาด้วยดอกกุหลาบ ผลแอปเปิ้ล และกระดาษสายรุ้งกันเป็นเรื่องธรรมดา กล่าวกันว่ามาร์ติน ลูเธอร์ ผู้ปฏิรูปนิกายโปรเตสแตนท์เป็นบุคคลแรกที่เริ่มนำเทียนไขมาจุดประดับที่ต้นคริสต์มาส ระหว่างทางที่กลับบ้านในคืนฤดูหนาวคืนหนึ่งที่ใกล้ถึงวันคริสต์มาส เขาตะลึงกับความงามของแสงดาวระยิบระยับที่ส่องลอดผ่านกิ่งไม้และต้นสนเฟอร์ต้นเล็กๆ ที่อยู่นอกบ้านของเขา ด้วยเหตุนี้เขาจึงจำลองแสงดาวเหล่านี้ด้วยการนำเทียนไขมาติดเอาไว้ที่กิ่งของต้นคริสต์มาสในบ้านของเขา และไม่นานการปฏิบัติเช่นนี้ก็เป็นที่นิยมและแพร่หลายมาสู่อังกฤษช่วงศตวรรษที่ 19

มิสเซิลโท
เชื่อกันว่ามิสเซิลโทมักถูกนำมาใช้เฉลิมฉลองการมาเยือนของฤดูหนาว ต้นพืชซึ่งมีใบเขียวตลอดปีนี้ถูกนำมาใช้ตกแต่งบ้าน เพราะเชื่อว่ามิสเซิลโทมีพลังวิเศษในการบำบัดโรคทุกชนิดตั้งแต่การมีลูกยากของผู้หญิงไปจนถึงการแก้พิษต่างๆ ชาวสแกนดิเนเวียนถือว่ามิสเซิลโทเป็นพืชแห่งความสงบสุขและความปรองดอง และมีความเกี่ยวพันกับเทพธิดาฟริกกาซึ่งเป็นเทพธิดาแห่งความรักของพวกเขา ธรรมเนียมในการจุมพิตกันใต้ต้นมิสเซิลโทเกิดจากความเชื่อที่ว่าการจูบกันใต้กิ่งของต้นพืชชนิดนี้จะช่วยเสริมสร้างความรักระหว่างคู่รักได้

พวงหรีดคริสต์มาส
การแขวนพวงหรีดไว้ที่หน้าประตูเป็นธรรมเนียมที่เริ่มขึ้นในยุโรปที่มีการนำเอากิ่งของต้นไม้ที่เขียวสดตลอดปีมาใช้ประดับทางเข้าประตูในช่วงคริสต์มาสเพื่อเชื้อเชิญภูติแห่งป่าไม้เข้ามาในบ้าน ชาวยุโรปเชื่อว่าภูติเหล่านี้จะนำสุขภาพและโชคลาภที่ดีมาให้ ทุกวันนี้ผู้คนก็ยังคงประดับบ้านด้วยพวงหรีดที่ทำจากกิ่งฮอลลีและกิ่งไม้ที่มีใบสีเขียวสดเพื่อเป็นการต้อนรับเพื่อนฝูงและญาติ รูปทรงกลมของพวงหรีดสื่อถึงความรักอมตะไม่มีวันโรยรา หยุดชะงัก หรือสิ้นสุด เพราะเป็นวงกลมแห่งความรักที่ต่อเนื่อง พวงหรีดคริสต์มาสมักประดับด้วยโบว์ กระดิ่ง และสัญลักษณ์แห่งเทศกาลแบบอื่นๆ

ดาว
ต้นคริสต์มาสหลายต้นจะมีดาวประดับอยู่บนยอด เชื่อกันว่าดาวเป็นสิ่งที่นำทางไปสู่ความประจักษ์แจ้งที่วิเศษและในสมัยโบราณก็มีการบูชากลุ่มดาวมากมาย เช่น กลุ่มดาว “หมีใหญ่” และกลุ่มดาว “หมีเล็ก” เป็นเสมือนเทพเจ้า ชาวฮิบรูโบราณใช้ “ดาวหกแฉกของเดวิด”เป็นสัญลักษณ์ทางศาสนา ในขณะที่ “ดาวคริสต์มาสห้าแฉก” เป็นสัญลักษณ์ของดาวที่ปรากฏขึ้นเหนือนครเบธเลเฮมในคืนวันที่พระเยซูประสูติ ในหลายๆ วัฒนธรรม ดวงดาวเป็นสัญญาณของโชคลาภและการบรรลุเป้าหมายใหม่ๆ

ถุงเท้า
ในศตวรรษที่ 18 เด็กๆ ในฮอลแลนด์จะวางรองเท้า “คล็อก ชู” (clog shoes - รองเท้าเปิดส้นและคลุมนิ้วเท้าด้านหน้า คล้ายรองเท้าแตะ แต่จะยกพื้นขึ้น พื้นจะมีความหนาและแข็งแรงและคล็อกชูแบบดั้งเดิมจะใช้ไม้ในการทำพื้นรองเท้า) ไว้ข้างเตาผิงโดยหวังว่า “ซินเตอร์คลาส” (Sinterclass) จะนำของขวัญมาใส่เอาไว้ให้ ต่อมาคล็อกชูก็กลายมาเป็นถุงเท้ายาว และซินเตอร์คลาสก็กลายเป็นซานตาคลอส จนถึงทุกวันนี้ผู้คนมากมายก็ยังใช้ถุงเท้าคริสต์มาสเป็นที่ใส่ของขวัญชิ้นเล็กๆ มอบให้แก่เด็กๆ และคนที่รัก

ลูกกวาดไม้เท้า
ว่ากันว่าขนมหวานชนิดนี้เตือนให้ทุกคนนึกถึงทุกอย่างที่เกี่ยวกับคริสต์มาสด้วยสีขาวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และความนิรมลของพระเยซู ส่วนแถบเล็กๆ สามแถบคือพระบิดา พระบุตร และพระจิต แถบหนาสีแดงเป็นสัญลักษณ์ของโลหิตของพระเยซูที่หลั่งออกมาเพื่อชำระบาปของมนุษย์ เมื่อมองไปที่ปลายโค้งงอที่อยู่ด้านบน จะดูเหมือนไม้เท้าของคนเลี้ยงแกะ เนื่องจากพระเยซูคือชุมพาบาลของมวลมนุษย์ และเมื่อกลับด้านบนลงมา ก็จะกลายเป็นตัวอักษร J ซึ่งแทนชื่อของพระเยซู (Jesus)

ซานตาคลอส
ซานตาคลอสเป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองรื่นเริงและของขวัญมากมาย ต้นกำเนิดของซานตาคลอสก็คือนักบุญนิโคลาสผู้มีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่ 4 เขาเป็นที่เลื่องลือในเรื่องความรักเด็กและมีถุงของขวัญใบใหญ่ ภาพของซานตาคลอสในปัจจุบันคือชายร่างอ้วนหน้าตายิ้มแย้มในชุดสีแดง และซานตาคลอสยังทำให้เรานึกถึงพระยิ้มของจีนอีกด้วย

สร้างโดย: 
น.ส.เมธาวี ลีลาธนกิจ ม.6/5 เลขที่ 25

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 24 คน กำลังออนไลน์